วินัย ชี้น้ำตาลเสี่ยงโรคอ้วน เสนอเก็บภาษี-ปรับสิ่งแวดล้อม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๙

วินัย ดะห์ลัน นำเสนอข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่ม โดยอ้างอิงแนวโน้มระดับโลกและผลการวิจัยที่ชี้ให้เห็นอันตรายของน้ำตาล โดยเฉพาะฟรุกโตสจากน้ำตาลทรายและไซรัปข้าวโพด ที่ส่งผลต่อการควบคุมความหิวและนำไปสู่โรคอ้วน พร้อมเสนอให้ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อลดการบริโภค ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการรณรงค์เพียงอย่างเดียว โดยยกตัวอย่างความสำเร็จจากต่างประเทศ และเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือในการลดการบริโภคน้ำตาลในโรงเรียน เน้นการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับเยาวชน

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบคุณมากครับ เรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๔๓ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณครับ ผมคิดว่า เป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งในการที่จะเสนอเรื่องของภาษีน้ําตาล แต่อย่างไรก็ตามถ้าเรา ดูแล้ว อันนี้คือเทรนด์ (Trend) อันหนึ่งที่เกิดขึ้นในทั่วโลกนะครับ การเก็บภาษีน้ําตาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์อาหาร แล้วก็เรื่องของเครื่องดื่มหรือว่าของขบเคี้ยวทั้งหลายนั้น วันนี้มีรายงานวิจัยชัดเจนนะครับว่าอันนี้คือปัญหา อย่างไรก็ตามผมอยากจะขอนําเสนอเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับคาร์โบไฮเดรตหรือว่าเรื่องของน้ําตาล เพื่อที่จะทําให้คณะกรรมาธิการอาจจะ เอาไปเสริมในรายงาน เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ

เรื่องแรกเลย ก็คือน้ําตาลนั้นเป็นคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตก็รู้นะครับ ว่าให้พลังงานแล้วก็เป็นประโยชน์อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง ท่านคุรุจิต ขออภัยที่เอ่ยนาม นะครับ ท่านได้บอกนะครับว่า เป็นประโยชน์เนื่องจากมันให้พลังงาน แต่ว่าหลังจากงานวิจัย หลายชิ้น งานวิจัยในลักษณะที่เป็นงานวิจัยในประชากรกลุ่มใหญ่ สรุปออกมาแล้วนะครับว่า น้ําตาลที่เราเรียกกันว่า แอดชูการ์ (Added Sugar) กับคาร์โบไฮเดรตนั้นให้ฤทธิ์ที่ไม่เหมือนกัน ผมก็อยากจะบอกนะครับ เมื่อประมาณปี ๑๙๘๐ ในประเทศสหรัฐอเมริกาจนกระทั่ง ถึงปี ๑๙๙๐ ประเทศสหรัฐอเมริกานําเสนอเรื่องพีรามิดโภชนาการขึ้นมา ห้ามเรื่องของ การบริโภคไขมันหรือลดการบริโภคไขมันให้น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็แนะนําให้บริโภค คาร์โบไฮเดรตให้มากที่สุด ในช่วงนั้นคนไม่ได้แยกนะครับว่าคาร์โบไฮเดรตที่มันเป็นน้ําตาล กับคาร์โบไฮเดรตที่เป็นแป้งหรือธัญพืชนั้นมันไม่เหมือนกัน เพราะเข้าใจว่ามันเหมือนกันครับ แต่ว่าหลังจากที่ดําเนินงานไป ๑๐ ปี คนลดการบริโภคไขมันลงแต่บริโภคน้ําตาลมากขึ้น คาร์โบไฮเดรตนั้นมากขึ้นแน่นอนครับ แต่ว่าบริโภคน้ําตาลมากขึ้น โรคอ้วน จากเดิมที่มี ๔๐ เปอร์เซ็นต์ กลายไปเป็น ๖๕ เปอร์เซ็นต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็กลายเป็นแนวโน้ม ที่ทําให้เกิดโรคอ้วนมากขึ้น วันนี้ยืนยันกันชัดเจนแล้วครับว่าโรคอ้วนที่เกิดขึ้นในลักษณะ ทางระบาดวิทยานั้นเป็นผลมาจากแอดชูการ์ (Added Sugar) หรือว่าน้ําตาลนั่นเอง ผลมาจากไหน วันนี้นะครับ มีน้ําตาลที่กลายเป็นปัญหาอยู่ ๒ ชนิด อันนั้นก็คือเรื่องของ เทเบิลชูการ์ (Table Sugar) หรือว่าน้ําตาลทราย อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของฟรุกโตส คอร์น ไซรัป (Fructose Corn Syrup) ที่เราเรียกกันว่า ไซรัปฟรุกโตส (Syrup Fructose) ที่มาจาก ข้าวโพด ๒ เรื่องนี้มีตัวที่เป็นตัวร่วมแล้วก็สร้างปัญหาอยู่ ๑ ตัว คือฟรุกโตส (Fructose) ฟรุกโตส (Fructose) นั้นเราเข้าใจว่าเป็นน้ําตาลที่อยู่ในผลไม้ กรณีของน้ําตาลในผลไม้ มีประโยชน์ครับ แต่ถ้าเป็นน้ําตาลที่มาจากอุตสาหกรรม อย่างเช่น พวกไฮ ฟรุกโตส คอร์น ไซรัป (High Fructose Corn Syrup) อันนี้ตัวปัญหา ใช้กันในน้ําอัดลมแล้วก็ใช้กันในพวก สแน็ก (Snack) ทั้งหลายนะครับ อีกอันหนึ่งก็คือน้ําตาลทราย ฟรุกโตส (Fructose) ที่มี มากเกินไปนั้นนะครับ มีงานวิจัยชัดเจนเวลามันเข้าสู่เซลล์ (Cell) ไม่ต้องใช้อินซูลิน (Insulin) หลายคนเข้าใจว่าเป็นประโยชน์ แต่ว่าอันหนึ่งที่มันเป็นปัญหาก็คือมันเข้าไปก่อกวนการทํางานของจุดอิ่มหรือซไทตีรีเซปเตอร์ (Satiety Receptor) ในสมอง ตัวฟรุกโตส (Fructose) นั้นจะไปยับยั้งการทํางานของฮอร์โมน (Hormone) อิ่ม ก็คือพวกเลปติน (Leptin) ที่มาจากพวกเซลล์ (Cell) ไขมันเวลาเรากินอาหาร มีการสร้างเซลล์ (Cell) ไขมันนะครับ เมื่อมีการสร้างเซลล์ (Cell) ไขมันมันจะสร้างฮอร์โมน (Hormone) ตัวหนึ่งก็คือเลปติน (Leptin) ขึ้นไปบอกกับสมองว่าหยุดได้แล้ว ฟรุกโตส (Fructose) ที่เข้าไปกับน้ําตาล เข้าไปกับพวกไฮ ฟรุกโตส คอร์น ไซรัป (High Fructose Corn Syrup) จะไปมีผลก่อกวนทําให้การทํางานของสมองนั้นมีปัญหา ในที่สุดนําไปสู่เรื่อง ของการดื้อต่อฮอร์โมน (Hormone) อิ่มนะครับ เราสังเกตไหมครับเวลาเราดื่มน้ําอัดลม ยิ่งดื่มยิ่งกระหาย ยิ่งดื่มก็ยิ่งชอบแล้วก็ยิ่งติด อันนี้เป็นปัญหาอันหนึ่งครับที่ทําให้น้ําตาลนั้น มีความแตกต่างจากคาร์โบไฮเดรต กลุ่มอื่น ผมคิดว่าประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ทางผู้วิจัยหรือ ผู้ทํารายงานหรือกรรมาธิการน่าจะใส่เติมลงไปด้วยเพื่อที่จะทําให้เห็นพิษภัยของน้ําตาล นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของฟรุกโตส (Fructose) ผมมีงานวิจัยในเรื่องนี้อยู่มาก สามารถที่จะนําเสนอหรือว่าแบ่งให้ท่านได้ อันนั้นเป็นเรื่องหนึ่งนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังอันนี้เป็นงานวิจัยที่เกิดขึ้นเกือบ ๑๐ ปีแล้ว เป็นงานวิจัยที่รัฐมอนแทนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาไปทําการศึกษาแล้วอันนี้จะเป็นคําตอบ ว่าทําไมต้องใช้ภาษี มาตรการทางภาษี รัฐมอนแทนาเขาทําการศึกษาใน ๒ กลุ่ม ใน ๒ เมืองในรัฐ เมืองหนึ่งจะมีร้านอาหารประเภทจังก์ฟู้ด (Junk Food) นี่อยู่เต็มไปหมดนะครับ แต่อีกเมืองหนึ่ง ไม่ค่อยมีในเมืองที่มีร้านอาหารประเภทจังก์ฟู้ด (Junk Food) คนชอบดื่มน้ําอัดลมหวาน ๆ ทั้งหลายนะครับ เขาใช้วิธีการรณรงค์ครับให้การศึกษาคนในเมืองว่าน้ําตาลนั้นเป็นอันตราย ทําการรณรงค์ไปสักระยะหนึ่งนะครับ ไม่ได้ผลครับ ไม่ได้ผล หากว่าสิ่งแวดล้อมอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ของในเมืองนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง รณรงค์ไปเถอะครับ ไม่ได้ผล คนก็ยัง บริโภคอยู่ แต่ในขณะที่อีกเมืองหนึ่งมีสถานออกกําลังกาย มีภัตตาคารในลักษณะแบบนี้น้อย ไม่ต้องรณรงค์เลยครับ ในกรณีของประเทศไทยเราปรากฏว่าเราอยู่ในกลุ่มที่ ๑ มีภัตตาคาร มีอาหาร มีของต่าง ๆ เหล่านี้ที่มีการเติมน้ําตาลอยู่มากรณรงค์ไม่ได้ผลครับ ในสิ่งที่เขาทํากันที่ รัฐมอนแทนาเขาใช้ภาษีนะครับ ภาษีนั้นจะช่วยลดการบริโภคลงได้ ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัย ของท่านบอกว่าในเม็กซิโกลดลงไปได้ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ปีแรกนั้นลดลงได้ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นก็ลดได้เพิ่มขึ้น ในประเทศฮังการีลดได้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ การใช้มาตรการ ทางภาษี

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไปถึงท่านด้วยนะครับ ถ้าจะกรุณาทํา ที่ในอังกฤษ ทําได้ผลนะครับ อันหนึ่งที่น่าจะทําไปด้วยก็คือการขอความร่วมมือจากโรงเรียนต่าง ๆ จาก กระทรวงศึกษาธิการ ปัญหาใหญ่อันหนึ่งก็คือการขายเครื่องดื่มที่เติมน้ําตาลในโรงเรียนครับ ส.ส. ที่ในประเทศอังกฤษคนหนึ่งพูดดีนะครับ ชื่อ จอร์จ ออสบอร์น พูดเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ที่ผ่านมานี้เองนะครับว่าในเรื่องของการดําเนินงานเพื่ออนาคตพูดไปเถอะครับว่าแผนการ ในอนาคตดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถ้าไม่ทําในเรื่องของเยาวชน การที่เราจะคุยกันว่าเราทําเพื่อ อนาคตนั้นป่วยการครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเพิ่มภาษีแล้วก็ในหลายประเทศนั้น ได้ผลนะครับ สิ่งหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งก็คือเราสามารถที่จะช่วยในเรื่องของการ รณรงค์การลดการบริโภคน้ําตาลในเยาวชนได้ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ผมก็ขอ ฝากเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