กษิต ตั้งคำถามการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ชี้ปัญหาซับซ้อนต้องเร่งแก้

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๑ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ ตั้งคำถามถึงกระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งสอบถามความชัดเจนของเอกสาร การรับรองจากรัฐบาลต้นทาง และความไม่สมดุลในการรับภาระตรวจสุขภาพของไทย เขตหารือปัญหาการค้ามนุษย์ที่ซับซ้อนและลุกลามถึงหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน จึงเสนอให้จัดการชายแดนอย่างบูรณาการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมพิจารณาสถานะจุดผ่านแดนอย่างชัดเจน และเร่งรัดการเจรจาข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยแรงงาน ทั้งยังเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ ร่วมกับกระทรวงแรงงานและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อรองรับทั้งข้อตกลงอาเซียน ปัญหาแรงงานบนเรือประมง และสิทธิเด็กแรงงานข้ามชาติ โดยเสนอให้มีความยืดหยุ่นในการย้ายงาน ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนแรงงานทั่วประเทศ และพิจารณาจัดตั้งสถานกงสุลไทยในประเทศต้นทางเพื่ออำนวยความสะดวก พร้อมเรียกร้องให้ถอนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์ก่อนนำเสนอใหม่ เพื่อแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนและการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ เรื่องการจะให้มีการขึ้นทะเบียนหรือจดทะเบียน ณ จุดผ่านแดนหรือว่าด่านศุลกากร ทั่วประเทศไทยนั้นผมขอเรียนถามทางกรรมาธิการผ่านท่านประธานว่าเอกสารที่แรงงานพม่า แรงงานลาว กัมพูชา แล้วก็เวียดนามที่จะนํามาที่จุดผ่านแดน เอกสารนั้นเป็นเอกสาร อะไรบ้างครับ มีหนังสือเดินทางหรือต้องขอบัตรผ่านแดน แล้วจะมีการรับรองโดยรัฐบาล ทั้ง ๔ ประเทศของเขาหรือไม่ โดยเฉพาะลาวกับเวียดนามยังเป็นประเทศคอมมิวนิสต์อยู่ เขาค่อนข้างจะเข้มงวดในเรื่องของการเคลื่อนไหวเข้าออกประเทศของประชากรของเขา แล้วที่พม่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลชนชาติตลอดแนวชายแดนไทย-พม่า ก็ยังไม่เรียบร้อย เอกสารที่จะออกต้องรับรองทั้งรัฐบาลที่เนปิดอว์ แล้วก็รัฐบาลของพวกรัฐ ต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไร เขาจะข้ามออกจากประเทศเขามาได้อย่างไร เขาผ่านศุลกากร ของเขามาได้อย่างไร ด้วยเอกสารอะไร อยู่ดี ๆ เขาจะมาที่จุดผ่านแดนหรือว่าด่านศุลกากร หรือ ต.ม. ของเราแล้วมายื่นเอกสาร เอกสารอะไร แล้วเขาออกมาได้อย่างไรจากประเทศของเขา แล้วถ้าเผื่อออกมาได้เขาจะต้องได้รับการรับรองจากรัฐบาลเขาว่าจะมาทํางานอะไร แล้วทําไม ไม่บังคับให้ ๔ ประเทศนั้นตรวจสุขภาพของคนของเขา ทําไมเราต้องมารับภาระในการที่จะ ตรวจสุขภาพของเขา อันนี้เป็นเรื่องสําคัญครับ ต้องชี้แจงให้แน่ชัด

ส่วนประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เราก็ทราบกันดีอยู่ว่ากระบวนการค้ามนุษย์ มันใหญ่โตมโหฬาร กินเข้าไปในทุกอณูของระบบราชการของไทย แล้วก็ทางภาคเอกชน แล้วก็ มาเฟีย (Mafia) ท้องถิ่น แล้วก็ผู้ประกอบการที่ไม่ซื่อตรงต่อภาระหน้าที่ ขาดความรับผิดชอบ ต่อสังคมด้วย เพราะฉะนั้นแรงงานส่วนใหญ่ก็ยังจะมีการลักลอบอยู่ จะคิดว่าให้มีการจดทะเบียน ณ จุดผ่านแดนแล้วจะแก้ปัญหาคงไม่จริงนะครับ มันต้องมาดูว่าตลอดแนวชายแดนไทย ๕,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ทางทะเลอีกประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร ทางตํารวจชายแดนบนบก ตํารวจน้ํา กองทัพเรือ แล้วก็โดยเฉพาะกองทัพบกจะร่วมกันทําอย่างไรในการที่จะรักษา ความมั่นคงปลอดภัยตลอดแนวชายแดน ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติทุกประเทศ แล้วก็ จะเป็นไปได้ไหมที่จะเร่งรัดให้มีการดําเนินการให้มีการลาดตระเวนร่วมระหว่างเรากับ มาเลเซีย ไทยกับพม่า ไทยกับกัมพูชา ไทยกับลาว เป็นข้อเสนอที่เราได้เสนอไว้นานแต่ก็ยัง ไม่มีผลในการปฏิบัติตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มันต้องทํา ๒ ทาง ตลอดแนวชายแดนแล้วก็จุดผ่านแดนด้วย เป็นเรื่องที่สําคัญ แล้วก็ ณ วันนี้ก็ยังไม่ได้ตกลง กันเลยว่า จุดผ่านแดน ๔๐ กว่าจุด ถ้าจะให้เป็นถาวรหมดได้ไหม จะขยายได้ไหม อันนี้เป็น เรื่องที่สําคัญ

