สุวัฒน์ จิราพันธุ์ หารือการจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติให้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ โดยชื่นชมความพยายามของรัฐบาลในการแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนและค้ามนุษย์ พร้อมเสนอให้เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวเบ็ดเสร็จที่จุดผ่านแดนถาวรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองและรองรับแรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้พิจารณาการนำเข้าแรงงานตามข้อตกลงรัฐต่อรัฐ การลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม และการเร่งจัดตั้งระบบจดทะเบียนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนข้อเสนอของกรรมาธิการแต่เรียกร้องให้มีการหารือเพิ่มเติมระหว่างหน่วยงานปฏิบัติเพื่อพัฒนาระบบการจ้างงานให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเห็นควรให้ชี้แจงความชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนการปรับปรุงกลไกคุ้มครองแรงงานข้ามชาติอย่างเต็มที่
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ กระผม นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๕ ก็ต้องขอเรียนว่าเรื่องการจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ เข้าสู่ระบบนั้น กระผมถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากปัญหาแรงงานเถื่อน จากต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนั้น แม้ว่าในขณะที่จะสามารถตอบโจทย์ในเรื่องของ การขาดแคลนแรงงานภายในประเทศในระดับล่าง ในทุกภาคส่วนไม่ว่าทางด้านครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และบริการ แต่ในทางตรงกันข้ามกลับส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ อย่างมากมาย อย่างที่ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมได้กล่าวไปบ้างแล้ว หรือแม้กระทั่ง กรรมาธิการเองก็ได้คํานึงถึง นั่นก็คือด้านของความมั่นคง สาธารณสุข สังคม หรือแม้กระทั่ง ในด้านเศรษฐกิจด้วย กระผมต้องขอเรียนว่าในช่วงที่ผมยังดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ประจําอาเซียน (ASEAN) นั้นซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่คณะ คสช. และรัฐบาลได้ถือเอาการจัด ระเบียบแรงงานข้ามชาติให้เข้าสู่ระบบนั้นเป็นวาระสําคัญก็ต้องขอเรียนสะท้อนถึงภาพหรือ ทัศนคติหรือท่าทีของเพื่อน ๆ อาเซียน (ASEAN) ด้วยกันที่มีความชื่นชมในการที่รัฐบาลให้ ความสําคัญแล้วก็พยายามที่จะแก้ปัญหา เพราะว่าอย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาแรงงานเถื่อนนั้น ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายทั้งในเรื่องของการมีปัญหาแรงงานข้ามชาติอย่างผิดกฎหมาย มีการทารุณกรรม หรือในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งการที่รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยยกสถานะประเทศไทยให้ดีขึ้นในการแก้ไขปัญหา การค้ามนุษย์ ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งที่ยังจะต้องดําเนินการอยู่ต่อไป แต่ผมก็ถือว่านั่นเป็นสิ่งที่ เป็นเป้าหมาย เป็นวิธีการ แน่นอนเป็นการกระทําที่ควรแก่การสรรเสริญยกย่อง ท่านประธานครับ ความพยายามในเรื่องนี้นั้น ผมเชื่อว่าไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ต้องฝ่าฟัน อุปสรรคนานับประการ การจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการจัด ระเบียบแรงงานข้ามชาติ ก็อย่างที่ท่านกรรมาธิการได้กล่าวไว้ ก็ได้รับความร่วมมือบ้าง ไม่ได้ รับความร่วมมือบ้าง ทั้งจากแรงงานและนายจ้างเท่าที่ควร กระผมจึงดีใจที่คณะกรรมาธิการ ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วก็พยายามที่จะร่วมศึกษากลั่นกรองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ที่จะนําเสนอข้อคิดเห็น ซึ่งผมขอเรียนว่า ในเรื่องของการที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอไว้ ใน ๒ ประเด็นหลักนั้น ผมขอมีข้อคิดเห็นเพื่อเป็นการสร้างสรรค์แล้วก็ประกอบ ให้คณะกรรมาธิการนําไปพิจารณาประกอบกันในสิ่งที่จะนําเสนอต่อไปนะครับ
