สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑ · ๗ มกราคม ๒๕๕๙

ถวิลวดี บุรีกุล หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการพิจารณาความคิดเห็นของสภาปฏิรูปแห่งชาติและประชาชน รวมทั้งการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

นางถวิลวดี บุรีกุล

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิก หมายเลข ๖๑ ดิฉันมีหลายประเด็นที่อยากจะตั้งข้อสังเกต ดิฉันอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๑ เขาบอกว่าให้สภาปฏิรูปแห่งชาติมีหน้าที่อะไรบ้าง คือเขาบอกว่าให้ สปท. เอาตรงนี้มาใช้ โดยอนุโลม คือไปดูในมาตรา ๓๙/๒ บอกว่าให้นํามาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง ในมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง เป็นเรื่องของการศึกษา วิเคราะห์ จัดทําแนวทาง เสนอแนะ ไปจนกระทั่งถึง ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญก็เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่าเราสามารถที่จะ เสนอแนะได้ นอกจากนี้ดิฉันก็ไปดูตารางการทํางานของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าวันที่ ๑๑-๑๗ จะเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อพิจารณาร่างทั้งฉบับ แล้ววันที่ ๑๘-๒๖ ก็ทบทวนถ้อยคํา วันที่ ๒๙ ก็จะส่งร่างให้หน่วยงานเผยแพร่ได้แล้ว แล้วภายในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์นี้ก็เป็น วันสุดท้ายที่ คสช. ครม. สนช. รวมทั้ง สปท. และบุคคลทั่วไป จะส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเรายังมีเวลาเพื่อที่จะ ให้มีการพิจารณาถ่องแท้มากขึ้น แล้วจดหมายของท่านอาจารย์มีชัยก็บอกว่าเพื่อกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญจะทําร่างให้ครอบคลุมเรื่องกลไก เพราะว่าในรัฐธรรมนูญกําหนดว่า เขาจะต้องครอบคลุมถึงกลไก คําว่า กลไก คืออะไร ดิฉันก็ไปเปิดพจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถานว่ากลไก คือระบบที่จะทําให้เกิดความสําเร็จ กลไกเป็นตัวจักร ที่จะทํางานให้สําเร็จ เป็นทั้งคน เป็นทั้งกระบวนการ เป็นทั้งอะไรก็ว่าไป เพราะฉะนั้นกลไก พวกเราเข้าใจ สิ่งที่พวกเรากําลังทําอยู่ก็ถูกต้องแล้ว แล้วหลายคณะกรรมาธิการ ก็มีการทบทวนมองว่าประเด็นอะไรที่ควรจะปฏิรูปแล้วก็ได้เสนอไปแล้ว และบัดนี้ คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งดิฉัน เป็นอนุกรรมการอยู่คนหนึ่งดิฉันก็เห็นแล้ว แล้วก็ได้รวบรวมส่งให้คณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้วสําหรับข้อเสนอที่ส่งไป เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องกังวล แต่ว่าคราวนี้ จดหมายของท่านอาจารย์มีชัยได้ถามเราว่ามีข้อเสนอแนะปฏิรูปในเรื่องใด อย่างไร และมีระยะเวลาอย่างไร เพราะฉะนั้นเป็นทั้งโพรเซส (Process) เป็นทั้งคอนเทนต์ (Content) ดิฉันคิดว่าเราก็เดินมาถูกทางทุกท่าน เพราะฉะนั้นเวลายังพอมี คงจะไม่ใช่สิ้นสุด ในวันนี้ที่เราจะไปทบทวน แล้วอีกอย่างหนึ่งนะคะ ประเด็นที่เสนอมาในวันนี้เป็นสิ่งที่ ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทําไว้ดิฉันคิดว่าก็ไม่เสียหาย เพราะว่าตรงนั้น ก็มีประเด็นที่มาจากวิสดอม (Wisdom) ของ สปช. ชุดที่ผ่านมานะคะ ในแต่ละ คณะกรรมาธิการก็ทํากันมาแล้วก็ส่งมาที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็ใส่ไว้ ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะตกไป แต่ว่าก็ยังมีประเด็นสาระที่ได้มาจากการรวบรวม ความคิดเห็นของประชาชน รวมทั้งความคิดเห็นของ สปช. ที่ดี ๆ ใส่ไว้ เราก็เอามาทบทวน มาพิจารณาได้ ดิฉันคิดว่าเรายังพอมีเวลาเราก็เสนอเข้าไปใหม่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา แล้วนอกจากนี้อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากจะพูดถึงก็คือดิฉันอยู่ในคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เราก็ได้ทําเสนอไปแล้วในระดับหนึ่ง ตั้งแต่เรื่องของการมียุทธศาสตร์ชาติ เพราะเราคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญมากที่จะต้องมี ในรัฐธรรมนูญ เรื่องของการปฏิรูประบบงบประมาณที่จะต้องมีการจัดสรรอย่างเป็นธรรม รวมทั้งเรื่องของการยึดหลักธรรมาภิบาลด้วย การบริหารราชการแผ่นดินที่จะต้องยึดหลัก ธรรมาภิบาล รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณที่คํานึงถึงความเสมอภาค หรือเรื่องของ การมีส่วนร่วมในทางการเมืองที่จะต้องคํานึงถึงความเสมอภาค หรือแม้กระทั่งเรื่องของ การกําหนดสัดส่วน หรือแม้กระทั่งเรื่องของการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนที่จะต้อง ให้มีความหมายมากขึ้นที่ประชาชนจะต้องมีตัวแทนเข้าไปอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือคณะกรรมาธิการร่วมอย่างน้อย ๑ ใน ๓ แล้วก็มีมาตรการที่ช่วยเหลือประชาชน ในการที่จะทํากฎหมายเสนอสภาให้ง่ายขึ้นอะไรอย่างนี้นะคะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราได้เสนอไปแล้ว แล้วก็คาดหวังว่าจะมีการพิจารณาโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าถ้าจะเอาเป็น เรื่องของการปฏิรูป ดิฉันคิดว่าก็ยังมีประเด็นที่อาจจะเสนอเพิ่มเติมไปได้ ซึ่งทําให้ ความคิดเห็นของ สปท. ไม่หายไปจากการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ดิฉันคิดว่ายังพอมีเวลา แล้วก็คงจะไม่สิ้นสุดในวันนี้ เพราะคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญบอกว่าเขายังรับฟัง ไปจนกระทั่งถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ขอบพระคุณค่ะ