สาวิทย์ ชี้ปัญหาแรงงานต่างด้าว หนุนปฏิรูประบบคุ้มครองเข้าสู่กฎหมาย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๑ · ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

สาวิทย์ แก้วหวาน หารือปัญหาแรงงานต่างด้าวในหลายมิติ ทั้งการขาดแคลนแรงงานจากสังคมผู้สูงอายุ ข้อจำกัดของระบบการศึกษา และความล่าช้าในการขึ้นทะเบียนและการผ่านแดน พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูประบบคุ้มครองแรงงาน การจัดการแรงงานต่างด้าวให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมาย และการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับความต้องการภาคการผลิต ป้องกันปัญหาค้ามนุษย์ และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีนานาชาติ

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม สาวิทย์ แก้วหวาน เป็นอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบแรงงานและระบบคุ้มครองผู้บริโภค ผมอยากจะ นํากราบเรียนสั้น ๆ ด้วยภาพรวมของสถานการณ์เรื่องแรงงานข้ามชาติ

เนื่องจากประเทศไทยได้ประสบปัญหากับการขาดแคลนแรงงาน เนื่องด้วย ในสังคมไทยในปัจจุบันนั้นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนะครับ มีผู้สูงอายุประมาณร่วม ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ในขณะนี้ ในขณะที่กําลังแรงงานที่เข้ามาทดแทนเนื่องด้วยประชากรของไทยนั้นมีอัตราส่วน การเพิ่มที่น้อยมาก แล้วก็ระบบการศึกษาการตอบสนองต่อกระบวนการผลิตทั้งหลายนั้น ไม่ตอบสนองต่อภาคการผลิตที่แท้จริง ทําให้ความต้องการในการใช้แรงงานนั้นมันขาดแคลน ก็เลยมีความจําเป็นที่เจ้าของสถานประกอบการเขาพยายามหาวิธีการแนวทางในการที่จะ ทําให้กระบวนการผลิตนั้นดําเนินการต่อไปได้ ดังนั้นมันก็ก่อให้เกิดกระบวนการการไหลเข้ามา ของแรงงานข้ามชาติในทั่วทุกด้านของประเทศ ซึ่งมีเส้นทางที่ต่อกันระหว่างประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา นะครับ ซึ่งเป็นประเทศหลัก ๆ ที่มีแรงงานข้ามชาติเข้ามา ทํางานในประเทศไทย ทั้งส่วนที่มาโดยถูกต้องตามกฎหมายผ่านจุดผ่านแดน แล้วก็ส่วนที่ ลักลอบเข้ามา ซึ่งในทางแรงงานเขาเรียกว่าจุดช่องผ่านแดนตามปกติ ก็คือมีด่านตรวจคน เข้าเมือง แล้วก็ช่องทางตามธรรมชาติก็คือมีเส้นทางลักลอบข้ามแม่น้ําเข้ามาบ้างนะครับ ผ่านทางหุบเขาอะไรต่าง ๆ เข้ามาบ้าง ฉะนั้นการเข้ามาแบบนี้ก็ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องของ นายหน้าค้ามนุษย์อะไรต่าง ๆ เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นประเด็นปัญหาที่ประเทศไทยต้องถูก นานาชาติเฝ้าจับตาในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศอเมริกากําลังประกาศให้ประเทศไทย อยู่ในเทียร์ ๓ (Tier 3) ซึ่งถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาที่เขากําหนดไว้ แนวโน้มก็จะ ทําให้การผลิตการส่งออกสินค้าของเรามีปัญหา สหภาพยุโรปวันนี้ก็ประกาศไอยูยู (IUU) ให้ใบเหลืองประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ซึ่งแนวโน้มในอนาคตข้างหน้าก็ยังไม่แน่ใจว่าจะ พลิกเปลี่ยนสถานการณ์เป็นการให้ใบแดงหรือเปล่า หรือเงื่อนไขของการค้ามนุษย์อย่างที่ ท่านสมาชิกทั้งหลายก็คงจะทราบกันอยู่แล้ว ดังนั้นการจัดการเรื่องแรงงานข้ามชาติเพื่อให้ เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายและตอบสนองภาคการผลิต แล้วก็เรื่องของความมั่นคง ในประเทศที่หลายฝ่ายมีความกังวล ซึ่งแรงงานข้ามชาติในขณะนี้ที่อยู่ในประเทศไทย ที่มีสถิติจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่จับต้องได้ที่เป็นข้ออ้างแล้วก็หยิบยกมาเป็นเอกสารอ้างอิง โดยเฉลี่ยประมาณ ๓.๘ ล้านคน แต่ว่าเท่าที่ในกระบวนการแรงงานทํางานกันอยู่ในขณะนี้ ประมาณว่าแรงงานข้ามชาติมีมากกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนในขณะนี้ ดังนั้นกระบวนการ ในการที่จะจัดการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติเพื่อเข้าสู่ระบบจึงเป็นปัญหาใหญ่ และผม คิดว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ก็พยายามหาแนวทาง นโยบายในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมาย ออกนโยบาย ออกมติ ครม. กันหลายสิ่งหลายอย่าง ก็แก้ไขสถานการณ์ไปได้ระดับหนึ่ง แต่ว่าสถานการณ์เหล่านั้นก็ใช่ว่าจะนิ่งอยู่กับที่และ ไม่พัฒนาไปต่อ ดังนั้นกระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติจึงเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ ซึ่งในส่วนของคณะทํางานก่อนที่จะมานําเสนอต่อคณะกรรมาธิการหรือสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลาย ก็พยายามดึงภาคส่วน ทั้งส่วนที่ทํางานเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติองค์กรพัฒนา เอกชน กระบวนการของสหภาพแรงงาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของราชการ กระทรวงแรงงานต่าง ๆ เพื่อมาให้ข้อมูล ท้ายที่สุดในข้อเสนอของคณะทํางาน ซึ่งผ่านความ เห็นชอบของคณะอนุกรรมาธิการมาแล้ว ก็มีอยู่ ๓ ส่วนด้วยกัน

