ศิริชัย ไม้งาม หารือปัญหาแรงงานข้ามชาติที่ลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมายซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิทธิมนุษยชน โดยเรียกร้องให้รัฐเร่งควบคุม ตรวจคัดกรอง และป้องกันการทุจริตและค้ามนุษย์ พร้อมเสนอให้มีการปรับระบบจดทะเบียน ตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อบูรณาการการบริหารจัดการอย่างเป็นเอกภาพ และผลักดันแผนปฏิรูปสามระยะที่เน้นการจดทะเบียนที่จุดผ่านแดนถาวร การคุ้มครองแรงงาน และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดการแรงงานต่างด้าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับแผนพัฒนาแห่งชาติ
เราก็คงทราบในเรื่องของสภาพ แล้วก็ ความจําเป็นนะครับ ผมคิดว่ามองในภาพรวมนะครับ วันนี้ถึงแม้ว่าจะมีการเปิดให้มีการ จดทะเบียน แต่เราคงได้เห็นนะครับว่าแรงงานนั้นก็ยังมีการลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดน แล้วก็อีกอันหนึ่งเมื่อแรงงานเข้ามาแล้วส่วนใหญ่ก็คือยังไม่สามารถที่จะเข้าไปจดทะเบียน ไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ แล้วก็กลุ่มอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องเด็กนะครับ ก็เป็นครอบครัวที่ตามมา กับแรงงานข้ามชาตินะครับ แล้วอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของครอบครัวที่เข้ามาอยู่เป็นจํานวนมาก ทําให้ไม่สามารถจะทราบถึงจํานวนนะครับ ในเรื่องนี้นะครับมันย่อมส่งผลกระทบกับ ความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องของ สิทธิมนุษยชนก็ถือว่านี่คือประเทศไทยที่จะอยู่บนความเชื่อมั่นของต่างชาติได้อย่างไร ผลกระทบก็ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจนะครับ วันนี้รัฐบาลเราต้องดูแลแรงงานข้ามชาติ ในเรื่องของสาธารณูปโภคหลายเรื่องเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสภาพความเป็นอยู่ในการ ทํางาน เรื่องของสาธารณสุขก็คงได้ทราบข่าวนะครับว่าแรงงานข้ามชาติเข้ามานั้นบางครั้งก็มี เรื่องของโรคที่เข้ามาด้วย ส่วนใหญ่ก็เป็นโรคร้ายแรงก็ไม่มีการคัดกรอง แล้วเจ้าหน้าที่รัฐเอง บางครั้งก็ไม่ค่อยอยากจะตรวจ บางส่วนนะครับก็ไม่สามารถที่จะตรวจเพื่อหาโรคได้นะครับ ในส่วนของด้านสังคมเราก็ต้องยอมรับครับว่าเมื่อเรื่องแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องที่ ผิดกฎหมาย ก็มีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนก็คือไปเรียกรับเงินหรือในเรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน การไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่นั้นก็ทําให้เป็นช่องทาง แล้วส่วนใหญ่เมื่อเกิดขึ้นมันก็นําไปสู่ ปัญหาการค้ามนุษย์
ผลกระทบอีกด้านหนึ่งก็คือเรื่องของการเมืองและความมั่นคง เพราะว่า แรงงานที่เข้ามานั้นก็ไม่มีข้อมูลส่วนตัวแต่อย่างใด ความมั่นคงเป็นเรื่องที่สําคัญมากที่ทําให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงถึงแม้จะเข้มงวดในการตรวจตราตามแนวชายแดน อย่างไร แต่สุดท้ายก็คือบางครั้งก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้แล้วก็หลายครั้งในการเกิด คดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมายนั้นก็สามารถที่จะหลบหนีแล้วก็ออกไป นอกประเทศได้
