บวรเวท รุ่งรุจี หารือประเด็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและสถาบันศาสนา เน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลโบราณสถานควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โดยเสนอให้ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนรู้วัฒนธรรมตั้งแต่ระดับเยาว์วัย สนับสนุนการขึ้นทะเบียนโบราณสถานเพื่อป้องกันการทำลาย และผลักดันมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเอกชนในการบูรณะ พร้อมทั้งเรียกร้องให้พิจารณาการถ่ายโอนภารกิจพิพิธภัณฑ์ไปยังท้องถิ่นอย่างรอบคอบ โดยต้องสร้างความพร้อมและความเข้าใจในคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนอื่นคงต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่าน ที่กรุณาให้ความเห็น ทั้งหมด ๑๐ ท่านนะครับ ทางคณะกรรมาธิการก็น้อมรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะอะไรต่าง ๆ ไว้ทุกประเด็น เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่คงจะนําเสนอมาเพื่อให้เรา พิจารณา เดี๋ยวตอนบ่ายก็จะมีประชุมคณะอนุกรรมาธิการก็จะได้พิจารณาดําเนินการในสิ่งที่ แต่ละท่านได้กรุณาให้ข้อคิดเห็น แต่ในการชี้แจงในวันนี้ผมคงขออนุญาตตอบในภาพรวมที่จะ สร้างความเข้าใจร่วมกัน ประเด็นหลัก ๆ เราคงจะต้องเข้าใจร่วมกันว่าเรื่องของโบราณสถานนั้น มันเป็นเรื่องของคนไทยทุกคน ซึ่งในส่วนของกรมศิลปากรซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบนั้น ได้เล็งเห็นอยู่แล้วนะครับว่าเฉพาะลําพังหน่วยงานภาครัฐ เราไม่สามารถที่จะดูแลมรดกของ ชาติได้อย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นจึงมีการจัดตั้งโครงการอาสาสมัครดูแลมรดกทางด้าน ศิลปวัฒนธรรม หรือเราเรียกย่อ ๆ ว่า อส.มศ. ขึ้นมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๐ นะครับ แล้วควบคู่กันนะครับ เราก็มีการจัดทําโครงการถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการก็คือท่าน เจ้าอาวาสของวัดต่าง ๆ ขึ้นมาควบคู่กันไป ระยะเวลาก็ใกล้เคียงกันนะครับ คือประมาณ ตั้งแต่ ๒๕๓๐ เราก็ได้มีโครงการนี้ เพราะเราเข้าใจว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นเรื่องที่จะ ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันและให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแต่การกลับมาของเรา ในปัจจุบันนี้เราก็ยังทําทั้ง ๒ โครงการนั้นอยู่ เพียงแต่ว่าผลที่ได้นั้นมันก็กระท่อนกระแท่นไป อะไรต่าง ๆ บ้าง ซึ่งเราก็ได้มีการบูรณาการกับทางสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในการ ที่จะร่วมมือกัน เวลาสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการ ก็ขอให้เชิญในส่วนของกรมศิลปากรไปร่วมอธิบายนะครับจะได้สร้างความเข้าใจร่วมกัน จะได้ไม่เกิดประเด็นปัญหาอย่างที่ท่านอํานวยได้พูดถึงว่า พระท่านก็มีกฎหมายตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ มาตรา ๓๗ ซึ่งอันนี้เราก็พยายามที่จะอธิบายในนั้นอยู่แล้วว่าถ้าหลังคารั่วก็ทํา เบื้องต้นได้นะครับ หมายถึงเบื้องต้นคือกันไม่ให้หลังคารั่วอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น คงไม่ใช่ว่า ปล่อยแล้วก็รอให้กรมศิลปากรเข้าไปดําเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวในส่วนนั้น เพราะฉะนั้น ในเรื่องความขัดแย้งนั้นเราก็คงจะไม่พยายามให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นนะครับ แล้วการที่จะ ให้ประชาชนเข้ามาดูแลรักษานั้น อันนี้จริง ๆ แล้วต้องเรียนว่าเราลงไปถึงระดับให้ อบต. หรือ อปท. เข้ามาตั้งแต่เริ่มมีพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่เราพยายามจะให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ในการที่จะดูแลมรดกทางด้านวัฒนธรรมของชาติเพียงแต่ว่าความสําคัญที่มันเกิดขึ้นมานั้น เหมือนอย่างตอนนี้ เราเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจหรืออะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเวลาให้เลือกกัน เขาก็จะเลือกเรื่องของเศรษฐกิจมาก่อนเรื่องของวัฒนธรรม ซึ่งเราไม่ได้ปฏิเสธว่าเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่สําคัญ แต่ในขณะเดียวกันเราก็พยายามที่จะให้เขาพิจารณาไปควบคู่กันว่าในสิ่งที่ เกิดขึ้นนั้นมันเป็นสิ่งที่เขาควรจะต้องให้ความสําคัญคู่กันไป เพราะงบประมาณที่ อปท. ได้รับนั้น เป็นงบแบบลัมป์ซัม (Lump sum) ที่เขาจะต้องใช้วิจารณญาณในการที่จะไปตัดสินใจว่า เขาจะใช้งบประมาณในการไปดําเนินการอะไรบ้างนะครับ เพราะฉะนั้นนั่นคือสิ่งที่เราได้ ดําเนินการมา
ต้องขอขอบคุณท่านสถิตย์ที่กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนชันนัลทรัสต์ (National Trust) ซึ่งสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นสมาชิกอยู่ เดี๋ยวเราคงจะเข้าไป ประสาน รวมทั้งยูเนสโก (UNESCO) นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านกษิตได้ให้ข้อมูลมา อันนี้จริง ๆ แล้วเราทํางานประสานกันอยู่ตลอด ปัจจุบันนี้เราก็ทํางานร่วมกับยูเนสโก (UNESCO) ที่กรุงเทพมหานครในการที่จะอบรมช่างที่จะมาใช้ในการบูรณะ เพราะฉะนั้นในเรื่องเกี่ยวกับ การหาบุคลากรที่มาใช้ในเรื่องเกี่ยวกับการบูรณะโบราณสถานนั้นเราก็ทําอยู่ เพียงแต่ว่า การบูรณะโบราณสถานมันค่อนข้างจะมีอะไรที่ซับซ้อนมากกว่าการก่อสร้างทั่ว ๆ ไป เพราะฉะนั้นมันคงต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นในสิ่งที่หนึ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าในเรื่องของสิ่งที่จับต้องไม่ได้มันก็เป็นเรื่อง ที่สําคัญ คือเรื่องของการเรียนรู้ ซึ่งเราเองยังขาดเรื่องนี้มาก ผมต้องเรียนว่าเรามีโครงการ ศึกษาเรื่องนี้อยู่ซึ่งจะนําเสนอในวาระต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน ทางด้านวัฒนธรรมซึ่งในปัจจุบันนี้ลูกหลานของเราเรียนเรื่องราวทางด้านวัฒนธรรม ๑ อาทิตย์ เรียนแค่ ๑ คาบเท่านั้นเอง ๑ คาบคือ ๕๐ นาที ใน ๑ อาทิตย์ เพราะฉะนั้นการที่จะให้เขามี ความเข้าใจ มีความใส่ใจอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมามันคงจะต้องมีการประสานงานร่วมกัน กับทางคณะกรรมาธิการด้านการศึกษาเช่นเดียวกัน แล้วการศึกษาปัจจุบันจะมีการพัฒนา อยู่ตลอดเวลา อย่างเมื่อเช้าผมฟังข่าวมาว่ามีการเปลี่ยนแปลงการสอบแกต (GAT) แพต (PAT) บอกว่าจะไปสอบเป็นเดือนกุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับท่าน ผมคิดว่ามันคือส่วนหนึ่งที่มันจะต้องมีการประสานงานร่วมกันในการที่จะทํางาน เพราะ ไม่อย่างนั้นแล้วการที่เราจะทําอย่างไรที่จะให้เรื่องราวทางด้านวัฒนธรรมนั้นมันซึมเข้าไปสู่ ลูกหลานของเรา แล้วมันจะถ่ายทอดมาเมื่อเขาเติบโตขึ้นมาเป็นผู้บริหารในระดับต่าง ๆ มันก็ เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะฉะนั้นเราทําในทุกระดับ ในลักษณะเดียวกันนะครับ
ท่านชูชาติที่ท่านพูดถึงเรื่องการจับต้องไม่ได้ความจริงเราให้ความสําคัญมาก นะครับ เรายังมีโปรแกรมที่จะศึกษา แล้วก็นําเสนอในวาระต่อ ก็คือเรื่องการจัดทํามาตรฐาน ของคุณธรรมและจริยธรรมที่เราพยายามที่จะทําให้เกิดเป็นรูปธรรมนะครับ หรือแม้แต่ การเปิดพื้นที่ในปัจจุบันนี้เราก็เปิดพื้นที่โดยอาศัยองค์กรของกระทรวงวัฒนธรรม คือวัฒนธรรมจังหวัด หรือแม้แต่ปัจจุบันที่เพิ่งจบไปเมื่อคืนนี้ก็คืองานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ครบรอบ ๒๓๔ ปี เราก็ให้ทุกจังหวัดมาใช้พื้นที่ของสนามหลวงในการที่จะนําสิ่งที่เขาเป็น