ส่วนแรก เขาจะพูดถึงเรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ณ จุดผ่านแดน โดยคนเหล่านั้นเข้ามาแล้วก็จะมีกระบวนการให้ออกใบอนุญาตในการขึ้นทะเบียน และหลังจากนั้นก็มีกระบวนการในการที่จะตรวจสุขภาพ รับการอนุญาตการทํางาน แล้วก็ ส่งต่อไปให้กับเจ้าของสถานประกอบการ เพื่อเข้าสู่ระบบการผลิตต่อไป นั่นคือส่วนที่ ๑ ซึ่งในขณะนี้ที่เรียนยืนยันว่ามีปัญหาอยู่มาก แล้วก็เป็นเรื่องที่สําคัญที่คณะอนุกรรมาธิการ และก็สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้นํามาเป็นประเด็นสําคัญที่จะได้มีการพูดคุย ซึ่งท่านศิริชัยจะได้นําเสนอต่อไป นั่นเป็นปัญหาใหญ่ เป็นรายละเอียดที่อยากจะกราบเรียน ทุกท่านว่ามันมีความจําเป็น มีความสําคัญเป็นอย่างมาก

ส่วนที่ ๒ ที่คณะอนุกรรมาธิการได้มีการพูดถึงกันก็คือว่า เมื่อแรงงาน ข้ามมาแล้วผ่านจุดผ่านแดนเข้ามาแล้วจะอยู่อย่างไร ไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และไม่ให้เกิดปัญหานานาสารพัดที่ทําให้เกิดเป็นปัญหาที่นานาชาติ ทําให้เราเสียโอกาส สูญเสียศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็การเมืองในเวทีนานาชาตินะครับ ก็คุยกันถึง เรื่องของกระบวนการในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าถึงสิทธิก็ดี เรื่องของ ระบบสุขภาพก็ดี เรื่องของประกันสังคมก็ดี เรื่องของผู้ติดตามก็ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็มีอยู่ ๒ ส่วน นะครับ

