ดุสิต ชี้ร่าง พ.ร.บ. ขยะ ยังไม่แก้ปัญหาอุปสรรคการร่วมทุน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙

ดุสิต เครืองาม หารือการนำขยะไปผลิตพลังงานไฟฟ้าและตั้งข้อสังเกตถึงความเพียงพอของร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอว่าสามารถแก้ปัญหากีดกันการร่วมทุนจากภาคเอกชนได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นการยกเว้นไม่ให้ พ.ร.บ. ร่วมทุน มาตรา ๗ ใช้บังคับกับการจัดการขยะ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก กระผม ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม สปท. หมายเลข ๕๓ กระผมขอขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นอย่างยิ่งที่ได้นําเสนอเรื่องดี ๆ เรื่องการเสนอการปฏิรูปและระบบ การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศ เนื่องจากว่าผมสังกัดอยู่ในคณะกรรมาธิการ ด้านพลังงาน ผมก็อยากจะขอตีกรอบเรื่องขยะกับพลังงาน เพื่อให้การเสนอการปฏิรูปนั้น ฟังดูแล้วชัดเจนให้มากที่สุดนะครับ ในเรื่องของการนําเอาขยะมาใช้ให้เป็นประโยชน์นั้น สามารถนําไปรีไซเคิล (Recycle) ใช้ประโยชน์ได้มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือการนําขยะไปเป็น เชื้อเพลิงในการสร้างเป็นความร้อนเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าครับ ตามแผนแม่บทของกระทรวง พลังงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ใน ๒๐ ปีข้างหน้า มีแผนว่า ประเทศไทยเราจะต้องผลิตขยะจากเชื้อเพลิง ต้องผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ ๕๐๐ เมกะวัตต์ โดยรวมใน ๒๐ ปี ประมาณนั้นในอนาคต แต่ปัจจุบันนี้มีโรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นวัตถุดิบนั้น มีอยู่แค่ประมาณ ๕๐ เมกะวัตต์เศษ ยังเรียกว่าอยู่ในช่วงที่แทบจะไม่ได้เกิดเลยก็ว่าได้ เพราะว่าอุปสรรคหลักสําคัญของการที่ไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าขยะได้ ในปัจจุบันก็คือการ มีพระราชบัญญัติร่วมทุนตามที่หลายท่านได้เสนอ ได้ตั้งคอมเมนต์ (Comment) ไปแล้ว กระผมก็มีความเป็นห่วงว่าข้อเสนอปฏิรูปของท่านคณะกรรมาธิการนั้น ได้เขียนไว้เป็น วัตถุประสงค์แนวทางเสียสวยหรู แต่ว่าก็เป็นห่วงเสียจริง ๆ ว่าสุดท้ายแล้วร่างพระราชบัญญัติ ที่ท่านได้ให้ความกรุณายกร่างขึ้นมานี้สามารถตอบโจทย์แก้ไขเรื่องอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ร่วมทุนได้มากน้อยเพียงใด ถ้าผมเปิดมาดูในร่าง พ.ร.บ. ที่เห็นอยู่นี่มีอยู่แค่ มาตราเดียวที่ดูเหมือนฟังดูแล้วจะเป็นช่องทางที่จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มีอํานาจในการออกประกาศ นั่นคือมาตรา ๓๔/๕ ในมาตรา ๓๔/๕ ที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่กรรมาธิการของท่านเสนอ มานี้ขออนุญาตอ่านนะครับ มาตรา ๓๔/๕ ราชการส่วนท้องถิ่นใดจัดหาประโยชน์จากการ กําจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยให้ดําเนินการได้ภายใต้บังคับของกฎหมายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศ สั้นมากครับ ผมจึงไม่แน่ใจว่า แค่ลําพังมาตรา ๓๔/๕ นี้ท่านจะสามารถตอบโจทย์ที่เขียนไว้ในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ว่าจะเสนอปฏิรูปให้กระทรวงมหาดไทยออกกฎหมายเฉพาะให้กิจการของรัฐเรื่องการจัดการ ขยะมูลฝอยไม่อยู่ในข่ายที่ต้องดําเนินการ พ.