คุรุจิต นาครทรรพ หารือปัญหาอุบัติเหตุจราจรที่รุนแรงและซ้ำซากในประเทศไทย พร้อมเสนอให้มีการเร่งสร้างวินัยจราจร ปรับปรุงระบบความปลอดภัยบนท้องถนน และสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ กระผมไม่ได้ร่วมลงชื่อในญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน แต่กระผมสนับสนุนผู้ที่ได้ยื่นญัตตินี้ ท่านประธานครับ ปัญหาอุบัติภัย การสูญเสียชีวิต ปัญหารถยนต์ รถจักรยานยนต์ต้องพังทลาย อย่างที่เราเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน และทรัพย์สินอื่น ๆ ของผู้เกี่ยวข้องต้องเสียหาย เป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมไทยทราบกันดีอยู่ แล้วก็ทุก ๆ ปีในช่วงเทศกาล วันหยุดปีใหม่ก็ดี หรือวันหยุดสงกรานต์ก็ดี เราก็ต้องมานั่งลุ้นคอยฟังข่าวว่าวันหยุดยาวปีนี้จะมีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น หรือลดลงจากปีก่อนอย่างไร จะมีคนตายกี่คน จะตายแบบไหน มอเตอร์ไซค์ชนหรือคว่ําตาย หรือรถบรรทุกข้ามทางรถไฟแล้วรถไฟชนตาย หรือว่ารถทัวร์ตกเหวเพราะเบรกแตก หรือ อะไรต่าง ๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ําซากอยู่ทุกปีตลอดเวลา เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็ต้องมีการสูญเสีย ซึ่งนอกจากจะเสียชีวิตก็หมายถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็ต้องสูญเสีย ก็ยังสูญเสียรายได้ของ ครอบครัว สูญเสียชีวิตที่สามารถจะมีคุณภาพชีวิตต่อเนื่องออกไปได้อีกยาวนาน ถ้าบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพก็ต้องสูญเสียความสุข ไม่มีอิสระเสรีภาพเหมือนเดิมที่ผ่านมา ต้องสูญเสีย เงินทองในการรักษาพยาบาล แล้วก็สูญเสียทรัพย์สินจากรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ที่เสียหาย เมื่อเช้านี้ก่อนผมออกมาจากบ้านก็ได้ดูทีวี (TV) ข่าวช่อง ๕ ก็มีโฆษณาเพื่อสังคมของเอกชน รายหนึ่ง เขาก็บอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ ๒ ของโลก จริงหรือเปล่า ผมก็ไปเช็ก (Check) ข้อมูลมาอย่างรวดเร็ว ก็จริงอย่างที่ท่านนิกรว่า แต่อาจจะสูงกว่าที่ท่านนิกรกําหนดอีกว่าเราเป็นอันดับที่ ๒ ของโลก แล้วก็มีอัตราการตาย ๔๔ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน เป็นรองจากใครรู้ไหมครับ เป็นรองจากประเทศ นามิเบีย แล้วก็นําหน้าที่ ๓ คือประเทศอิหร่าน ที่ ๔ คือประเทศซูดาน ก็ไม่น่าจะเป็นเกียรติ ที่ประเทศไทยควรจะได้รับเกียรตินั้น ในเรื่องของมีสถิติอุบัติเหตุเยอะ ๆ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือการที่ เรามีอุบัติเหตุเยอะ มีคนตายเยอะ มีการสูญเสียทรัพย์สินเยอะเป็นหมื่น เป็นพันล้านสะสมมานี่ จริง ๆ แล้วคนตายจากอุบัติเหตุตายปีหนึ่ง ๆ ตายมากกว่าสงครามย่อย ๆ ในบางประเทศ หรือตายมากกว่าคนตายจากแผ่นดินไหวที่เกาะคิวชูที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเร็ว ๆ นี้เสียอีก แล้วโฆษณาเมื่อเช้านี้เขาก็เลยเรียกร้องให้ผู้ชมโฆษณา