สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑ · ๗ มกราคม ๒๕๕๙

เสรี สุวรรณภานนท์ หารือเรื่องเอกสารข้อเสนอแนะ 4 ข้อที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากสภา และเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศ โดยระบุวิธีการและมาตรการในการปฏิรูป โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง โดยเสนอแนวทางการแก้ปัญหา 5 ประการ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเป็นอันดับแรกก่อน ต่อเนื่องจาก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านคุรุจิตซึ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่นะครับ ในประเด็น เรื่องเกี่ยวกับเอกสารข้อเสนอแนะ ๔ ข้อ โดยบอกว่าเป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดที่แล้ว หรือ สปช. ชุดที่แล้วนะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคุรุจิตว่า ๔ ข้อดังกล่าวนี้ ไม่ใช่ผ่าน สปช. แต่เป็นเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๔ ถึงมาตรา ๒๖๗ เป็นร่าง ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่ง สปช. ชุดที่แล้วลงมติคว่ําร่างนี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้น สปท. จึงไม่อาจที่จะเอาเอกสารชุดนี้ส่งไปให้ กรธ. โดยเป็นมติของ สปท. ไม่ได้ ด้วยความเคารพนะครับ อีกส่วนหนึ่งก็คือเนื้อหาสาระในเอกสารดังกล่าวนี้ ท่านคํานูณ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็บอกไว้แล้วว่าเป็นตัวอย่าง แต่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเมื่อวานนี้ผมก็ฟังไม่ชัดนะครับ บอกว่าเป็นตัวอย่าง เพียงแต่บอกว่าเป็นร่างมาตราเดิมที่จะไม่ใส่เลขเข้ามาแล้วจะแก้เป็นเลขใหม่ ซึ่งก็อย่างที่ เรียนแล้วว่าก็ไม่ได้เห็นด้วยไปแล้ว เพราะฉะนั้นขอยืนยันว่าร่าง ๔ ข้อนี้ไม่ใช่ร่างที่จะส่ง กรธ. ในนามของ สปท. ได้เพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันมากเหลือเกิน นี่คือข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเนื้อหาสาระดังกล่าวนี้เราอาจจะเข้าใจผิดว่า เป็นเรื่องการปฏิรูปสําคัญที่จะต้องเสนอ กรธ. ไปทั้งหมด เพราะว่าการที่จะเสนอเรื่องของ การปฏิรูปนั้นเขาบอกว่าต้องเป็นเรื่องสําคัญ แต่ในรายการทั้ง ๔ ข้อนี้เป็นทั้งหมดของประเทศ นี่คือความยุ่งยากครับ ถ้าหากว่าเสนอไปบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญผมเชื่อได้ว่ากรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ ๑. ไม่เอาแน่นอน ๒. ตามหนังสือของท่านอาจารย์มีชัย ท่านประธาน กรธ. ท่านก็แจ้งมาชัดเจนว่าในเรื่องสําคัญ ๆ นั้นท่านต้องนําไปดําเนินการตามมาตรา ๓๕ (๑๐) ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๕ (๑๐) เขาบอกว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่า กรธ. ต้องร่างรัฐธรรมนูญ ใน (๑๐) บอกว่ากลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสําคัญต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ต่อไป เขาไม่ได้พูดรายละเอียด เขาขอเพียงแต่ว่าเรื่องสําคัญ นี่อันที่ ๑ อันที่ ๒ เขาขออะไรครับ กรธ. เขาต้องการอะไร เขาต้องการกลไก หรือบางคนก็เรียกว่า กน-ละ-ไก กลไกคือวิธีการ หรือมาตรการต่าง ๆ ที่จะนําไปปฏิรูป เขาไม่ได้ขอรายละเอียดเลยครับ เขาขอวิธีการ มาตรการ ระบบ ซึ่งในข้อเสนอดังกล่าวนี้มีทั้งระบบ มีทั้งกลไก วิธีการ แล้วก็อื่น ๆ อีกเยอะแยะเลย ซึ่งไม่ได้พูดถึงว่ากลไกดังกล่าวนั้นทําอย่างไรด้วย เขาบอกว่ากลไกดังกล่าวที่ขอนี้จะทําอย่างไร ไม่ใช่เสนอว่าให้มีกลไกอย่างเดียว เพราะคําว่าให้มีกลไกอย่างเดียวเป็นเรื่องหลักการ แต่เขา ขอว่าแล้วจะเสนออย่างไร ถ้าเราเสนอไปโดยไม่มีวิธีการ ไม่มีระบบ ไม่มีมาตรการ แล้วเสนอไป นั่นคือเราไม่รู้เรื่อง นี่คือข้อสาระที่ต้องกราบเรียนว่าเนื้อหาสาระเหล่านี้ถ้าหากนําเสนอ แล้วเอาความเห็นเสนอไปซึ่งจะซ้ํากับของเดิมหรือเพิ่มเติมผมไม่ขัดข้อง แต่อย่าใช้วิธีการ เอาเรื่องที่ตกไปแล้วของสภาชุดที่แล้วสอดแทรกเข้ามา ปลุกให้ฟื้นขึ้นมาโดยวิธีการที่จะบอก อ้างว่าเป็นเพียงแค่ตัวอย่าง อันนี้ทําให้เสียหายทั้งสภาว่าเราไม่ได้ และข้อสําคัญคือสภา สปท. ครับท่านประธาน เขาให้ทํางานต่อจาก สปช. แต่ในร่างที่เสนอมานี้ไม่ใช่งานของ สปช. แต่กลับกลายเป็นมติของ สปช. ที่ลงมติไม่รับร่างนี้ อันนี้ก็กราบเรียนว่าในประเด็นเรื่อง ของการที่จะเสนอเอกสารดังกล่าว แต่เรื่องนี้ที่จะเสนอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเห็นความสําคัญในเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ทั้ง ๆ ที่ท่านรองประธานเองพูดตลอดว่า สปท. นั้นไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ ก็เลยทําให้ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสําคัญตามไปด้วย แต่ในคณะกรรมาธิการด้านการเมืองของเรา มีความเชื่อมโยงทางด้านการเมือง เพราะปัญหาทางการเมืองส่วนใหญ่ก็จะถูกบัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ เมื่อมีความเชื่อมโยงกรรมาธิการก็เลยนําเสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานสภาเราเองบอกว่าการเสนอดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องกรรมาธิการ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับสภา ถูกต้องครับ เพราะว่าเรายืนหลักนั้นมาตลอด แต่พอมาวันนี้เรามาให้ความสําคัญว่าที่ กรธ. เขามีหนังสือสอบถามความเห็นในเรื่องกลไก การปฏิรูปด้านต่าง ๆ นี้มีอะไรบ้าง เราก็เลยหยิบยกขึ้นมาเพื่อจะให้ความสําคัญ แต่สิ่งที่ เราทําไปนั้นเราไม่ได้ส่งไปแค่ กรธ. อย่างเดียวนะครับ ในคณะกรรมาธิการเราทําหนังสือปะหน้า นําเอกสารทั้งหมดนั้นส่งท่านประธานสภาไปด้วย ส่งให้ท่านประธานสภาไปเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ไปพร้อมกับท่านประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ส่งเป็น ๒ ชุดเลย ชุดหนึ่ง ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อีกชุดหนึ่งให้กับท่านประธานสภาไป ดังนั้นในเมื่อ ถ้าจะให้ความสําคัญตรงนี้กันนอกจากกรรมาธิการชุดผมแล้วนะครับท่านประธาน ยังมีคณะกรรมาธิการชุดอื่นที่ทําเช่นเดียวกันคือส่งไปที่ กรธ. แล้ว ก็เลยกลับกลายเป็นว่า สิ่งที่กรรมาธิการบางคณะอาจจะไม่ทุกคณะส่งไปที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้น กลายเป็นบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไปเหมือนประชาชนคนหนึ่งเสนอความเห็นไปเท่านั้น ดังนั้นผมเองส่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว ส่งท่านประธานสภาไปแล้ว เพื่อให้เป็นมรรคเป็นผล ผมก็ขอให้ท่านประธานผ่านสภาแห่งนี้ทั้งสภานําหนังสือพร้อม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองส่งไปอีกครั้งหนึ่ง โดยผ่านท่านประธานสภาให้เป็นทางการ ให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ส่งไปแค่โดยส่วนตัวเท่านั้น แต่ถือว่าเมื่อมีการประชุมในที่ประชุมแห่งนี้แล้วก็น่าที่จะเอาของแต่ละกรรมาธิการที่จัดทํา หรือส่งไปแล้วนั้นส่งไปในนามของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอีกครั้งหนึ่ง อย่างน้อย ก็ถือว่าผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้ว ซึ่งรายละเอียดเป็นกระบวนการต่าง ๆ ที่จะแก้ปัญหา ทางการเมืองของประเทศในคณะผม โดยแบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ ๖ หัวข้อ