ร.บ. ร่วมทุนตามมาตรา ๗ จริงหรือไม่ ผมก็สงสัย ก็ไปอ่านในพระราชบัญญัติร่วมทุน มาตรา ๗ เขาเขียนไว้อย่างนี้นะครับ พระราชบัญญัตินี้ คือหมายถึง พ.ร.บ. ร่วมทุนนะครับ ให้ใช้บังคับแก่การให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ เว้นแต่การให้สัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมและแร่ ซึ่งหลายท่าน ก็ได้อภิปรายไปว่าน่าจะไปแก้ พ.ร.บ. ร่วมทุนแล้วก็เติมไปว่าให้ยกเว้นเรื่องขยะไว้ด้วย วรรคสองของมาตรา ๗ เขียนไว้ต่อนะครับว่า ในกรณีที่กิจการของรัฐในเรื่องใดมีกฎหมาย กําหนดกระบวนการพิจารณา ย้ํานะครับ ในกรณีที่กิจการของรัฐในเรื่องใดมีกฎหมายกําหนด กระบวนการพิจารณาให้เอกชนร่วมลงทุนและการกํากับดูแลและติดตามการดําเนินการไว้ อย่างเพียงพอแล้วจะตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นไม่ให้นํา พ.ร.บ. หมายถึง พ.ร.บ. ร่วมทุนมาใช้บังคับแก่การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐในเรื่องนั้นก็ได้ พ.ร.บ. ร่วมทุน มาตรา ๗ วรรคสอง เขียนไว้บอกว่า กระทรวงใดอยากจะให้กิจการใดยกเว้นไม่ต้องนํา พ.ร.บ. ร่วมทุนไปใช้บังคับ กระทรวงของท่านต้องออกกฎหมายอย่างละเอียดนะ ท่านจะต้อง มีหัวข้อว่าด้วยการพิจารณาการให้เอกชนร่วมลงทุน ต้องมีการกํากับ ดูแล ติดตามผล การดําเนินการไว้อย่างเพียงพอ แต่ว่าพอกลับมาดูในมาตรา ๓๔/๕ ท่านเขียนไว้ง่าย ๆ นี่ครับ บอกว่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสามารถออกประกาศหลักเกณฑ์กําหนด วิธีการและเงื่อนไข ผมไม่แน่ใจนะครับ ลองปรึกษานักกฎหมายดูว่าในมาตรา ๓๔/๕ นี้ มันเพียงพอหรือยัง สอดคล้อง สอดรับกับมาตรา ๗ ใน พ.ร.บ. ร่วมทุนวรรคสองแล้วหรือยัง ผมยังไม่สามารถที่จะไปจินตนาการให้ไปแก้ไข พ.ร.บ. ร่วมทุนได้หรอกครับ ผมยังเชื่อว่า ยังอีกยากมากที่จะไปแก้ไข พ.ร.บ. ร่วมทุน มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง ให้ไปเติมคําว่า ขอยกเว้น เรื่องขยะ ผมเชื่อว่ายาก แล้วก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ท่านกําลังจะออกกฎหมายของ ตัวเองอยู่แล้วไม่มีใครมาขัดขวางท่านหรอก ท่านออกกฎหมายก็เขียนในมาตรา ๓๔/๕ ให้ไป ล้อเลียนคําพูดของ พ.ร.บ. ร่วมทุน มาตรา ๗ วรรคสองเสียเลยครับ ว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยจะต้องออกอะไรบ้าง ออกกฎหมายกําหนดกระบวนการพิจารณา การกํากับ ดูแลอะไรให้ละเอียด ล้อเลียนตามคําพูดนั้นไปเลย เพราะฉะนั้นถ้า พ.ร.บ. นี้ ออกมาเป็นอย่างไรรัฐมนตรีก็สามารถไปออกประกาศหรือจะเป็นกฎกระทรวงที่สามารถ แล้วก็ปล่อยผีเลยให้ขยะหรือว่าการนําเอาขยะไปสร้างให้เป็นประโยชน์ในการผลิตไฟฟ้านั้น ทําเองได้เลยโดย พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ต้องไปง้อ ไปแก้ไข พ.ร.