วลัยรัตน์ ชี้แจงความคืบหน้าศูนย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ยันมีมติ ครม. ตั้งแต่ปี 58

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๙

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ หารือประเด็นการปฏิรูกระบบการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล โดยเน้นความสำคัญของการรวมสายด่วนฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้คงหมายเลข 191 เป็นศูนย์รวมบริการฉุกเฉินแห่งชาติแทนการเปลี่ยนไปใช้หมายเลขใหม่ที่อาจก่อให้เกิดความสับสน และเรียกร้องให้ทบทวนการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินให้เชื่อมโยงกันอย่างมีระบบ พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าของโครงการที่มีมติคณะรัฐมนตรีรับรองตั้งแต่ปี 2558 เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในข้อมูลรายงาน

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปนะคะเชิญ พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก อดีตรอง ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เชิญค่ะ

พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการผู้ทรงเกียรติ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๑๒๔ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อม ที่ได้เร่งปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินช่วงก่อนถึงโรงพยาบาล ในประเด็นที่จะ รับแจ้งเหตุฉุกเฉินหมายเลขเดียว แล้วก็ได้คําจํากัดความที่สําคัญว่าเหตุฉุกเฉิน เหตุฉุกเฉิน ที่ว่านี้ เราว่าในเวทีนี้คือว่าด้วยเหตุที่คุกคามต่อชีวิตร่างกายนะครับ ประโยคนี้สําคัญแล้วก็ ท่านได้มุ่งสู่การจัดตั้งศูนย์ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินหมายเลขเดียว แล้วที่สําคัญคือท่านได้ บอกว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนให้ประสบความสําเร็จให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนให้ประสบความสําเร็จ ทั้ง ๒ อย่างนี้มันเอื้อกันนะครับ คือเอื้อตั้งเป็นศูนย์หมายเลขเดียว แล้วก็มีหน่วยที่เกี่ยวข้อง ผมจะอรรถาธิบาย ขออนุญาต ท่านประธานครับ ว่าหมายเลขเดียวคืออะไรครับ การปฏิรูปนี้ผมดูแล้วพอดีผมเพิ่งอ่าน เอกสารว่าเรามุ่งเน้นสู่การปฏิรูป ๔ ขั้นตอนหลัก ๑. คือรับการแจ้งเหตุก่อน เมื่อมีเหตุเกิด ก็ต้องแจ้งเหตุ ทุกเสี้ยววินาทีคือชีวิตนะครับ คือหมายถึงชีวิต หมายถึงความบาดเจ็บ หมายถึงการรอคอยแห่งความช่วยเหลือนะครับ ๒. เมื่อแจ้งแล้วก็ต้องรับแจ้ง ๓. จ่ายงาน ตรงนี้ละครับ ผมอยากจะขออธิบาย การจ่ายงาน การจ่ายงานต้องมีผู้ทํางานครับ ผมเน้นว่า ผู้ทํางานคือผู้ปฏิบัติงานเกิดมรรคผลแห่งความสําเร็จ ๔. การปฏิบัติในการช่วยเหลือต่อเนื่อง กับการจ่ายงาน การเชื่อมโยงในการจ่ายงาน และการปฏิบัติ ๔ ขั้นตอนหลักนะครับ ท่านประธานครับ นานาชาติในโลกเรานี้ได้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการรวมโทรศัพท์ฉุกเฉิน หลาย ๆ ทวีป หลาย ๆ ประเทศเป็นหมายเลขเดียว ผมได้พยายามศึกษาเมื่อช่วงเช้าว่า ปัจจุบันนี้การรวมโทรศัพท์ดังกล่าวนี้มันมีในส่วนที่เกี่ยวข้องก็คือว่าปัญหาการรวมโทรศัพท์ ฉุกเฉินไว้หมายเลขเดียว อาจจะมีข้อดี ดูผิวเผินดีนะครับ ดีในผิวเผิน แรก ๆ หรือลึก ก็ไม่ทราบว่า เร็ว ตอนโทรเข้าใจง่าย จําง่าย เร็ว แต่จะช้า ตอนที่ผมบอก ๔ ขั้นตอนเมื่อ สักครู่นี้นะครับ เหตุเกิด แจ้ง รับแจ้ง การประสานงานและคนทํา ตรงนี้เช่นโอเปอเรเตอร์ (Operator) คนแรกจะต้องถามรายละเอียดในเสี้ยววินาทีที่เขาไม่มีสติหรือคนป่วยไม่ได้อยู่ กับเขา หรือในช่วงคําว่าฉุกเฉินก็ฉุกเฉินด้วยนะครับ ยิ่งกว่าทุกเสี้ยววินาทีอีกต้องเร่งรีบ เพราะฉะนั้นการถามรายละเอียดต่าง ๆ ความเข้าใจ พื้นฐานอารมณ์ ข้อมูล สิ่งเหล่านี้ผมสุด จะพรรณนาได้ เพราะฉะนั้นความเชื่อมโยงระหว่างการโอนจากโอเปอเรเตอร์ (Operator) คนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งหรืออะไรต่าง ๆ ความเชื่อมโยงตรงนี้มันจะมีผลมากนะครับ จริง ๆ น้ําหนักนี่อยู่ที่เบอร์เดียวก็จริงแต่ยังขึ้นอยู่กับอีก ๔ ขั้นตอนที่ว่านี้ การรับระบบโทรศัพท์ ฉุกเฉินในหลายประเทศจะทําลักษณะโทรศัพท์ฉุกเฉินเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกัน แล้วก็จะ สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้โทรศัพท์เข้าไปในเขตท้องถิ่น หมายเลขแต่ละประเทศก็มี ความต่างกันไปครับ โดยทั่วไปจะใช้ ๓ ตัว อย่างที่เรารู้กันเพื่อง่ายในการจําแล้วก็โทร อย่างรวดเร็ว สําหรับบางประเทศจะกําหนดตัวเลขที่ต่างไว้สําหรับตัวเลขท้ายเท่านั้น ส่วนตัวเลขหน้าจะเหมือนกันนะครับ อย่างเช่น เราคงทราบกันว่าทั่วไปนะครับว่า อย่างแคลิฟอร์เนียใช้ ๑๑๖ แต่ดั้งเดิมเลยครับ ๑๙๔๖ ต่อมาที่เราพูดกันหลายท่านก็อภิปราย แล้วว่าไนน์ วัน วัน (Nine One One) ซึ่งมาใช้ตั้งแต่ปี ๑๙๘๐ ฉะนั้นหมายเลข ๙๑๑ นี้ ไนน์ วัน วัน (Nine One One) นี้ก็จะใช้ทั้งประเทศเป็นมาตรฐาน แต่ท่านทราบหรือไหมว่า การที่จะมาถึงจุดนี้ได้นี้จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เร็ว ๆ เลยนะครับ ๒. การเซต (Set) ระบบใหม่และเชื่อมเน็ตเวิร์ก (Network) นี้จะต้องทําใหม่เลยครับ มีปัญหามากมาย เพราะผ่านจุดนั้นไปแล้ว ก้าวผ่านไปแล้ว ถ้าเราจะทําวันนี้เราจะต้องเตรียมองคาพยพที่จะ รับสิ่งเหล่านี้ไว้ ผมก็มีข้อมูลครับ ท่านประธานครับ จะได้นําเสนอว่ามันไม่ใช่ง่ายนะครับ เพราะฉะนั้นต้องศึกษาให้ดี หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า ที่ผมอ่านเร็ว ๆ นี้ที่จริง ๑๙๑ ที่เคยไปช่วยท่าน ผบ.ตร. ดําเนินการ พวกเราทําเอง เอาต์ซอร์ซ (Outsource) เอาคนมาทันที เพื่อบริการพี่น้องประชาชน ทีละ ๕๐ คนเลยนะครับ อันนี้เราทํามาหมดแล้วนะครับ ที่ท่าน เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร หลาย ๆ ท่านอย่างเอ่ยนามก็ในเมื่อสักครู่นี้ ท่านดอกเตอร์สุวิระ ท่านก็พูดแล้วว่าหลาย ๆ ท่านนี้งานบางส่วนนี้เขาได้ทําหมดแล้ว และทําลึกกว่านั้นด้วย ในเปเปอร์ (Paper) นี้ ก็ขอบคุณ แต่ทางคณะกรรมาธิการก็เขียนได้ดี ผมดูแล้วนะครับ

ทีนี้อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าอย่างไรก็ตามนี้ในปัจจุบันนี้มีระบบโทรศัพท์มือถือ ก็จริง มีระบบที่เรียกว่าอีเมอร์เจนซีคอล (Emergency Call) เป็นอัตโนมัติอยู่แล้วนะครับ การจะเดินทางไปประเทศใดแม้จะไม่รู้หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินก็สามารถโทรได้โดยผ่าน โทรศัพท์ของตนเอง โดยการแก้ไขปัญหาการจําหมายเลขไม่ได้ก็อาจจะใช้ประชาสัมพันธ์ แล้วก็จําเรื่องโทรศัพท์ ฉุกเฉินนี้ไว้ ถึงอย่างไรก็ตามท่านประธานครับ มาถึงจุดนี้ผมอยากจะเข้าสู่กรณีศึกษาสั้น ๆ ว่า ปีที่แล้วเรามีตัวเลขคร่าว ๆ ว่ามีการโทรพวกนี้ครับ โทรในข่ายของความผิดฉุกเฉินประมาณ ๑๐.๘ ล้านครั้ง โทรเข้านะครับ แล้วก็มีเหตุ ๑๐.๘ นี่เป็นความเดือดร้อนนานาประการเลยครับ ในนั้นก็รวมถึงเรื่องแพทย์ฉุกเฉินผู้ที่จะขอความช่วยเหลือ อยู่ในตรอก ซอก ซอย อยู่ในอะไร ต่าง ๆ ต้องขอความช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย ความเดือดร้อนทางการแพทย์ ๑.๑ ล้าน จาก ๑๐.๘ มีตัวเลขช่วยเหลือเฉพาะความเดือดร้อนเรื่องเหตุฉุกเฉิน ๑.๑ ล้านนะครับ

ส่วนอีกกรณีศึกษาหนึ่งก็คือว่า ปรากฏการณ์เสี้ยวหนึ่งของตํารวจ ตํารวจ แจ้งเหตุ ๑๙๑ เหตุด่วนเหตุร้ายแจ้ง ๑๙๑ เหตุด่วนเหตุร้ายแจ้ง ๑๙๑ นะครับ เมื่อสักครู่ ผมได้ติดต่อไป เมื่อวานนี้มีการโทรสายเข้า ๙,๘๔๖ สาย งานแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ ทั้งระงับเหตุเข้าไปที่เกิดเหตุโดยเร็ว เช่น งูเข้าบ้าน คนร้าย คนบ้าเดินมาหน้าบ้านแล้ว อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ขอความช่วยเหลือนะครับ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ๗,๐๐๘ สาย และผมถามว่าตัวเลขขอความช่วยเหลืออาการเจ็บป่วยแพทย์ฉุกเฉิน รวมไปถึงรายละเอียด อุบัติเหตุ จราจร หญิงจะคลอดลูกในแท็กซี่อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ๒๙ สายครับ ๙,๘๔๖ สาย มีขอความช่วยเหลือเรื่องแพทย์ ๒๙ สาย แล้วก็ในรอบของทั้งหมด