ปัญหาอีกอันหนึ่งก็คือแรงงานข้ามชาติเมื่อเข้ามาอยู่ในสังคมในชุมชน บางครั้งก็เกิดการรบกวนกับพี่น้องประชาชนในชุมชน ปัญหาการตกงานครับวันนี้อาจจะ เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของแรงงานข้ามชาติก็คือการลักเล็กขโมยน้อย การทะเลาะวิวาท การดื่มสุรา การรบกวนต่าง ๆ อันนี้ก็คือปัญหาทางสังคม
ผมขออนุญาตที่จะไปในเรื่องของระบบที่จะมีการปรับ ก็ต้องเรียนครับว่า ระบบที่วันนี้กระทรวงแรงงานยังใช้อยู่ก็ยังดําเนินการแต่เราเห็นว่าในเรื่องของระบบใหม่ที่จะ นํามาใช้นั้นเป็นสิ่งที่จําเป็นโดยระบบใหม่นั้นคณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบในการดําเนินการ เพื่อเพิ่มขึ้นมาอีกระบบหนึ่งควบคู่ไปกับระบบเดิม ระบบเดิมนั้นจะมีการเปิดประกาศ เป็นช่วง ๆ ในการที่จะจดทะเบียนแต่สําหรับระบบนี้ก็น่าที่จะมีการเปิดทั้งปี ในความแตกต่าง ในเรื่องของกลุ่มที่จดทะเบียน แต่เดิมก็คือเฉพาะกลุ่มที่เคยมาจดทะเบียนแล้วก็นาน ๆ ที่จะ เปิดครั้งหนึ่งแต่ระบบใหม่จะครอบคลุมกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่กําลังจะเข้ามาทํางานเท่านั้น ที่ประสงค์จะมาทํางานในประเทศไทยและต้องเป็นกลุ่มที่มีบัตรประจําตัวประชาชน หรือเอกสารที่ประเทศต้นทางออกให้นะครับ
ในเรื่องที่ ๓ เพื่อเป็นการป้องกันนายหน้าแล้วก็กระบวนการค้ามนุษย์ และที่สําคัญแรงงานข้ามชาตินั้นก็ไม่ควรที่จะเสียค่าใช้จ่ายนอกระบบ ต้องได้รับการดูแล ได้รับการปฏิบัติด้วยความเป็นธรรม แล้วก็ระบบใหม่นั้นสามารถที่จะป้องกันลดปัญหา ในเรื่องของด้านความมั่นคง ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่อาจจะได้รับอีกอันหนึ่งคือ ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน แรงงานที่นํามาจดทะเบียนนะครับ ที่ผ่านมาก็นําเงินเข้ารัฐ ประมาณ ๔,๕๐๐ กว่าล้านบาท
ทีนี้ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแล้วก็ความมั่นคงที่จะเกิดขึ้น ก็คือรัฐบาลนั้นก็จะได้ ไม่เป็นภาระในเรื่องของงบประมาณเพราะว่ามีการเรียกเก็บจากค่าธรรมเนียม บางครั้งก็ต้อง ไปดูแลในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ในเรื่องของการขนส่ง แต่วันนี้ถ้าเกิด มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในจุดผ่านแดนก็สามารถที่จะช่วยดูในส่วนนี้ได้เพื่อนําเงินไปดู ในเรื่องของการรักษาพยาบาล เรื่องของการศึกษา
เรื่องที่ ๒ ก็คือการคุ้มครองแรงงาน ก็เพื่อที่จะไม่ให้มีการละเมิดในเรื่องของ การจ้างงานแล้วก็สวัสดิการต่าง ๆ ที่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด
เรื่องที่ ๓ ก็คือสามารถที่จะทราบจํานวนของแรงงานข้ามชาติอย่างแท้จริง กลุ่มที่จะลักลอบเข้ามาเมื่อมีขบวนการอย่างนี้ก็จะทําให้ลดลงแล้วอาจจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด สามารถที่จะจัดการกับขบวนการนายหน้าที่จะค้ามนุษย์นะครับ คือแรงงานข้ามชาติที่เข้ามา ผิดกฎหมาย
