เลิศรัตน์ ชี้ร่างปฏิรูปรัฐธรรมนูญต้องกระชับ สอดคล้องเป้าหมาย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑ · ๗ มกราคม ๒๕๕๙

เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือแนวทางการจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับกลไกการปฏิรูปประเทศเพื่อนำไปใส่ในรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ประชุมร่วมและแยกกลุ่มเพื่อสรุปข้อคิดเห็นให้สอดคล้องกัน ก่อนส่งให้คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาในกรอบที่กระชับและเป็นเอกภาพ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ใคร่ขออนุญาต ให้ข้อคิดเห็นและอภิปรายในเรื่องที่ท่านประธานได้กรุณากําหนดไว้ในวันนี้ ด้วยความเคารพ ในความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกทุกท่านซึ่งก็มีหลากหลาย และผมคิดว่าก็มีหลายความคิด ที่เป็นประโยชน์ เราก็ได้ใช้เวลาไปแล้วประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่งในการหารือ เรื่องที่ ท่านประธานได้กําหนดในวันนี้เป็นเรื่องด่วน คือเรื่องข้อคิดเห็นต่อการกําหนดกลไกในการปฏิรูป ไว้ในรัฐธรรมนูญตามที่ท่านประธาน กรธ. ได้ขอมา ผมเองก็ได้พบกับท่าน กรธ. บางท่านที่เรา ส่งมาในครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน เขาอ่านไม่ไหวมันเยอะและไม่เป็นประเด็น เรื่องเดียวกันมีคนคิด ๓-๔ คน เขาก็ต้องไปตัดสินอีก สมัยผมร่างรัฐธรรมนูญอยู่ ๖ เดือน ก็เช่นเดียวกัน ถ้าส่งมาแบบนั้นให้เจ้าหน้าที่ไปอ่าน เจ้าหน้าที่สรุปมาก็ยังเยอะอีก เพราะฉะนั้นต้องสะเด็ดน้ํา ต้องเป็นความคิดที่สอดคล้องกันของสภาแห่งนี้ เรื่องหนึ่งต้องมี ประเด็นเดียว คราวนี้ตอนนี้เขาขออะไรเรามาเขาขอมาชัดเจนเรื่องของกลไกในการปฏิรูป ตาม (๑๐) ของมาตรา ๓๕ ไม่ได้ขอเรื่องอื่น ขณะนี้เขาร่างเสร็จแล้วที่เขาจะไปชะอํา อาทิตย์หน้า ไปเพื่อขัดเกลาเพื่อลงรายมาตรา เพื่อกําหนดต่าง ๆ แต่เท่าที่ท่านประธาน กรธ. ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องการปฏิรูปนั้นท่านยังไม่ได้ถึงกับตัดสินใจชัดเจนว่าท่านจะใส่มากน้อย แค่ไหน ซึ่งด้วยคอนเซปต์ (Concept) ด้วยแนวคิดในการร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ก็พยายามให้กระชับ อะไรที่เป็นเนื้อหาก็จะไปอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องส่งไปในระยะเวลา ๒-๓ วัน ก็น่าจะเป็นความคิดเห็น หรือกลไกในการปฏิรูปตามที่ท่านประธาน กรธ. ท่านได้กรุณาทําหนังสือมา เมื่อท่านประธาน ได้กรุณาให้ต้นแบบมา ๔ มาตรา ที่จริงไม่ใช่ ๔ มาตรา หรือไม่ใช่ ๔ ข้อ ถ้าเราเอาบวก ๆ กัน เข้าไปก็ประมาณ ๑๖-๑๗ เรื่อง สอดคล้องกับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านต่าง ๆ ของเราที่ขาดไปมีอยู่ประมาณสัก ๓ ด้าน คือขาดด้านกีฬา ขาดด้านสื่อสารมวลชน แล้วก็ขาดเรื่องที่สําคัญเรื่องหนึ่งคือเรื่องยุทธศาสตร์ ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินก็ได้ส่งเรื่องนี้ตรงไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการทํางานให้ได้ผลลัพธ์และสัมฤทธิผลใน ๒-๓ วันนี้ก็มีหลายท่าน พยายามจะเสนอวิธีการทํางาน ต้นแบบอันนี้ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ดี ก็เอามาดูกันได้ มาพูดจากันได้ มาเสริมมาแต่ง มาตัดมาต่อ มาเพิ่ม ผมคิดว่าเพื่อให้การส่งไปมีประโยชน์แล้วเขานําไปใช้ได้ก็น่าจะออกมาเป็นความเห็นเดียว ในแต่ละเรื่อง เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนเสนอว่าให้อภิปรายกันไปวันนี้จนไม่มีใคร ต้องการอภิปรายเพิ่มเติม คณะกรรมาธิการแต่ละคณะก็รับฟังเพราะว่าท่านจะได้ฟัง ความเห็นของเพื่อนของท่านต่อซึ่งเขาไม่ได้อยู่ในคณะท่านแล้วก็ไปประมวล ถ้าจะให้ดี ให้โอกาสเขาประชุมพรุ่งนี้เช้าก็ยังได้สักครึ่งวันถึงเที่ยง แยกประชุมแต่ละคณะเพื่อที่จะไป ไฟนัลไลซ์ (Finalize) ของแต่ละคณะเองแล้วก็ส่งไปให้ท่านประธานลงนามส่งให้ ท่านประธาน กรธ. ในช่วงบ่ายช่วงเย็นก็จะเป็นประโยชน์ กรอบก็ไม่ควรจะยาวนักเพราะว่า ในรัฐธรรมนูญเขาจะไม่เขียนยาว เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องตัดสินใจ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ สปท. ร่วมกับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วได้พยายามที่จะกลั่น จากประมาณ ๑๐ หน้า ๑๒ หน้า ให้เหลือประมาณ ๒ หน้าครึ่ง หรือเหลือประมาณสัก ๑๒-๑๓ ประเด็นหลัก ๆ จริง ๆ บางเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในนี้ไม่ใช่ว่าไม่ได้กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อย่างเรื่องการเมืองก็แยกแยะอยู่ในที่ต่าง ๆ ในหมวดว่าด้วยสภา หมวดว่าด้วยคณะรัฐมนตรี หรือหมวดทั่วไปของภาคการเมือง ในบางเรื่องอย่างยุทธศาสตร์ก็ทราบว่าได้มีกําหนดไว้แล้ว ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ในบางส่วน เพราะฉะนั้นแนวทางในการดําเนินงานผมคิดว่า ก็ควรจะดําเนินการตามที่ท่านประธานได้กําหนดคือให้อภิปรายดูว่าจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ผมขออนุญาตไปเร็ว ๆ ไม่เกิน ๒-๓ นาทีเท่าที่ได้ดูมาแล้วนี้ อย่างในข้อ ๑ ก็พูดถึง เรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ก็มีเรื่องตํารวจอยู่ ซึ่งก็เป็นเรื่องฮอต (Hot) ที่เรา เห็นพ้องต้องกันอยู่แล้ว เรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน ก็มีพูดถึงการมีส่วนร่วม ของพลเมืองในการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งเป็นเรื่องสําคัญที่จะต้องเน้นย้ํา เช่นเดียวกับ การปกครองท้องถิ่น ก็พูดถึงรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ว่าควรจะมีรูปแบบขององค์กรบริหาร แบบใด เรื่องการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต อันนี้ก็มีเขียนไว้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มี ความสําคัญที่สุดเรื่องหนึ่งจนเราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ในเรื่องการศึกษา ผมคิดว่าเขียนไว้ค่อนข้างจะครอบคลุม ส่วนกรรมาธิการจะไปเพิ่มเติมอะไรก็แล้วแต่ อาจจะมีเรื่องสาธารณสุขซึ่งท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนของเรายังไม่ค่อยจะ แฮปปี้ (Happy) มากนัก ทั้งสั้นและอาจจะกินใจความที่ท่านเห็นสมควร เรื่องของสังคม และแรงงานก็มีกล่าวไว้พอสมควร ศิลปะ วัฒนธรรมเป็นเรื่องสําคัญที่จะต้อง ให้ความสําคัญเพราะเป็นทุนทางวัฒนธรรมแห่งชาติ แล้วก็มีเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งก็ถือว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน ในข้อ ๓ การปฏิรูปทางเศรษฐกิจ มีเขียนไว้ถึง ๓ ข้อย่อย เขียนไว้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจท่านเพิ่งกรุณากล่าวไป เมื่อสักครู่นี้ และที่สําคัญคือเน้นลดความเหลื่อมล้ํา ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในมาตรา ๓๕ ที่จะลด ความเหลื่อมล้ําของประชาชนในประเทศ ในข้อสุดท้ายพูดถึงเรื่องการปฏิรูปการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมปารีสอะกรีเมนต์ (Paris Agreement) ที่เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้นก็ได้ตามที่มีท่านสมาชิก บางท่านได้เสนอ ส่วนเรื่องพลังงาน เท่าที่ผมดูแล้วก็เน้นในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่จะเข้าถึงข้อมูลด้านพลังงานและมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย เรื่องพลังงานอ่านดูแล้ว ก็ไม่ติดใจใน ๕ บรรทัดนี้ แล้วเรื่องสุดท้ายคือเรื่องที่ผมคิดว่ามีความสําคัญเช่นเดียวกัน ในการขับเคลื่อนประเทศ คือการวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม นี่ก็เป็นเรื่องซึ่งถ้าคณะไหนจะเพิ่มเติม จะตัดออกผมคิดว่าก็ให้โอกาสเขา แล้วก็ให้ประธาน แต่ละคณะนําส่งท่านประธานในวันพรุ่งนี้ ส่วนถ้าท่านประธานคิดว่าเพื่อประโยชน์ ในการทํางานของแต่ละกรรมาธิการ ผมอยากจะเสนอให้ประชุมครึ่งวันเช้า กรรมาธิการ แยกไปประชุม แล้วเราก็มาประชุมตามวาระต่อสักเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ซึ่งวาระที่มีไว้ ก็ยังสามารถจะประชุมต่อไปได้ในวันถัด ๆ ไปถ้าไม่จบ ก็มีเรื่องกราบเรียนเป็นข้อคิดเห็น เพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