ในประเด็นแรกนั้นคือการเปิดจดทะเบียน การเปิดจดทะเบียนแรงงาน ข้ามชาติ ณ จุดผ่านแดนได้ตลอดทั้งปีนั้น ขอเรียนว่าโดยศูนย์เบ็ดเสร็จการเปิดจดทะเบียน โดยศูนย์เบ็ดเสร็จที่จุดผ่านแดนถาวร หากทําอย่างมีประสิทธิภาพได้จริง น่าจะมีข้อดีในการ คัดกรองแรงงานก่อนอนุญาตให้เข้าไทย ซึ่งจะช่วยป้องกันได้หลายเรื่อง อาทิ เรื่องโรคระบาด รวมทั้งการสกัดกั้นแรงงานที่ไม่พึงประสงค์ ตลอดจนป้องกันปัญหาด้านความมั่นคงในอนาคต นอกจากนั้นการจดทะเบียนเบ็ดเสร็จที่จุดผ่านแดน น่าจะตอบสนองความต้องการแรงงาน ของภาคเอกชนในบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนด้วยเช่นกัน ซึ่งน่าจะเป็น ประโยชน์สําหรับการจัดทําฐานข้อมูลของกลุ่มแรงงานต่างด้าวไปและกลับรวมทั้งตามฤดูกาลด้วย ท่านประธานครับ อย่างไรก็ดีการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวเบ็ดเสร็จ ณ จุดผ่านแดน ถาวรนั้น ในมุมกลับกระผมเกรงว่าจะสร้างความยากลําบากในการบริหารจัดการปริมาณ และประเภทของแรงงานต่างด้าวเข้าไทย จึงขอฝากกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาประเด็น ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ ๑ คือการเปิดจดทะเบียนแบบนี้นั้น อย่างที่เรียนว่าในมุมกลับ จะกลายเป็นปัจจัยดึงดูดให้คนต่างด้าวหลั่งไหลเข้าไทยมากขึ้น นําไปสู่ปัญหาแรงงาน เกินความต้องการ ไม่สอดคล้องกับความต้องการบ้าง และจะเป็นการเพิ่มภาระที่เพิ่มขึ้น ในการดูแลบุตรแรงงาน ซึ่งต้องได้รับสิทธิด้านการรักษาพยาบาลและการศึกษา
ประเด็นที่ ๒ การเปิดจดทะเบียนแบบนี้จะเป็นการสร้างภาระเพิ่มขึ้น ของหน่วยงาน ซึ่งท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมก็ได้กล่าวถึงไปบ้างแล้ว เพราะมันจะต้องพูดถึง การมีความพร้อมในแง่ของโครงสร้างอาคาร ของด่านนั้น ๆ จํานวนบุคลากร งบประมาณ และภารกิจรายวันที่มีอยู่แล้ว
ประเด็นที่ ๓ ที่ขอฝากคณะกรรมาธิการไป ก็คือเรื่องของในแง่ของการบริหาร จัดการแรงงานต่างด้าวในระยะยาวนั้น ควรให้ความสําคัญกับการนําเข้าแรงงานต่างด้าว ตามข้อตกลงระหว่างไทยกับประเทศต้นทาง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาจุดอ่อนจากการดําเนินการ ตามข้อตกลง เช่น ค่าใช้จ่ายที่แรงงานต้องรับภาระ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากนายจ้าง ที่ไม่เป็นธรรม ขั้นตอน กระบวนการที่ใช้เวลา ทางออก เช่น การนําเข้าแรงงานในรูปรัฐต่อรัฐ ก็เป็นทางออกอันหนึ่ง
ประเด็นที่ ๔ เกี่ยวกับเรื่องของการเปิดจดทะเบียนแรงงานข้ามชาตินั้น ก็คือ การนําเข้าแรงงานตามจุดผ่านแดนถาวร ควรมีการพิจารณาควบคู่กันไปกับระบบการจ้างงาน ในภาพรวมที่สามารถบริหารและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และตอบสนองต่อ สาขาที่นายจ้างต้องการ
โดยภาพรวมครับท่านประธาน กระผมไม่มีข้อขัดข้องที่จะให้การสนับสนุน ในข้อเสนอนี้ของคณะกรรมาธิการ แต่ก็เห็นว่าจําเป็นที่จะต้องมีการหารือระหว่างหน่วยปฏิบัติ เพื่อพัฒนาแนวคิดเพิ่มเติมต่อไป โดยเฉพาะการผลักดันให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทํางานอย่าง ถูกกฎหมายตามบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน ซึ่งประเทศไทยได้จัดทําแล้วกับประเทศ เวียดนามและประเทศกัมพูชา ส่วนประเทศเมียนมาและประเทศลาวกําลังอยู่ระหว่างการ เจรจาความตกลงฉบับปรับปรุง
ประเด็นที่สอง ที่ผมจะขอให้ข้อคิดเห็นจากข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ก็คือเรื่องของการปรับปรุงกลไกการดําเนินการบริหารจัดการและคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ ในประเด็นนี้นั้นกระผมไม่มีข้อขัดข้องใด ๆ ทั้งสิ้น และเห็นด้วยว่าการปรับปรุงกลไก การบริหารจัดการและคุ้มครองแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการกําหนดยุทธศาสตร์ทั้งระบบจะเป็น ประโยชน์ของประเทศไทยในระยะยาว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และสามารถ ตอบโจทย์ข้อห่วงกังวลด้านสิทธิมนุษยชน และสิทธิแรงงานจากองค์กรต่าง ๆ เช่น ประเด็น ไอยูยู (IUU) รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ซึ่งกระผมเห็นว่าไม่ว่าจะมีการจัดกลุ่ม ประเทศไทยอยู่ในระดับไหน แต่ผมเชื่อว่าการแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการ เป็นสิ่งที่พึงกระทํา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะเป็นสิ่งที่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในต่างประเทศ และส่งผลดี ต่อการยอมรับ มีนิดหนึ่งครับท่านประธาน ในเรื่องของการปรับปรุงกลไกการดําเนินการ สิ่งหนึ่งในฐานะที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องก็คือเรื่องของการที่จะต้องพิจารณาคํานึง เพราะว่า จะต้องผ่านการกลั่นกรองของวิป (Whip) ทั้ง ๓ ฝ่าย ก็คือเรื่องของการพิจารณาในเรื่องของ การจัดตั้งองค์กรใหม่ ต้องขอให้ท่านกรรมาธิการช่วยชี้แจงเพิ่มเติมว่ากลไกที่ว่านี้จะเป็น กลไกใหม่หรือเป็นการควบรวมกับกลไกที่มีอยู่แล้ว
สุดท้ายนะครับท่านประธาน กระผมยินดีแล้วก็ขอสนับสนุนข้อเสนอของ กรรมาธิการทั้ง ๒ เรื่อง แล้วก็ผมพร้อมที่จะสนับสนุนในวาระ ในโอกาสต่าง ๆ ตามเส้นทางที่ ข้อเสนอนี้จะนําไปสู่การพิจารณาในกรอบต่าง ๆ จนกว่าจะมีการขับเคลื่อน ขอบพระคุณครับ