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการมีส่วนร่วมของชุมชนครับ ที่เราต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาบางครั้งชุมชนก็ปกปิด เมื่อแรงงานเข้ามาอยู่ในชุมชนก็ไม่มีการที่จะแจ้งหรือบอก ปัญหาก็เกิดขึ้น แต่ต่อไปนี้จะมีการที่จะช่วยกันดึงชุมชนให้มามีส่วนร่วมในการที่จะช่วยกัน สอดส่อง ตรวจสอบแรงงานข้ามชาติที่จะมาทํางานในชุมชนหรืออยู่กับชุมชน
จากปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับ การจดทะเบียนทั้งผ่อนผันประมาณ ๒๔ ปีที่ผ่านมา ถึงแม้รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรก็ตาม แรงงานข้ามชาติก็เสียในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจจะสูง ก็ทําให้มีการลักลอบ แล้วอีกอันหนึ่งคือนายจ้างชะล่าใจ ไม่นําแรงงานข้ามชาติไปจดทะเบียน เพราะว่าเห็นว่ารัฐบาลมีการผ่อนผันโดยตลอดหลายครั้ง แล้วก็คิดว่ายังไม่ต้องนําไปจดก็ได้ เดี๋ยวก็ผ่อนผันอีก
อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของศูนย์ขึ้นทะเบียนนั้นบางครั้งอยู่ไกลจากที่ทํางาน ลูกจ้าง แล้วก็เสียเวลาในการเดินทาง ก็ทําให้ไม่มีการไปจด แล้วก็การขึ้นทะเบียนนั้นก็เป็น แค่ช่วงผ่อนผัน ส่วนใหญ่ก็จะประกาศประมาณ ๔ เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงประมาณ เดือนกรกฎาคม ๔ เดือน พอหลังจากนั้นก็ไม่สามารถดําเนินการได้นะครับ อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ เรื่องของแรงงานตามฤดูกาลที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียน แรงงานกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแรงงาน ตามชายแดนที่เข้ามาทํางานรับจ้างตามฤดูกาล ๗ วันบ้าง ๑๕ วันบ้าง แล้วก็แรงงานก็อาศัย ช่วงที่เข้ามาทํางาน บางครั้งก็หลบหนีแล้วก็ทะลักเข้ามาที่ชั้นในกับกรุงเทพมหานคร หรือในพื้นที่ จังหวัดใกล้เคียงที่มีความต้องการแรงงาน แล้วก็ปัญหาอีกอันหนึ่งคือแรงงานนั้นไม่เคยทราบว่า ตัวเองเมื่อมาเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายยังไม่ได้รับการคุ้มครอง ไม่ได้รับการดูแล แต่วันนี้ เขาไม่เคยทราบเลยครับว่าสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ นั้นจะเป็นอย่างไร ในเรื่องนี้ผมคิดว่ารัฐบาล ให้ความสําคัญครับ แล้วก็มีมาตรการออกมา แล้วก็มีนโยบายที่ชัดเจนนะครับ เราเองก็ได้ มีการศึกษาในเรื่องของนโยบายของรัฐบาลในข้อ ๒ นี่ เรื่องของนโยบายความมั่นคงของรัฐ ดูเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ แล้วก็ฉบับที่ ๑๒ นะครับ แล้วก็ วาระปฏิรูปที่มีการนําเสนอในสภาปฏิรูป สปช. เรื่องปฏิรูปแรงงานก็มีการได้นํามาพิจารณา แล้วก็ล่าสุดคือมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เรื่อง การจัดการบริหารแรงงาน ต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๕๙ เราก็พยายามดูข้อมูลเพื่อให้มันสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล
เรื่องของวิธีการปฏิรูป เราได้กําหนดกรอบแล้วก็แนวทางการปฏิรูป ก็คือ ประสานความร่วมมือในการทํางานโดยรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ทราบข้อมูลอย่างแท้จริง แล้วก็มีการระดมในการประชุม แล้วก็นําเสนอ รายงานต่อคณะกรรมาธิการตลอด ในเรื่องของการเชิญกรมการจัดหางานครับ ผมเรียนครับว่า เนื่องจากมันเป็นประเด็นที่เราเองเห็นว่ากรมการจัดหางานรับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นเมื่อ ได้รับฟัง เราก็สามารถที่จะทําให้การทํางานของเรานั้นเดินทางไปในพื้นที่หรือในส่วนที่รับรู้ได้ อย่างถูกต้อง เรื่องการทบทวนเอกสารครับ ทางวิชาการ เรื่องของงานวิจัย แล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนที่คุณสาวิทย์ได้เรียนครับว่า กรรมาธิการเราเป็นการดึงในส่วนของ ผู้นําแรงงาน นักวิชาการ แล้วก็ข้าราชการ แต่เดิมอาจจะมองเห็นว่าพวกเรา ผู้นําแรงงาน ก็เอาแต่ประท้วงเรียกร้อง แต่วันนี้คือมิติครับ นี่คือเรื่องผลประโยชน์ของชาติพวกเราพร้อม ที่จะร่วมกันทํางาน และให้รายงานนี้มีความสมบูรณ์ แล้วก็เกิดความเป็นจริงกับพื้นที่มาก ที่สุดนะครับ
ข้อเสนออีกอันหนึ่งนะครับ ที่เราเองได้นําเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ไม่ว่าจะเป็นสภาเพื่อจะขอความเห็นชอบ อันนี้ก็คือ สิ่งที่เราเองจะรับฟังด้วยความเคารพ และหวังว่าข้อเสนอของทุกท่านนั้นจะทําให้รายงาน ฉบับนี้มีความสมบูรณ์ และเราคิดว่าเรื่องของการติดตามและการประเมินเป็นเรื่องที่จําเป็น เพราะมันเป็นเรื่องที่มันผิดกฎหมายแล้วก็ไม่มีการดําเนินการมาก่อน
ขั้นตอนในเรื่องของการที่จะอนุญาตเข้ามาทํางานแล้วก็การควบคุมแรงงาน ข้ามชาติ แรงงานข้ามชาตินั้นก่อนที่จะมาทํางาน คุณต้องแสดงตัวตนมีเอกสารจากประเทศ ต้นทางในการที่จะมายื่นกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทยก็คือ ตม. โดยที่เมื่อมายื่นเพื่อขอทําบัตรนั้น ทาง ตม. ก็จะมีการได้ตรวจสอบแล้วก็จะบันทึกข้อมูลประวัติต่าง ๆ เมื่อครบถ้วนจะส่งไป ให้กับฝ่ายปกครองเพื่อที่จะได้ออกบัตรประจําตัวที่ว่าการอําเภอในพื้นที่ที่มีการจดทะเบียน หลังจากนั้นก็จะส่งข้อมูลว่าแรงงานข้ามชาติจะมาให้กับแรงงานจังหวัด แรงงานจังหวัดก็จะ ติดต่อกับนายจ้าง จุดนี้ก็เหมือนกับจุดนัดพบแรงงาน นายจ้างต้องการคนงาน ลูกจ้าง ต้องการไปทํางานก็มาเจอกัน หลังจากเห็นชอบ แรงงานจังหวัดก็จะส่งไปที่โรงพยาบาล ณ อําเภอพื้นที่ที่มีจุดผ่านแดนที่จดเพื่อตรวจสุขภาพ ตรวจดูว่ามีโรคหรือเปล่า ถ้ามี โรคร้ายแรงก็ส่งกลับ ถ้าตั้งครรภ์มีบุตรมาก็คงที่จะให้ผ่านไม่ได้ครับ ผมบอกครับปัญหาเด็ก วันนี้ที่บอกว่าเข้ามาอยู่ประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คนจากข้อมูล เมื่อตรวจสุขภาพเสร็จ นายจ้างก็จะรับลูกจ้างนั้นไปทํางาน เราก็ขอให้นายจ้างได้นําลูกจ้างนั้นไปจดทะเบียน ที่ทะเบียนบ้านตัวเองหรือสถานประกอบการภายใน ๗ วันครับ จะได้มีการขึ้นทะเบียน อย่างถูกต้องในการแจ้งเข้า