สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙

รวีวรรณ ภูริเดช เสนอการปฏิรูป 7 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายและระบบการบริหารจัดการขยะ รวมถึงการปรับปรุงแผนแม่บทขยะ การส่งเสริมภาคเอกชนร่วมลงทุน การจัดตั้งศูนย์รับคืนซากผลิตภัณฑ์ และการสร้างวินัยของคนในชาติ นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดคลัสเตอร์เพื่อใช้แฟซิลิตี (Facility) ที่ลงทุนไว้ และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพื่อให้แน่ใจว่าท้องถิ่นจะใช้แฟซิลิตีตามที่ลงทุนไว้

นางรวีวรรณ ภูริเดช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในวันนี้ทางกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมจะมานําเสนอข้อเสนอปฏิรูปกฎหมายและระบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ชุมชนของประเทศในระดับของโพลิซีเฟรมเวิร์ก (Policy Framework) แล้วก็โฟกัส (Focus) ในเรื่องของกรอบระบบแก้ไขระบบการบริหารจัดการ ในนี้ก็จะมีหัวข้อนําเสนออภิปราย ๓ ส่วนหลัก ๆ ก็คือ

ส่วนที่ ๑ ว่าด้วยเรื่องสถานการณ์และประเด็นปัญหา แล้วก็นําไปสู่ข้อเสนอ ของกรรมาธิการ แล้วก็แนวทางแผนการดําเนินงาน ก่อนอื่นดิฉันขอนําเสนอว่าในลักษณะ ของสถานการณ์ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศ เราประกอบไปด้วยขยะ ๔ ประเภทหลัก ๆ ด้วยกันที่ท้องถิ่นได้ดําเนินการจัดเก็บอยู่ในปัจจุบันรวมกันมาจากชุมชน ของเรา ก็ประกอบด้วยขยะทั่วไป อันที่ ๒ ขยะที่ไม่อันตรายจากอุตสาหกรรม อันที่ ๓ คือ ขยะมูลฝอยติดเชื้อ ในที่นี้เราพูดถึงขยะเข็มฉีดยาจากคลินิกเสริมความงามหรือว่าคลินิก ต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชนแล้วปะปนมากับขยะชุมชน อันที่ ๔ ก็คือของเสียอันตรายชุมชน ก็จะ รวมถึงซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยนะคะ

สถานการณ์ปัญหาเราจะเห็นว่าจากกราฟ (Graph) นี้จะเห็นว่าเราผลิต แต่ละคนปริมาณขยะต่อตันต่อวันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แนวโน้ม ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามกราฟ (Graph) ถ้ามาดูอัตราการเกิดขยะต่อคนก็จะเห็นว่า จากปี ๒๕๕๑ เราประมาณ ๑.๐๓ กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ปัจจุบันนี้เพิ่มขึ้นมาถึงประมาณ ๑.๑๓ กิโลกรัมต่อคนต่อวันแล้ว ก็คือว่าเราไม่ได้ลดขยะกันเลยยังใช้กันอย่างค่อนข้างมาก ถ้าเราเทียบในกลุ่มประเทศโลเวอร์อินคัม (Lower Income) มิดเดิลอินคัม (Middle Income) กับประเทศอื่น ๆ เขาปริมาณขยะเฉลี่ยแค่ ๐.๗ กิโลกรัมต่อคนต่อวันเท่านั้นนะคะ สถานการณ์ปัญหา ถ้าเราดูขยะในเมืองใหญ่ ถัดไปจะยิ่งเห็นว่าชัดเจนทั้งกรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการนี้เกินมาก ประมาณเฉลี่ยแล้วเกือบ ๒ กิโลกรัมต่อคนต่อวัน อันนี้ ก็จะต้องรวมถึงประชากรแฝง แล้วก็นักท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองด้วยนะคะ

สถานการณ์ของการนําขยะกลับมาใช้ประโยชน์ อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ จะเห็นว่าต่ํากว่าเป้าหมาย เรามีเป้าหมายว่าเราจะนําขยะกลับมาใช้ประโยชน์ถึงร้อยละ ๓๐ แต่ปัจจุบันนี้ได้แค่ร้อยละ ๑๘ เท่านั้น ซึ่งเห็นว่าในร้อยละ ๑๘ มีการรีไซเคิล (Recycle) เอากลับมาใช้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเอาไปทําปุ๋ย แล้วก็เอาไปผลิตไฟฟ้าแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ จากสถานการณ์ต่าง ๆ เราจะเห็นว่าการเก็บ การขนส่ง การกําจัดนี้ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ในกราฟ (Graph) นี้เห็นว่าแท่งสีน้ําเงินเป็นขยะที่เกิดขึ้น แท่งสีแดงคือเราเก็บขนได้ เก็บขนได้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะเอาไปกําจัดได้ถูกสุขลักษณะทั้งหมด กําจัดได้ถูกต้อง แท่งสีเขียว ลดลงมาอีก ส่วนที่นํากลับไปใช้ประโยชน์ที่ดิฉันกล่าวไว้ก็คือ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด ก็คือแท่งสีม่วง ก็จะเห็นว่าสถานการณ์นี้ยังไม่ดีนะคะ ในการกําจัดที่เก็บมาได้จะเห็นว่านําส่งไปกําจัด อย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล แค่ประมาณครึ่งเดียวเท่านั้นในปีกสีน้ําเงิน ก็คือประมาณ ร้อยละ ๕๓ ส่วนที่เหลือจัดเก็บขยะมาก็จริงแต่ว่าเอาไปกําจัดอย่างไม่ถูกต้อง ยังเห็นว่า มีโอเพนดัมพ์ (Open Dump) ในหลาย ๆ ที่ ยังเห็นสถานการณ์ของการที่หลุมขยะถูกไฟไหม้ เป็นประจําเนื่องจากที่เหล่านั้นเป็นการกําจัดแบบไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล แล้วก็มีการ แอบเผามาโดยตลอดตามที่เป็นข่าว