ภาพรวมของ ๑๙๑ นี้ สายเข้า ๑ ปี ๓,๕๔๐,๐๐๐ ครั้ง แล้วต่อเดือนก็ ๒๐๐,๐๐๐ ครั้ง ต่อวันก็ประมาณ ๙,๐๐๐ ครั้ง อันนี้ตัวเลขเชิงประจักษ์ ในส่วนที่กรณีศึกษา ผมยกตัวนี้มาก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ผมจะพูดต่อไป ในประเด็นนี้ก็คือว่า ที่เราจะทําวันนี้ ซึ่งท่านกรรมาธิการท่านเสนอนะครับ ปัจจุบันเรารู้ว่า ศูนย์ต่าง ๆ มีหลายศูนย์ ศูนย์รับแจ้งเหตุ ตามประเภทของงานหรือฟังก์ชัน (Function) นั้น ๆ เช่นการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งจะเป็นศูนย์ใหญ่ และมีดับเพลิง และมีตํารวจ ตํารวจก็มี ๑๙๑ ที่ บอกแล้วมีตํารวจจราจร ตํารวจทางหลวง ตํารวจท่องเที่ยวอะไรพวกนี้แยกกันอยู่คนละศูนย์ และยังมีหน่วยอื่น ๆ อีกนะครับ หลาย ๆ หน่วย ปภ. อะไรต่าง ๆ นี่มีหลายหน่วยแยกกันอยู่ คนละส่วน แต่เป็นที่ทราบแล้ว ทีนี้ท่านบอกว่าเมื่อจัดตั้งศูนย์อันนี้ขึ้นมาแล้ว ศูนย์ใหญ่นี่ ศูนย์อย่างอื่นต่าง ๆ ยังคงทําหน้าที่รับแจ้งเหตุ รับแจ้งนะครับ ๔ ขั้นตอนที่ว่า แล้วก็มีการ จ่ายงาน แจ้งเหตุผ่านหมายเลขฉุกเฉินเดิม เพียงแต่ศูนย์ใหญ่ที่ว่านี้รับแจ้งเหตุ เพียงแต่จะ เป็นเพียงศูนย์จ่ายงานสําหรับกรณีที่การแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุหมายเลขฉุกเฉิน รวม คือหมายความว่าเขาแจ้งศูนย์ใหญ่แล้ว อันนี้ก็จะทําหน้าที่ศูนย์ย่อย ๆ คงทําหน้าที่ เหมือนเดิม แล้วก็จ่ายงานเชื่อมระบบระหว่างศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินกับศูนย์จ่ายงานเดิม จะทําให้ศูนย์จ่ายงานได้รับข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นปัจจุบันจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินได้พร้อมกัน เมื่อเช้านี้ผมก็ลองโทรศัพท์ไปถึงศูนย์บริการทางการแพทย์ ๒-๓ ศูนย์และศูนย์ทางจิตวิทยา ด้วยนะครับ ก็จะมีการรีเลย์ (Relay) กันนะครับ ก็คือจะมีการส่งมอบระหว่างคนรับคนนี้ ไปส่งคนนั้นคนนี้ คือผมโทรตรงเลย ก็ยังมีการถ่ายทอดคนหลายคน หลายช่วง หลายภารกิจ ผมบอกแล้วว่าบางครั้ง สมมุติเฉพาะเสี้ยวของเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ เสี้ยววินาทีวิกฤต คนก็จะพูดไม่รู้เรื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ยิ่งเราแบ่งหลาย ๆ ย่อยศูนย์ใหญ่ และมีศูนย์เล็ก การรวบรวมให้มันกลมกลืนหรือเข้ากันแบบราบรื่นนะครับ ตรงนี้ก็น่าเป็นห่วง ที่จะทําให้เกิดประสิทธิภาพได้ ขนาดเราแยกส่วนแล้ว ยังมีข้อขัดข้องเยอะ ถ้าเราเอารวมส่วน เอาทั้งแม่น้ําทั้งหมดเทมารวมกัน แล้วปัญหาคละเคล้ากัน คนไม่เก่ง คนไม่ทําจริง แล้วผม ถามว่าใครจะนั่งทําอย่างนี้ ๒๔ ชั่วโมง ท่านต้องตอบก่อนแล้วครับว่าท่านจะเอาคนที่ไหน ตํารวจใช่ไหม ผมบอกแล้วเมื่อสักครู่นี้ พวกผมเคยจ้างเอาต์ซอร์ซ (Outsource) มา ๕๐ คน มานั่งอยู่นี่ครับ งบประมาณเอามาจากไหน ก็เพื่อพี่น้องประชาชน ต้องหามาให้ได้ ท่านต้องตอบก่อนว่าระบบ ผมเชื่อว่าระบบคนไทยคิดเก่ง คนที่จะทํา ๒๔ ชั่วโมงท่านเอาคน มาจากที่ไหน ท่านมีแต่ระบบแล้วไม่มีคนหรือครับ ผมไม่เชื่อนะครับ เมืองไทยต้องใช้คน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมไม่บอกว่าให้เอาตํารวจนั่งเหมือนเดิม และหน่วยต่าง ๆ ยังนั่งเหมือนเดิม ท่านคงต้องไปคิดต่อนะครับว่าตรงนี้ท่านทําอย่างไร ผมก็ฝากสั้น ๆ ว่าต้องปรับ เตรียมพร้อม สําหรับการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นใน ๔ ขั้นตอนนั้นนะครับ แล้วที่สําคัญก็คือ ควรจะมีการฝึกอบรมหรือมีการเตรียมความพร้อมของผู้ปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติเตรียมตั้งแต่หาคนมา เตรียมตั้งแต่มีจิตอาสาที่ดี เพราะงานเหล่านี้บางทีถึงแม้ว่าจะเป็นสายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ก็เป็นสายที่เป็นสายแห่งการขอคําปรึกษา ขอเป็นเพื่อนในยามเป็นทุกข์ สายเหล่านี้จะมี หลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นการจัดการในเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ สายเหล่านี้มักจะเป็นสายที่ ไม่เห็นหน้าเห็นตากัน แต่เป็นสายที่ไม่เห็นตัวก็จริง แต่เป็นความเดือดร้อนทั้งของจริงทุกเสี้ยว วินาที หรือเป็นความเดือดร้อนที่ไม่ใช่เป็นเลือดตกยางออกก็จริง แต่เป็นความรู้สึกทางด้าน จิตวิทยาอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ต้องเตรียมพร้อมสําหรับการฝึกอบรมให้มาก ๆ ซึ่งหลาย ๆ ประเทศได้ผ่านกระบวนการนี้ไปแล้วครับ อย่างไรก็ตามผมขอให้กําลังใจ ทางคณะกรรมาธิการครับ แต่ผมฝากท่านประธานครับ ขอให้มีการทบทวนหรือทําการศึกษา ให้ละเอียดในส่วนข้อดี ข้อเสีย และความเป็นจริงที่จะเกิดมรรคผลกับพี่น้องประชาชน สมกับ คําสําคัญที่ท่านว่าไว้ ท่านพูดถึงในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ท่านพูดถึง ก็คือ เหตุคุกคามต่อชีวิตและร่างกายของพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณท่านประธานครับ

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญ พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน อดีต ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค ๑ เรียนเชิญค่ะ

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับ ๑๙๗ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณ กรรมาธิการที่ได้ทําการศึกษาและจะทําการปฏิรูปให้ประชาชนเข้าถึงทางการแพทย์ อย่างเสมอภาคและโดยรวดเร็ว อันนี้เห็นด้วยครับ เห็นด้วยเกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ คงจะแปลกใจว่าทําไมวันนี้ตํารวจอภิปรายกันเยอะ ตํารวจไม่ได้หวงอํานาจ ไม่ได้หวงหน้าที่ อยากด้วยซ้ําไปครับให้คนอื่นมาแบ่งงานไปทําบ้าง ท่านคุรุจิต นาครทรรพ ก็ดี ท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ก็ดี ท่าน พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก ก็ดี อภิปรายมาในประเด็น เดียวกันทั้งหมดครับ ทั้ง ๔ เรื่องที่ท่านจะปฏิรูป ๓ เรื่องเห็นด้วยครับทางการแพทย์ แต่ที่ ไม่เห็นด้วยก็คือท่านจะยกเลิกหมายเลข ๑๙๑ แล้วไปตั้งหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติใหม่เป็น ๑๑๒ ผมพูดไว้ตรงนี้เลยครับว่าเลข ๑๑๒ เป็นเลขต้องห้ามครับ หรือท่านอยากจะได้ มาตรา ๑๑๒ ขอบคุณท่านนิพนธ์ บุญญามณี เพิ่งจะลงไป ท่านอุตส่าห์มาจากจังหวัดสงขลา นายก อบจ. ท่านคงทําที่นั่นสําเร็จ ขอบคุณแทนชาวจังหวัดสงขลาด้วย ท่านคงฟังอยู่ เหตุฉุกเฉินคืออะไร เหตุฉุกเฉินคือเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ในทันที ทําให้เกิดเสียชีวิต บาดเจ็บ และเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ก่อนอื่นผมต้องทําความเข้าใจครับ ผมเห็นด้วย ทั้ง ๓ เรื่องแล้วก็ไม่เห็นด้วยตรงกับท่านอื่น ๆ ก็คือในเรื่องของท่านจะยกเลิกหมายเลข ฉุกเฉิน ๑๙๑ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตเพื่อเป็นสิริมงคล ขอนําพระบรมราโชวาทล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ครับ ท่านทรงพระราชทานสิ่งนี้ไว้ครับว่า ท่านฟังให้ดีนะครับ แล้วมากระทบกับ เรื่องนี้ได้โดยตรงเลยครับ การจับผู้ร้ายไม่ถือเป็นความชอบ เป็นแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทําการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกป้อง ป้องกันเหตุร้ายให้ชีวิตและทรัพย์สิน ทรัพย์สมบัติ ของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเป็นสุขพอสมควร ผมกําลังแปลให้ฟังว่า ต้องป้องกันครับ อย่าให้เกิดเหตุ การเยียวยานั่นแปลว่าป้องกันไม่ได้แล้ว หน้าที่ในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ไม่ว่า จะเป็นชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินคือตํารวจ เป็นความเร่งด่วนอันดับหนึ่งครับ ผมถามว่า คนร้ายจะข่มขืน กําลังจะข่มขืน กําลังบุกพังบ้านเข้าไปเพื่อข่มขืน ท่านจะโทรไปแจ้งหมอ ให้มารอเย็บแผล หรือว่าโทรไปแจ้งตํารวจให้จับคนร้าย งูพิษเข้าบ้าน ท่านจะโทรไปแจ้ง ตํารวจให้มาจับงูเพื่อไม่ให้งูพิษตัวนั้นกัด หรือท่านจะโทรไปสั่งเซรุ่มครับ ต้องจัดลําดับให้ถูก ท่านกําลังหลงประเด็นเรื่องนี้อย่างมากนะครับ ผมถามคนใช้ผมครับ คนใช้พม่า ผมจะสอบดูว่า ถ้าเหตุร้ายจะโทรไปเบอร์ไหน