สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ หารือการปฏิรูปการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม โดยเน้นความสำคัญของการแก้โครงสร้างสถานที่และสัญลักษณ์ พร้อมเสนอแนวคิดภูมิบ้านภูมิเมืองเพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจและเจ้าของพื้นที่ของชุมชน รวมถึงการสร้างพื้นที่วัฒนธรรมร่วมกับการจัดการทางกฎหมายและเวนคืน เพื่อส่งเสริมความเป็นเจ้าของท้องถิ่นและเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดยย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบไตรภาคี เพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมอย่างมีเอกภาพและลดความขัดแย้ง ผ่านการบูรณาการกับร่างกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งในทุกมิติของสังคมไทย
กราบเรียนท่านประธาน ผม สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ วันนี้อยากจะเสนอความเห็นที่คิดว่าเป็นกําลังใจต่อท่านกรรมาธิการ แล้วก็คงจะได้มีโอกาส พูดในฐานะในอดีตที่เป็นกรรมาธิการของศิลปวัฒนธรรมที่จะทําเรื่องเกี่ยวกับเรื่องปฏิรูป ศิลปวัฒนธรรมมานะครับ ผมว่าวันนี้สิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้นํามานั้นเป็นสิ่งที่น่าให้กําลังใจ อย่างยิ่ง เพราะว่าจะไปแก้โครงสร้างของสิ่งที่เป็นสถานที่ สิ่งที่เป็นตัวสัญลักษณ์ที่จะใช้ในการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อไป ประเด็นในทางกฎหมายคงจะต้องดูกันในรายละเอียดนะครับ แล้วก็หลาย ๆ สิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วผมว่าเป็นมุมมองที่เป็นประโยชน์นะครับ
ทีนี้ประเด็นที่จะทําให้เรื่องนี้เคลื่อนไปสู่การปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ผมมีประมาณ ๓ ประเด็นที่อยากจะเรียนเพิ่มเติมเข้าไปให้กับท่านกรรมาธิการ แล้วก็ ถ้าขับเคลื่อนใน ๓ ประเด็นนี้ได้ก็อาจจะไปลดในข้อกังวลหลาย ๆ อย่างของท่านสมาชิกได้ การปฏิรูปด้านศิลปวัฒนธรรมนั้นผมคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับด้านของจิตใจ ด้านของชุมชน ด้านของสังคมควบคู่ไปกับเรื่องของสถานที่ด้วย แล้วเรื่องของกฎระเบียบและกฎหมาย มิติแรก ที่ผมคิดว่าถ้าเราจะทําเรื่องของการปฏิรูปทางด้านของการจัดการพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม แห่งชาตินะครับ มิติทางด้านอันหนึ่งที่ผมคิดว่าได้มีการพูดคุยกันในอดีต สปช. ที่ผ่านมา คือมิติของภูมิบ้านภูมิเมือง มิตินี้แปลว่าอะไรครับ มิตินี้แปลว่า ถ้าสิ่งที่เรามีอยู่นั้นมันเป็น เอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เป็นอะไรก็ตามที่เราจะทํากันต่อไป แต่สิ่งเหล่านั้น มันไม่ได้ก่อเกิดความภาคภูมิใจให้กับชุมชน สิ่งนั้นก็จะไม่มีประโยชน์เลยครับ มันก็จะก่อเกิด ที่กลายเป็นปัญหาตามมา เพราะฉะนั้นแนวคิดของภูมิบ้านภูมิเมืองนั้นก็คือการสร้างความ ภาคภูมิใจ ความรู้สึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น สถานที่เกิดขึ้นนั้น ชุมชนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ผู้อยู่ ตรงนั้นเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแล้วมีความภูมิใจตรงนั้น แล้วความภูมิใจนี้ส่งต่อไปถึงนอกชุมชนได้ ฉะนั้นแนวคิดของภูมิบ้านภูมิเมืองนั้นเป็นแนวคิดอันที่ ๑ ที่ผมคิดว่าถ้าเราสามารถสร้าง สํานึกของชุมชนต่อความเป็นเจ้าของได้ ปัญหาที่ท่านเฉลิมชัยพูดเมื่อสักครู่เรื่องไข่แดง ไข่ขาวก็จะเป็นสิ่งที่มีโอกาสในทางแก้ไขนะครับ นั่นเป็นประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ครับ ประเด็นที่จะทําให้สิ่งที่ท่านกรรมาธิการกําลังจะทํานั้น นําไปสู่การปฏิรูปอย่างแท้จริงนั้น ที่ท่านชูชาติได้พูดเรื่องนี้ไว้เยอะ แล้วเป็นประเด็นที่ผมคิดว่า เป็นกิจกรรมที่สําคัญก็คือการเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมขึ้นมา พื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ควบคู่ไปกับ การจัดการทางกฎหมาย การจัดการการเวนคืนนั้น จะทําให้สิ่งที่เราต้องการทางกายภาพนั้น เป็นรูปธรรมขึ้น ซึ่งได้พิสูจน์ชัดเจนนะครับ เมื่อสักครู่ท่านชูชาติได้พูดถึงที่อําเภอศรีประจันต์ ว่าเมื่อไรก็ตามที่มันเป็นลานวัฒนธรรมนั้นสิ่งที่เป็นภูมิบ้านภูมิเมืองที่ผมพูดในประเด็นที่ ๑ ถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของก็จะเกิดการที่เกิดสังคมนั้นมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีกิจกรรมร่วมกัน ก็มาทํา และมีความต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นถ้าหากว่าไม่มีกิจกรรมให้เขา ต่อเนื่องออกไป สิ่งที่เราสร้างเอาไว้นั้นก็เป็นเพียงสัญลักษณ์เฉย ๆ แล้วสุดท้ายก็ไม่มีใคร ปกป้องดูแลรักษา ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาของบ้านเรานั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหานั้นไม่อยู่ที่ กฎหมาย ไม่อยู่ที่การที่กําหนดขอบเขต แต่ขึ้นอยู่กับผู้ที่อยู่ตรงนั้นจะช่วยกันดูแลรักษา หรือไม่ อย่างไร แล้วก็เจ้าหน้าที่มีไม่พอหรอกครับที่จะเข้าไปดูแล เพราะฉะนั้นลานกิจกรรม ก็ทําให้เขาเป็นกิจกรรมในการที่สังคมที่จะเข้ามาดูแล แล้วแน่นอนมันก็จะก่อเกิดสิ่งที่ เกิดเสมอนะครับเมื่อกิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น คือเศรษฐกิจชุมชน เมื่อไรก็ตามที่มีเศรษฐกิจ ชุมชนเป็นตัวหล่อเลี้ยงเข้ามาด้วย มีการขายของในชุมชน มีเอกลักษณ์ชุมชน ความเป็น เจ้าเข้าเจ้าของก็จะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
ประเด็นสุดท้ายที่ผมคิดว่าอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงทาง กรรมาธิการนั้นได้มีการพูดถึงอยู่บ้างในการอภิปรายที่ผ่านมา ก็คือมิติการมีส่วนร่วม ในสมัย ที่พวกผมเป็นกรรมาธิการนั้นเราได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ในเรื่องของสมัชชาศิลปวัฒนธรรม ซึ่งขณะนี้สมัชชาศิลปวัฒนธรรมนั้นได้แปรรูปไปนะครับ ไปสู่พระราชบัญญัติไตรภาคีศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งโดยหลักการและเนื้อหานั้นไปทิศทางเดียวกัน