กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องการทำงานของสภา โดยแนะนำวิธีการทำงานของคณะกรรมาธิการและหารือเรื่องการปฏิรูปและประสานงานระหว่างคณะรัฐบาลและสภา โดยมีใจความหลักเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและประสานงานระหว่างรัฐบาลและสภาเพื่อให้การปฏิรูปมีประสิทธิภาพ และแสดงความคิดเห็นว่าแนวคิดการใช้อัตราการเจริญเติบโต (Growth) เป็นตัวตั้งในการพัฒนาสังคมไทยไม่ทันสมัยแล้ว
ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ที่ ๗ ก็เป็นเรื่องของการหารือวิธีการทํางานของเรานะครับ ก่อนอื่นเลยท่านประธานครับ เราก็เพิ่ง ฉลองปีใหม่ทําบุญตักบาตรกันมา แล้วก็หวังว่าการทํางานของเราจะราบรื่นใน ๑๒ เดือน ข้างหน้า ผมก็อยากจะขอบิณฑบาตเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่าน ขอบิณฑบาตนะครับ อะลุ่มอล่วยกันนิดหนึ่งเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ วิธีการทํางาน อย่าตงฉินกันถึงขนาดนั้นเลยนะครับ เรามาเถียงกันในเรื่องเนื้อหา แต่อย่าใช้เวลาในการที่จะเถียงกับกฎเกณฑ์ วิธีการทํางาน เพราะพวกเรามีความเคารพท่านประธานเป็นที่สุด จริง ๆ เมื่อท่านเริ่มว่าขอให้เรา ได้อภิปราย ๔ ประเด็นเพื่อจะส่งไปต่อคุณมีชัย ถ้าเผื่อไม่คิดอะไรมากก็ว่ากันไปอันนี้ แล้วผมก็อยากจะให้นี่เป็นแบบปฏิบัติของการทํางานกันว่าเราอยู่ ๒๐๐ คน ผมได้เคยพูดว่า เราไม่มีพรรค ไม่มีพวก อาจจะมีอีโก้ (Ego) มากน้อยนิดหน่อยก็อะลุ่มอล่วยกันนิดนะครับ ผมขอฝากเพื่อน ๆ ท่านสมาชิกทุกท่านผ่านท่านประธานไปด้วย
ส่วนประเด็นที่ ๒ ผมขอเสนอวิธีการทํางานนะครับ เอาตรงนี้เสียก่อนว่า สัปดาห์นี้นะครับ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ถึงวันจันทร์ก็ได้ ขอให้เรามา ระดมสมองเพื่อจะมีข้อยุติส่งไปที่ท่านประธานมีชัย โดยเอาเอกสารที่ทางท่านอลงกรณ์ และคณะได้ทําไว้ แต่วิธีการนี้ผมอาจจะเห็นต่างกับคุณวันชัยนิดหนึ่งว่าผมขอเสนอให้วันนี้ จะถึงกี่โมงกี่ยามก็ได้ให้เป็นการอภิปรายโดยสมาชิกเท่าที่ประสงค์จะอภิปรายทั้งวัน ส่วนพรุ่งนี้ผมขอเสนอให้มีการประชุมโดยองค์ประกอบของที่ประชุมนี้คือประธานกรรมาธิการ ๑๑ คณะ บวก ๑ คณะคือทางด้านต่อต้านคอร์รัปชันบวกทางฝ่ายท่านประธาน รองประธาน แล้วก็คณะวิป (Whip) แล้วก็มาพิจารณาเนื้อหาช่วงพรุ่งนี้วันศุกร์ แล้วถ้าเผื่อจะเรียกเรามาประชุมวันเสาร์ วันอาทิตย์เพื่อจะให้ความเห็นชอบทั้งเนื้อหาที่จะส่งไป ที่ท่านมีชัย แล้วก็หนังสือปะหน้าที่จะลงนามโดยท่านประธานด้วย เพราะต้องมีการอ้างอิงว่า เราได้เคยมีการส่งข้อมูล จะเป็นโดยส่วนตัวหรือโดยกรรมาธิการต่าง ๆ เราได้มีการประชุม เมื่อเดือนพฤศจิกายนไปแล้ว แล้วก็ภายในวันจันทร์เป็นอย่างช้า หรือวันอังคารก็ได้เพราะว่า กว่าท่านมีชัยจะประชุม ถึงจะประชุมไปก่อนล่วงหน้า ๒-๓ วันก็ไม่เป็นไร เราก็ยังสามารถ ที่จะส่งข้อมูลไปได้ ส่วนอันที่ ๒ ผมก็เห็นด้วยกับท่าน พลตํารวจโท อํานวยว่าเราน่าจะ กําหนดตัวที่จะไปชี้แจงต่อคณะของท่านมีชัยถ้าเผื่อเขามีความประสงค์ หรือว่ามีข้อสงสัย อย่างใดต่อข้อเสนอแนะของเรา หรือว่าข้อเสนอที่เราได้สรุปกันมาก่อนหน้านี้ หรือจะเป็น บทสรุปของบรรดากรรมาธิการต่าง ๆ ที่ได้ส่งไปให้ทางท่านมีชัยเป็นการต่างหากนะครับ ส่วนวิธีการทํางานต่อไปนี้ผมเห็นว่าเป็นแค่คณะวิป (Whip) หรือว่าคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคงไม่พอ บวกประธานกรรมาธิการ ไปด้วยได้ไหมครับ หรือจะเป็นที่ประชุมที่จะคู่ขนานกันไป เพราะว่าประธานกรรมาธิการ แต่ละท่านจะได้พูดในนามของกรรมาธิการ ไม่อย่างนั้นอาจจะทําให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไปไม่ราบรื่น