คนใช้พม่าบอก ๑๙๑ เป็นสากลเลยครับ ถ้าตอบไม่ถูกผมไล่ออก เลยครับ เรื่องนี้มันจบไปตั้งนานแล้วล่ะครับ ผมก็งงว่าท่านเอามาทําไม มันจบที่ไหนครับ มันจบ ระหว่างท่านกับผม คณะกรรมการกฤษฎีกา และ กสทช. ครับ จบอย่างไรครับ ดูลําดับนี้ นะครับ และเดี๋ยวผมส่งเอกสารตามไปนะครับ ท่านวรพงษ์เตรียมไว้แล้ว ๑ ปึก สตช. เสนอ ร่างพระราชบัญญัติหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ไปยังสํานัก เลขาธิการ ครม. คณะรัฐมนตรี เสนอให้ใช้หมายเลข ๑๙๑ เป็นหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ อนุมัติหลักการตามที่สํานักงานตํารวจ แห่งชาติเสนอ ส่งเรื่องให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อสักครู่ท่านคุรุจิตอภิปราย แล้วครับ ท่านเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาและพิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ โดยให้กระทรวง สาธารณสุข ตรงนี้ครับ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับเลขหมายที่จะ กําหนดเป็นเลขฉุกเฉิน ต่อมาครับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านรับผิดชอบ สตช. ให้ สตช. เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหาข้อยุติ โดยในที่ประชุม มี พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในที่ประชุม เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ ประกอบด้วย สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กสทช. และสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔ ฝ่ายประชุมกันครับ มีมติในที่ประชุมให้ใช้ หมายเลข ๑๙๑ เป็นหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ เมื่อได้ข้อยุติ สตช. แจ้งผลการประชุม ไปยังสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทราบ และ สตช. ได้ชี้แจงเรื่องนี้กับสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาอีกหลายครั้ง ในที่สุดก็มีข้อสรุปว่า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ให้ กสทช. กําหนดหมายเลข ๑๙๑ เป็นหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ และ กสทช. ก็มี ความเห็นเรื่องนี้ว่า ถ้าใช้หมายเลข ๑๙๑ จะทําให้ประหยัดงบประมาณ เพราะไม่ต้องเปลี่ยน โครงสร้าง เรื่องนี้ไปอย่างไรต่อครับ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งข้อสั่งการของ นายกรัฐมนตรี ซึ่งอนุมัติให้ใช้หมายเลข ๑๙๑ เป็นหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ และให้ กสทช. ศึกษาเพิ่มเติมเพื่อตั้งระบบ พัฒนาระบบให้ดีขึ้นครับ แต่ใช้หมายเลขนี้แล้วล่ะ ซึ่ง กสทช. ได้จ้างบริษัท อินฟินิตี้เพลส แมเนจเม้นท์ จํากัด เป็นที่ปรึกษาออกแบบ สิ้นสุด สัญญาเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ ยังไม่สิ้นสุดสัญญาครับ สิ้นสุดสัญญาวันที่ ๒๕ สิงหาคม ปี ๒๕๕๙ ก็แปลว่าเขาจ้างกันทําแล้วครับ แล้วท่านจะมาง้างทําไมอีกครับ ตอบคําถามเหล่านี้ของผมให้ได้ครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่ยอม

อันที่ ๑ ท่านจะเปลี่ยนเลขฉุกเฉินไปเป็น ๑๑๒ เพื่ออะไร ท่านเห็นความเร่งด่วน ของอะไรก่อนหลัง เมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างให้ฟังแล้ว คนร้ายกําลังง้างปืนจะยิงเขา ท่านจะต้อง โทรไปให้ตํารวจจับคนร้ายอย่าให้ยิง หรือท่านให้ยิงก่อน แล้วท่านจะมาที่เกิดเหตุ เพื่อมาเก็บศพ หรือมารักษาแผล เป็นไปตามพระบรมราโชวาทล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ หรือไม่

อันที่ ๒ ความเป็นสากล ๙๑๑ หรือ ๑๙๑ ตํารวจใช้ ๑๙๑ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ๓๘ ปีแล้วครับ เกือบ ๔ ทศวรรษ มา ณ วันนี้ท่านจะฝังเลข ๑๑๒ เข้าไปในสมองของคนไทยอีก ผมว่าเขาคงรับไม่ได้แล้วละครับ เขาคงจําไม่ได้ เขาคงลืม และ ๑๑๒ นี้ใครก็ไม่อยากจําครับ

