วลัยรัตน์ เปิดวงหารือภาษีน้ำตาล เสนอเก็บสนับสุขภาพยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๙

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ แจ้งผลการลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดินและเสนอแนวทางปรับปรุงก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา พร้อมเปิดประเด็นการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มมีน้ำตาลเพื่อส่งเสริมสุขภาพประชาชน โดยนำเสนอข้อมูลผ่านการพรีเซนเทชันและเสนอให้ใช้รายได้จากการเก็บภาษีสนับสนุนระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยนะคะ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๑๗๑ ท่าน ครบองค์ประชุม นะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง ธนาคารที่ดิน และร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดินหรือไม่นะคะ

(นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะคะ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ เรียบร้อยนะคะเจ้าหน้าที่แสดงผล ด้วยค่ะ ผลของการลงคะแนนนะคะ จํานวนผู้เข้าร่วมประชุม ๑๗๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีค่ะ

ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เรื่อง ธนาคารที่ดินและร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดิน พ.ศ. .... แล้ว ซึ่งกรรมาธิการจะได้นําความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง ก่อนที่จะส่งรายงานและร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไป ขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการและท่านประธานกรรมาธิการด้วย ขอบพระคุณค่ะ จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ แล้วนะคะ

ต่อไปเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๓.๒ เรื่อง รายงานของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จํานวน ๒ เรื่องนะคะ

เรื่องที่ ๑ การป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านอาหารและ โภชนาการ ในประเด็นการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ําตาลเกินเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพ

เรื่องที่ ๒ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินช่วงก่อนถึงโรงพยาบาล การปฏิรูปพฤติกรรมสุขภาพต่าง ๆ รวมทั้งการจัดตั้งการบริหารจัดการในเรื่องการสร้าง เสริมสุขภาพ ในด้านของการเงินการคลังก็ได้นําเสนอในเรื่องของความจําเป็นที่จะต้องปฏิรูป การเงินการคลังด้านสุขภาพของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยการที่ทําให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการที่จะช่วยเหลือในเรื่องของการเงินการคลังของระบบสุขภาพและการเติมเงินเข้าสู่ ระบบ ใน ๒ ประการนี้คือการปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและความจําเป็น ของระบบการเงินการคลังในการที่จะปฏิรูปการเติมเงินเข้าสู่ระบบนั้น ได้นํามาสู่ข้อเสนอที่เป็น รูปธรรมในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปการสาธารณสุขได้เห็น ความจําเป็นเร่งด่วนในเรื่องของการดําเนินการป้องกันและควบคุมปัจจัยที่เสี่ยงต่อสุขภาพ และคิดว่าจะทําให้ดําเนินการได้อย่างยั่งยืนและเพียงพอ ก็คือโดยเฉพาะการเสนอการขับเคลื่อน โดยการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ําตาลในระดับที่เป็นภัยต่อสุขภาพ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย จากโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง ขอเรียนว่าเครื่องดื่มที่มีน้ําตาลนั้น น้ําตาลเป็นส่วนประกอบของ อาหารและเครื่องดื่ม ถ้าหากว่าบริโภคมากเกินไปก็จะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่น เป็นโรคฟันผุ โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจหลอดเลือดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นองค์การอนามัยโลก จึงได้ให้คําแนะนําว่าบุคคลไม่ควรบริโภคน้ําตาลเกิน ๕๐ กรัมต่อวัน หรือประมาณ ๑๒ ช้อนชา ต่อวัน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกิดจากน้ําตาล เช่น โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด ดังกล่าวมาแล้ว หรือควรบริโภคในปริมาณไม่เกิน ๒๕ กรัมต่อวัน คือ ๖ ช้อนชา ต่อวันเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงเลย จากข้อมูลในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ พบว่าคนไทยบริโภค น้ําตาลประมาณโดยเฉลี่ย ๑๐๐ กรัมต่อคนต่อวัน ซึ่งเกินมาตรฐานทางด้านสุขภาพที่ได้กําหนดไว้ แล้วเครื่องดื่มที่มีน้ําตาลถูกจัดว่าเป็นอาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เหมาะสม ถึงแม้ว่าจะมีความจําเป็นในด้านของโภชนาการ แต่การบริโภคเกินควรนั้นไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าละลายในเครื่องดื่ม เพราะว่า ปริมาณน้ําตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้พลังงานร่างกายเป็นจํานวนมาก แต่ไม่ได้ให้ สารอาหารที่จําเป็นอื่น ๆ หรือให้น้อยมากในแง่ของการก่อเกิดโรคนั้น ก็มีหลักฐานที่ชัดเจน ทางด้านวิชาการอยู่แล้ว ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกได้มีมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดการบริโภค เครื่องดื่มที่มีน้ําตาล ที่จัดว่าเอฟเฟกทิฟ (Effective) ก็คือการห้ามการจําหน่ายในโรงเรียน การควบคุมการโฆษณาที่มุ่งเป้าไปยังเด็ก และการจัดเก็บภาษี จากข้อมูลการศึกษาในประเทศไทย พบว่าคนไทยนิยมบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ําตาลเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะนี้เราเป็นอันดับที่ ๙ รองจากประเทศสหรัฐอเมริกา ใน ๕๒ ประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกาบริโภคมากที่สุด ประเทศไทยเป็นอันดับที่ ๙ เป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้คนไทยบริโภคน้ําตาลมากเกิน ความจําเป็น โดยเครื่องดื่มที่มีน้ําตาลสําเร็จรูปที่จําหน่ายในประเทศไทยมีปริมาณน้ําตาลอยู่ สูงมาก อยู่ในช่วงประมาณ ๙ ถึง ๑๙ กรัมต่อ ๑๐๐ ซีซี (CC) ในขณะที่ค่าที่เหมาะสมก็คือ เครื่องดื่มไม่ควรมีน้ําตาลมากกว่า ๖ กรัมต่อ ๑๐๐ ซีซี (CC) เพราะจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงของ โรคอ้วนและโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง เพราะฉะนั้นในคอนเซปชวลเฟรมเวิร์ก (Conceptual Framework) ของการปฏิรูปในคราวนี้ก็คือการที่แสดงให้เห็นว่าเราสามารถที่จะสร้างเสริม สุขภาพไปด้วย แล้วก็ดําเนินการให้มีการเติมเงินเข้าสู่ระบบสุขภาพได้ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ ขอสไลด์ (Slide) เลยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))