ส่วนที่ ๓ ที่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ๆ เราคิดว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ จดทะเบียนแรงงานข้ามชาติและจุดผ่านแดน รวมถึงในอนาคตข้างหน้า รวมทั้งเรื่อง เมื่อแรงงานข้ามชาติเข้ามาสู่ประเทศไทยแล้วจะมีกระบวนการจัดการอย่างไร ซึ่งในระยะยาว แน่นอนครับทางคณะทํางานและอนุกรรมาธิการก็มองเห็นว่าการใช้แรงงานข้ามชาติจากวันนี้ จนถึงวันหน้าเมื่อดูแนวโน้มสถานการณ์ กําลังแรงงานของประเทศไทยแล้วที่กําลังก้าวสู่ สังคมผู้สูงอายุแล้วกําลังนําแรงงานต่างชาติเข้ามาทดแทนนะครับ จึงเป็นเรื่องจําเป็น ที่จําเป็นต้องมีคณะกรรมการชุดใหญ่นะครับ ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับชาติเข้ามาบริหาร จัดการทั้งระบบเพื่อมองถึงว่าแรงงานอุตสาหกรรมก็ดี ภาคเกษตรกรรมก็ดีหรือภาคบริการ ต่าง ๆ ก็ดียังมีความต้องการใช้แรงงานข้ามชาติเท่าไร เรามีขาดแคลนแรงงานเท่าไร ในประเทศไทย ดังนั้นกระบวนการในการจัดการทั้งหมดจะได้ลงตัวกัน ไม่ใช่วันนี้ก็ไม่มีใคร ทราบว่ากระทรวงภาคเกษตรต้องการแรงงานข้ามชาติเท่าไร ภาคอุตสาหกรรมต้องการ แรงงานข้ามชาติเท่าไรเข้ามาทดแทน กลายเป็นว่าเป็นการไหลทะลักเข้ามา แล้วก็ขาดการ ควบคุมในอนาคตข้างหน้า ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า ดังนั้น การก่อตั้งการเกิดขึ้นของคณะกรรมการระดับชาติกําหนดทางยุทธศาสตร์ เรื่องกระบวนการ บริหารการจัดการแรงงานข้ามชาติจึงเป็นประเด็นที่เป็นข้อเสนอของคณะทํางานผ่าน อนุกรรมาธิการที่ได้รับความเห็นชอบไปแล้วนะครับ อันนั้นโดยภาพรวมที่ผมนํากราบเรียน ที่ประชุมแห่งนี้เพื่อได้รับทราบประเด็นปัญหา แล้วก็แนวทางในการที่จะแก้ไข รวมทั้งความ เร่งด่วนของปัญหาที่จะขอรับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย เพราะว่า ตอนนี้ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาของประเทศ ปัญหาความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็การเมือง ปัญหาความไว้วางใจในนานาชาติด้วย ซึ่งเป็นความจําเป็นเร่งด่วน ซึ่งทาง รัฐบาลเองก็มีความพยายามในการที่จะแก้ไขปัญหา แต่ว่าถ้าขาดซึ่งความร่วมไม้ร่วมมือจาก ภาคส่วนต่าง ๆ แล้ว ผมเชื่อว่านโยบายเหล่านี้ก็จะไม่สามารถที่จะเดินหน้าไปได้ จะก่อให้เกิด ปัญหาอุปสรรคนานัปการ ดังนั้นกระบวนการในการปฏิรูปประเทศเรื่องกําลังแรงงานนั้น จึงเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะประเด็นเฉพาะหน้านี้เรื่องการขึ้นทะเบียน แรงงานข้ามชาติเพื่อที่จะเอารายงานที่อยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เข้าสู่กระบวนการอย่าง ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านการเมือง เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านสังคม จึงเป็นเรื่องจําเป็นเร่งด่วนที่อยากจะขอรับการ สนับสนุนจากสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ผมเองในฐานะหนึ่งที่เป็นผู้นําในกระบวนการ แรงงานได้ประสบพบเห็นปัญหานานัปการก็พยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเท่าที่ สามารถทําได้ แต่ถ้าหากว่าสภาแห่งนี้เห็นความสําคัญแล้วมีมติในการที่จะสนับสนุนส่งต่อไป ถึงทางรัฐบาลทําให้กระบวนการการแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะนําไปสู่ความสะดวกลื่นไหลในการ บริหารการจัดการ และท้ายที่สุดก็จะเกิดผลประโยชน์แก่ประเทศชาติโดยรวมต่อไป กราบขอบพระคุณครับ