สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือประเด็นการปฏิรูปที่ดินและการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอย่างองค์รวม โดยเน้นการสนับสนุนเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านการเข้าถึงที่ดิน ระบบชลประทาน เทคโนโลยีการผลิต พันธุ์พืชคุณภาพ การเงิน และการตลาด พร้อมเสนอการฟื้นฟูแนวคิดธนาคารที่ดินและกฎหมายที่ดินที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและลดภาระหนี้สินของเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปท. ที่รักทุกท่าน ผมฟังท่านกรรมาธิการอธิบายเรื่องนี้แล้วเห็นกระจ่างทะลุปรุโปร่ง แล้วก็ ในใจผมนี่นะครับ กดไว้แล้วเห็นชอบ และต้องเห็นชอบและต้องให้เร็วด้วยนะครับ ฝากท่าน นิดหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมสักนิดหนึ่งนะครับว่าเรื่องการใช้ที่ดิน ของประเทศไทยมีกฎ มีเกณฑ์ มีระเบียบ ไม่ใช่เพิ่งปัจจุบันนี้ และปัญหานี้ก็ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ผมไปค้นพบว่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐสภาแห่งนี้มีการเห็นชอบให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม และผมก็ ไปดูในเนื้อมันนี่นะครับ ทึ่งและดีมากเลย ท่านเห็นการณ์ไกลว่าประเทศไทยในอนาคตจะมี ปัญหาเรื่องที่ดิน กําหนดไว้ในหมวด ๓ นะครับ การกําหนดสิทธิในที่ดิน มาตรา ๓๔ บอกไว้ เลยว่าบุคคลจะมีสิทธิในที่ดินได้ดังต่อไปนี้ (๑) ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไม่เกิน ๕๐ ไร่ (๒) ที่ดิน เพื่ออุตสาหกรรมไม่เกิน ๑๐ ไร่ (๓) ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรมไม่เกิน ๕ ไร่ (๔) ที่ดินเพื่อ อยู่อาศัยไม่เกิน ๕ ไร่ ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษานะครับ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗ ยังไม่ทันขยับเขยื้อน ปรากฏว่าปี ๒๕๐๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๗๖ ตอนที่ ๘ มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๔๙ กล่าวไว้โดยย่อว่าการที่มีประมวลฉบับนี้ที่ได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้เป็นการจํากัดสิทธิ ของบุคคลในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินและเป็นเหตุบ่อนทําลายความเจริญก้าวหน้าในทาง เกษตรกรรม จึงให้ยกเลิกมาตรา ๓๔ นี้ หลังจากนั้นใครก็ได้จะมีที่ดินสักเท่าไรก็ได้ หลังจาก ที่มีปัญหามาก ๆ รัฐบาลในสมัยหนึ่งก็ออกพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดิน ๒๕๑๗ ว่าให้มีการเอา ที่ดินของรัฐหรือใครที่บริจาคมาจัดสรรที่ดิน แล้วก็เราก็เป็นที่รู้กันว่าต้องไม่เกินครอบครัวละ ๒๕ ไร่ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าการช่วยเกษตรกร ผมเห็นด้วยเลยว่าที่จะต้องมีธนาคารที่ดินฉบับนี้นะครับ แต่อยากกราบเรียนว่าการช่วย เกษตรกรน่าจะต้องทําให้ครบระบบ ซึ่งอาจจะไม่ใช่หน้าที่ของท่านโดยตรง หรือจะโดยตรง ก็ตามใจเถอะ แต่ท่านก็สามารถทําได้ มันต้องเริ่มต้นจากเรื่องที่ ๑ ปฏิรูปที่ดิน เรามีกฎหมายแล้ว อย่างจริงจัง แต่นี่ปฏิรูปที่ดินแล้วให้ครอบครัวมีไม่เกิน ๑๐ ไร่ก็ดี ๒๕ ไร่ก็ดี แต่โดยปกติแล้ว จัด ๒๕ ไร่ ถามว่าจัดอย่างนี้ได้อย่างไร เพราะผมเคยอยู่กับท่านปีติพงศ์นะครับ ท่านรัฐมนตรี ปีติพงศ์ เมื่อตอนพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้ใหม่ ๆ ผมอยู่สํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นเจ้าหน้าที่นักวิชาการปฏิรูปที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราก็ทําครึ่งเดียว ครึ่งเดียวคือปฏิรูปแบ่ง พอแบ่งเสร็จคอยน้ําฝน ไม่มีระบบชลประทาน จริง ๆ มีกฎหมาย อีกฉบับหนึ่งนะครับ เป็นพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๒๕๑๗ เมื่อสักครู่ ๒๕๑๘ นะครับ ขอประทานโทษ พระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปี ๒๕๑๘ ก่อนหน้านั้น ๑ ปีมีพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คือทําอะไร ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่าแลนด์คอนโซลิเดชัน (Land Consolidation) คือถ้าท่านมีที่ดินแล้วมันต้องจัดให้ มันเป็นระบบว่าถ้าทํานาจะต้องเป็นฟลัด (Flood) คือหมายถึงว่ามีน้ําขังสม่ําเสมอ ไม่ใช่ ดอน ๆ ลุ่ม ๆ ถามว่าแล้วผมพูดเรื่องนี้เหมือนผมจบเกษตร ไม่ใช่ ผมเคยไปอบรมที่สํานักงาน ปฏิรูปที่ดินเกษตรกรรม ที่เมืองไต้หวัน มาเมื่อปี ๒๕๑๘ ที่เมืองเถาหยวน ใครไปก็จะเจออันนี้ ตอนนี้ก็ยังอยู่นะครับ เขาทําได้ผลมาก และที่นั่นก็มีธนาคารที่ดินซึ่งผมเคยไปดูมา ซึ่งอาจจะ ไม่เหมือนกับที่เรา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากวันเวลาเปลี่ยนไประบบก็เปลี่ยนแปลงไป นะครับ เป็นเรื่องธรรมดา
เรื่องที่ ๓ ที่ผมอยากกราบเรียนนําเสนอท่านกรรมาธิการไปก็คือเรื่อง การชลประทาน เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการก็บอกแล้วว่าเรามีที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๑๕๐ ล้านไร่ แต่มีอยู่ในบริเวณของเครือข่ายชลประทาน ๓๐ ล้านไร่ ๓๐ ล้านไร่นั้นเอาไปทํารีสอร์ต (Resort) ร้อยแปดจิปาถะแล้วแต่เถอะ เสีย ๕ ล้านไร่ ก็เหลือ ๒๕ ล้านไร่ ๒๕ ล้านไร่ท่านไปดู แม่ผมนี่ทําเกษตรกรรมอยู่ใกล้ ๆ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่งบประมาณทําคลองร้อยแปดจิปาถะ เรียกว่าคลองไส้ไก่ คลองหลักคลองอะไร ไม่มีน้ําครับเราทําการชลประทานจริง ๆ ผมว่า ที่ได้ผลจริง ๆ ไม่น่าจะเกิน ๒๐ ล้านไร่ ก็ฝากท่านไว้ว่ามันต้องทําการช่วยเหลือเกษตรกร ให้มันครบระบบ
เรื่องที่ ๔ ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานก็คือว่ามีที่ดินแล้ว มีเกษตรกรแล้ว แต่ถ้าไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีความรู้ ไม่มีการช่วยเหลือเกษตรกร จะไปบอกว่าไม่เป็นไรเกษตรกรนี้ ต้องอัตตา หิ อัตตโน นาโถ คือตนเป็นที่พึ่งแห่งตน มิได้ คือเขายากจน ก็ต้องเอาความรู้ไป ช่วยเขาเหมือนที่ท่านกรรมาธิการกําลังคิดแล้วทําคือการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง เราต้องมีการพัฒนาสายพันธุ์ ท่านครับที่ท่านบอกว่าหาข้าวอร่อย ๆ นี่ครับ จัสมิน (Jasmine) คือข้าวที่เราบอกว่าหอมแล้วส่งไปต่างประเทศ จริง ๆ เริ่มผลิตและทดลองที่บางคล้า จังหวัด ฉะเชิงเทรา แล้วมาทดลองปลูกข้าวหอมมะลิที่จังหวัดปทุมธานี แล้วได้ผลมากที่สุดคือเมื่อไป ปลูกในอีสานเราก็พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ว่าก็ไม่เหมาะที่จะทําข้าวผัด ถ้าข้าวผัดต้องใช้ ข้าวเจ๊กเชยหรือข้าวเสาไห้ ซึ่งแข็ง และเป็นข้าวผัดที่อร่อย อันนี้เป็นภูมิปัญญาของคนไทย ไม่ได้นําเทคโนโลยีมาจากต่างประเทศ เราก็ต้องช่วยเขา เงาะ ทุเรียนก็เหมือนกัน วันนี้ผมเอา ลูกเล็กที่สุดที่ปลูกที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มาให้ท่านชม นี่คือมะม่วงพันธุ์หนึ่ง น้ําดอกไม้ ผมเอา ลูกเล็กที่สุดมาให้ดูนะครับ เป็นที่ชื่นชอบทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ ผมกราบเรียน ในที่ประชุมนี้เลยว่าผิวบอบบางเหมือนสาวงามดรุณีแรกรุ่น ต้องประคบประหงม นําส่ง นิดหน่อย เน่า ช้ํา แล้วผมเอามาได้อย่างไรครับ ผมต้องห่อกระดาษมาเพื่อไม่ให้มันช้ํา แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก็คือทําให้โลกร้อนคือใช้โฟม (Foam) พลาสติกห่อ แต่ผมไม่อยากนํามา ให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเกษตรกร แต่เขาก็ใช้กันอยู่นะครับถามว่าผมเอามาทําไม เอามาก็คือ ว่ามันต้องมีเทคโนโลยีในการที่จะพัฒนา ไม่ว่าสายพันธุ์เงาะ ทุเรียน ร้อยแปดจิปาถะ มังคุด แต่เมื่อเช้าผมขับรถไปที่ตลาดเทเวศร์ไม่มีเงาะโรงเรียนถ้ามีจะเอามา มีทุเรียนแต่ไม่กล้า เอามาเพราะมันเหม็นนะครับ อันนี้ของที่บ้านนะครับ เมื่อวานนี้พี่สาวส่งมาให้เป็นเข่ง ถ้าท่านอยากจะชิมจะเอามาให้ชิมพรุ่งนี้ ก็ต้องมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับตลาด ไม่ใช่ แล้วก็บอกเกษตรกรมีที่ดิน เอาที่ดิน เขาเรียกอะไร เจ้าของไม่มีเงินส่ง เอามาไว้ที่แลนด์แบงก์ (Land Bank) แล้วเดี๋ยวมาไถ่ถอน ไม่ได้ครับ มันต้องให้เขามีอาชีพที่ยั่งยืนแล้วจะต้องสอน ให้เกษตรกรรู้จักใช้เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่ไปอยู่ ๆ ก็ต้องไปออกพิกอัป (Pickup) ทั้ง ๆ ที่ รายได้ปีหนึ่งไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เรื่องที่ ๕ ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่าต้องช่วยเหลือเกษตรกรให้ครบว่า กระบวนการวิธีการเพาะปลูกถ้ามีน้ําแล้ว มีที่ดินแล้ว ไม่มีหนี้สินแล้ว ก็จะต้องดูว่ากระบวนการ เพาะปลูกนี้ อะไรควรจะปลูกตอนไหน ปลูกแล้วจะต้องเก็บเกี่ยวอย่างไร ไม่ใช่เน่า ๆ หรือ สมัยก่อนนี้นะครับ ขออนุญาตอีกนิดเดียวครับท่านครับจะจบแล้วครับ เราเก็บเกี่ยว ท่านทราบไหมว่าข้าวรวงหนึ่งมีประมาณ ๓๐ เม็ด ร่วง ๑๐ เม็ดครับ เพราะผมเคยเกี่ยวข้าวมา เคยปลูกข้าวมากับแม่ เคยดํานา ดําเสร็จปุ๊บหันหลังปุ๊บข้าวลอยเลยครับ เพราะผมไม่ได้เป็น เกษตรกร เป็นนักศึกษาแล้วไปช่วยแม่ทําเพราะสงสารแม่นะครับ
เรื่องที่ ๖ การตลาดท่านมีที่ดิน ไม่ติดหนี้สิน ท่านช่วยเขา แต่เพาะปลูกก็ไม่มี พันธุ์พืชที่ดี ตลาดก็ไม่มี ผมถามว่าใครจะซื้อ ซื้อที่ไหน ซื้ออย่างไร ก็เป็นเรื่องที่รัฐจะต้อง ช่วยเหลือ หาตลาดให้เขา สุดท้ายที่ท่านพูดเยอะแยะมากเลยเมื่อสักครู่นี้ ก็คือสถาบัน การเงิน จะเรียกอะไรก็ตามใจเถอะ ผมคิดว่ามันจะต้องมีทุนให้เขา ถ้าท่านมี ๗ เรื่องนี้อยู่ใน จิตวิญญาณของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมเชื่อเลยว่าเกษตรกรจะลืมตาอ้าปากได้ และแลนด์แบงก์ (Land Bank) ท่านเห็นนะครับจะว่างเปล่า ว่างเปล่าเพราะอะไร เพราะไม่มีคนเอามาจํานํา ไม่มีคนเอามาจํานอง ตราบใดถ้าแลนด์แบงก์ (Land Bank) ของท่านนี้ หรือธนาคารที่ดินนี้ เต็มไปด้วยโฉนดถ้าถามผมนะครับ ท่านไม่ประสบความสําเร็จ เพราะแสดงว่าเกษตรกรนี้ มีหนี้สินมากขึ้นทุกวัน ๆ ท่านเริ่มทําแล้วนี่หนี้สินของประชากรลดลง และในสํานักงานท่าน ไม่มีคนเอาโฉนดมาจํานําแม้แต่รายเดียวนะครับ ผมถือว่านั่นคือการประสบผลสําเร็จ แต่ไม่เต็ม ๑๐๐ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการด้วยความเคารพว่า จะช่วยเหลือใครก็ตาม จะช่วยเหลือเกษตรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ มีตั้ง ๓๐-๔๐ ล้านคน อยากจะขอความกรุณาท่านกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจของท่าน สถิตย์นี้ช่วยเหลืออย่างเป็นระบบให้ครบวงจรด้วยความเคารพครับ