ในส่วนที่ ๔ ขยะของเสียอันตรายชุมชนนั้น ในที่นี้เราพูดถึงแบตเตอรี่ หลอดไฟ ภาชนะบรรจุสารเคมี ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์จะเห็นว่า เรามีการรีไซเคิล (Recycle) ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง อาจจะใช้เด็กและคนชราไปนั่งคัดแยก เป็นอันตรายต่อผู้คัดแยก มีการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก แล้วก็ไม่มีระบบคัดแยกที่ถูกต้อง สถานที่กําจัดไม่เพียงพอ ทั้งหมดนี้ร้อยละ ๖๕ เป็นซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ในตารางถัดไปจะเห็นว่าที่มีการทิ้งกันมากนะ นี่ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ปีล่าสุด ปี ๒๕๕๙ ก็คือโทรทัศน์ ดิฉันก็คิดว่ามันก็สอดคล้องกับสถานการณ์ว่าเราเปลี่ยน ระบบโทรทัศน์ธรรมดาเป็นทีวีดิจิทัล (TV digital) กันแล้ว ก็มีขยะพวกนี้ค่อนข้างออกมามาก นะคะ

ถัดไปจะเป็นขยะมูลฝอยติดเชื้อในที่เราพูดถึงขยะมูลฝอยชุมชนนะคะ ซึ่งมาจากพวกคลินิกที่อยู่ในชุมชนดังที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้วนี้ เห็นว่าขยะนี้เพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ ๓.๓ สถานการณ์ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สถานที่กําจัดไม่ถูกต้อง เพราะทิ้งมา ปะปนกับขยะชุมชนโดยทั่วไปนะคะ ไม่มีการคัดแยก ดังนั้นปัญหาในเรื่องของการจัดการขยะ ขออนุญาตสรุปดังนี้ ก็คือ ๑. สถานที่กําจัดนี้ไม่เพียงพอ ไม่เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล สถานที่กําจัดนี้ประชาชนไม่ค่อยยอมรับหรือมีอาการที่เรียกว่า นิมบี (NIMBY) หรือว่า นอต อิน มาย แบ็ก ยาร์ด (Not in My Back Yard) สถานที่กําจัดจะไปตั้งที่ไหนประชาชน ก็คัดค้าน

อันที่ ๒ คือการเมืองไม่นิ่ง ไม่มีความต่อเนื่องของนโยบายของท้องถิ่น เพราะ ใช้ระบบสภาของท้องถิ่น ซึ่งมีอายุ ปัจจุบันผู้บริหารท้องถิ่นสมัยหนึ่งต้องการใช้วิธีแบบนี้ พอเปลี่ยนสมัยก็เปลี่ยนแนวนโยบาย ทําให้แนวนโยบายนี้ไม่ต่อเนื่อง ปัญหาการลงทุนของ ระบบจึงยังไม่มีความคุ้มค่านะคะ เช่น ระบบการลงทุนขยะที่รัฐลงทุนไปให้ปกติต้องประมาณ ๗ ปีถึงจะถึงรอบการใช้งานที่คุ้มค่า แต่ว่าการเมืองท้องถิ่นนี้เปลี่ยนทุก ๓ ปี แนวนโยบาย ก็เปลี่ยน บางระบบก็เห็นว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าแล้วก็ถูกทิ้งร้างไปนะคะ

ถัดมาก็คือปัญหาในเรื่องของงบประมาณภาครัฐที่อุดหนุนให้กับท้องถิ่นที่ไป ดําเนินการก่อสร้างระบบ ปัจจุบันนี้รัฐก็อุดหนุนจัดให้มูลค่าประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเห็นว่าไม่เพียงพอ เพราะท้องถิ่นทั่วประเทศไทยนี้เรามีถึงประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าแห่ง ทําอย่างไร ก็จะเห็นได้ว่างบประมาณของรัฐแต่ฝ่ายเดียวนี้คงไม่เพียงพอที่จะดําเนินการ ในเรื่องของการจัดการขยะแน่นอนที่สุด คงต้องอาศัยการร่วมทุนกับเอกชน ซึ่งเอกชนก็จะสามารถ นําเข้าเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย และมีบุคลากรที่มีความชํานาญมาช่วยเดินระบบด้วย รัฐบาลที่ผ่านมานี้ท่านก็ได้ส่งเสริมการดําเนินงานของเอกชนร่วมลงทุน อย่างไรก็ตาม ก็ติดปัญหาเรื่องขั้นตอนตาม พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนนี้ยังใช้เวลานานอยู่ อีกทั้งปัญหา ที่สําคัญคือตอนนี้มีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะ ทั้งกฎหมาย พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่องของการกําหนดค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขนขยะของท้องถิ่นเองซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ นะคะ ของกระทรวงอุตสาหกรรม แล้วก็ของกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ร่วมทุน ก็จะเห็นว่าต้องบูรณาการกันมากเลยถึงจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปได้นะคะ