เรื่องนี้เป็นมิติที่ ๓ ที่มี ความสําคัญต่อร่างที่ท่านนําเสนอ จะเห็นนะครับว่าจากการอภิปรายจะพบว่าถ้าจะบริหาร จัดการศิลปวัฒนธรรมให้ไปข้างหน้าได้นั้นต้องมีความเป็นส่วนร่วม คําว่า ไตรภาคี ในสิ่งที่ กําลังริเริ่มกันขึ้นมาอยู่นะครับ แล้วก็อยากจะเรียนฝากท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการว่า อยากให้เอาเรื่องนี้เป็นองค์ประกอบ เพราะการมีไตรภาคีนั้นก็จะคล้าย ๆ กับทุกท่านที่พูดมานะครับ เราจะมีทั้งรัฐ ทั้งเอกชน และทั้งประชาชนและประชาสังคมเข้ามาร่วมด้วยนะครับ ถ้าไตรภาคีนี้มีซึ่งเป็นทิศทาง เดียวกับประชารัฐที่รัฐบาลขับเคลื่อนอยู่นั้นมันจะเป็นโจทย์นะครับที่สําคัญในการ ทําความสําเร็จ มันจะเป็นการลดความขัดแย้งเป็นการเฝ้าระวังเฝ้าดูซึ่งกันและกันนี่นะครับ การบริหารจัดการศิลปวัฒนธรรมในอดีตที่มันเกิดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ไม่ได้นี่เพราะมันขาด ดุลยภาพของ ๓ ส่วนที่สําคัญที่เกี่ยวข้องนี่ละครับ ดังนั้นถ้าเรามีไตรภาคีศิลปวัฒนธรรม ทั้ง ๓ ส่วนนี้แล้วก็มาร่วมกันกําหนดทิศทางอย่างมีเอกภาพ อันนี้ก็จะเป็นตัวควบคู่กับ การแก้ปัญหาในเชิงของกฎหมายและการจัดการดําเนินการนี่นะครับ ก็จะนําไปสู่สิ่งที่มีความ ตั้งใจในอดีตสมัยเป็นสมัชชาศิลปวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดการทําแผนแม่บท ก็ดี การจัดทํานโยบายก็ดี การมีแผนปฏิบัติการก็ดี หรือส่งเสริมการมีส่วนร่วมก็ดีหรืออื่น ๆ นี่นะครับ สิ่งเหล่านั้นคือมิติของไตรภาคีศิลปวัฒนธรรมที่ผมคิดว่ามีความจําเป็นควบคู่กับสิ่งที่ ท่านได้นําเสนอเข้ามา และสิ่งเหล่านี้ครับจะเป็นสิ่งที่ทําให้การขับเคลื่อนของงานศิลปวัฒนธรรม ของชาตินั้นเดินไปอย่างแท้จริงนะครับ ศิลปวัฒนธรรมนั้นมันเป็นจิตวิญญาณของชาติ แล้วก็ เป็นพลังที่สําคัญของชาติด้วยนะครับ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้นั้นเราจะต้องดําเนินการ ให้คุณค่าที่ยังทรงค่าอยู่ของศิลปวัฒนธรรมนั้นมีความหมายและมีพลังที่จะกลายเป็นทุน ทางวัฒนธรรมที่แท้จริง ทุนทางวัฒนธรรมนั้นคงไม่มีใครปฏิเสธนะครับ และเป็นเรื่องที่สําคัญ มากเวลาพูดถึงศิลปวัฒนธรรมนั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะด้านศิลปะและวัฒนธรรม แต่มัน เกี่ยวข้องกับทุกอย่างในสังคมไทยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการเมือง วัฒนธรรมทุกอย่าง และทุนทางวัฒนธรรมตัวนี้ครับคือการเปลี่ยนแปลงประเทศที่ได้พิสูจน์แล้วว่าเปลี่ยนแม้กระทั่ง มิติทางเศรษฐกิจและมิติทางสังคม ผมเลยอยากจะขอเรียนเพิ่มเติมนะครับท่านกรรมาธิการ ว่าอยากจะเห็นองค์ประกอบที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้สําเร็จนั้นอยากจะฝาก ๓ มิติที่ผม ได้เรียนผ่านท่านประธานไปนั้นนะครับ ให้ลองไปนําปรับดูว่าถ้ามิติที่จะเติมให้เติมเต็มและลด ปัญหาที่หลายท่านได้กล่าวถึงนั้นถ้ามีสิ่งเหล่านี้ประกอบด้วยน่าจะทําให้ความตั้งใจในการ ขับเคลื่อนเรื่องนี้สมบูรณ์ขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