ดุสิต แจงกระบวนการ สปท. ชี้ควรตั้งกรรมการรับหนังสือถึงประธาน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑ · ๗ มกราคม ๒๕๕๙

ดุสิต เครืองาม อภิปรายเสนอแนะกระบวนการและเนื้อหาการปฏิรูปประเทศในร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำข้อเสนอและเน้นว่ารายละเอียดควรอยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องบรรจุทั้งหมดในรัฐธรรมนูญหลัก

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธานที่ประชุม สปท. ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม ขออนุญาตอภิปรายในนามส่วนตัว ไม่ใช่เป็นในนามตัวแทนของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ซึ่งผมสังกัดอยู่ครับ หัวข้อที่ผมจะขออภิปรายแบ่งออกเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือว่าด้วยเรื่องกระบวนการ ซึ่งเราได้หารือกันบ้างแล้วในภาคเช้าแต่จําเป็นที่ผมจะต้อง ขออภิปรายเพิ่มเติม เพราะว่าน่าจะเป็นประโยชน์ และเรื่องที่ ๒ ก็ขอเข้าไปในเรื่องเนื้อหา ของการเสนอที่จะบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญครับ เกี่ยวกับกระบวนการในการดําเนินการของ สปท. ของเรา ถ้าผมดูในข้อบังคับการประชุม สปท. แล้วไม่ยากเลยครับ แล้วก็ต้องชื่นชมว่า คณะกรรมาธิการนี้ยกร่างข้อบังคับไว้ดีมาก โดยมี ๓ ช่องทางที่ดําเนินการเพื่อจะได้ตอบ หนังสือ ส่งข้อมูลเป็นการบ้านกลับไปถึงท่านประธานมีชัย ช่องทางที่ ๑ อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๐ (๕) ข้อบังคับเราเขียนไว้ชัดเจนว่าประธาน สปท. ท่านสามารถแต่งตั้งกรรมการเพื่อดําเนินการกิจการใด ๆ ได้ ตอนนี้ผมมองเห็นแล้วว่า การที่จะตอบหนังสือไปถึงท่านประธานมีชัย นี่คือเป็นภารกิจพิเศษครับ เพราะฉะนั้น ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐ (๕) ท่านประธานสามารถแต่งตั้งกรรมการเพื่อดําเนินการกิจการใด ๆ ได้ ตั้งหรือไม่ตั้งก็แล้วแต่ท่านนะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๕ ให้มีคณะกรรมการประสานงาน การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งผมไม่ทราบว่าตอนนี้มีตัวตนหรือยัง (๑) มีอํานาจหน้าที่ ในการประสานงานกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครม. คสช. ประสานงานกับคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ จริง ๆ แล้วภารกิจตอนนี้มันเริ่มแล้วครับ ภารกิจในการที่จะประสานงานกับ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนี่เริ่มแล้ว แต่ถ้าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕ ถ้ายังไม่มี คณะกรรมการชุดนี้ก็ไม่ว่าอะไรครับ ไปข้อบังคับ ข้อ ๗๗ (๒) คณะกรรมาธิการวิสามัญหรือวิป (Whip) มีอํานาจในการพิจารณาเรื่องอื่นใดตามที่สภามอบหมายหรือตามที่ประธานสภา มอบหมาย ก็สุดแท้แต่ท่านประธานจะเลือกเอาข้อไหน แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบ ข้อ ๑๐ (๕) ให้แต่งตั้งคณะกรรมการคณะพิเศษขึ้นมาครับ เพื่อดําเนินการกิจการใด ๆ ในที่นี้ก็คือ เพื่อดําเนินการรวบรวม ยกร่างข้อเสนอที่จะส่งไปยังท่านประธานมีชัย ตรงนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐ (๕) ผมชอบ ข้อ ๑๐ (๕) มากกว่าที่เจรจาสายวิป (Whip) ครับ ผมเข้าใจว่าวิป (Whip) นี่ค่อนข้างมีเรื่องที่จะต้องพิจารณาเยอะแยะมากมาย แต่นี่เป็น เรื่องเฉพาะกิจจริง ๆ ที่จะต้องพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญเท่านั้น