ดิฉันขออนุญาตแตะลงตรง พ.ร.บ. ร่วมทุนอีกนิดหนึ่งว่าทําไมนโยบายรัฐบาล ที่ส่งเสริมภาคเอกชนร่วมดําเนินการในเรื่องนี้จึงไม่เคลื่อน ปัญหาเกิดจากอะไรนะคะ จะเห็นว่าคําว่า ร่วมลงทุน นี้มันเป็นนิยามซึ่งเขากําหนดไว้ว่า ร่วมลงทุนกับเอกชนนี่ หมายถึง การทํางานร่วมลงทุนกับเอกชน ไม่ว่าโดยวิธีใดหรือมอบให้เอกชนแต่ฝ่ายเดียวโดยวิธี การอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิ ไม่ว่าลักษณะใดนะคะ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า การจัดการขยะมันจึงเข้าข่าย พ.ร.บ. ร่วมทุนไปโดยนิยามของมัน ถึงแม้ว่าการลงทุนนี้จะไม่ ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็ตาม กรณีที่ไม่ถึงตามระเบียบของ สคร. นะคะ เขาก็กําหนดว่า ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องสามารถที่จะออกกฎหมายประกาศขึ้นมาเองได้ เพราะโดย กระทรวงมหาดไทยนี่ได้ออกประกาศ ล้อตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายการให้ เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ออกมามี ๑๔ ขั้นตอน ซึ่งก็เยอะ ขั้นตอนค่อนข้างเยอะ นะคะ สําหรับวงเงินมูลค่าต่ํากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะเห็นใช่ไหมคะว่าเราแคป (Cap) ไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ถึงแม้ว่าต่ํากว่าเราก็ยังเข้าข่าย พ.ร.บ. ร่วมลงทุน ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน ท่านก็ได้ประเมินแอสเซสเมนต์ (Assessment) มาบอกว่าใช้เวลานี่ขออนุญาตเข้าข่าย พ.ร.บ. ร่วมลงทุนในกรณีที่จะทําเวสต์เอเนอร์จี (Waste Energy) ของแพลนต์ (Plant) หนึ่งนี่ ใช้เวลา ๒ ปี ๖ เดือน ถึงจะผ่านขั้นตอน ๑๔ ขั้นตอนที่กระทรวงมหาดไทยออก กระทรวงมหาดไทยท่านยึดตามขั้นตอนของกระทรวงการคลัง ก็คือแมปปิง (Mapping) จาก กรณีที่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทมาเป็นขั้นตอนย่อยในกรณีที่ต่ํากว่า ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่า ขออนุญาตโดยอนุมัติโดยรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเอง จะเห็นว่าขั้นตอนเยอะมากนะคะ ขั้นตอน ๑ ๒ ๓ นี่เป็นกรณีที่ อปท. จากท้องถิ่นจะจับมือกันหรือเซ็นเอ็มโอยู (MOU) หรือว่า หาพาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) มาที่จะให้ปริมาณขยะมีมากเพียงพอที่จะลงทุน ๑ ระบบ ด้วยกัน ท่านก็ต้องคุยกันในขั้นตอน ๑ ๒ ๓ แล้วก็มีการผ่านความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น ๔ ๕ ต้องเสนอจังหวัด แล้วก็เสนอไปที่กระทรวงโดยผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปที่กระทรวงมหาดไทย ขั้นตอนที่ ๗ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มท. ก็พิจารณา โครงการ ก็คือเห็นชอบในหลักการของโครงการ พอผ่านมาท่านก็ต้องทําขั้นตอนที่ดราฟต์ (Draft) ทีโออาร์ (TOR) ต่าง ๆ แล้วก็ให้อัยการสูงสุดตรวจสอบร่างสัญญา ก็จะเห็นว่ามาถึง ขั้น ๑๒ ก็ต้องเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกรอบหนึ่ง ดิฉันเห็นว่าในกรณีที่ อัยการสูงสุดพิจารณาตรวจร่างแล้วทําไมจะต้องเสนอกลับไปที่รัฐมนตรีอีกรอบหนึ่ง กรณีที่ ท่านเป็นคนละคนกับที่ได้อนุมัติหลักการไว้ ก็อาจจะทําให้ช้าไปอีก ก็จะเห็นว่าในเรื่องนี้ กว่าจะถึง ๑๔ ขั้นตอน อปท. ส่งรายงานผลการดําเนินงานให้ สคร. ทราบภายใน ๖๐ วัน นับแต่ ลงนามสัญญา ถึงใช้เวลามาก ถึงแม้จะต่ํากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๒ ปีครึ่ง จะเห็นว่า กฎหมาย พ.ร.บ. ร่วมทุนมันออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ จะเห็นว่าตั้ง ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ในตัวของ วงเงินเอง ดิฉันคิดว่ามันต่ํา แล้วก็ไม่อัปเดต (Update) เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วขั้นตอน มีความยุ่งยากมาก อันนี้ก็จะเห็นว่าถ้าเราแก้ไขในเรื่องนี้ มันไม่ได้แก้เฉพาะเรื่องขยะอย่างเดียว เรื่องอื่น ๆ ที่เข้าข่ายตามนิยามของการร่วมลงทุนก็ควรต้องได้รับการแก้ไขด้วย มิฉะนั้นแล้ว ก็จะเป็นอุปสรรคของการร่วมลงทุนหรือการทําที่เราเรียกว่าพับบลิก ไพรเวต พาร์ตเนอร์ชิป (Public Private Partnership) หรือว่านโยบายพีพีพี (PPP) ก็ไม่สามารถเคลื่อนไปได้