ทั้งการแสดง เป็นทั้งของดีในพื้นที่อะไรต่าง ๆ ของเขามาทํา เพราะฉะนั้นในเรื่องการเปิด พื้นที่นั้นเราถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ ซึ่งเราจะใช้โอกาสในทุก ๆ ครั้ง ในแต่ละเดือนเราก็ พยายามที่จะทําในเรื่องนี้ ส่วนการขึ้นทะเบียนโบราณสถานอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นต้องเรียนว่า เราทําไว้อยู่ตลอด แล้วอย่างที่เรียนครับ เรามีการประกาศเฉพาะชื่อก็มี เพราะว่าเรายังทํา พื้นที่ที่จะเป็นส่วนของบัฟเฟอร์โซน (Buffer zone) อะไรต่าง ๆ นั้นยังไม่ทัน เพราะฉะนั้น เราเองเราก็คงจะต้องขอประกาศชื่อเอาไว้ก่อนนะครับ เพื่อเป็นการสงวนและรักษามรดก ทางด้านวัฒนธรรมของชาติ เพราะถ้าเราไม่ประกาศชื่ออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ไว้แล้วสุดท้าย ก็จะต้องถูกรื้อแล้วก็ทําลายไปเหมือนอย่างที่ท่านเห็นที่ริมแม่น้ําเจ้าพระยา ที่มีตึก อันนั้นคือ ตึกอาคารเราเรียกว่า อาคารศุลกสถาน หรือตึกร้อยชักสามอันนั้นส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะ เป็นตํารวจน้ําแล้วก็ของกรมธนารักษ์ทราบแล้วว่าเป็นโบราณสถาน เพราะฉะนั้นการที่จะเข้าไป ดูแลรักษาอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นเราก็มีการประสานในการทํางานของเราอยู่ตลอดเวลานะครับ
ส่วนของท่านพลอากาศตรี เฉลิมชัย นะครับ เรื่อง พ.ร.บ. เดิม อันนี้ผมก็ ทราบอยู่นะครับว่ามี พ.ร.บ. เดิม เพียงแต่ว่ามันมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาเหมือนอย่างที่ ท่านยกตัวอย่างครับว่ามีการกําหนดคํานิยามของคําว่า โบราณสถาน ว่าต้องมีอายุไม่ต่ํากว่า ๗๕ ปี ซึ่งอันนี้ใน พ.ร.บ. เดิมไม่มีการกําหนด จะใช้ว่า โบราณสถานหมายถึงอสังหาริมทรัพย์ ที่มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไรเรากําหนดอายุว่าต้องไม่ต่ํากว่า ๗๕ ปี มันจะเป็นช่องหนึ่งที่ทําให้ผู้ที่ไม่อยากจะให้เป็นโบราณสถานหรือไม่อยากจะเข้ามา ในข่ายของ พ.ร.บ. โบราณสถานนั้นใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยง ซึ่งมันจะทําให้มรดกของชาตินั้น มันเสี่ยงต่อการที่จะต้องสูญหายไปเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องเรียนว่ากรมศิลปากร เองก็กําลังพิจารณาในเรื่องนี้อยู่
ส่วนของท่านสนธิรัตน์เรื่องภูมิบ้านภูมิเมืองนั้น จริง ๆ แล้วพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติของกรมศิลปากรที่อยู่ในต่างจังหวัดเราพยายามที่จะถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อรับไป เพราะว่าในเรื่องของแต่ละจังหวัดนั้นมันควรจะเป็นเรื่องที่เขา จะต้องสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเขาเอง เพื่อให้เขาภูมิใจ เขาจะได้เกิดแรงบันดาลใจ ในการที่จะมาทําในสิ่งที่ดีให้กับบ้านเมืองเขา
ส่วนท่านอิศราท่านอยากจะให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม จริง ๆ เราก็อยากมาก เลยนะครับในส่วนนี้ เพราะว่าถ้าชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการ อนุรักษ์นั้นมันจะทําให้ผ่อนแรงในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปได้เยอะ แต่ในปัจจุบัน ต้องเรียนว่าจากข้อเท็จจริงเราเคยถ่ายโอนโบราณสถานให้กับท้องถิ่นในการดูแล สักพักเขาก็ ขอคืนกลับมาให้เรา คือไม่ขอรับถ่ายโอนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราเองเราก็รู้สึกว่า ความพร้อมของคนไทยเราในการที่จะสร้างความเข้าใจแล้วก็เห็นคุณค่าของมรดกทางด้าน วัฒนธรรมนั้นมันคงเป็นสิ่งที่จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่การเรียนรู้มาตลอดนะครับ
