คุรุจิต นาครทรรพ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การศึกษา และสาธารณสุข เพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพและเป็นธรรม นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาระบบพลังงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ท่านประธานครับ ผมก็เห็นใจท่านผู้เป็นประธานเวลามีความเห็น ที่หลากหลาย แต่ผมดูเนื้อหาที่มาของเรื่องที่เรากําลังพิจารณาอยู่วันนี้แล้วก็คือว่า ท่านประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาให้เกียรติสภาของเราสอบถามมา ท่านกําลัง ร่างรัฐธรรมนูญก็ใกล้จะเสร็จร่างแรกแล้ว แล้วตามข่าวก็จะมีการไปประชุมระดมสมองกัน ในสัปดาห์หน้าแล้ว สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีประเด็นปฏิรูปอะไรที่คิดว่าสําคัญ ควรจะเสนอให้อยู่ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อวานมีการประชุมกรรมการวิป (Whip) ซึ่งผม ก็เป็นกรรมการอยู่ด้วยท่านหนึ่ง ก็มีการอภิปรายหลากหลายว่าควรจะมีตุ๊กตาตั้งต้นตัวอย่างที่ สภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งผมเองก็เป็นสมาชิกอยู่ด้วยแต่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เขาได้ทําไว้ กระผมอยากจะขอเรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกซึ่งอย่างน้อยก็มีประมาณ ๑๔๐ ท่านที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติในครั้งนั้นว่าในสภาปฏิรูปแห่งชาติ เราในครั้งนั้นมีคณะกรรมาธิการถึง ๑๘ คณะ แล้วแต่ละคณะก็คิดประเด็นปฏิรูปต่าง ๆ นานา ด้วยความเจตนาดีทั้งสิ้น และในแต่ละคณะเองบางคณะก็มีความเห็นที่หลากหลายแตกแยก กันเป็น ๒ ฝ่ายก็มีนะครับ ในร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ประเด็นการปฏิรูปมียาวถึง ๑๐ กว่ามาตรา เป็นภาค ๔ ของรัฐธรรมนูญ เมื่อผ่านการพิจารณาไปก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ายาวเกินไป แล้วเป็นการผูกมัดรัฐบาลในอนาคตมากเกินไป เราควรจะเขียนเรื่องของการปฏิรูปในมุมมอง ของภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า แอสไพเรชัน (Aspiration) เราอยากจะเห็นประเทศไปใน ทิศทางไหน แต่ไม่ใช่มัดมือชกว่าคุณต้องจัดสรรงบประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไปใช้เรื่องนี้ คงเขียนอย่างนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะมองว่ารัฐธรรมนูญที่คนรุ่นลูกรุ่นหลานเขาจะ ใช้คนรุ่นเราเห็นว่าอะไรเป็นเรื่องสําคัญที่อยากจะฝากไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ท่านประธานวิป (Whip) เมื่อวานนี้ท่านประธานลุกออกไป ท่านรองประธานอลงกรณ์ ก็ทําหน้าที่แทน ผมก็เห็นเอกสารว่าหนังสือของท่านมีชัยมีแนบภาค ๔ ที่ยุบเหลือ ๔ มาตราแล้ว ผมก็ว่าเป็นตุ๊กตาที่ดี ผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่ว่ามาจากกระบวนการที่ยาวนาน และผมต้องเรียนว่ากว่าจะเหลือ ๔ มาตรา ตอนนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ตั้งคุณหมอชูชัยเป็นประธาน ผมก็เห็นใจท่านเหมือนกันเหมือนจับปูใส่กระด้งเพราะทุกคน ก็อยากจะได้ยาว ๆ อยากจะได้ของตัว แต่ในที่สุดก็ออกมาเป็นร่างนี้ ๔ มาตรา เพราะฉะนั้น ผมก็คิดว่าวันนี้ในเมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ให้โอกาสถามเรามา เราก็ควรจะ มีความเห็นกลับไป ผมอาจจะไม่เห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายว่าควรจะส่งกลับไปให้ แต่ละคณะกรรมาธิการซึ่งตอนนี้เหลือ ๑๐ คณะกรรมาธิการสามัญแล้วไปดูสิว่าควรจะมีอะไร เพราะผมเชื่อว่าจะยาวกว่าเดิมอีก แล้วถ้าทําแบบนั้นก็คงไม่เสร็จภายในอาทิตย์สองอาทิตย์หรอก แล้วก็จะไม่ทัน เราก็จะตกรถไฟไปด้วยกันทั้งหมดเลย เพราะคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เขาก็จะร่างไปเลย เพราะฉะนั้นผมก็เลยจะขอใช้สิทธิอภิปรายโดยวิจารณ์ใน ๔ ข้อที่มีคน ทําตุ๊กตาไว้นะครับ จะดีหรือไม่ดีอย่างไรเราก็ส่งให้เขาไปดู แล้วผมอยากจะเสนอว่าเราก็ส่งว่า เราได้ดู ๔ ข้อของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแล้วสมาชิกมีความเห็นหลากหลายแบบนี้ แล้วก็จดมาเลยว่าท่านไหนพูดว่าอย่างไร แต่อย่าจดให้ยาวนัก แล้วก็ส่งให้ประธานกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญท่านก็มีวิจารณญาณเอง ท่านคงไม่เอาของเราทั้งหมดเหมือนกับคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วเขาไม่เอาของผมทั้งหมดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะ ขอเรียนว่าผมได้อ่านใน ๔ ข้อนี้ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดที่แล้วได้ทําไว้ผมก็อยากจะเน้นใน ๒-๓ เรื่องที่ผมเห็นด้วยนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยว่า (๑) ที่บอกว่า มาตรการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันบ้านเรามีกฎหมายเยอะมาก มีนักกฎหมายเยอะมาก แต่การบังคับกฎหมายแย่มาก เห็นคนละเมิดกฎหมายอยู่ทุกวัน ในเรื่องจราจรนี้เห็นเลยขับรถไปก็มีคนย้อนศร จอดรถ ไม่เป็นที่เป็นทางอะไรเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเราอยากจะเห็นการปฏิรูปในเรื่องการบังคับใช้ กฎหมาย ถ้าเราบังคับใช้กฎหมายดี ๆ เราไม่ต้องมีตํารวจเยอะ ๆ หรอกครับ แล้วเราไม่ต้องมี เรือนจําเยอะ ๆ แล้วคนเคารพกฎหมาย ปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติผมว่าเขียนแค่นี้ ก็เพียงพอแล้วไปดูว่าปฏิรูปอย่างไรให้เหมาะสมกับสังคมไทย ไม่ต้องไปเขียนบังคับว่าจะแยก ตรงนั้นไว้ตรงนี้ ตรงนี้ไว้ตรงนั้น เรื่องของการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติผมก็เห็นด้วยว่าควรจะมี ประเทศควรจะเน้นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมและทางเศรษฐกิจ อันนี้เขียนไว้ก็ดี แต่ว่าไม่ได้ลงลึกไปถึงวิธีการจะทําอย่างไรนะครับ เรื่องปฏิรูปการศึกษาผมเห็นว่าจําเป็น ประเทศไทยเราจะก้าวหน้าไปได้ต้องมีคุณภาพของคนที่ดี แล้วนักการศึกษาบ้านเรา ก็มีเยอะมากอีกเช่นเดียวกัน แต่ทําไมการศึกษาของเราเมื่อตัวชี้วัดเทียบกับประเทศอื่นแล้ว เรายังสู้กับคนในอาเซียน (ASEAN) ชาติในอาเซียน (ASEAN) หลายชาติไม่ได้ทั้งที่เราก็เป็น ประเทศที่มีประวัติยาวนานในเรื่องการศึกษา เพราะฉะนั้นสิ่งที่สมาชิกอาจจะอภิปรายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เขาเขียนอยู่ ๖ บรรทัดเพียงพอหรือยังที่จะกําหนดวิชัน (Vision) การปฏิรูปการศึกษา ของประเทศไทยในอนาคตดีหรือไม่ดีอย่างไรก็อภิปรายไป แต่ผมเห็นว่าก็ครอบคลุม ผมเอง อยากจะเน้นว่าการศึกษาควรให้คนคิดเป็น ทําเป็น ไม่ใช่เน้นว่าจะต้องมีมหาวิทยาลัย เยอะ ๆ หรือว่าจะต้องจบปริญญาสูง ๆ แต่เน้นว่าให้คนมีคุณภาพ เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม แล้วการศึกษาก็ควรจะรวมถึงเรื่องการกีฬาด้วย เพราะเราก็ท่องกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทําคนให้เป็นคน เพราะฉะนั้นก็เห็นด้วย
ในเรื่องของการสาธารณสุขก็มีข้อขัดแย้งในสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งที่แล้ว มีความเห็นแตกต่างกันไป แต่ผมคิดว่าก็วิจารณ์กันที่เขียนอยู่ ๓-๔ บรรทัดเป็นทิศทาง ที่เหมาะสมหรือไม่ ส่งเสริมให้คุณภาพของการสาธารณสุขของประเทศดีขึ้นหรือแย่ลง หรือว่าการที่จะกระจายให้การรักษาเท่าเทียมกันเลยทําให้การรักษามีคุณภาพหรือเปล่า เราควรจะควบคุมอัตราค่าบริการของภาครัฐหรือเอกชนหรือเปล่า ผมคิดว่าเราไม่ควร ไปลงลึกขนาดนั้น ควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและผู้ที่มาเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รัฐสภาในอนาคตเขากําหนด แต่ควรจะบอกว่าเราอยากเห็นคนไทยสุขภาพดี ปลอดโรค ปลอดภัย และเมื่อเจ็บป่วยก็ได้รับการดูแลตามสมควรนะครับ
ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อเช้าท่านกษิต ขอประทานโทษ ที่ต้องเอ่ยนามท่าน ผมก็เห็นด้วยกับท่านนะครับ เมื่อวานคณะกรรมาธิการผมก็เชิญผู้อํานวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกมาเล่าให้ฟังว่าปารีสแอคคอร์ด ๒๐๑๕ (Paris Accord 2015) เป็นอย่างไร ตกลงกันว่าอย่างไร และผมก็จําได้ตอนที่เขายกร่างภาค ๔ ผมก็ยังเสนอว่า ควรจะเลือกใส่คําว่า จัดทําบัญชีก๊าซเรือนกระจก ใส่ไปด้วย จะได้เป็นการตระหนักรู้ว่า ประเทศไทยมีพันธกรณีที่ควรจะมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ว่าเราก็ต้อง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสมฐานะของเราที่เป็นประเทศ อีเมอร์จิงอีโคโนมี (Emerging economy) เป็นประเทศกําลังพัฒนา เราคงไปทําเท่ากับประเทศในยุโรปไม่ได้ แต่ว่าเป็น พันธะร่วมกัน ประเทศไทยเราปล่อยไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของโลก เป็นลําดับที่ประมาณ ๒๕-๒๖ แต่ว่า ๒ ประเทศแรกที่เขาปล่อยมากที่สุดคือ ประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกา ๒ ประเทศเท่านี้รวมกันก็ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ของโลก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องการปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติ ถ้าจะพูดถึงอนาคต ก็ควรพูดถึงพันธกรณีต่อสังคมโลก ต่อลูกหลานที่เราควรจะนําไปสู่สังคมคาร์บอน (Carbon) ต่ํา ด้วยการลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สําหรับเรื่องของพลังงานซึ่งเป็นเรื่องที่ผม เป็นกรรมาธิการอยู่ ผมว่าที่เขียนมีอยู่ ๔ บรรทัดก็มีความเพียงพอ สมาชิกในคณะกรรมาธิการ ผมอาจจะบอกว่าต้องการให้ยาวกว่านี้เพราะสําคัญ แต่ว่าเวลาเราไปประชุมกับคนส่วนใหญ่ เขาก็บอกว่าถ้าคุณเขียนยาวกว่านี้คนอื่นเขาจะยาวแบบนี้ ซึ่งเราก็เอาหลัก ๆ หลัก ๆ ก็คือ การบริหารจัดการเรื่องพลังงานต้องมีธรรมาภิบาล มีส่วนร่วม แล้วก็ไปเพื่อความมั่นคง ด้านพลังงานของประเทศ มีพลังงานใช้อย่างเพียงพอต่อเนื่องในราคาที่เป็นธรรม เพราะฉะนั้น โดยรวมผมคิดว่าตุ๊กตา ๔ ข้อที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติเขาทําไว้ก็มีบางข้ออาจจะต้องปรับแก้ ผมก็อยากจะสนับสนุนข้อที่ผมได้พูดไปคือเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ การขจัดความเหลื่อมล้ําทางสังคม และทางเศรษฐกิจ เรื่องวินัยทางการเงิน การคลัง ผมต้องเรียนว่าบางรัฐบาลบางเรื่องไม่กล้าทําเพราะว่าเสีย คะแนน แต่ว่าเรามาในวิธีพิเศษก็ต้องกล้าทํา ผมก็คิดว่าเรื่องของการจัดระบบภาษีให้เป็นธรรม อย่างภาษีที่ดิน ภาษีมรดก อาจจะกระทบคนที่มีฐานะดี แต่ว่าเพื่อความเป็นธรรม สังคมก็ควรจะต้องมีการตัดสินใจทํา เพราะว่าถ้ารอให้รัฐบาลหน้าหรือสภาหน้ามาก็เป็นเรื่องยาก ที่จะตัดสินใจนะครับ แล้วก็ในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ผมก็อยากว่าทําอย่างไรถึงจะให้ ไปได้ควบคู่กับการพัฒนา เรื่องสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นโดยรวมผมก็เห็นด้วยในหลักการกับ ๔ ข้อที่มีอยู่ แล้วก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ข้อคิดเห็นของสมาชิกทุกคนที่ได้ อภิปรายก็น่าจะสรุปรวมแล้วก็แนบท้ายไปว่าสมาชิกได้อภิปรายใน ๔ ข้อที่สภาชุดที่แล้ว เขาทําไว้มีความเห็นอย่างนี้ ก็ขอมอบให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไปประกอบการพิจารณาว่า ท่านควรจะเอาอะไรไปบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังร่างอยู่ ขอบพระคุณครับ