ถัดมาจะเห็นว่าปัญหาความสัมพันธ์ของเรื่องนี้มีความสําคัญมาก แม้กระทั่ง ท่านรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาปุ๊บ ท่านก็ให้เรื่องขยะเป็นวาระแห่งชาติ แล้วก็มีออกร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีขึ้นมากําหนดว่าให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้จัดการในการดําเนินจัดการขยะ อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีศักดิ์ของกฎหมายแค่ระเบียบ ของสํานักนายกรัฐมนตรีว่ากฎหมายตัวอื่นข้างเคียงเป็นลําดับ พ.ร.บ. หมดเลย ไม่ว่าจะ พ.ร.บ. ส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ร.บ. ของสาธารณสุขและอื่น ๆ ทําให้ระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วเคลื่อนตัวไปได้ค่อนข้างยากมาก ก็ไม่ค่อยประสบความสําเร็จ เท่าที่ควร ที่มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้จัดการ แล้วก็แบ่งว่าขยะในจังหวัดของท่าน จะเข้าที่ไหน ทีนี้ท่านก็กํากับค่อนข้างได้ยาก เพราะท่านต้องไปกํากับของท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นอุปสรรค ทีนี้ท่านรัฐบาลนี้ก็ยังให้ความสําคัญเรื่องขยะอยู่ นอกจากเป็นวาระแห่งชาติแล้ว ยังกําหนดเป็นแนวนโยบายการปฏิรูปประเทศด้านอื่น ๆ ของร่างรัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน ที่เราเห็นกันอยู่ ได้กําหนดไว้เลยว่าให้มีการปฏิรูปโดยให้จัดให้มีระบบการจัดการกําจัดขยะ มูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ แล้วเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้านอื่น ๆ ได้ ดิฉันก็เห็นว่าก็จะเห็นว่ามันสอดคล้องและสะท้อนกับประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นที่ดิฉันได้นําเรียนมาแล้ว

ถัดไปคือข้อเสนอในการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ ก็มีทั้งหมด ๗ ข้อ ก็จะแตก ในเรื่องของการจัดโพลิซีเฟรมเวิร์ก (Policy Framework) ให้ชัดเจนในเรื่องของกฎหมาย และก็แผนแม่บท แล้วก็บทบาทของโอเปอเรเตอร์ (Operator) บทบาทของเรกูเลเตอร์ (Regulator) ในเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าใครคือจะต้องทํางานในส่วนไหนบ้าง ทั้งรัฐที่เป็น ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีร่วมดําเนินการอย่างไร และ ประชาชนที่จะต้องมีวินัย มีการคัดแยก แล้วก็มีส่วนร่วมรับผิดชอบกับค่าใช้จ่ายที่เรา ทั้งหลายเป็นผู้ก่อมลพิษด้วย ตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย ข้อเสนอปฏิรูปจึงแบ่งเป็น ๒ ส่วนหลัก ๑. ปฏิรูปกฎหมายและระบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ก็จะโฟกัส (Focus) ในเรื่องของการบูรณาการกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีกฎหมายหลักฉบับเดียว

อันที่ ๒ กําหนดกลไกของเรกูเลเตอร์ (Regulator) และโอเปอเรเตอร์ (Operator) ให้ชัดเจน

อันที่ ๓ เพิ่มประสิทธิภาพ ก็ทั้งในหมวดของการปรับปรุงแผนแม่บทขยะ ซึ่งต้องมีเป้าหมายที่แอมบิเชียส (Ambitious) มากกว่านี้ การส่งเสริมภาคเอกชนร่วมลงทุน การกําหนดมาตรการเยียวยาให้ความรู้กับประชาชน การจัดตั้งศูนย์รับคืนซากผลิตภัณฑ์ แล้วก็สร้างวินัยของคนในชาติ เรื่องของการลดการคัดแยก การจ่ายค่าธรรมเนียมในการ กําจัดขยะ สร้างผลิตภัณฑ์แล้วก็สร้างวินัยของคนในชาติ