บ. ร่วมทุนซึ่งผมคิดว่าแทบจะ เป็นไปไม่ได้ ประเด็นที่ผมจะขออธิบายข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องการนําขยะไปใช้ประโยชน์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ผมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เกาะคิวชูนะครับที่ไปเจอแผ่นดินไหว ผมก็ ขับรถไปแล้วก็จอดปั๊มน้ํามันบ้าง สถานีเติมน้ํามันบ้าง ที่พักผ่อนบ้าง เหมือนที่หลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายไปแล้ว ทุกที่ละครับ ไม่มีที่ใดที่จะมีถังขยะเพียงถังเดียว จะมีถังขยะแยกไว้ให้ เรียบร้อย ไม่ ๓ ถังก็ ๔ ถังก็ ๕ ถัง ถังที่ ๑ ขวดแก้ว ถังที่ ๒ กระป๋องโลหะ ถังที่ ๓ ขวดสําหรับใส่น้ําดื่มที่เขาเรียกว่า เพต (PET) ถังที่ ๔ ก็คือขยะเผาได้ ถังที่ ๕ ขยะเผาไม่ได้ ถุงพลาสติกที่ใส่ของกินที่เรียกว่า ไวนิล (Vinyl) เขาก็แยก แล้วก็ถังขยะที่แยกไว้นั้นเขาเก่งมาก เจาะรูไว้เรียบร้อย ถังที่บอกว่า ให้ใส่ขวดแก้ว ก็เป็นเจาะรูกลม ๆ ใครจะเอากระป๋องบรีส ผงซักฟอกอะไรใส่ ไม่เข้าครับ เขากําหนดเป็นช่องกลม ๆ ไว้แล้ว อย่างอื่นใส่ไม่เข้า หรือว่าเอาขยะที่จะเป็นอย่างอื่น เขาก็จะเจาะช่องไว้แบน ๆ เอาขวดใส่ไม่เข้า ปากถังขยะเขากํากับไว้เรียบร้อยแล้ว ผมก็เลยขอกราบเรียนนะครับว่าชีวิตถ้ามาปฏิรูปในครั้งนี้ ผมจะมีความภูมิใจมาก ถ้าประเทศไทยเราสามารถมีโครงการ หรือมีกฎหมายที่ให้ประชาชนคนไทยเรามีพฤติกรรม ในการแยกขยะตั้งแต่ตอนทิ้งขยะ ผมเชื่อว่าคนไทยทําได้ กรุงเทพมหานครเมื่อหลายสิบปีก่อน เขาบอกว่าเป็นเมืองหลวงที่สกปรกที่สุดในโลก ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนะครับสะอาดมาก ผมเชื่อว่า คนไทยเราทําได้ แต่ว่าพอมาดูในร่าง พ.ร.บ. ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี่นะครับ ผมก็ไม่เจอ ตรงไหนเลยที่เขียนเอาไว้เข้มข้น บอกว่าให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นต้องเก็บขยะ หรือว่า ให้ทิ้งขยะโดยการแยกขยะ ไม่เขียนเลยแม้แต่ที่เดียว ทําไมท่านไม่กล้าที่จะเขียนล่ะครับ เขียนเข้าไปในกฎหมายได้ไหมครับว่าจากนี้ไป เทศบาล ท้องถิ่น อบต. มีหน้าที่ต้องจัดถังขยะ เพื่อแยกขยะตั้งแต่เริ่มต้นเลย ทําไมท่านไม่กล้าครับ กลัวอะไรครับ เขียนเข้าไปเลยครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าหลายท่านจะภูมิใจมากถ้าหากว่าเราสามารถปฏิรูป เอาแค่ทิ้งขยะ แล้วก็แยกขยะได้ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นสิ่งที่ผมว่ากลับไปบ้านแล้วก็นอนตาหลับนะครับ เมื่อสักครู่มี ท่านกษิต ภิรมย์ ได้อภิปรายไปบ้างแล้ว ผมค้นดูข้อมูลยังเจออีกนะครับว่า ขณะนี้ขยะสะสมในพื้นฝังกลบนะครับท่านประธาน มีค้างอยู่ถึง ๓๐ ล้านตันนะครับ เมื่อสักครู่ ท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ได้ถ่ายภาพให้ดูแล้ว แต่ว่าแท้ที่จริงแล้วขยะที่ทิ้งทุกวันนี้ วันหนึ่งทิ้งกันประมาณ ๖๘,๐๐๐ ตัน แต่เชื่อไหมครับว่าขยะที่กองเป็นภูเขาอยู่ตอนนี้ กองทิ้งอยู่แล้วที่เรียกว่าเป็นขยะสะสมในพื้นที่ฝังกลบ กระทรวงพลังงานรายงานออกมาว่า มีถึง ๓๐ ล้านตัน ยางรถยนต์ที่ใช้แล้ว เขาทิ้งกันปีหนึ่งประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ขยะชุมชน วันละ ๖๐,๐๐๐ กว่าตัน ผมก็สงสัยว่าขยะที่สะสมทิ้งอยู่ในพื้นที่ฝังกลบ ขอทีเถอะครับเอาออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ แล้วก็ขอทีเถอะครับอย่ามาเล่นกลว่าวันดีคืนดี ก็ย้ายพื้นที่ขยะฝังกลบจากตําบลหนึ่งไปสู่อีกตําบลหนึ่งเลิกกันทีเถอะครับ แต่ว่าขอให้นําเอา ขยะสะสมที่พื้นที่ในพื้นที่ฝังกลบนั้นออกมาใช้งานให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ ก็คือนํามา รีไซเคิล (Recycle) ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ขอบพระคุณครับ