ประการต่อมาครับ กสทช. ยืนยันอย่างชัดเจนครับว่าหมายเลข ๑๙๑ พัฒนา ไปให้คัฟเวอร์ (Cover) กับที่อื่นได้ โดยการสร้างเครือข่ายเป็นเน็ตเวิร์ก (Network) ผมยกตัวอย่างครับ ถ้าท่านบอกว่าท่านภารกิจเร่งด่วน ลําดับรองจากป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ตํารวจป้องกันไม่ได้ มีการยิงกันแล้ว เจ็บแล้ว ท่านเป็นเร่งด่วนที่ ๒ รองจากป้องกันเหตุ ท่านก็ ๑๙๑ กด ๑ ครับ ทําเครือข่ายเน็ตเวิร์ก (Network) ให้มันใหญ่ขึ้น เดี๋ยวนี้เราโทรไปที่ ศูนย์บริการรถเบอร์เดียว กด ๑ แผนกซ่อม กด ๒ ฝ่ายอะไหล่ กด ๓ ไม่ได้ติดต่อกับใครเลย อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวมันตัดสายเอง ก็แค่นั้นครับ ก็ใช้ ๑๙๑ เป็นหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ แล้วท่านก็มาพ่วงต่อกันไปหลาย ๆ อย่าง กด ๑ บริการทางการแพทย์ คือท่าน แล้วเอาไปเข้ากับ ๓ ข้อของท่าน กด ๒ อุบัติภัย กด ๓ ไฟไหม้ กด ๔ การจราจรติดขัด กด ๕ สามีไม่กลับบ้าน กด ๖ อะไรว่ากันไปเรื่อย ๆ ตามความเร่งด่วน ขอร้องเถอะครับ ท่านถอนไปดีกว่า อย่าให้ ยกมือเลยครับ ท่านถอนเฉพาะประเด็นเรื่องนี้ อีก ๓ เรื่อง ผมยก ๒ มือเลยครับ เพราะ หมายเลขนี้ใครก็จําไม่ได้แล้วละครับ ใครก็ลืมไม่ลงแล้วละครับ ถ้าท่านไปสร้างหมายเลขใหม่ ขึ้นมาจะเกิดปัญหาทันทีครับ ดูตัวเลขนิดหนึ่งครับ ปกติผมไม่ค่อยทําการบ้านมาก แต่วันนี้ จําเป็นต้องทํามาก โทรไปหมายเลข ๑๖๖๗ ๑๘ ครั้งครับ ไม่รับสาย โทรไปหมายเลข ๑๓๒๓ สุขภาพจิตนะครับ บอกให้โอนสายไปอีกสายหนึ่ง หมายเลข ๑๖๖๙ แพทย์ฉุกเฉิน ไม่รับสาย ครับ ผมเลยไม่โทรต่อครับ ๑๖๔๖ เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณาครับ หมายเลขฉุกเฉิน แห่งชาติ คง ๑๙๑ ไว้ครับ แล้วสร้างเน็ตเวิร์ก (Network) ให้มันใหญ่ ให้มันครอบคลุม ให้มัน เชื่อมโยง บริการทางการแพทย์ทั้ง ๓ ข้อก็เข้าถึง การแจ้งเหตุก็พ่วงกันไป และเป็นลําดับ ความเร่งด่วนที่ถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปตามพระบรมราโชวาท ป้องกันเหตุก่อน ป้องกัน ไม่ได้ เยียวยา ท่านค่อยมาว่ากัน อย่าให้คนร้ายข่มขืนเขาก่อน เพราะข่มขืนเสร็จแล้วท่านจะ รักษาอย่างไร ความบริสุทธิ์ของหญิงคนนั้นก็ไม่กลับมาครับ จัดลําดับให้ถูกครับ อย่าหลงทาง อย่าหลงประเด็นครับ ขอบคุณครับ

ขอบคุณค่ะ ลําดับต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่าน พลตํารวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา อดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เชิญค่ะ

พลตํารวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ เพื่อนสมาชิก คณะกรรมาธิการทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมเรียนว่าผมเห็นด้วย อย่างยิ่งกับความจําเป็นที่ต้องปรับระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ และควรมี หมายเลขฉุกเฉิน อันนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าหากระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ไม่มีประสิทธิภาพเราก็ได้พบแล้วนะครับ เหตุเกิดเมื่อ ๒-๓ วันนี้นะครับ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน ในเมืองของเราก็มีข่าวว่าสาเหตุหนึ่งเพราะระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ล่าช้า อันนี้เป็นข้อมูลที่มาจากสื่อนะครับ จริงเท็จก็คงต้องไปศึกษากันอีกทีหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ผมได้ศึกษาในเอกสารรายงานของคณะกรรมาธิการที่จะเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีนี่นะครับ ผมมีความห่วงใยนะครับว่ามันมีข้อมูลบางอย่างที่ท่านกล่าวอ้างมันผิดไปจากข้อเท็จจริง ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ซึ่งในข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างที่ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ได้อภิปรายไปแล้วนะครับว่า ณ ขณะนี้การดําเนินการเพื่อที่จะตั้งศูนย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ให้มีหมายเลขเดียวมันเดินหน้าไปถึงไหนแล้ว ทีนี้ในเอกสาร ผมจําเป็นต้องอ้างอิงเอกสาร รายงานของท่านนี่ครับ ท่านกรุณาเปิดไปหน้า ๖ เอกสารรายงานนะครับ ไม่ใช่เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่ท่านเขียนว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของสภาปฏิรูป แห่งชาติให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการ ดําเนินการต่อ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ อันนี้หมายความว่าเมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ครม. ได้มีมติเกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งศูนย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เสร็จแล้วท่านก็ให้เหตุผลว่าจากการ ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้ยังไม่มีการดําเนินการที่คืบหน้า ด้วยเหตุผลนี้ท่านจึงได้มาเสนอกับ สปท. อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะให้นําเรื่องนี้เสนอไป ครม. โดยอ้างเหตุว่าเนื่องจาก ครม. มีมติเมื่อ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ แล้วนิ่ง ไม่ได้ทําอะไรเลย ซึ่งเรื่องจริงไม่ใช่นะครับ เรื่องจริงเป็นอย่างที่ ท่านอํานวยพูดเมื่อสักครู่ว่า หลังจากวันที่ ๓ มิถุนายนแล้ว วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ครม. ได้มี มติตามที่ท่านอํานวยอธิบายเมื่อสักครู่นะครับ โดยมีมติดังนี้นะครับว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ หลักการให้มีหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินหมายเลขเดียวตามมาตรฐานสากล ครม. อนุมัติแล้วครับ แล้วท่านยังจะเสนอ ครม. ให้อนุมัติอีก อย่างนั้น สปท. ก็โดนสิครับถ้าเราส่งเรื่องนี้เข้าไป เราพิจารณากันอย่างไร ครม. เขาทําแล้ว เราบอกเขายังไม่ทํา ตรงนี้ผมเห็นว่าตรงนี้ต้องแก้ไข นะครับท่านประธาน สําคัญครับ ถ้าท่านประธานปล่อยหลุดไปแล้วไปกล่าวหาว่า ครม. ยังไม่ได้ ทําอะไร เขาทําแล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๔ อนุมัติแล้ว แล้วมีรายละเอียดของการอนุมัติเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคมว่า และให้ส่งร่างพระราชบัญญัติหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ พ.ศ. .... ตามที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติเสนอให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ทั้งนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขและสํานักงานตํารวจแห่งชาติไปพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการ เลือกหมายเลขที่เป็นสากลและแจ้งผลการพิจารณาไปที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป หากผลการพิจารณาสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติเสนอ ให้ส่งร่างพระราชบัญญัติให้คณะกรรมการประสานงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป หากผลการ พิจารณาแตกต่างจากร่างพระราชบัญญัติที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติเสนอให้เสนอร่าง พระราชบัญญัติดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งท่านอํานวยอภิปราย ไปแล้ว แต่ผมย้ําอีกครั้งว่าเรื่องนี้สําคัญ ถ้าท่านไม่แก้เอกสารในรายงานของท่านเราจะ เสียหายนะครับ เพราะว่า ครม. ได้มีความคืบหน้าแล้ว และจากมติ ครม. ตรงนี้เอง ที่มอบหมายให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติกับกระทรวงสาธารณสุขคุยกันเราก็เชิญท่านมาเมื่อ วันที่ ๑๐ สิงหาคม คุณหมอไพโรจน์ก็อยู่กับผมเราก็คุยกันถูกไหมครับ ท่านวัชพลเป็นประธาน ต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะครับท่านนายแพทย์ไพโรจน์ บุญศิริคําชัย ไปประชุมร่วมกับผม ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ แล้วเราก็ตกลงกัน ตกลงปลงใจร่วมกันนะครับว่าต้อง ๑๙๑ เพราะว่าเหตุเรื่อง ๑๑๒ นั้นมันเป็นเทคนิคสําหรับประเทศไทยที่ไม่เหมาะ ส่วนที่ท่านรัฐมนตรี ท่านเสนอ ๙๑๑ ทาง กสทช. บอกว่าถ้าเริ่มต้นด้วย ๙ มันยุ่งยากมาก ต้องลงทุนอีกประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทถึงจะแก้ระบบได้ เพราะว่า กสทช. เตรียมเลขฉุกเฉินไว้ที่ขึ้นต้นด้วย ๑ เท่านั้น จะ ๑๑๒ ๑๑๙ จะ ๑ อะไรก็ตาม ๑๕๖ อันนี้ทําได้เลย อันนี้คือเหตุผลที่เราตกลง