หัวข้อที่ ๑ คือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง อันนี้คือแก้ปัญหาให้ได้นักการเมืองที่ดี มีกระบวนการ มีกลไก มีมาตรการในการที่จะเสนอให้ได้นักการเมืองที่ดีได้อย่างไร

หัวข้อที่ ๒ เป็นเรื่องของระบบพรรคการเมือง เสนอกลไกการปฏิรูปพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองนั้นมีคณะกรรมการบริหารส่วนหนึ่ง คนเลือกตั้งก็อีกส่วนหนึ่ง นี่คือแก้ ระบบพรรคการเมืองให้มีประสิทธิภาพ ให้มีคุณภาพมากขึ้น

หัวข้อที่ ๓ เป็นเรื่องการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ก็เสนอกลไกการแก้ปัญหา ในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เราเห็นเลยว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นมีปัญหาเรื่องของคนมา ลงทุนเป็นธุรกิจการเมือง เป็นกลุ่มทุน โดยคนเหล่านี้เป็นคนที่มีเงิน มีทุน เป็นผู้มีอิทธิพล แล้วที่ผ่านมากลุ่มนี้ก็ยังสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากมาย และคนเหล่านี้คือคนที่อยู่ใน บัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) คณะกรรมาธิการเราขอตัดปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) ออก เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของกลุ่มทุนหรือปัญหาต่าง ๆ ที่ได้กราบเรียนไป

หัวข้อที่ ๔ เสนอวิธีการกํากับ ควบคุม การตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ เราเสนอเป็นกลไกเป็นระบบให้มีการตรวจสอบและการใช้อํานาจรัฐที่มีประสิทธิภาพ นี่คือ สิ่งที่กรรมาธิการเสนอไปนะครับ

หัวข้อที่ ๕ เราเสนอในเรื่องของการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย เราเสนอเป็นหลักการสําคัญแล้วก็เริ่มทํา แล้วก็ยังสามารถที่จะ ทําต่อไปได้ใน ๒๐ ปีข้างหน้าตามนโยบายที่พูดคุยกันอยู่

และหัวข้อสุดท้าย ก็คือการแก้ไขความขัดแย้งและการสร้างความปรองดอง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คณะกรรมาธิการเราเสนอแนวทางการแก้ปัญหาไว้นะครับ ซึ่งส่วนหนึ่งเข้าใจว่าน่าจะมีส่วน ในการที่จะนําไปเป็นหลักการสําคัญอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ และที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือ การที่จะเสนอดังกล่าวนั้นบางเรื่องเราเข้าใจครับ อาจจะไปอยู่ในบทเฉพาะกาล อาจจะไป อยู่ในรายละเอียดที่จะต้องมีกฎหมายลูกออกมา ดังนั้นในเรื่องเกี่ยวกับการนําเสนอ ไปให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้น ในส่วนคณะกรรมาธิการเราจัดทําไป เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานโดยครบถ้วน ขอบพระคุณครับ