ถ้าเกิดลูกจ้างทํางาน ๔ ปี แต่ทุกปีจะต้องนําลูกจ้างนั้นไปแจ้งว่า ยังมีตัวตนที่ว่าการอําเภอในจุดที่สถานประกอบการหรือนายจ้างอยู่ทุกปี แต่ ๔ ปีเมื่อครบ ลูกจ้างจะกลับก็สามารถที่จะกลับได้โดยไปที่จุดผ่านแดนที่มีการเข้าทางไหนก็ต้องออกทางนั้น ก็คือจุดที่มีการจดทะเบียนตรงไหน คุณก็ไปแสดงตัวตน ถ้าเกิดมีการแจ้งเสร็จคุณก็สามารถ ออกนอกประเทศได้ แต่ถ้าลูกจ้างอยากจะเปลี่ยนงานสามารถเปลี่ยนได้ นายจ้างใหม่ก็ต้อง มารับลูกจ้างนั้นจากนายจ้างเก่า นายจ้างเก่าที่เคยจ้าง วันที่ลูกจ้างหลุดจากมือไปแล้วต้องไป แจ้งออกภายใน ๓ วัน แต่นายจ้างใหม่ก็ต้องไปดําเนินการเหมือนกับที่ผมได้เรียนมาครับ ภายใน ๗ วัน อันนี้คือขั้นตอนและกระบวนการที่เราเห็นว่าน่าที่จะควบคุมในพื้นที่ได้ ลูกจ้าง เมื่อครบ ๔ ปี อยากกลับมาใหม่ก็ไม่มีปัญหาครับ กลับมาได้มาทํางานได้ แต่ข้อมูลที่เราได้ถูก บันทึกไว้มีอย่างครบถ้วนแล้ว อันนี้คือขั้นตอน
อีกเรื่องหนึ่งครับ ก็คือแนวทางในเรื่องของการบริหารจัดการ ก็คือที่ประชุม เราเห็นว่าวันนี้หลายหน่วยงานที่อยู่แล้วก็ขาดความเป็นเอกภาพ ขาดการบูรณาการ จําเป็น ที่จะต้องมีคณะกรรมการระดับชาติครับ เพื่อที่จะได้กําหนดยุทธศาสตร์ชาติในการที่จะดูแล ในเรื่องของการจ้างแรงงานข้ามชาติ โดยเราเสนอนะครับว่าคณะกรรมการระดับชาตินั้น ควรที่จะมีท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย แล้วก็ประกอบไปด้วย รองประธาน คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงแรงงาน ส่วนคณะกรรมการนั้น ประกอบไปด้วยปลัดกระทรวงต่าง ๆ ก็คือปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวง การคลัง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข หลายหน่วยงานนะครับ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ผู้อํานวยการสํานัก งบประมาณ ตัวแทนจากภาคประชาชน จากภาคเอกชน จากภาคประชาสังคม แล้วก็ ภาควิชาการ อํานาจหน้าที่ก็คือกําหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนา แล้วก็มีการบริหารในเรื่อง ของการจัดการแล้วก็คุ้มครองแรงงาน
อีกเรื่องหนึ่งผมคิดว่าวันนี้การนําแรงงานเข้ามาทํางานนั้นเราไม่เคยมีการกําหนด และวางแผนครับ แต่เราเห็นว่าวันนี้ต้องมีความชัดเจนแล้วว่า เราจะวางยุทธศาสตร์ในการ ที่จะจ้างแรงงานข้ามชาติเท่าที่จําเป็นเท่านั้น อันนี้ก็คือสิ่งที่จะช่วยในการบริหารจัดการ แล้วก็ส่งเสริมในการอยู่ร่วมกันของสังคมพหุวัฒนธรรม ในการคุ้มครองดูแลลูกจ้างแรงงาน ข้ามชาตินั้น ในเรื่องของศิลปวัฒนธรรม เรื่องของการคุ้มครองแรงงานสวัสดิการต่าง ๆ ผมคิดว่า นี่คือภาพ ถ้าที่ประชุมลองได้เห็นในช่วงสงกรานต์ ผมเรียนว่านโยบายท่านนายกรัฐมนตรี คือให้ลูกจ้างที่เข้ามาทํางานกลับไปประเพณีสงกรานต์ได้ ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการ เข้าและออก ผมคิดว่า ๓-๔ ประเทศที่อยู่ร่วมกันนั้นมีพหุวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน เรื่องนี้ จะส่งเสริมในเรื่องภาพลักษณ์ ในเรื่องของงบประมาณที่ได้รับจากการจดทะเบียนนั้น เราเห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางครั้งก็ใช้งบประมาณในการที่จะดูแลเรื่องสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน จําเป็นที่จะต้องกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อที่จะสนับสนุนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้นําไปใช้