ผมคิดว่ามีแค่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็วิป (Whip) ที่ไปอีก ๔ คนจากตรงโน้นตรงนี้ผมว่าไม่เป็นการเพียงพอ ภาระรับผิดชอบ จะอยู่ที่ประธานกรรมาธิการประสานกับท่านประธาน รองประธานให้เป็นกิจจะลักษณะ ผมคิดว่าการทํางานแบบนี้จะรวดเร็วแล้วก็ครอบคลุม แล้วก็รู้ว่าใครรับผิดชอบมากกว่านะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญยิ่งนะครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งสําหรับการทํางาน ๑๒ เดือนข้างหน้า ผมไม่เห็นด้วยกับ การที่จะทยอยให้แต่ละกรรมาธิการส่งผลงานที่สําเร็จมา บางอย่างเตี๊ยมกันมาตั้งแต่ สปช. เสร็จตั้งแต่ในมุ้งแล้วนะครับ แล้วก็มาเสนอ ต้องมีการจัดลําดับความสําคัญกันเสียก่อนว่า การอภิปราย การปรึกษาหารือใน สปท. ใหญ่นั้นจะเป็นด้วยเรื่องอะไรบ้าง ผมอยากจะเสนอว่า ขณะที่รัฐบาลได้มีข้อมติการดําเนินต่าง ๆ มีเรื่องที่ควรจะได้มีการนํามาสู่ที่ประชุมอันนี้ ผมยกตัวอย่างเช่นทางรถไฟสายด่วนความตกลงระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทย แล้วก็ ดูราบรื่นดี แล้วพอประเทศจีนเรียกดอกเบี้ย ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ก็ไปไม่ได้ เพราะว่าประเทศจีน ทําความเข้าใจให้กับฝ่ายไทยว่าเป็นแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วถ้าเผื่อเราจะทุ่มเงินไปที่รถไฟทางด่วนซึ่งผมยังหาประโยชน์จากฝ่ายไทยไม่ได้ เพราะผมไม่เคยเห็นตัวเลขสินค้าที่จะขนส่งแล้วก็นักท่องเที่ยวประเทศจีนจะมากี่สิบล้านคน ผมไม่เห็นการเชื่อมโยงระหว่างประเทศจีนกับ สปป. ลาว แล้วก็ สปป. ลาวกับประเทศไทย ยังไม่เคยประชุมกันเลย แล้วประเทศไทยก็ไม่เคยประชุมกับประเทศมาเลเซีย กับประเทศสิงคโปร์ แล้วก็ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย สปป. ลาว ทั้ง ๔ ประเทศไม่เคยประชุมกันเลย แต่ว่าเจ้าเรื่องคือประเทศจีน อันนี้น่าหวาดกลัว แล้วก็รัฐบาลจะเป็นชุดที่แล้ว ชุดนี้ก็ไม่เคย บอกอะไรเป็นอะไร ขณะที่เราบอกว่าเราจะต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แล้วเราจะทุ่ม ทรัพยากรไปที่รถไฟความเร็วสูงอันนี้ แล้วก็รางคู่ทั่วประเทศว่าอย่างไรมันต้องวิ่งคู่ขนานกันไป การจัดงบประมาณต่าง ๆ อย่างไร เพราะฉะนั้นการดําเนินการมติต่าง ๆ ของคณะรัฐบาลนั้น มีเรื่องสําคัญ ๆ ที่เกี่ยวกับทุกประเด็นของ ๑๑ คณะกรรมาธิการของการปฏิรูปของสภานี้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอว่า ๑๒ เดือนข้างหน้าต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิด ระหว่างคณะรัฐบาลต้องส่งคนมาที่นี่เพื่อมาชี้แจง ไม่อย่างนั้นเราก็ทําการปฏิรูปในแต่ละ กรรมาธิการไปอย่างหนึ่ง รัฐบาลก็มีมติมาอย่างหนึ่งตามข้อเสนอแนะของบรรดาข้าราชการประจํา อย่างนี้เป็นไปไม่ได้ครับ แล้วผมคิดว่าถึงจุดหนึ่งก็ต้องมีการประสานงานกันระหว่าง สนช. กับ สปท. ว่าทิศทางของการที่จะออกกฎหมายเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แล้วก็เพื่อลดการเหลื่อมล้ํานั้นจะเป็นอย่างไร
ส่วนประเด็นสุดท้าย ผมจะไม่ขอตอบโต้เพื่อนสมาชิก สปท. ท่านสถิตย์อดีต ปลัดกระทรวงนะครับ ผมขอพูดประเด็นเดียวเพราะว่าเราได้พัฒนากันมาอย่างนี้ด้วย อัตราการเจริญเติบโต ใช้โกรท (Growth) เป็นตัวตั้งถึงได้มีความเหลื่อมล้ําในสังคม แล้วจะฆ่ากันตายที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นแนวคิดนี้ผมคิดว่าไม่ทันสมัยแล้วค่อนข้างจะเชย แต่ว่าขอใช้โอกาสหน้าโต้เถียงอภิปรายด้วยความอะลุ่มอล่วยและด้วยสาระเนื้อหาว่าจะ พัฒนาประเทศไทยอย่างไรเพื่อไม่ให้มีความเหลื่อมล้ําอยู่ในสังคมไทยอีกต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