ท่านก็บอกเองว่าก็ต้องยอมรับและเห็นด้วยและพร้อมจะให้การสนับสนุนหมายเลข ๑๙๑ ในบันทึกการประชุม ผมมีบันทึกการประชุมด้วยนะครับ เหตุที่ กสทช. เขาต้องกําหนดขึ้นด้วย ๑ เพราะว่าในอดีตนี่นะครับท่านสงสัยไหมครับว่า ทําไมเลขฉุกเฉิน ๓ ตัวนี้มันถึงต้องเป็น ๑ เป็น ๙ เป็นอะไรอย่างนี้ ก็เพราะว่ามันเริ่มมาจาก โทรศัพท์แป้นมือหมุนนี่นะครับ หมุนนะครับ อ้ายกลม ๆ นี่มันเริ่มจาก ๑ ถึง ๐ เพราะฉะนั้น เวลาคนตาบอดที่จะแจ้ง คนที่สายตาพิการเวลาจะแจ้งเขาสามารถแจ้งได้เพราะใช้มือคลํา รูแรกคือ ๑ รูสุดท้ายคือ ๐ เขาถึงได้จิ้มลงไปที่ ๑ หมุนปึ๊กสุด กลับอีกที ๑ ปึ๊ก แล้วถ้าเลข ๙ ก็รูที่ ๒ รองสุดท้าย นี่คือเหตุผลที่มานะครับ แต่ท่านทราบไหมครับ ปรากฏว่าประเทศที่ใช้ ๑๑๒ ในปัจจุบันเริ่มเกิดปัญหาครับ เพราะโทรศัพท์เปลี่ยนไปจากมือหมุนเป็นเลขแป้น หน้าปัด กลายเป็นว่า ๑ กับ ๒ อยู่ติดกัน ทุกวันนี้มีปัญหาแจ้ง ๑๑๒ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง หมายความว่าพกโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า โทรศัพท์หมุนเองเพราะไปกดไปกระแทก ๑๑๒ เบอร์ก็ไปติดอยู่ที่ผู้รับแจ้งเหตุ ผู้รับแจ้งเหตุพูดเท่าไรก็ไม่มีคนตอบรับ ยิ่งเสียเวลานานไปอีก ส่งผลให้คนที่มีเหตุจริง ๆ โทรเข้ามาแล้วสายไม่ว่างเพราะสายนี้ค้างอยู่นานนะครับ การที่ แจ้งมาโดยที่เจ้าของโทรศัพท์ไม่รู้เรื่องมันเสียเวลานะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เริ่มมีปัญหา แล้วนะครับ เขากําลังคิดวิธีแก้ไขอยู่อันนี้คือเป็นเรื่องทางเทคนิค เพราะฉะนั้นการที่ กสทช. ที่เราคุยกันวันนั้นที่เรียก ๑๙๑ ก็ด้วยเหตุผลว่าใช้กับระบบโทรศัพท์ปัจจุบันที่เป็นแป้นกดเลข มันก็ดีกว่า โอกาสที่จะหมุนเองโดยไม่ตั้งใจจะไม่เกิด เพราะ ๑ กับ ๙ จะอยู่ไกลกัน อันนี้คือ ข้อเท็จจริงนะครับ ขณะนี้ผมต่อจากที่เพิ่มเติมนิดหนึ่งจากที่ท่าน พลตํารวจโท อํานวยได้อภิปราย ไปแล้วว่าทาง กสทช. ได้ดําเนินการต่อคืบหน้าไปมากแล้ว เดิมนั้นได้จ้างสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังศึกษาว่าสมควรที่จะใช้เบอร์อะไรนะครับ โดยได้ศึกษา เปรียบเทียบของทุกเบอร์นะครับ ก็ลงความเห็นว่า ๑๙๑ นั้นจะประหยัดที่สุดนะครับ ปัจจุบันได้จ้างให้บริษัทที่เป็นที่ปรึกษาเพื่อที่จะวางระบบนะครับ บริษัทชื่อที่ท่านอํานวยกล่าว ผมยังหาไม่เจอ จ้างศึกษาเพื่อวางระบบโทรศัพท์ทั้งประเทศแล้วนะครับที่จะตั้งศูนย์ เหตุฉุกเฉินหมายเลขตัวเดียว ทําคืบหน้าจะเสร็จสิ้นตามสัญญาคือภายในเดือนสิงหาคมนี้ นะครับ ณ ขณะนี้ที่ปรึกษากําลังเดินทางไปดูงานที่ประเทศมาเลเซีย ไปวันนี้ครับ ก่อนหน้านั้น เมื่อต้นเดือนไปดูงานที่ประเทศจีนมาแล้ว ก็ได้ความรู้เยอะมากเพื่อจะมาวางระบบของเรา ที่ประเทศจีนใช้ ๓ เบอร์ครับ ๑๑๐ ๑๑๑ ๑๑๒ ที่ญี่ปุ่นก็ ๓ เบอร์ครับ ๑๑๐ ๑๑๑ ๑๑๒ ของจีนใช้ ๓ เบอร์ ประเทศเขาใหญ่ ของเราผมเห็นด้วยกับเบอร์เดียวนะครับ แต่จะเป็น เบอร์อะไรนั้นก็ต้องพิจารณารอบคอบ ซึ่งขณะนี้เรามี กสทช. เป็นคนกลางที่จะพิจารณา แล้ว กสทช. ก็เป็นผู้จ่ายงบประมาณที่จะใช้ทั้งการศึกษาความถูกต้อง ความเหมาะสม และจะใช้งบประมาณในการติดตั้งด้วย เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าประการที่ ๑ นะครับที่ผม เสนอว่าถ้าการลงมติครั้งนี้ผ่าน ผมก็ขอยืนยันว่าท่านควรจะต้องแก้เอกสารในหน้า ๖ นะครับ ที่ไปบอกครับว่าตั้งแต่ ๓ มิถุนายนแล้วไม่คืบหน้าเลย ไม่ใช่ ก็แก้ว่าข้อเท็จจริง มาเอา ข้อเท็จจริงจากผมก็ได้นะครับ แล้วผมเห็นว่าในข้อเสนอ ๓ ข้อนั้นในเรื่องที่จะเสนอ ครม. นั้น ผมเห็นว่าไม่ต้องเสนอแล้วนะครับ เพราะ ครม. มีมติชัดเจน ถ้าท่านจะ เสนอ ครม. ในเรื่อง ของการให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุเรื่องการปฐมพยาบาลแล้วก็เสนอเกี่ยวกับเรื่อง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินการและบริหารจัดการนั้นผมเห็นด้วยนะครับ แต่ถ้าท่านไม่แก้ในข้อ ๑ นี่ผมคงไม่สามารถที่จะให้การสนับสนุนได้ครับ ขอบคุณครับ

ขอบพระคุณค่ะ ลําดับต่อไปเชิญท่านนิกร จํานง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เรียนเชิญค่ะ