วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องการดำเนินคดีตามมาตรา 112 และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปตำรวจ เนื่องจากมีการซื้อตำแหน่งตำรวจ ทำให้เกิดการทุจริตและเสียหายต่อระบบราชการและส่งผลกระทบต่อประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาต คงไม่รบกวนเวลานานนะครับ จะพูดถึงเรื่องที่เพื่อนสมาชิก ๒ ท่านได้กล่าวมา เมื่อสักครู่นะครับ
ประการแรก ผมเองต้องเรียนท่านประธานครับ ไม่ได้แสดงความจํานงออกไป ทําการรณรงค์เผยแพร่นะครับ เพราะว่าหนังสือที่ท่านมีมามันจํากัดวงครับ ท่านให้พวกผมไป อภิปรายเรื่องคําถามเพิ่มเติมนะครับ ซึ่งขออนุญาตเรียนว่าผมเองเป็นคนลงมติไปครับว่า ไม่เห็นด้วยที่จะต้องมีคําถามเพิ่มเติม แต่ในส่วนของการที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระผมได้ยืนยันครับว่าเห็นด้วยมาตลอดกับรัฐธรรมนูญ ก็อยากไปทําครับ แต่เมื่อท่าน ให้ไปเฉพาะข้อเดียวก็คือคําถามพ่วง ก็เลยไม่ทราบที่จะเข้าไปร่วมอย่างไรครับ ก็ขออนุญาต เรียนกับเพื่อนสมาชิกที่ได้ชี้แจงรายละเอียดเมื่อสักครู่นะครับ
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านวันชัยพูด เป็นเรื่องที่ต้องหาทางออกร่วมกัน โดย สปท. ครับ เรื่องที่ ๑ เรื่องการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ กรณีผู้กระทําความผิดมาตรา ๑๑๒ และไม่ออกมายืนยันพฤติกรรมเท่าที่ทําได้ให้สาธารณชนรับทราบ ต้องเรียนว่ามาตรา ๑๑๒ ในสถานการณ์ทางสากลเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเปราะบาง แต่โดยความเป็นจริงมันเรื่องกระทํา ผิดกฎหมายโดยปกติ รัฐใดก็สามารถที่จะกําหนดการกระทําความผิดเฉพาะของรัฐตัวเองได้ แล้วก็ที่สําคัญก็คือ มาตรา ๑๑๒ เป็นการคุ้มครองสถาบันที่ไม่สามารถลงมาตอบโต้กับ คนทั่วไปได้ เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดําเนินคดีนี้ทุกคดีครับ สุดท้ายนะครับ อย่างท่าน เพื่อนสมาชิก ขอเอ่ยนามครับ ท่านวันชัยพูดครับ มีแต่ฝ่ายที่ออกมาตอบโต้ฝ่ายจับกุมตลอด รวมถึงองค์กรสิทธิมนุษยชน รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งผู้โดนจับ มักจะพูดว่า ไม่ได้ทําผิด ส่วนคนที่ไปจับเขาก็บอกว่าบอกไม่ได้อยู่ในสํานวน อย่างนี้จะเป็นจุดอ่อนในการที่ เราจะสร้างปัญหามากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นฝ่ายที่รักษากฎหมายเรื่องนี้นะครับ ควรต้องจะมี ข้อชี้แจงที่ชัดเจนพอสมควร โดยตัวเองไม่ต้องเข้าไปติดคุกแทนในฐานะผู้ซ้ําในการกระทํา ความผิดนั้น
ประการสุดท้ายครับ ที่อาจารย์วันชัยนําเสนอ ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่รณรงค์เรื่องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งมาตั้งแต่ก่อนการเปลี่ยนแปลง การปฏิวัติ และหนึ่งในข้อรณรงค์ก็คือ เราจําเป็นต้องปรับปรุงระบบราชการบางส่วนที่ไปรับใช้ การเมืองมากจนเสียหายไปตลอด ก็คือกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ตํารวจครับ มาจนถึง วันนี้ไม่มีสัญญาณใด ๆ เลยที่จะทําการปฏิรูปตํารวจ และขอให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจาก อาจารย์วันชัยครับ เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเป็นอดีต ส.ส. ในต่างจังหวัด เอาว่าใกล้ ๆ จังหวัดผมรวมทั้งหมดนี้มีคนระดับผู้กํากับ ลาออก ๕ คนครับ มีราคาหมดครับ เหลือเวลาปีหนึ่งลาออก เหลือเวลาครึ่งปีลาออก เหลือ เวลาปีครึ่งลาออก ลาออกทั้งหมดได้สตางค์ทุกคนครับ เพื่อนที่อยากจะเป็น ไปวิ่งกับนายแล้ว ไม่มีตําแหน่งว่าง จ่ายสตางค์นายแล้ว ก็ต้องไปหาตําแหน่งจ้างเพื่อนลาออก เป็นประเพณี เพิ่งเกิดมาใหม่ครับในสังคมไทย จ้างซื้อให้เพื่อนลาออก แล้วตัวเองไปเสียบตําแหน่งแทน เพราะเหลืออายุราชการมากกว่า เพื่อนเหลือปีกว่าคงหากินไม่ได้เท่าไรแล้ว แต่ตัวเองเป็น ใหม่ ๆ อยู่กันนี้ ๖-๗ ปี คงหากินได้เยอะ ต้องพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะซื้อตําแหน่ง มันเหมือนกับซื้อคนมาเป็น ส.ส. ละครับ ซื้อเสียงเมื่อไรมันหากินเมื่อนั้น ซื้อตําแหน่งตํารวจ เมื่อไร มันหากินเมื่อนั้น มันหากินเมื่อไรก็สังคมเลวทรามเมื่อนั้นครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ไม่มีใครพูดถึง กรรมาธิการตํารวจทําเรื่องโน้นเรื่องนี้ ไม่แตะเรื่องนี้ เลยครับ นี่สั่งให้โยกย้ายกันให้เสร็จ ให้อํานาจอธิบดีกรมตํารวจกรมเดียว ผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติคนเดียว จนถึงวันนี้ยังไม่จบครับ ยังวิ่งกันฝุ่นตลบ ถ้าอย่างนี้จะปฏิรูปอะไรครับ กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นเละเทะอย่างนี้ ถ้าไม่เริ่มต้นปฏิรูปอย่างจริงจัง ผมคิดว่า บ้านเมืองไปไม่รอดแล้ว ถึงวันหนึ่งก็จะเห็นคนพวกนี้ซึ่งเสวยอํานาจด้วยการวิ่งเต้น ถือปืน ไล่ยิงประชาชน เลือกข้างเพื่อปกป้องนายอีกครั้งหนึ่ง พวกผมโดนมาแล้วครับ เพราะฉะนั้น ผมไปหารืออาจารย์วันชัยเมื่อสักครู่ เป็นไปได้สภานี้เปิดญัตติเรื่องนี้สักวัน เชิญกรรมาธิการ ตํารวจมาด้วยว่าปฏิรูปอะไรกัน มาจนถึงทุกวันนี้ครับ คนทั่วประเทศส่ายหน้าหมดแล้วครับ ตราบใดที่ไม่มีการปฏิรูปตํารวจ ต้นสายปลายทางของการทุจริตเริ่มต้นนั้น เหมือนกับการ เลือกตั้งที่จะถึงครับ ถ้าป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง การป้องกันการซื้อเสียงไม่ได้ ก็รอเดิน เอาอํานาจไปให้นายทุน ย้อนเข้ามือนายทุนอีกครั้ง ถ้าเจอนายทุนเลวเมื่อไรหายนะก็รอกัน อยู่ข้างหน้าครับ ผมขออนุญาตเสริม แล้วก็เห็นด้วยกับท่านอาจารย์วันชัยครับ