ส่วนเรื่องอื่น ๆ เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่ท่านคํานูณกรุณาให้ข้อคิดเห็น เดี๋ยวเราคงจะไปดําเนินการร่วมกันว่าเราจะต้องมีวิธีการอย่างไรนะครับ โบราณสถานกับวัด วัตถุ ที่จากภูมิปัญญาที่ผมตอบไปบ้างแล้วนะครับ ศิลปะพื้นฐาน การเปิดพื้นที่
ส่วนเรื่องการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าที่ท่านสมพงษ์ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่ท่านบอกว่าจริง ๆ แล้วเรื่องการที่เราเอาแบบอย่างของวัดไชยวัฒนาราม ต้องบอกว่า วัดไชยวัฒนารามที่เอามาสร้างไว้ที่วัดอรุณคงไม่ได้ก๊อปปี้ (Copy) มาทั้งหมดนะครับ คือเอามา เฉพาะบางส่วนเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าพระมหากษัตริย์เราในรุ่นแรก ๆ ท่านมาจากอยุธยา ส่วนใหญ่ท่านจะเอาชื่อมาแล้วท่านก็มาสร้างใหม่ อย่างวัดราชประดิษฐ วัดราชบูรณะ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ หรือแม้แต่วัดภูเขาทองเป็นการเอาของเดิมตั้งแต่อยู่กรุงศรีอยุธยาแล้วก็ มาสร้างขึ้นใหม่เป็นศิลปะในรุ่นของกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะฉะนั้นการรื้อฟื้นโบราณสถาน มันคงไม่ใช่ว่าเราอยู่ ๆ ไปบูรณะขึ้นมาให้มันสมบูรณ์นะครับ คือต้องเรียนว่าถ้ามันสมบูรณ์ อยู่แล้วการอนุรักษ์คืออนุรักษ์ตามรูปแบบเดิม แต่ถ้ามันแตกหักเสียหายลงไปแล้ว แล้วเราไป ทําใหม่ขึ้นมาสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มันเท่ากับเราไปสร้างใหม่ เพราะฉะนั้นอันนี้มันต้อง ระมัดระวังในเรื่องนี้หน่อยหนึ่งในส่วนของการรื้อฟื้นว่าเราจะทําอย่างไร ซึ่งในส่วนของ อยุธยาอย่างที่ท่านไปมานั้น ถ้าท่านไปล่าสุดเรามีการทําโมเดล (Model) ว่าพระราชวัง โบราณของอยุธยาถ้าสมบูรณ์แล้วจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร อันนี้เราได้ทําไว้แล้ว ตั้งไว้ใน พระราชวังโบราณของอยุธยา เพื่อให้คนที่ไปดูได้เห็นว่าถ้าเมื่อก่อนนี้สมบูรณ์แล้วหน้าตาของ พระราชวังโบราณในสมัยอยุธยานั้นเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เราก็พยายามที่จะ พัฒนา แต่ในขณะเดียวกันถ้าเอกชนเขาอยากจะทําอย่างเมืองโบราณมันก็เป็นส่วนช่วย อย่างหนึ่งเหมือนกันที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบแมนเมด (Man made) ที่เขาดําเนินการไป ในส่วนนั้น เรื่องการตรวจสอบโบราณสถานผมได้เรียนไปแล้ว ส่วนการหางบประมาณจาก ภาคเอกชนนั้นเราก็ดําเนินการอยู่นะครับ ทางกระทรวงวัฒนธรรมเองได้มีการประสานกับ ทางกระทรวงการคลังในการที่จะให้เอกชนที่บริจาคเงินในเรื่องเกี่ยวกับการบูรณะ โบราณสถานนั้นสามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้ อันนี้หมายถึงเอกชนที่เขาอยากจะทํา ซีเอสอาร์ (CSR) ในส่วนของเขา หมายถึงว่าไม่ใช่ว่าเขามีโบราณสถานไว้ในครอบครอง อันนี้เขาก็สามารถดําเนินการได้ อันนี้เราก็พยายามที่จะหาแนวร่วมในเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ
สุดท้ายก็คงเป็นเรื่องของท่านกษิตที่เรื่องบุคลากร ซึ่งเราก็พยายามอย่างที่ ผมเรียนนะครับว่า เราพยายามที่จะสร้างในทุกระดับในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมา ส่วนโบราณสถานที่อยู่ในความรับผิดชอบ หมายถึงอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานอื่น ๆ อย่างของวังพญาไทต้องเรียนว่าเราก็ประสาน ก็มีมูลนิธิของพระราชวังพญาไทในการที่จะ บูรณะ เราก็ส่งเจ้าหน้าที่ของเราไปร่วมในการที่จะบูรณะ พอบูรณะเสร็จเรียบร้อย เขาก็จัดเป็นกิจกรรมอะไรต่าง ๆ มีเล่นดนตรีในวัง มีอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นขึ้นมา เพราะฉะนั้น อันนี้เราก็ดําเนินการอยู่นะครับ ผมคิดว่าในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ผมก็ได้ชี้แจงมาคร่าว ๆ แต่เพียงเท่านี้ ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านครับ ขอขอบคุณครับ