บอกว่าต้องปฏิบัติดังนี้คือ เรียก ลด งด คาด ถามว่า เรียก ลด งด คาดอะไร ก็เรียกแท็กซี่เมื่อเมาอย่าขับ ลดความเร็วอย่าซิ่ง อย่าขับเกินความเร็วที่กําหนด งดใช้มือถือขณะขับรถ แล้วก็คาดเข็มขัดนิรภัย อันนี้ก็เป็นเรื่อง ที่ดี ก็ควรจะสนับสนุน แต่คงทําแค่นั้นไม่พอ ท่านประธานครับ ท่านทราบหรือเปล่าครับว่า ประเทศไทยนอกจากมีอุบัติเหตุมากเป็นที่ ๒ ของโลกแล้ว เรายังมีรถยนต์มากต่อประชากร ก็ถือว่ามากอยู่นะครับ เป็นที่เท่าไรของโลกผมก็ไม่ทราบ แต่จากที่ผมไปค้นมา ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๙ สถิติการจดทะเบียนรถยนต์ทุกชนิด ของประเทศไทย เรามียานยนต์อยู่บนท้องถนน ๓๖.๙ ล้านคัน ถ้าเราคิดว่าเรามีประชากรอยู่ ๗๐ ล้านคน คือรวมจากคนต่างด้าวที่มาทํางานในประเทศเราด้วย ก็เท่ากับว่ามีรถ ๑ คัน ต่อประชากร ๒ คน มันก็ไม่น่าประหลาดใจว่าถ้าเราขับรถเยอะขนาดนี้แล้วไม่มีกฎจราจร ไม่มีวินัยจราจรมันถึงได้เกิดอุบัติเหตุกันมากขนาดนี้นะครับ แต่ก็อยากจะเรียนลึกลงไปว่า ๓๖ ล้านคันนี้ ๗ ล้านคันเป็นรถเก๋ง รถนั่งส่วนบุคคล ๒๐-๒๑ ล้านคันเป็นรถมอเตอร์ไซค์ หรือรถจักรยานยนต์ แล้วก็เป็นรถบรรทุกเล็ก พิกอัป (Pickup) หรือรถตู้ส่วนบุคคล อีก ๖.๑ ล้านคัน ที่เหลือก็เป็นรถสาธารณะ รถแท็กซี่ รถเมล์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือรถที่ ไม่ได้ใช้งานแต่ยังจดทะเบียนอยู่ เมื่อปริมาณรถมากขนาดนี้แล้วเราไม่เคร่งครัดในกฎ หรือวินัยจราจร อุบัติเหตุ ก็ไม่น่าประหลาดใจว่ามันจะมีมากอย่างที่เราเห็น กระผม เคยทํางานอยู่ในประเทศมาเลเซียเป็นเวลาพอสมควรนะครับ คนมาเลเซียเขาก็นิยมขับรถ ขึ้นมาเที่ยวในช่วงวันหยุดที่เมืองไทยที่หาดใหญ่ เพื่อนผมคนหนึ่งเขาก็มาถามว่าเมืองไทย ไม่มีสปีดลิมิต (Speed Limit) หรือ เพราะในประเทศมาเลเซียมีตํารวจจ้องจับอยู่ แต่ว่า พอเข้ามาในเมืองไทยแล้วขับตามสบาย ผมบอกมี แต่อาจจะไม่มีคนมาคอยตรวจเท่าที่ควร หรือเรานั่งแท็กซี่ในสิงคโปร์ เวลาไปที่สิงคโปร์ ถนนก็ว่าง ถามว่าแท็กซี่ทําไมไม่เร็วหน่อย เขาบอกเร็วไม่ได้เดี๋ยวตํารวจจับเพราะมีกล้องจับเต็มไปหมดนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ปัญหาหลักของประเทศในเรื่องอุบัติเหตุการจราจรปัญหาใหญ่อันหนึ่งก็คือเราไม่มีวินัยจราจร เราไม่มีความตระหนักเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ใบขับขี่ของเราก็ออกง่าย สอบใบขับขี่ ในกรุงเทพฯ ไม่ผ่านไม่เป็นไร เดี๋ยวไปสอบต่างจังหวัดก็ได้ ผ่านเร็วดี เราก็ไม่คํานึงเลยว่าเราออก ใบขับขี่ให้คนที่ไม่มีวุฒิภาวะหรือสติสัมปชัญญะเพียงพอในการขับรถ เป็นใบอนุญาตให้ไปทําร้าย คนอื่นบนท้องถนน ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเหตุที่เรามีอุบัติเหตุสูง ความรุนแรงสูง นําไปสู่การเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมายในแต่ละปีไม่ใช่เพราะว่าเราขาดกฎหมาย มีกฎหมาย ไม่เพียงพอ หรือขาดตํารวจ มีตํารวจไม่เพียงพอ หรือมีกฎจราจรไม่เพียงพอนะครับ แต่เรา ไม่เคารพกฎหมาย เราไม่มีความเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎจราจร แล้วเราก็ไม่มีการ เอนฟอร์ซ (Enforce) หรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง คนขาดจิตสํานึก ขาดวินัยจราจร นะครับ คํากล่าวอันหนึ่งที่มักจะพูดกันก็คือคนขับรถไม่กลัวกฎหมายแต่กลัวตํารวจ ทุกท่าน เชื่อเลยนะครับ จะเห็นตัวอย่างของการขับรถที่ไม่เคารพกฎจราจรอยู่เป็นประจําทุกวัน ตอนเช้าที่สี่แยกติดไฟแดง พอไม่มีตํารวจก็ฝ่าไฟแดงสักหน่อยเพราะเห็นไม่มีรถ กลางวัน กลางคืน ทั้งกลางวัน กลางคืน มอเตอร์ไซค์ขับสวนเลนขึ้นมา ขับย้อนศร มีรถแซงซ้ายเวลารถติด แซงขวารถติดในทางร่วมทางแยกเพื่อจะรีบไปก่อน เราปฏิบัติตามกฎจราจรก็นึกอยู่ในใจ ทําไมไม่มีใครไปจับ หรือบางทีขับรถอยู่ดี ๆ มีคนอารมณ์ร้อนควักปืนมาขู่ ลดกระจกแล้วมา ไล่ยิงกันก็มีข่าวให้เห็นเป็นประจํา เขียนใบสั่งก็ไม่กลัว มีเพื่อนเป็นตํารวจ เดี๋ยวไปเคลียร์ (Clear) ให้ ผมก็มีเพื่อนเป็นตํารวจแล้วก็บอกผมว่าที่มาให้ผมเคลียร์ (Clear) ให้นี่ผมต้องไป จ่ายแทนนะครับเพราะว่าจริง ๆ ตํารวจเขาก็ไม่เคลียร์ (Clear) ให้ก็ต้องไปจ่าย แต่เกรงใจ เพื่อนก็เลยรับใบสั่งไปเคลียร์ (Clear) ให้แทน แต่ควักกระเป๋าออกให้เพื่อน เพราะฉะนั้นผมก็ อยากจะฝากท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมาในชุดนี้ว่าทางเลือกของท่าน ทางออกของ ท่านที่ออกมาคงไม่ใช่มาออกกฎหมายเพิ่ม หรือบอกว่าตํารวจไม่เพียงพอ ขอจ้างตํารวจเพิ่ม แต่ทางออกคือทํากฎหมายให้เป็นกฎหมาย และที่สําคัญผู้ที่บังคับใช้กฎหมายคือตํารวจจราจร ก็ต้องให้กําลังใจเขา ให้เขาทํางานเต็มที่ มีขวัญกําลังใจ ไม่ใช่ทําถูกต้องตามหน้าที่ แล้วก็มีเส้นใหญ่มาแล้วมาตําหนิเขา สั่งย้ายเขา หรือบางทีตัดทางก้าวหน้าเขา เขาควรจะได้ก้าวหน้าในท้องที่เขา ก็มีคนอื่นมาตัดหน้า เอาตําแหน่งไปเสียก่อนอย่างนี้งานการจราจรก็จะไม่คืบหน้านะครับ ทางแก้ที่ท่านนิกร นําเสนอนี้ก็พูดถึงเรื่องปรับโครงสร้างกรรมการ ศูนย์อํานวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. แล้วก็มีแผนปฏิรูปแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙ เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันการสูญเสีย การเสียชีวิตและการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม อันนี้ไม่มีใครไม่เห็นด้วยอยู่แล้วนะครับ แต่แผนที่ดีนี้ คงไม่เพียงพอนะครับ มันต้องมีการอิมพลีเมนต์ (Implement) แผน นําแผนไปปฏิบัติ อย่างจริงจังด้วยนะครับ ผมสนับสนุนความพยายามที่จะนําปัญหานี้มาวิเคราะห์ถกแถลง หาทางออก แต่ผมจะไม่สนับสนุนถ้าออกมาว่าขอออกกฎหมายเพิ่ม ขอตั้งหน่วยงานเพิ่ม หรือขอจ้างคนเพิ่ม เพราะปัญหาหลักไม่ใช่เราไม่มีกฎหมาย ไม่ใช่เราไม่มีหน่วยงาน ไม่ใช่เรา ไม่มีกําลังคนเพียงพอ แต่คนไทยทุกคนไม่มีความตระหนักและไม่มีวินัยทางจราจร และไม่มีการบังคับใช้กฎจราจรอย่างจริงจัง ขอบคุณครับ