เรื่องของการลด การคัดแยก การจ่ายค่าธรรมเนียมในการกําจัดขยะ ขออนุญาตลงรายละเอียดสักนิดหนึ่งนะคะ ในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย เราเสนอเพื่อที่จะ แก้ไขร่าง พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. .... ซึ่งอันนี้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการยกร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้ ได้ผ่าน ความเห็นชอบจาก ครม. มาแล้วเมื่อต้นปี คือเดือนมกราคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ ในระหว่างการตรวจร่างพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย ระยะที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้ยกร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการขยะแห่งชาติ พ.ศ. .... เช่นเดียวกัน แต่จากการหารือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกระทรวงมหาดไทย เราตกลงว่าให้ยึด พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. .... ของกระทรวงมหาดไทยเป็นแกนหลัก แล้วปรับแก้ในส่วนของ พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. .... ซึ่งก็ สอดคล้องกับแนวทางที่ สปท. จะได้นําเสนอเพื่อเพิ่มเติมในตัวร่าง พ.ร.บ. รักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. .... ให้มีสาระสําคัญ บูรณาการครบถ้วน มากขึ้น ตามหลักการนะคะ

ข้อที่ ๑ ครอบคลุมขยะมูลฝอยชุมชนทุกประเภทที่ อปท. มีหน้าที่ในการ จัดการอยู่แล้ว เพราะจริง ๆ แล้วมันมาด้วยกัน ท้องถิ่นก็จัดเก็บมาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นขยะ อันตราย เช่น ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือว่าขยะจากคลินิกหรือชุมชน ปัจจุบันนี้ สาธารณสุขก็ได้มอบอํานาจให้กับท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินการแล้ว ก็ควรที่จะมาบูรณาการ เพราะขยะจริง ๆ แล้วมาก้อนเดียวกัน

ข้อที่ ๒ ขอให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยตั้งงบประมาณ เนื่องจากว่าเขาเป็นหน่วยที่กํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยตรง ปัจจุบันการตั้งงบประมาณยังตั้งไว้ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่าติดอํานาจหน้าที่ใน พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม ซึ่งกําหนดว่าให้ สผ. โดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ตั้งงบประมาณให้กับท้องถิ่น ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ เหลืออันเดียวที่เป็นหมวดพิเศษที่สํานักงบประมาณก็ปวดหัวเหมือนกันเพราะว่าต้องไปทํา แชนเนล (Channel) พิเศษ เพราะเราไม่ใช่หน่วยกํากับท้องถิ่นโดยตรง ก็ต้องมีช่องทางส่งเงิน เป็นกรณีของอุดหนุนเฉพาะกิจ เพราะว่าเงินหมวดนี้อย่างไรก็ตามไม่ว่าตั้งที่ไหนยังไปคิดอยู่ ในสัดส่วนของงบกระจายอํานาจที่ท้องถิ่นเป็นผู้ใช้แล้วก็กําหนดเป็นอุดหนุนเฉพาะกิจก็คือว่า เอาไปดําเนินการอย่างอื่นไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี้แค่ผิดฝา ผิดตัว ควรจะตั้งที่กระทรวงมหาดไทย แต่กลับไปตั้งไว้ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิฉันก็คิดว่าร่าง พ.ร.บ. ใหม่นี้ น่าจะปรับให้ถูกต้องเลย

ข้อที่ ๓ คือกระทรวงมหาดไทยต้องเป็นผู้กําหนดค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วน ทั้งด้านการเก็บ ขน การกําจัด ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ปัจจุบันนี้อยู่ใน พ.ร.บ. สาธารณสุข แล้วที่ผ่านมามีกําหนดเฉพาะค่าธรรมเนียมในการเก็บขน ค่าธรรมเนียมในการกําจัดยังไม่ได้ ระบุให้ชัดเจน

ถัดไปก็คือเรื่องของคลัสเตอร์ (Cluster) นะคะ คลัสเตอร์ (Cluster) ก็คือ กลุ่มของท้องถิ่นที่จะมารวมกลุ่มกันมาใช้แฟซิลิตี (Facility) อันหนึ่งตามหลักที่ว่ารัฐลงทุน เช่น ไม่ว่าจะเป็นแลนด์ฟิล (Landfill) หรือระบบอื่น ๆ มันสามารถใช้ได้หลาย อปท. เพราะประเทศบ้านเรา อปท. อบต. มันเล็ก เพราะฉะนั้น ๓-๔ ท้องถิ่นรวมกันใช้ ๑ แฟซิลิตี (Facility) ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของอีโคโนมีส์ ออฟ สเกล (Economies of Scale) แล้วก็ เป็นเรื่องของปริมาณขยะฟีดสต็อก (Feedstock) ที่จะเข้าระบบอย่างเพียงพอด้วย อันนี้ คลัสเตอร์ (Cluster) ไม่นิ่ง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างที่ดิฉันได้กราบเรียน มันเปลี่ยนไปตาม ผู้บริหารของท้องถิ่น วันหนึ่งเอ (A) บี (B) ซี (C) รวมกันได้ ๕๐๐ ตัน ปีถัดไปซี (C) บอกว่า อยากจะไปทิ้งที่อื่นแล้ว เหลือเอ (A) กับบี (B) เขาก็ทําให้ปริมาณขยะมันไม่เข้าระบบ เพราะคลัสเตอร์ (Cluster) มันแกว่งตลอดเวลา เราก็ถึงเสนอขอแก้ไขว่าคลัสเตอร์ (Cluster) จะต้องนิ่งแล้วเป็นกฎหมายด้วยว่าท้องถิ่นเอ (A) บี (B) ซี (C) นี้จะต้องใช้แฟซิลิตี (Facility) นี้ ที่เราลงทุนไปแล้ว