คราวนี้เรื่องของกําหนดการในการปฏิรูป เราแบ่งเป็น ๓ ระยะครับ ระยะแรก ก็คือเสนอรายงานต่อที่ประชุม สปท. เดือนพฤษภาคม คือวันนี้ละครับ ถ้าเกิด สปท. เห็นชอบ ก็คงที่จะเสนอรายงานฉบับที่สมบูรณ์ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการพิจารณาเห็นชอบ แล้วก็ มีความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ ถ้าเห็นชอบก็เป็นมติ ครม. สปท. ก็คงที่จะดําเนินการ ในช่วงระยะที่ ๓ ในการร่วมมือกับกระทรวงแรงงานเพื่อที่จะนําข้อเสนอที่ ครม. เห็นชอบนั้น ไปดําเนินการ ที่มาของงบประมาณครับ เนื่องจากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการดําเนินการ บริหารจัดการครับ งบประมาณนั้นก็คืออาจจะใช้ในส่วนของสํานักงานบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ที่อาจจะเป็นเหมือนกับเลขานุการในการที่จะช่วยดําเนินการ อันนี้งบประมาณก็จะมีความชัดเจนหลังจากที่มีคณะทํางาน เพื่อมากําหนด ในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้น หน่วยงานหลักก็คงเป็นเรื่องของกระทรวงแรงงาน ต้องประสานความร่วมมือ กับหน่วยงานกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการที่จะรับผิดชอบในเรื่องนี้
ข้อเสนอที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมได้นําเสนอ ก็คือเห็นว่าการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ณ จุดผ่านแดนถาวรเพื่อจัดระเบียบแรงงาน ข้ามชาติเข้าสู่ระบบ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ก็คือสร้างความสมดุลระหว่างความ มั่นคงกับการจ้างงาน ผมเรียนนะครับว่าเราเน้นเรื่องของความมั่นคงกับการจ้างงานเพื่อให้มี ลูกจ้างมาทํางานเพื่อทดแทนคนไทย
เรื่องที่ ๒ คือการติดตามและประสานกระทรวงแรงงาน เพื่อที่จะให้การ ดําเนินงานนั้นเป็นไปด้วยความเหมาะสมแล้วก็มีความเป็นไปได้จริง ต้องเน้นว่า จําเป็นที่ต้อง เป็นไปได้จริง
เรื่องที่ ๓ ก็คือร่วมกับกระทรวงแรงงานในการขับเคลื่อนกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเห็นว่านับจากที่ ครม. มีมติเห็นชอบนั้นก็น่าที่จะดําเนินการได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี ก็คือผลการศึกษาแล้วก็การรายงานของทางคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านระบบแรงงานและระบบคุ้มครองผู้บริโภค ผมเองก็ต้องขอขอบคุณนะครับ แล้วก็พร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติงด้วยความเคารพ เพื่อที่เราจะได้ ไปจัดทํารายงานอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ต้องขอกราบขอบคุณ ทุกท่านครับที่ได้ให้เวลาในการที่นําเสนอ ขอกราบขอบคุณครับท่านประธานครับ