ต่อไปในเรื่องเนื้อหาครับ ผมขอให้คําตอบเลยว่าในใจของผมที่เราคุยกันตั้งนานในกระดาษที่บอกว่า ๓ ข้อบ้าง ๔ ข้อบ้างเป็นกระดาษ ๒ หน้านี้ ผมคิดว่าโดยส่วนตัวผมแล้วไม่จําเป็นจะต้องนําไป บรรจุในรัฐธรรมนูญเลย ผมอาจจะพูดเสียงดัง ๆ ชัด ๆ แบบนี้ครับ ไม่จําเป็นนะครับ เพราะอะไร เพราะว่าสุดท้ายเราก็มีทางออก เนื้อหาต่าง ๆ ของการที่จะปฏิรูปนั้นเราสามารถ ไปบรรจุอยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว แล้วก็สามารถเขียนได้ดีที่สุด เขียนให้เท่ที่สุดด้วย แล้วก็การเสนอยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ก็เป็นภารกิจหน้าที่ของ สปท. อยู่แล้วที่เราสามารถจะเสนอแนะได้ เพราะฉะนั้นเนื้อหา ที่จะเสนอบรรจุต่อไปทางท่านประธานมีชัย ในใจผมมีสั้น ๆ แค่นี้ครับ ข้อ ๑ มาตรา ๑ ให้พูดแต่เฉพาะเรื่องเจตนารมณ์ของการปฏิรูป วัตถุประสงค์ของการปฏิรูป ข้อผูกพันของใคร ฝ่ายบริหารฝ่ายอะไรที่จะต้องดําเนินการตามการปฏิรูปนั้นต้องระบุไว้ในเจตนารมณ์นะครับ กําหนดวัตถุประสงค์ ระยะเวลาเป็นช่วง ๆ จะบังคับหรือไม่ก็แล้วแต่ และมาตรา ๒ ซึ่งท่านคํานูณได้อภิปรายไปแล้วให้มีกลไก ก็คือให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปขึ้นมา คณะหนึ่ง จะเรียกชื่อเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ไม่ขัดข้องนะครับ คือให้มีองค์กรนั่นละ คือมีคณะตัวบุคคลที่เข้ามาดูแลขับเคลื่อน ดูแล เฝ้ามองการปฏิรูปต่าง ๆ ในระยะยาว ถือว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ข้อ ๓ ก็คือให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นั่นเอง และใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญนั้นเขาก็จะกําหนดรายละเอียดต่าง ๆ คณะบุคคล องค์กร ภารกิจ หน้าที่ แม้แต่กระทั่งเนื้อหารายละเอียดที่จะใส่เข้าไปในเรื่องของ การปฏิรูปก็อยู่ใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญนี้อยู่แล้ว จะใส่เข้าไปยาวกี่สิบหน้า กี่ร้อยหน้า ก็ใส่เข้าไปให้เต็มที่เลย เรามีเวลาอีกหลายเดือนในการที่จะยกร่างพระราชบัญญัตินั้น เพียงแต่ว่าในรัฐธรรมนูญนี้ก็คงจะใส่เฉพาะหัวข้อการปฏิรูปใหญ่ ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ บอกว่ามีอยู่ ๑๐ เรื่อง เราอาจจะขยายให้ละเอียดนิดหนึ่ง อาจจะเป็น ๑๕ เรื่อง ๑๘ เรื่อง ๒๐ เรื่อง หรือเรื่องอื่น ๆ ก็เติมเข้าไปได้ คิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้วนะครับ แล้วสุดท้ายคงจะต้องไปเทียบดูว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับท่านอาจารย์มีชัยนั้นได้เขียนเอาไว้มากน้อยเพียงไหน ดีไม่ดีมันก็จะมาซ้ําซ้อนกับข้อเสนอการปฏิรูปที่เรากําลังคุยกันอยู่นี้หลายเรื่องนะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วผมคิดว่าไม่จําเป็นเลยที่จะต้องลงไปในเนื้อหารายละเอียด ของการปฏิรูป แล้วก็โชคดีที่เมื่อคราวมี สปช. สภาปฏิรูปแห่งชาติ เขาได้มีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องการปฏิรูปเอาไว้แล้ว คณะหนึ่ง แล้วก็มีหลายท่าน ถ้าผมจําไม่ผิดก็มาเป็นสมาชิก สปท. อยู่ในนี้ด้วย โดยมีท่านคุณหมอชูชัย ศุภวงศ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการอยู่แล้ว ก็สามารถที่จะ มาถ่ายทอดความรู้ เนื้อหา แทกติก (Tactic) อะไรต่าง ๆ ที่จะใส่เข้าไปในร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นด้วย ขออภิปรายเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