สุดท้ายคือเรื่องฟาสต์แทร็ก (Fast Track) ที่ได้นํากราบเรียน ขอแก้ไขเป็น พับบลิก ไพรเวต พาร์ตเนอร์ชิป (Public Private Partnership) แต่ว่าของเป็นฟาสต์แทร็ก (Fast Track) ลดขั้นตอน แม้กระทั่ง ๑๔ ขั้นตอนที่ดิฉันได้นําเรียนแล้วว่าที่กระทรวงมหาดไทย กําหนดมันก็ยังดูเหมือนขั้นตอนนี้เยอะมาก ถัดไปคือกําหนดกลไกของเรกูเลเตอร์ (Regulator) กับโอเปอเรเตอร์ (Operator) ให้ชัดเจนนะคะ ในที่นี้เรกูเลเตอร์ (Regulator) ก็ไม่ใช่ว่าต้องไปเปิดสํานักงานกํากับอะไรใหม่ เราใช้ของที่มีอยู่เดิมก็คือคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ท่านก็จะกําหนดนโยบายและแผน ที่สําคัญ คือกรอบแผนแม่บท กําหนดพื้นที่คลัสเตอร์ (Cluster) ให้นิ่ง แล้วก็กําหนดมาตรฐาน การควบคุมมลพิษจากแหล่งกําเนิดขยะมูลฝอยแต่ละประเภท เช่น ฝุ่น อากาศ น้ําเสีย กําหนดมาตรฐานในการปฏิบัติ ส่วนหน่วยปฏิบัติก็คือท้องถิ่น ก็คือโอเปอเรเตอร์ (Operator) คือท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยจะกํากับทั้งในเรื่องของการดําเนินการเก็บ ขน กําจัด ตามหลักวิชาการ จัดเก็บค่าธรรมเนียมแล้วก็ดําเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ทาง เรกูเลเตอร์ (Regulator) หรือคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้กําหนด

ลงรายละเอียดนิดหนึ่งนะคะ ที่ดิฉันได้กราบเรียนแล้วว่าตกลงกันแล้วว่าจะใช้ ร่าง พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองที่ ครม. เห็นชอบแล้วอยู่ในการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วก็ดําเนินการตาม ขั้นตอนทางกฎหมาย ก็คือของกระทรวงมหาดไทยเป็นหลักนะคะ จะขอแก้ไขในมาตรา ๔ มาตรา ๓๔ นะคะ แล้วก็กําหนดประเด็นเพิ่มเติม ก็คือในเรื่องของนิยามนะคะต้องการให้ กําหนดให้ครอบคลุมขยะชุมชนทุกประเภทที่เกิดขึ้นในชุมชนที่มาทิ้ง ที่ท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บ อยู่แล้ว ตั้งแต่ขยะมูลฝอยทั่วไป ของเสียอันตรายชุมชน ขยะมูลฝอยติดเชื้อชุมชน แล้วก็ขยะ ที่ไม่เป็นอันตรายจากชุมชนนะคะ ขอให้กําหนดนิยามเข้ามาใน พ.ร.บ. นี้ให้ชัดเจนจากเดิม ที่กําหนดว่ามูลฝอยหมายถึง เศษกระดาษ เศษผ้าอะไรทั่ว ๆ ไปเท่านั้นนะคะ

มาตราถัดไป ก็คือกําหนดบทบาทให้ชัดว่าในการตั้งงบประมาณ อย่างที่กราบเรียน ต้องดึงอํานาจมาไว้ที่ พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยให้กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ตั้งงบประมาณเองนะคะ ดูอํานาจ แล้วก็แก้ไข พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้สอดคล้องกันนะคะ โดยให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติทําหน้าที่ เป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) เท่านั้น ไม่ใช่หน่วยตั้งงบประมาณนะคะ

ถัดไปก็คือการกําหนดค่าธรรมเนียม เช่นเดียวกันนะคะ ให้กําหนดไว้ที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยนะคะ แล้วก็การกําหนดค่าธรรมเนียมควรรวมถึงค่ากําจัด เพื่อไม่ให้ เป็นภาระกับท้องถิ่นมากเกินไป การที่ท้องถิ่นไม่เก็บค่ากําจัดหรือว่าเก็บเฉพาะค่าเก็บขน ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ทําให้รายได้ของท้องถิ่นนี้ไม่เพียงพอในการรัน (Run) ระบบ แล้วระบบ บางอันก็อาจจะถูกทิ้งร้าง เพราะท้องถิ่นไม่มีศักยภาพในการดําเนินการ แล้วก็ไม่มีเงิน ที่จะไปรัน (Run) ได้อย่างเพียงพอนะคะ

ถัดไปนะคะ ต้องการเพิ่มหน้าที่ให้กับ อปท. ในการเผยแพร่ข้อมูล ให้คําแนะนํา ทําความเข้าใจกับประชาชนด้วยนะคะ แล้วก็กํากับการดําเนินงาน ให้กระทรวงมหาดไทยกํากับการดําเนินงานของท้องถิ่นต่าง ๆ ให้เป็นไปตามคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ได้กําหนดนะคะ ก็กําหนดกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ให้เป็นกฎหมาย ก็คือไม่ใช่ ให้วิ่งไปวิ่งมา เป็นแค่ระดับของเอ็มโอยู (MOU) ร่วมระหว่างท้องถิ่นแล้วนะคะ เราจะต้อง กําหนดให้ชัด การที่มีคลัสเตอร์ (Cluster) เป็นกฎหมายที่ชัดเจนสามารถคํานวณได้ว่า ปริมาณขยะแล้วเท่ากับเท่าไร สมมุติว่า ๕๐๐-๗๐๐ ตันนี้ เราก็สามารถลงทุนในระบบ เช่น ระบบเตาเผา เราจะมีความคุ้มค่า เพราะปริมาณขยะนี้มันมีมากพอ แต่ถ้ารวมกลุ่มกันแล้ว ปริมาณขยะน้อย ก็อาจจะยังใช้ระบบอื่น ๆ ที่มีลักษณะที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นข้อหนึ่งปัจจัย แห่งความสําเร็จคือ ข้อ ๑. ต้องทราบให้ชัดเจนว่าปริมาณขยะนี้เท่ากับเท่าไร ไม่ใช่ให้วิ่งไป วิ่งมา ดิ้นได้นะคะ มีความสําคัญ จึงอยู่ที่กําหนดให้กลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) เป็นกฎหมาย นะคะ แล้วก็ส่งเสริมภาคเอกชนร่วมลงทุน ในกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ที่เราพูดถึงเป็นอย่างนี้ นะคะ ถ้าเอาเทศบาลตําบลเล็ก ๆ ท่านก็ไม่ต้องมีระบบ ท่านทําแค่ระบบขนถ่าย หรือเขา เรียกว่า ทรานส์เฟอร์สเตชัน (Transfer Station) มันก็ขนมาที่ศูนย์กําจัดขยะ ซึ่งที่ศูนย์นี้ แนะนําให้เป็นระดับของเทศบาล เช่นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เพราะการรัน (Run) ศูนย์นี้ ต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นทรานส์เฟอร์สเตชัน (Transfer Station) หรือสถานีขนถ่ายที่ ๑ หรือ ที่ ๒ นี้ก็สามารถวิ่งเข้าศูนย์ได้นะคะ การลงทุนที่ศูนย์นี้ถ้าเรามี ปริมาณฟีดสต็อก (Feedstock) หรือขยะเข้ามาที่เพียงพอ อันนี้กํากับง่าย ดิฉันคิดว่าปัญหา ของขยะปัจจุบันแท้จริงแล้วปัจจุบันบางทีเราหาขยะไม่ได้ ขยะไม่เข้าที่ศูนย์นะคะ การลงทุน ก็ไม่คุ้มค่า ระบบที่ดีไซน์ (Design) ไว้ ที่รองรับขยะเอาไว้ ขยะไม่เข้า ระบบก็ไม่มีประสิทธิภาพ นะคะ ในเรื่องของการกําหนดเป้าหมายในแผนแม่บทต้องมีแอมบิเชียส (Ambitious) มากกว่านี้ เพราะปัจจุบันนี้กําหนดว่ากําจัดขยะใหม่ได้ร้อยละ ๗๕ ซึ่งจริง ๆ ก็ยังสูงกว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ดิฉันว่าที่รีวิว (Review) มา ตอนแรกก็เห็นว่าเก็บได้ประมาณ ครึ่งเดียวเองนะคะ แล้วเป้าหมายของแผนแม่บทก็บอกว่าเก็บให้ได้ร้อยละ ๗๕ ก็แล้วกัน แต่เรามองว่าอันนี้ไม่มีแอมบิเชียส (Ambitious) ที่เพียงพอ ขยะใหม่ต้องเก็บให้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มิฉะนั้นแล้วท่านจะไปตั้งค่าเป้าหมายในการกําจัดขยะตกค้างให้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็ไม่มีวันสําเร็จ เพราะขยะใหม่อีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ที่ยังเก็บไม่ได้มันก็ สะสมอยู่ดี ก็ทํางานแบบเป็นวงจรไปนะคะ เพราะว่าขยะใหม่ที่เก็บไม่ได้ก็ต้องกลายเป็น ขยะตกค้างสะสมไปอยู่ดีนะคะ แล้วหลายท่านก็ถามว่าแล้วจะทําอย่างไรให้เก็บขยะใหม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็อย่างที่กราบเรียนก็คือ หากท้องถิ่นดําเนินการเองไม่ได้ต้องสนับสนุน ภาคเอกชนเข้ามาร่วมดําเนินการ ทั้งในส่วนของงบประมาณร่วมลงทุนกับรัฐ แล้วก็เรื่องของ การดําเนินงาน ศักยภาพของบุคลากรที่จะดําเนินการในเรื่องการจัดการขยะด้วยนะคะ ก็จะ สามารถทําให้เป้าหมายสูงขึ้นได้นะคะ เพื่อไม่ให้มีขยะตกค้างอยู่ในชุมชน

ในส่วนของการร่วมทุนนั้น จริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. ให้เอกชนร่วมลงทุนเขามี มาตรา ๗ ใน พ.ร.บ. ร่วมทุนเองเขาเขียนไว้ชัดเจนนะคะว่า กรณีที่กิจการของรัฐเรื่องใดที่มี กฎหมายกําหนด มีกระบวนการพิจารณาการให้เอกชนร่วมลงทุน และการกํากับดูแลและ ติดตามผลการดําเนินโครงการไว้อย่างเพียงพอแล้ว จัดตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นไม่ให้ นํา พ.ร.บ. ร่วมลงทุนนี้มาใช้บังคับแก่การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐในเรื่องนั้น ๆ ก็ได้ จริง ๆ แล้วมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ. ร่วมลงทุนนี้เขาบอก เจตนาเขาต้องการให้มีการกํากับ ดูแล หากท่านมีกฎหมายเฉพาะ ซึ่งในที่นี้เราพูดถึง พ.ร.บ. รักษาความสะอาดที่จะเกิดขึ้น ใหม่นี้ หากมันตราไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านก็ปลดเรื่องขยะออก ไม่ต้องมาโดยอาศัยมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ. ร่วมลงทุนซึ่งเปิดไว้ให้แล้วนะคะว่าไม่ต้องมาติดใน พ.ร.บ. ร่วมลงทุนอันนี้อีก ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีกิจการของรัฐ ทั้งในเรื่องของการปิโตรเลียม แล้วก็การจัดการทรัพยากรแร่ ซึ่งมี พ.ร.บ. ปิโตรเลียมและ พ.ร.บ. แร่เป็นการเฉพาะ ๒ ตัวนี้เขาไม่ได้เข้าข่ายที่จะใช้ พ.ร.บ. ร่วมลงทุนอยู่แล้ว เนื่องจากมีการตรากฎหมายเฉพาะขึ้นมารองรับ ดิฉันก็เห็นว่า ในเรื่องของการขยะนี้จําเป็นจะต้องมีกฎหมายเฉพาะ แล้วก็ไม่ได้ต้องมาใช้ในส่วนของ พ.ร.บ. ร่วมลงทุนอีก เพราะว่าขั้นตอนนี้มากนะคะ อย่างไรก็ตามมหาดไทยนี้ก็อาจจะ ไปตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นมา โดยอาศัยมาตรา ๗ พ.ร.บ. ร่วมทุน แล้วก็เพื่อให้มีการกํากับ ดูแลเป็นการเฉพาะได้นะคะ ข้อเสนอถัดไปก็คือให้มีมาตรการเยียวยาให้ความรู้แก่ประชาชน ที่อยู่ใกล้กับสถานที่กําจัดขยะ ให้มีการจัดตั้งศูนย์รับคืนซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้เป็นระบบ อย่างเช่น กทม. ๑ เขต ๑ ศูนย์ ต่างจังหวัด ๑ อบจ. ๑ ศูนย์ อันนี้เป็นเป้าหมาย ที่กําหนดไว้แล้วในแผนแม่บท ต้องการให้มีการผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริงนะคะ

สุดท้ายเป็นเรื่องสําคัญที่สุดนะคะ ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นเรื่องของการสร้าง วินัยของคนในชาติ เพราะเราทุกคนเราเป็นผู้ก่อมลพิษ เราเป็นผู้ก่อให้เกิดขยะทุกคน ๑. เราต้องมีความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง เราต้องช่วยกันลดการเกิดขยะ กิโลกรัมต่อคนต่อวันที่เรามากกว่าประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในเลเวล (Level) เดียวกัน ของเขา ๐.๗๘ กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ของเรา ๑ กิโลกรัมกว่าต่อคนต่อวัน เพิ่มอัตรารีไซคลิงเรต (Recycling Rate) ขอให้มีการคัดแยกเพื่อให้มีการนํากลับมาใช้ แล้วก็คํานวณเรื่องค่าใช้จ่าย ในการกําจัด ให้สะท้อนในลักษณะของผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ ก็คือ กระทรวงมหาดไทย ถัดมาก็มี ๓-๔ กระทรวงที่กราบเรียนมาแล้ว กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการ ในการแก้กฎหมายก็ต้องอาศัยสํานักงานกฤษฎีกาดําเนินการ ต่อไป แผนการดําเนินงานตามที่ดิฉันเสนอไว้ในประเด็นการปฏิรูปตามที่ได้นําเสนอ นะคะ ดิฉันขออนุญาตจบการนําเสนอในส่วนของข้อเสนอของกรรมาธิการการสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมในเรื่องของการจัดการขยะค่ะ