ส่วนประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมก็ยังเห็นว่าเรื่องการ จดทะเบียนที่ด่านศุลกากรหรือจุดผ่านแดนนั้น เหมือนกับเป็นการทํางาน เหมือนเรือที่ลอย อยู่กลางน้ํา แต่ว่าสองฝั่งจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ณ ที่นั้นก็คือรัฐบาลต้นทาง อันได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า แล้วก็รัฐบาลปลายทางคือประเทศไทย ผมทราบว่าเราได้มี การทําเอ็มโอยู (MOU) กับลาว กับกัมพูชาแล้ว แล้วเวียดนามก็ได้เคยทาบทามเข้ามา เข้าใจว่า เอ็มโอยู (MOU) กับลาว กับกัมพูชานั้น อนุญาตให้ทางฝ่ายประเทศทั้งสอง ส่งแรงงานเข้ามา ได้ปีละ ๑๕๐,๐๐๐ คน ในทางปฏิบัติคงไม่ได้เป็นเช่นนั้น แล้วก็ได้เริ่มมีการเจรจากับ เวียดนามและกัมพูชา เมื่อสักครู่ท่านรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ท่านสุวัฒน์ สมาชิก สปท. ก็ได้กล่าวไว้แล้ว อันนี้อยากจะทราบสถานะของการเจรจาข้อตกลงทวิภาคีกับ ๔ ประเทศนี้ ว่าจะส่งแล้วก็รับอย่างไร เพราะฉะนั้นต้นทาง ปลายทางมันต้องตกลงกันเสียก่อนนะครับ

แล้วมันก็ไปโยงกับประเด็นที่ ๔ คือเรื่องของอุปสงค์ อุปทาน อันนี้กรมการจัดหางาน โดยเฉพาะกระทรวงแรงงานต้องรู้ว่าความต้องการแรงงานที่ไทยขาดมันกี่ล้านคน แล้วลงไปที่ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการเกษตร ภาคประมง ภาคโรงงานอุตสาหกรรม ภาคบริการ แล้วนอกเหนือจากพวกแรงงานเหล่านี้แล้วก็พวกมืออาชีพโพรเฟสชันนัล (Professional) ที่อาเซียน (ASEAN) ได้มีข้อตกลงอนุมัติให้มีการรับรองวิชาชีพซึ่งกันและกันก็เกือบจะ ๑๐ สาขาแล้ว อันนี้จะอยู่ในส่วนการพิจารณาของการอนุมัติให้เข้าประเทศหรือไม่ ต้นทางคือ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานต้องรู้ว่าเราต้องการแรงงานเท่าใดในแขนงต่าง ๆ แล้ว ถึงจะทอนออกมาว่า แล้วเราจะรับแรงงานจากต่างประเทศ จาก ๔ ประเทศสําคัญนี้มากน้อย แค่ไหน มันต้องทําอันนี้ให้เสร็จเสียก่อนครับ ไม่ใช่มาจดทะเบียนที่จุดผ่านแดน หรือว่า ที่ท่าอากาศยาน หรือว่าที่ท่าเรือที่มี ตม. อยู่ มันไม่ใช่ครับ แล้วก็ต้องเร่งให้มีการดําเนินการ ในขณะเดียวมันก็มีอีก ๒ ประเด็นที่จะต้องนําเข้ามาพิจารณาด้วย คือมติหรือว่าข้อตกลง ต่าง ๆ ในระดับอาเซียน (ASEAN) ทั้ง ๑๐ ประเทศ ว่าด้วยแรงงานต่างด้าว ว่ามันมีประเด็น ปัญหาอะไรที่จะทอนออกมาเข้ามาอยู่ในกฎเกณฑ์ของหน่วยราชการไทยหรือไม่ นอกจากนั้น แล้วก็เรื่องของกฎเกณฑ์ของสหภาพแรงงานระหว่างประเทศ อินเตอร์เนชันนัล เลเบอร์ ออแกไนเซชัน (International Labour Organization) ที่นครเจนีวา เขาก็ไม่ได้ดูแค่ แรงงานบนบกนะครับ ตอนนี้ก็ได้มีการศึกษาประเด็นปัญหาของแรงงานบนเรือประมง ของไทยด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะมาบอกว่าจะแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวให้มันมีระบบ ณ จุดผ่านแดนผมคิดว่าเป็นการทํางานแค่อาจจะแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ของเรื่องแรงงานทั้งหมด คงจะไม่ครบครับ ผมอยากจะเสนอให้มีการทบทวน แล้วก็จัดทําให้ มันเป็นคล้าย ๆ แผนแม่บทอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในเรื่องของการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะจาก ๔ ประเทศนี้ คงไม่มีแรงงานจากสิงคโปร์ มาเลเซียเข้ามา อันนี้ก็แน่นอน เพราะมันแค่ ๔ ประเทศเท่านั้นเอง กับประเด็นปัญหาที่มันคั่งค้างอยู่เราจะทําอย่างไร กับปัญหาแรงงานต่างด้าว แล้วก็ครอบครัว โดยเฉพาะเด็กที่ติดตามพ่อแม่แรงงานต่างด้าว เข้ามา เมื่อสักครู่ได้ยินตัวเลขอยู่ว่าประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน แล้วเขาเกิดที่ประเทศไทยเรา จะให้สิทธิพลเมืองกับเขาไหมครับ มันเป็นเรื่องของมนุษยธรรมอันสูงส่ง ที่เราจําเป็นที่จะต้อง แก้ไขด้วย จะแก้ปัญหาแรงงานภายในประเทศที่ยังจดทะเบียนไม่หมดอย่างน้อยก็ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ คนอย่างไร เร่งให้วิธีการจดทะเบียนให้มันง่ายขึ้นไหม

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าให้มันมีความยืดหยุ่นในการที่จะย้ายงานได้หรือไม่ อันนี้มันน่าจะอยู่ในวิสัย ไม่อย่างนั้นจะเป็นเรื่องของการขโมยแรงงาน หาแรงงานไม่ได้ก็ เข้าไปสู่ขบวนการค้ามนุษย์ ลักลอบเข้ามาจะดีกว่า มันง่ายแล้วก็สะดวก แล้วก็แน่นอน นะครับ ท้องถิ่นต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง จะเป็นนายอําเภอ หรือจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาล ก็ต้องกําหนดให้แน่ว่าจะต้องร่วมกันดําเนินการ ร่วมกับทางกระทรวงแรงงาน ในการขึ้น ทะเบียน จดทะเบียน แล้วก็การโยกย้าย แล้วก็ที่สําคัญคือสมัยนี้เราอยู่ในระบบเทคโนโลยี ไอที (IT) จะต้องเอาเข้ามาใช้ทั่วประเทศ แล้วก็เชื่อมโยงกันได้จากจุดผ่านแดนที่ท่าอากาศยาน ที่ท่าเรือ แล้วก็ที่กระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็จะเป็นไปได้ไหมครับ ผมเสนอเป็นเล่น ๆ อีกประเด็นหนึ่งก็ได้ว่าให้เรามีสถานกงสุล ของประเทศไทยทางฟากของพม่า ของกัมพูชา ของลาว แล้วก็เวียดนาม เพื่อเขาจะได้เตรียม เอกสารทุกอย่างให้มันหมดสิ้น ผมอยากจะยกตัวอย่างถ้าเผื่อเราจะส่งรายงานไปซาอุดิอาระเบีย ตะวันออกกลาง ไปญี่ปุ่น ไปไต้หวัน ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องผ่านสถานทูตของเขาที่นี่ฉันใดฉันนั้น ทําไมไม่ให้ผ่านสถานทูตแล้วก็สถานกงสุลของประเทศไทยใน ๔ ประเทศนี้ ทําไมถึงจะไปทําที่ จุดผ่านแดน ไม่มีประเทศที่ไหนในโลกนี้เขาทํา มันเป็นไปไม่ได้นะครับ โดยสรุปท่านประธาน ผมคิดว่าเพื่อให้เรื่องนี้มันมีความสมบูรณ์แล้วก็ที่เสนอมามันยังตกหล่นอยู่มาก ไม่ใช่นําไป พิจารณานะครับ ถอนเรื่องไปก่อนได้ไหมแล้วก็เอาเข้ามาใหม่ แล้วก็พยายามจะใส่ประเด็นที่ ท่านสุรินทร์ก็ดี ท่านสุวัฒน์ และผมก็ดี หรือผู้ที่จะอภิปรายต่อไปได้เติมเข้ามาให้มันครบ แล้วเราจะได้ร่วมกันแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวได้อย่างสมบูรณ์แบบในช่วงนี้ที่รัฐบาลสามารถ ที่จะมีอํานาจในการตัดสินใจ แล้วก็เร่งรัดให้ทุกหน่วยราชการทํางานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว รวมทั้งการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตลอดแนวชายแดน แล้วก็ขจัดแรงงานเถื่อน แล้วก็ กระบวนการค้ามนุษย์ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน