กษิต ภิรมย์ หารือความชัดเจนในโครงสร้างการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเน้นบทบาทที่ชัดเจนของกระทรวงมหาดไทยและท้องถิ่น พร้อมผลักดันการจัดการขยะอย่างครบวงจรทั้งจากสถานพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม และการทิ้งสารพิษในท่าเรือ เสนอใช้นโยบายผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย สนับสนุนการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ และการผลิตพลังงานจากขยะอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องความโปร่งใสในการว่าจ้างเอกชนและการตรวจสอบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการทุจริต
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ ครับ ผมมี ๔-๕ ประเด็นครับ
ประเด็นแรก ก็คือเกี่ยวกับโครงสร้าง ผมก็มี ๓ คํา ภาษาอังกฤษ โพลิซี (Policy) เรกูเลเตอร์ (Regulator) แล้วก็โอเปอเรเตอร์ (Operator) แต่ดูที่เอกสารแล้ว ผมมีความเข้าใจว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกํากับนโยบายเป็นตัวกํากับคือโพลิซี (Policy) แต่ตัวเรกูเลเตอร์ (Regulator) ไม่ค่อยแน่ชัด แต่มาดูในหน้าสุดท้าย สุดท้ายก็บอกว่า ผู้รับผิดชอบคือกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้นขอความกระจ่างให้มันแน่ชัดไปเลยว่า ระดับนโยบายคือคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม เรกูเลเตอร์ (Regulator) ผู้กํากับการ คือกระทรวงมหาดไทย อันที่ ๓ สําคัญครับ โอเปอเรเตอร์ (Operator) ก็คงเป็นเทศบาล อบจ. อบต. ใช่หรือไม่ ต้องพูดเสียให้ชัด เพราะว่าขยะทั้งหมดมันอยู่ที่ท้องถิ่น แล้วก็ท้องถิ่น ทั้งหมดก็ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ผมว่ากําหนดให้แน่ชัดไปในเรื่องของโครงสร้าง แล้วก็ สายงานบังคับบัญชา แล้วก็กํากับดูแล โดยมีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเป็นแม่ใหญ่อยู่ข้างบน อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องรีไซเคิล (Recycle) หรือไม่ก็ขยะเมื่อเก็บมาแล้วต้อง พูดให้ชัดว่าจะเอาไปทําอะไรบ้าง แล้วก็เป้าหมาย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ไม่พอครับ ผมเคยอยู่ที่ทั้งญี่ปุ่น เยอรมนี ต่าง ๆ เหล่านี้เขาพูดกัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มุ่งมั่นที่จะทํา ให้ได้ว่าขยะเก็บมาแล้วต้องรีไซเคิล (Recycle) ได้ เอาไปทําเป็นวัสดุอื่น ๆ เอาเป็นปุ๋ยแล้ว อันที่ ๓ เป็นเชื้อเพลิง ที่เขายังจะเหลือแล้วยังขบไม่ตกก็คือพวกท็อกซิกเวสต์ (Toxic Waste) ที่สารมีพิษ อันนั้นก็เป็นมาตรการต่างหาก เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อจะเป็นวาระแห่งชาติของท่านรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์แล้ว เป้าหมายเราต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วถ้าเผื่อจะทําเช่นนั้นแล้ว ต้องมีการรณรงค์ และผมแน่ใจว่าพวกเราที่นั่งอยู่ที่นี่ ๒๐๐ ชีวิตไปต่างประเทศกันทุกคน ออกจากเครื่องบินมาเดินไปตามคอร์ริดอร์ (Corridor) ออกมานอกสนามบินก็จะเห็นว่า มันจะมีถังขยะอย่างน้อยก็ ๓ สี ที่เป็นเศษกระดาษหรือเป็นภาชนะที่เป็นกระดาษที่อาจจะ เป็นอะไรนะครับ ขวด อันที่ ๓ คือของเน่าเสียคือเศษอาหาร ไม่ว่าจะไปเมืองจีน หรือจะไป ญี่ปุ่น หรือจะไปยุโรปทั้งหมด อเมริกา ฮ่องกง สิงคโปร์เขาก็มีหมด เพราะฉะนั้นเรื่องการ รณรงค์ ณ วันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญเมื่อเป็นวาระแห่งชาติ และมันต้องเริ่มที่บ้านครับ พวกเรา ก็เคยอยู่อพาร์ตเมนต์ (Apartment) ในต่างประเทศ ผมก็อยู่ที่ทําเนียบรัฐบาลก็หลายแห่ง ก็ต้องทําตัวเหมือนราษฎรทั่ว ๆ ไป จะเป็นที่เยอรมัน ที่ญี่ปุ่นหรือที่ไหนก็ตามว่าวันพุธก็ต้อง ลากเอาขยะออกมา ไม่อย่างนั้นก็มีขยะเน่าเสียก็ต้องแยก อีกอันจะเป็นพวกภาชนะอะไร ต่าง ๆ แล้วก็ที่เยอรมันก็ดีครับทุก ๆ ๓ เดือน ๖ เดือนจะมีวันทิ้งขยะ คือเอาเตียงใช้แล้ว ทีวีใช้แล้วเอามากองหน้าบ้านมันก็มีกองทัพมดไปเก็บบ้าง แล้วก็เทศบาลก็เป็นหน่วยงานกลาง ที่จะกวาด แล้วเขาก็จ้างบริษัทเอกชนทํา ผมคิดว่าเป็นการว่าจ้าง ผมไม่ค่อยจะสบายใจ เหมือนท่านเสรี เรื่องอะไรที่มันเป็นจอยต์เวนเจอร์ (Joint Venture) อะไรมันเป็นเรื่องของ การเปิดช่องทางในเรื่องของการทุจริต เป็นการว่าจ้างให้เอกชนไปทํามันก็ต้องมีเงื่อนไขว่า รับขยะเก็บขยะไปแล้วเอาไปทิ้งที่ไหน อย่างไร มันก็ต้องหลักสมัยนี้คือเรื่องของรีไซเคิล (Recycle) เป็นสําคัญ แล้วก็ตั้งกฎเกณฑ์กันได้ แล้วก็โรงงานรับขยะหรือว่าที่โรงงานรับขยะ พวกเราก็ไปดูงานกันที่สิงคโปร์กลางเมืองเลย มันก็มีโรงที่จะแยกขยะเพื่อที่จะไปรีไซเคิล (Recycle) ได้ พูดง่าย ๆ ก็ครึ่งหนึ่งเอาไปเป็นวัตถุดิบ อีกครึ่งหนึ่งก็ไปเป็นเชื้อเพลิง ส่วนท็อกซิกเวสต์ (Toxic Waste) หรือพวกที่เป็นสารพิษมันก็แยกออกไว้ต่างหาก อันนี้ที่ บอกว่าเป็นสารพิษนี้มันก็มี ๓ เรื่องด้วยกันที่ประเทศไทย คือสารที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรม ต้องไปรับเลยที่โรงงานอุตสาหกรรมทุกโรงงานโดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมมันต้องมีระบบ ของมันต่างหากครับ เพราะขยะทั่ว ๆ ไปเราพูดถึงขยะจากโรงแรม โรงงาน ชาวบ้านอันนั้น มันก็เรื่องหนึ่ง แต่มันต้องมีระบบพิเศษเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม
ส่วนอันที่ ๒ ก็คือสถานพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลแล้วก็ทั้งคลินิกมันต้องมี ระบบการจัดเก็บขยะ แล้วก็โรงพยาบาลจะต้องแยกขยะเศษอาหารจากผู้ป่วยก็เรื่องหนึ่ง อันนี้ก็ทิ้งเป็นขยะทั่ว ๆ ไป เทศบาลมารับได้ แต่อะไรที่มันเกี่ยวกับเศษของอะไรครับ เครื่องมือทางการแพทย์เข็มฉีดยา มันก็ต้องมีการบด เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลเรื่องหนึ่ง โรงงานอุตสาหกรรมเรื่องหนึ่ง
ส่วนอันที่ ๓ มันก็มีข่าวมาตลอดเวลาว่าประเทศพัฒนาแล้วแอบเอาสารพิษ มาทิ้งไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบังแล้วก็ที่คลองเตย แล้วก็การทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ มันก็เลยทําให้ ประเทศไทยเป็นที่เก็บขยะสารพิษ อันนี้ต้องเป็นวาระเร่งด่วนด้วยว่าจะต้องแก้ไขที่ท่าเรือ จะเป็นที่เกาะสีชัง หรือว่าที่อื่นจะลงไปที่สงขลาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ก็เป็นเรื่องที่จะต้อง เร่งดําเนินการเป็นสําคัญ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งโพลลูเตอร์เพย์ (Polluter Pay) คือใครใช้ใครได้ ประโยชน์ หรือใครทิ้งขยะมากต้องจ่าย เราก็ไปดูงานกันเยอะ อย่างเช่น ที่เยอรมันก็มีระบบ กรีนดอต (Green Dot) คือถุงดําหรือว่าภาชนะที่ใส่เครื่องดื่มทั้งหมดมันก็จะมีจุดสีเขียว หมายความว่าโรงงานที่ผลิตผลไม้ นมสดหรืออะไรต่าง ๆ บรรจุหีบห่อ สเปรย์ (Spray) อะไร ต่าง ๆ เหล่านี้มันก็จะมีจุดสีเขียว หมายความว่าตัวโรงงานผู้ผลิตนี้ได้จ่ายเงินให้กับรัฐบาล เรียบร้อยแล้ว แล้วก็เงินอันนั้นมาก็จะไปจ้างบริษัทที่จะมาเก็บขยะแล้วก็แยกขยะ ผมคิดว่า เราไปดูงานกันเป็นร้อย ๆ เป็นพัน ๆ คณะแล้ว มันสามารถที่จะเอาสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นที่เป็น ระบบที่ดี แล้วก็ในโลกนี้มันคงมี ๓ ประเทศที่มันน่าจะเป็นแบบอย่าง แคนนาดา เยอรมัน แล้วก็ญี่ปุ่น ใกล้บ้านหน่อยก็ฮ่องกงกับสิงคโปร์ แล้วก็ไต้หวัน เราสามารถที่จะเรียนรู้แล้วก็ วางระบบได้เพื่อที่จะได้ให้การแก้ปัญหาขยะนั้นเป็นเรื่องเป็นราวอย่างเป็นกิจจะลักษณะ โพลลูเตอร์เพย์ (Polluter Pay) เป็นเรื่องที่สําคัญ
ส่วนประเด็นสุดท้ายขอเน้นอีกทีหนึ่งครับ ผมไม่เห็นด้วยกับจอยต์เวนเจอร์ (Joint Venture) ระหว่างเทศบาล อบต. หรือว่าเทศบาลทุกระดับที่จะทําร่วมกับเอกชน เอาเป็นเรื่องของการว่าจ้างครับ แล้วก็ทุกอย่างมันต้องโปร่งใส ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ สภาพลเมือง สภาประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ว่าเงื่อนไขมันเป็นอย่างไร เก็บไปแล้ว เป็นอย่างไร แล้วมันก็ต้องมีที่เขาเรียกว่า เทอม ออฟ เรเฟอเรนซ์ (Term of Reference) ข้อกําหนดภาระหน้าที่หรือประวัติของบริษัท ไม่ใช่เป็นลูกหลานของอะไรครับ เครือข่ายทาง การเมืองท้องถิ่น หรือว่า ส.ส. ส.ว. เข้าไปตั้งบริษัท แล้วก็บอกว่าประมูลได้ หรือรู้จักมักจี่กัน ก็ว่าจ้างกัน ไม่ใช่ครับ บริษัทที่จะมาทํางานอันนี้ก็จะต้องมีประสบการณ์ ต้องมีเอนจิเนียร์ (Engineer) ต้องมีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ให้มันครบเครื่อง แล้วก็ถ้าเผื่อจะไปควบระหว่าง เก็บขยะและไปทําโรงไฟฟ้ากฎเกณฑ์มันก็ต้องแน่ชัดว่าไปที่ไหนอย่างไร ส่วนเรื่องโรงไฟฟ้า จากขยะ ก็ขอฝากท่านกรรมาธิการผ่านทางท่านประธานไปด้วยว่า ก็เห็นว่าให้อนุมัติ อนุมัติกัน มากมายในพื้นที่ของกองทัพ แล้วก็ของสหกรณ์ และตอนนี้มันก็ชะงักงันกันไปหมดเลย ก็ขอทราบสาเหตุครับ
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่ง ให้เป็นประเด็นสุดท้าย ขยะที่มันฝังอยู่แล้วนี่ว่าอย่างไร ตามจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้ง กทม. เป็นการเฉพาะ มันก็ต้องมีมาตรการพิเศษว่าจะเอาขยะที่มัน อยู่ในดินมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว จะทําอย่างไร จะเร่งรัดในการที่จะแก้ปัญหาอย่างไร จะเผาไหม จะเปลี่ยนสภาพให้เป็นปุ๋ยไหม จะเป็นโรงงานไฟฟ้าไหม และทั้งหมดนี้มันก็ต้องไปโยง กับใครครับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถ้าเผื่อไม่มีการประสานงานกัน มันก็จะชักเย่อกันไปกันมา แล้วมันก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าที่มันช้าอยู่มันอะไร เพราะว่า ยังอยากจะใช้ถ่านหินกับน้ํามันกับแก๊สหรือไม่ มันก็เลยทําให้สิ่งอื่น ๆ ที่สามารถจะเป็น พลังงานทดแทนมันไปไม่ได้ มันก็ต้องดูกันในภาพรวมและต้องประสานกันอย่างน้อย ก็ ๓ กรรมาธิการ ของท่านกับของกรรมาธิการพลังงาน และอันที่ ๓ คือคณะอนุกรรมาธิการ ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันครับ ก็ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