เลิศรัตน์ รัตนวานิช สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แต่แสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ. โดยเฉพาะในเรื่องค่าตอบแทนของคณะกรรมการที่ควรเทียบเคียงกับสถาบันการเงิน และการกำหนดโทษทางอาญาที่รุนแรงเกินไป พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเพียงพอของงบประมาณสนับสนุนจากรัฐที่อาจจัดสรรเพียงปีละ 2,000 ล้านบาท จากวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ขณะเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาทุจริตของเจ้าหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์นายทุนและย้ำความสำคัญของโครงสร้างองค์กรที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสในการอภิปรายเรื่องการจัดตั้งธนาคารที่ดิน ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่อง ที่มีความสําคัญยิ่ง ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจที่ได้มุ่งมั่นในการผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งท่านประธานสถิตย์ ท่านอาจารย์สมชัย แล้วก็ท่านกอบศักดิ์ ซึ่งท่านกอบศักดิ์เป็นนายธนาคารด้านพาณิชย์ มืออาชีพนะครับ แต่วันนี้ได้ทุ่มเทให้กับการที่จะจัดตั้งธนาคารเพื่อคนจน ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม อย่างยิ่งที่นักการธนาคารที่มุ่งจะหารายได้จากประชาชน แต่วันนี้มาทํางานเพื่อคนจน แน่นอนครับ ธนาคารที่ดินเป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะจัดตั้ง เป็นเรื่องที่จะต้องมีปัญหามีอุปสรรค ในการจัดตั้ง แล้วก็ในการดําเนินการในอนาคตเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีผมก็ขอสนับสนุน รายงานที่กรรมาธิการได้จัดทําขึ้น ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดินที่ได้ ยกร่างขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็คิดว่าได้ปรับปรุงอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ ก็คงจะมีการปรับเปลี่ยนบ้าง ในบางเรื่องบางราว เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้ว พวกเราจะได้ข่าวที่น่าตระหนกน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง ก็คือการที่มีข่าวว่ามีเศรษฐีน้ํามันจากประเทศที่ส่งออกน้ํามันเป็นหลักได้เข้ามากว้านซื้อ ที่นาในประเทศของเราทางภาคกลาง เพื่อที่จะนําไปให้ชาวนาของไทยเช่าทํากิน แน่นอนครับ ถ้าเราคิดถึงการไล่กว้านซื้อที่นาในประเทศไทย สําหรับประเทศที่เขามีทรัพยากรน้ํามัน ทรัพยากรแก๊สธรรมชาติอย่างนั้น แทบจะเรียกว่าเป็นเศษเงินของเขาเลยที่จะสามารถ ดําเนินการได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อันตรายและเรื่องที่เหมือนกับการเสียเอกราชทางที่ดินของ ประเทศแทบจะว่าได้ เพราะฉะนั้นความพยายามในการที่จะช่วยเหลือให้ชาวไร่ชาวนา เกษตรกรยังคงรักษาที่นาที่ทํากินไว้ได้ จึงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม น่าสนับสนุนในทุกมิติ ผมดูในรายงานนะครับ จะขออนุญาตคอมเมนต์ (Comment) สัก ๕-๖ ประเด็น ที่ทาง ท่านกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงให้เราได้รับทราบรับฟัง อย่างเช่น ถ้าพูดถึงปัญหาสําคัญ ๆ เกี่ยวกับที่ดิน ๕ ปัญหา ตั้งแต่ปัญหาที่ดินหลุดมือ จนถึงปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า แต่ผมคิด ว่าปัญหาอันหนึ่งที่ท่านไม่ได้เขียนไว้ แล้วท่านตระหนักดีก็คือปัญหาของเจ้าหน้าที่ ปัญหา ของคน ซึ่งไม่ซื่อตรง ไม่ซื่อสัตย์ แล้วก็ไม่ตรงไปตรงมา ที่สําคัญคือเอื้อประโยชน์ต่อนายทุน แล้วก็อาจจะรวมถึงการรับอามิสสินจ้าง อันนี้เป็นปัญหาที่สําคัญในเรื่องของการดําเนินการ ที่เกี่ยวกับที่ดินในบ้านเราในทุกมิติ ไม่ใช่เฉพาะที่ดินที่จะสูญเสียจากชาวไร่ชาวนา เราดู ตัวเลขที่กรรมาธิการได้เสนอว่าเกษตรกร ๗๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีความมั่นคงทางด้านที่ดินทํากิน เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก ร้อยละ ๗๒ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ปัญหาการที่ที่ดินหลุดมือ ที่กรรมาธิการได้นําเสนอนั้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินในเขตชลประทาน อะไรต่าง ๆ ล้วนแต่มาจากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่ง ผมก็คงไม่พูดถึงเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด เรามีข้าราชการและมีเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานองค์กรของรัฐหลายล้านคน ส่วนหนึ่งก็มี ความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ส่วนหนึ่งก็คิดว่าการที่เขาทํานั้นมันเป็นเรื่องปกติ เป็นวัฒนธรรม ซึ่งเราต้องลงไปแก้ไขในสิ่งเหล่านี้ด้วย เราถึงจะแก้ไขปัญหาที่ดินหลุดมือ ของชาวไร่ชาวนาได้ เพราะการเลือกประโยชน์ของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ และเป็นเรื่องที่ทําให้เกิดปัญหาดังที่กรรมาธิการได้รายงาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในระดับพื้นที่ ระดับปฏิบัติ ผมมาดูโครงสร้างธนาคารที่ดิน ที่ทางกรรมาธิการนําเสนอนั้น โครงสร้าง หรือออแกไนเซชัน (Organization) ของธนาคารที่ดินเป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง แล้วจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าจะประสบความสําเร็จหรือไม่ เรามีธนาคารเฉพาะกิจหลายธนาคาร ในประเทศเราที่ได้จัดตั้งขึ้น บางธนาคารก็เป็นภาระเป็นลูกที่ต้องพึ่งพ่อพึ่งแม่ไปจนตลอด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง แน่นอนครับ ถ้าเราจะช่วยเหลือคนจน ซึ่งเป็น ประชากรหลักของประเทศหลายสิบล้านคน เราจะไม่เสียสตางค์เลยมันก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่เราจะเสียอย่างไรที่มันเกิดประโยชน์และมีความเป็นธรรมพอสมควร เพราะฉะนั้น ความเป็นธรรมนี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นการที่เราจะมี ธนาคารที่ดินท่านบอกว่ามีเฉพาะสํานักงานใหญ่ ไม่มีสาขาเลย ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเราจะไปพึ่ง แขนขาของหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ธ.ก.ส. พอช. ต่าง ๆ สหกรณ์ เราได้ยินคําว่า สหกรณ์ บางทีเราก็สะดุ้งเสียวสันหลังแล้ว มีการโกงการกินกัน ไม่ใช่เป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่นล้านบาท โครงสร้างของการทํางานของธนาคารที่ดิน สิ่งที่สําคัญคือการประเมิน การใช้ดุลยพินิจในการ ที่จะให้กู้หรือไม่ให้กู้เท่าไร อย่างไร ในเรื่องของดุลยพินิจเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าไม่มีและถ้าเป็น หน่วยงานของรัฐทํามักจะยากที่จะเป็นไปโดยความเป็นธรรม เป็นไปอย่างยุติธรรม หรือ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผมจึงมีความเป็นห่วงในเรื่องโครงสร้างว่าถ้าเราใช้คนน้อย ๆ ผมได้มีโอกาสหารือกับท่านกอบศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านบอกใช้คนไม่เกิน ๑๐๐ คน ผมสนับสนุนเลยครับ ผมคิดว่าเรารีบออกกฎหมายจัดตั้งธนาคารที่ดินเลย ใช้คนไม่ถึง ๑๐๐ คน ปีหนึ่งเป็นเงินเดือนก็คงไม่กี่สิบล้านบาท มันจะทําได้ไหม มันจะเป็นความฝันไหม ว่าเราจะ ใช้คนไม่ถึง ๑๐๐ คนที่จะจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อมาดูแลเกษตรกร เพื่อมาให้ใน ๕ ปีนี้ช่วยคน ได้ ๑๐๐,๐๐๐ ราย ใน ๑๐ ปีช่วยคนได้ ๓๐๐,๐๐๐ ราย เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่องที่มี ความสําคัญยิ่ง เรื่องของการจัดองค์กร แล้วเรื่องของการเชื่อมโยงกับภาคีต่าง ๆ ท่านพูดถึงการบริหารความเสี่ยงใน ๔ มิติก็เป็นเรื่องที่มีความสลับซับซ้อน และบางอันก็ต้องใช้ ทรัพยากรหลายด้าน ใช้เงินจํานวนมาก เช่น การสร้างความเชี่ยวชาญด้านที่ดิน สร้างให้กับใคร สร้างให้กับคน ๑๐๐ คนนี้ หรือสร้างให้กับเครือข่ายต่าง ๆ ซึ่งเขาก็มีภาระหน้าที่ของเขา อยู่แล้ว การมีฐานข้อมูลที่ดินครบวงจร ถ้าทําได้ก็คงจะประเสริฐเลิศเลอครับ ก็เหมือนกับ ความฝันที่จะให้มีแผนที่ฉบับเดียวใช้กับที่ดินพื้นที่ของทั้งประเทศของเราที่เรากําลังพยายาม จะทําอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นรายละเอียดที่มีความสําคัญยิ่งที่จะ ทําให้เราคาดคิดได้หรือไม่ว่าโครงสร้างธนาคารที่ดินจะนําไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่เราปรารถนา ซึ่งแน่นอนครับ ผมสนับสนุนแล้วก็อยากให้มีการดําเนินการโดยเร่งด่วนอยู่แล้ว ส่วนในเรื่อง ของการส่งเสริมหรือการสนับสนุนให้มีการพัฒนาที่ดิน มีการฟื้นฟู มีการให้ความรู้ ติดตาม ความรู้ทางความคิดให้กับเกษตรกรที่จะได้รับที่ดินกลับไปหรือได้รับเช่าช่วงที่ดิน เช่าซื้อ ที่ดินนั้น อย่างที่ท่านสุรินทร์ ขออนุญาตเอ่ยนาม เป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ อย่างยิ่ง เพราะว่าเขาคงยังต้องการการช่วยเหลือในหลาย ๆ ด้านนอกเหนือไปจากเรื่อง การเงินหรือการช่วยที่จะไม่ให้หลุดจํานองเท่านั้น
ประเด็นสุดท้ายในเรื่องของเงินกองทุนที่รัฐบาลจะต้องสนับสนุน ท่านเขียนไว้ ในนี้ว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านได้บรรยายว่าอาจจะปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ถ้ามาก ก็ทํางานได้เยอะ ถ้าน้อยก็ทํางานไม่ถึงเป้า ก็คงต้องไปคิดกันว่ารัฐบาลท่านจะใจดีมากน้อย ขนาดไหน
และเรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงคือเรื่องของตัวร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับ คณะกรรมการ ก็อยากฝากไว้ ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรก คณะกรรมการตั้งแต่ตัวประธาน ลงมาจนถึงผู้อํานวยการ เจ้าหน้าที่ และพนักงานในธนาคาร เรื่องค่าตอบแทน อย่าง กรรมการและประธานท่านบอกให้ได้รับเบี้ยเลี้ยงตามที่คณะรัฐมนตรีจะกําหนดโครงสร้าง ก็ฝากไว้นะครับ นึกถึงกรรมการธนาคารแล้ว มีธนาคารพาณิชย์ของเราบางแห่งประธาน กรรมการมีรายได้ประมาณ ๓๐-๔๐ ล้านบาทต่อปี ท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจท่านก็เป็นประธานกรรมการธนาคารเก่าของรัฐด้วยท่านอาจจะตอบ เราได้ว่าท่านมีรายได้ปีละกี่สิบล้านบาทต่อปี ยิ่งพวกกรรมการด้วยรวมกันแล้วเป็น ๑๐๐ ล้าน ทั้งคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นโครงสร้างของกรรมการเพื่อคนจน เพื่อที่ดิน เพราะเวลาเรา จัดตั้งอะไรขึ้นมาเราจะอ้างอะไรรู้ไหมครับ เราบอกว่าต้องเทียบเคียงกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน ผมเป็นธนาคารเหมือนกัน ผมก็ต้องไปดูธนาคารอื่น ๆ ประธานมีรายได้เท่าไร เบี้ยประชุมเท่าไร และประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ที่ผมเป็นห่วงก็คือหมวด ๗ บทกําหนดโทษ ของผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในธนาคาร ถ้าฝ่าฝืนหรือกระทําการ โทษจําคุกตั้งแต่ ๕ ปีถึง ๒๐ ปี หรือ จําคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ยาแรงอีกขนานหนึ่ง ซึ่งตอนนี้พอรัฐธรรมนูญท่านอาจารย์มีชัยท่านปราบโกงด้วยยาแรง ห้ามเล่นการเมือง ตลอดชีวิตถ้ากระทําความผิดที่เกี่ยวกับทุจริตหรือการซื้อสิทธิขายเสียง ตอนนี้กฎหมายต่าง ๆ ที่ผมเห็นเสนอในสภานี้ก็เป็นยาแรงมาตลอดเลย ก็ต้องฝากเป็นข้อสังเกตว่าการลงโทษ เรามีท่านรองประธานศาลฎีกานั่งอยู่ข้างหลังผมนี้ ท่านก็คงจะบอกว่ามันต้องพอเหมาะ พอสมครับ ไม่ใช่ว่าความผิดแค่นี้นะครับ จนเดี๋ยวนี้เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ เรื่องเกี่ยวกับสุนัข กลายเป็นเรื่องโจ๊กที่เถียงกันไม่จบสิ้นนะครับ ก็คงจะฝากข้อสังเกตไว้เพื่อให้กรรมาธิการ ได้พิจารณาเพิ่มเติม แต่ผมสนับสนุนทั้งรายงานและทั้งร่าง พ.ร.บ. ธนาคารที่ดิน พ.ศ. .... ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน