อลงกรณ์ พลบุตร หารือการปฏิรูปด้านสุขภาพจากการบริโภคน้ำตาล โดยเสนอให้มีการประชาสัมพันธ์อันตรายของน้ำตาล กำหนดมาตรการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และครอบคลุมทุกประเภท เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมส่งออก พร้อมเสนอให้ใช้รายได้จากภาษีดังกล่าวสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
คณะกรรมาธิการได้นําเสนอรายงานแล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ สําหรับท่านแรก คือท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ขอเชิญครับ
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สมาชิกลําดับที่ ๑๗๖ ก่อนอื่นผมขอสนับสนุน คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่ได้นําเสนอ เรื่องนี้เข้ามา แล้วก็ขอเรียนนะครับว่าหลังจากที่ท่านได้นําเสนอรายงานเรื่องนี้เข้ามา ทําให้ ผมเพิ่งรู้นี่เองว่าน้ําตาลมีพิษต่อร่างกาย มีอันตรายต่อสุขภาพเลยได้ไปค้นคว้ามานะครับ แล้วก็ขอนําเสนอเพิ่มเติมเพื่อที่จะทําให้การขับเคลื่อนตามที่ท่านรายงานมาบังเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพดังนี้นะครับ ข้อมูลนี้ผมคิดว่าเป็นข้อมูลสําคัญในเรื่อง อันตรายต่อสุขภาพที่จะต้องเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ เพราะถ้าประชาชนไม่เห็นถึง พิษภัยและอันตรายก็จะไม่ก่อให้เกิดความร่วมมือแล้วก็จะเกิดการต่อต้านในที่สุด ก็ขอเรียน ให้ทราบนะครับว่าแน่นอนละครับ ในการออกประกาศครั้งนี้หรือการดําเนินการครั้งนี้ ก็จะต้องมีผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์และแน่นอนครับเขาเรียกว่าจะต้องมีการเรียกว่ามาต่อต้าน หรือว่ามีความคิดเห็นต่างขึ้นมา ดังนั้นในเรื่องของการประชาสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องแรกที่สําคัญ ต้องให้ประชาชนรู้ถึงพิษภัยตามที่ท่านได้รายงานเมื่อสักครู่นี้ครับ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยนี้ ประสบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่เกิดมาจากพฤติกรรมการบริโภค ผลสํารวจเมื่อปี ๒๕๕๒ กับกลุ่มเป้าหมายประชากรไทยวัยผู้ใหญ่พบว่า ๒๑.๔ เปอร์เซ็นต์ เป็นโรคความดันโลหิตสูง ๖.๙ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓.๒ ล้านคนมีภาวะน้ําตาลในเลือดสูง และ ๑๙.๔ เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบ ๙ ล้านคนมีภาวะไขมันหรือคลอเลสเตอรอล (Cholesterol) สูง ในปี ๒๕๕๒ ประชากรไทยเกือบ ๑ ใน ๓ เข้าข่ายภาวะน้ําหนักเกิน ส่วนอีก ๘.๕ เปอร์เซ็นต์เข้าข่าย โรคอ้วน ตรงนี้เป็นภัยอันตรายใกล้ตัวที่เราทุกคนจะต้องรับรู้รับทราบและเตรียมตัวป้องกัน นะครับ ทีนี้สิ่งที่ท่านเสนอมาผมเห็นด้วยครับ แต่ผมขออยากให้สิ่งต่าง ๆ ที่ผมจะนําเสนอ ต่อไปนี้หรือถามต่อไปนี้มันชัดเจนนะครับ ก็คือวิธีการในการจัดเก็บจะต้องเป็นธรรม เสมอภาค ทั่วถึง โปร่งใส แล้วก็มีประสิทธิภาพ ที่เป็นธรรมก็คือว่าจะเก็บในอัตราเท่าเทียมกัน ในทุกชนิดและประเภทของเครื่องดื่มในเกณฑ์เดียวกันตามปริมาณน้ําตาลที่ผสมอยู่ ก็คง จะต้องกําหนดให้ชัดเจนตรงนี้ เมื่อสักครู่ท่านก็กล่าวแล้วนะครับ ก็คงจะชัดเจนในส่วนนี้
แต่ส่วนที่ ๒ ต้องเสมอภาคครับ ต้องเสมอภาคทั้งเครื่องดื่มที่ผลิตในประเทศ และเครื่องดื่มที่นําเข้าจากต่างประเทศ ถ้าเราเก็บเฉพาะเครื่องดื่มที่ผลิตเฉพาะภายในประเทศ ผลก็จะเกิดขึ้นก็คือจะมีคนสั่งนําเข้าเครื่องดื่มจากต่างประเทศเข้ามา แล้วก็มีการบริโภค เครื่องดื่มจากต่างประเทศ แล้วก็ทําให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทยเกิดความเสียหาย
ประเด็นที่ ๓ นะครับ ทั่วถึง ก็คือว่าต้องครอบคลุมทุกประเภทของเครื่องดื่ม ซึ่งตรงนี้ถ้าดูคร่าว ๆ แล้ว คิดว่ายังไม่ครอบคลุมนะครับ เพราะฉะนั้นจะต้องครอบคลุม ถ้าไม่ครอบคลุมผู้ที่อยู่ในข่ายต้องเสียก็จะเกิดการต่อต้านขึ้นมา แต่ถ้าเก็บโดยครอบคลุม ทั้งหมด ทั่วถึงทั้งหมดก็จะไม่มีการต่อต้านในเรื่องเลือกปฏิบัติในการเก็บครับ และ
ประเด็นที่ ๔ คือต้องโปร่งใส ก็คือโปร่งใสต้องเปิดเผยครับ ในกระบวนการ การจัดเก็บในเงื่อนไขวิธีการและอัตราการจัดเก็บผู้ที่เป็นผู้บริโภค หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ประชาชนทั่วไปต้องสามารถตรวจสอบได้ แล้วก็รู้กันโดยทั่วไปนะครับ
อีกส่วนหนึ่ง วิธีการจัดเก็บนั้นจะเก็บจากแหล่งผลิตหรือเก็บจาก ณ จุดขาย ก็ต้องกําหนดให้ชัดเจน อาจจะต้องกําหนดว่า ถ้าเป็นเครื่องดื่มที่ผลิตในประเทศเพื่อบริโภค ในประเทศ อาจจะเก็บที่โรงงานที่ผลิต เครื่องดื่มผลิตเพื่อส่งออก อาจจะต้องยกเว้นไม่เก็บ จะมีวิธีการมาแสดงอย่างไรว่าส่งออกในส่วนนี้จะต้องไม่เก็บ หรือสามารถเรียกภาษีคืนได้ เครื่องดื่มที่นําเข้าจากต่างประเทศเพื่อบริโภคภายในประเทศจะมีวิธีการจัดเก็บอย่างไรถึงจะ ครอบคลุมแล้วก็ทั่วถึง แล้วก็ชนิดที่เก็บ อยากฝากนิดหนึ่งว่าแล้วอาหารหรือขนมที่ใช้ดื่มได้ เก็บด้วยหรือเปล่าครับ ยกตัวอย่างครับ เมื่อสักครู่นี้ยกตัวอย่างโยเกิร์ต และไอศกรีมละครับ แล้วก็บริโภคมากด้วย แล้วก็น้ําตาลมากด้วย น้ําตาลสูงด้วย แล้วก็นําเข้าจากต่างประเทศด้วย ตรงนี้ครอบคลุมหรือเปล่าครับ เพราะฉะนั้นในการบอกว่าเครื่องดื่มนั้นผมอาจจะนําเสนอว่า อาจจะไม่ครอบคลุมนะครับ จะต้องเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่กําหนด ที่จริงแล้วอาจจะเก็บรวมไปถึงขนมหวานด้วยก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็แล้วแต่ ว่าท่านจะไปแก้ไขอย่างไรให้ครอบคลุม เพราะน้ําตาลไม่ได้มาจากเครื่องดื่มอย่างเดียว มาจากอาหารและขนมอย่างอื่นด้วย
แล้วก็ประเด็นที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ประเด็นที่ต้องพึงระวังก็คือว่าการดําเนินการ ครั้งนี้ต้องไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมการส่งออกของอุตสาหกรรมที่ผลิตเครื่องดื่ม อาหาร แล้วก็ขนม แล้วอีกอันหนึ่งที่สําคัญในประเด็นที่ ๔ ก็คือว่าต้องจัดการจัดเก็บต้องมีประสิทธิภาพ คือต้องมีรายได้มากกว่างบประมาณที่จัดเก็บได้ และการจัดเก็บต้องง่ายและสะดวก เช่น อาจจะเก็บจากจํานวนฝาที่ใช้ หรือจัดเก็บจากโดยวิธีอะไรที่ประหยัด ก็ไม่ก่อให้เกิดการทุจริต แล้วก็ไม่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ
ประการที่ ๕ ต้องนําเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปใช้ให้ชัดเจนว่าใช้ในเรื่องใด แล้วก็ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วต้องมีความโปร่งใสในการใช้ ผมเห็นด้วยที่จะนําไปใช้ ในการรักษาโรคที่เกิดจากการบริโภคน้ําตาลนี่ละครับ อาจจะรักษาฟรี หรือจะเป็นกองทุน ในการรักษา และเมื่อเงินที่เก็บได้นั้นลงไปสู่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ําตาล จากการ บริโภคน้ําตาลหรือไปสู่กลุ่มบุคคลที่สมควรจะได้รับ อันนี้จะก่อให้เกิดกระแสการต่อต้าน ลดลง แล้วก็คนที่เขาจ่ายภาษีเขาก็ยอมรับได้ เพราะว่าเขารู้ว่าเงินที่ถูกเก็บไปนั้นนําไปใช้ อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็นําไปใช้เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขอฝาก ในประเด็นสําคัญต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ผมขอจบการนําเสนอครับ
ขอเชิญท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์อิศรา ศานติศาสน์ นะครับ ศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญครับ