คุรุจิต นาครทรรพ สนับสนุนรายงานการปฏิรูปการจัดการขยะมูลฝอยและเสนอให้เร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อเร่งกระบวนการอนุญาต ลดขั้นตอนการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน เพื่อส่งเสริมการแปรรูปขยะเป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณแล้วก็ขอ สนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อม ในหัวข้อเรื่อง การปฏิรูปกฎหมายและระบบการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน ของประเทศ ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก แล้วก็เป็นก้าวแรกที่จะปฏิรูปเรื่องที่มีความสําคัญ ต่อประเทศในระยะยาว ท่านประธานครับ ปัจจุบันปัญหาการบริหารจัดการขยะของประเทศไทย เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วก็ทวีความรุนแรงขึ้นทุกที จากข้อมูลที่คณะกรรมาธิการ ก็ได้นํามาเสนอเองในเบื้องต้น ปริมาณขยะของประเทศไทยทั้งประเทศ ปัจจุบันตอนผมเป็นรองปลัดใหม่ ๆ สัก ๑๐ ปีมาแล้ว จําได้ว่ามีตัวเลขวันละ ๔๐,๐๐๐ ตัน แต่ล่าสุดในรายงานนี้บอกว่ามีวันละ ๗๓,๐๐๐ ตัน หรือเท่ากับว่าปีหนึ่งประมาณ ๒๖.๕-๒๗ ล้านตันต่อปี แล้วก็ขยะที่ได้รับการกําจัดถูกต้องตามหลักวิชานี่เพียงครึ่งเดียว ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก ๔๗ เปอร์เซ็นต์นี่ครึ่งของอันนั้นคือไม่มีการกําจัดเลย ทิ้งตามยถากรรม อีกครึ่งของอันนั้นก็คือไปกําจัดแบบไม่ถูกวิธี ดังรูปที่ท่านสมาชิก พลตํารวจโท สุวิระ ได้นํามาเสนอ ซึ่งผมคิดว่าก็จะเป็นปัญหาในอนาคต เรื่องของขยะ ก็ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนจะมีความตั้งใจเท่ากับรัฐบาลชุดนี้นะครับ รัฐบาลและ คสช. ได้กําหนดให้เรื่องขยะเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้ก็เพราะว่าปัญหาขยะล้นเมือง ขยะที่บําบัด ไม่ถูกวิธี ในที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อความสะอาดของบ้านเมือง สร้างความเดือดร้อนรําคาญ และเกิดผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม และการจัดการขยะ ที่ไม่ถูกวิธี หรือไม่ได้รับการจัดการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ทําให้เกิดปัญหา หมักหมมมาทั้งเรื่องขยะล้นเมือง ขยะทิ้งไม่เป็นที่ ขยะส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อน รําคาญนะครับ ผมก็เห็นด้วยในรายงานนี้ก็อยากจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการแก้ไข เพิ่มหมวดใหม่ในร่างพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ บ้านเมือง ซึ่งจะทําให้กระทรวงมหาดไทยสามารถมีอํานาจได้เบ็ดเสร็จ ลดขั้นตอนลงไปได้ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้คณะกรรมาธิการอาจจะไปทบทวนทําตามที่ท่าน พลตํารวจโท สุวิระ เสนอ คือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอีกสักฉบับหนึ่ง คือ พ.ร.บ. ร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ ในมาตรา ๗ วรรคสอง ก็ยกเว้นเรื่องการจัดการขยะ เพราะว่ากฎหมายที่ท่าน เสนอมานี้ให้อํานาจกับรัฐมนตรีมหาดไทย จะไปออกกฎหมายต่าง ๆ ก็ต้องให้ความไว้วางใจเขา เขาจะไปทุจริตก็เป็นอํานาจ ป.ป.ช. ไปจัดการทีหลังนะครับ เพราะว่ามันจะได้ลดขั้นตอน ผมไปร่วมงานสัมมนาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งก็มีกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ ก็พบว่า การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตั้งใจดีอยากจะทําเรื่องเอาขยะมาแปรรูปเป็นพลังงาน เพื่อให้กําจัดถูกวิธี ต้องมีขั้นตอนตาม พ.ร.บ. ร่วมทุน ๑๔ ขั้นตอน ก็ตายพอดีครับท่าน คือผมจําได้ตัวอย่างนี้ อบจ. นนทบุรี สมัยผมยังไม่ได้เป็นรองปลัดกระทรวงเลย เป็นซี ๙ ด้วย มาติดต่อเรื่องจะทําเรื่องแปรรูปขยะเป็นพลังงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีตอนนั้นผลักดัน อย่างเต็มที่ ชื่อว่า พระนาย สุวรรณรัฐ ตอนนี้ท่านเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย เกษียณไป ๒ ปีแล้ว โครงการนี้ยังอยู่ที่ไหนไม่รู้ ยังไม่ได้เริ่มเลย เพราะติดขั้นตอนทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม อีไอเอ (EIA) ขั้นตอน พ.ร.บ. ร่วมทุน ต่าง ๆ นานา และ พ.ร.บ. ร่วมทุน ถ้าผมจําความได้ เขามีเหตุการณ์โฮปเวลล์ (Hopewell) เกิดขึ้น กระทรวงคมนาคมไปทําเอาที่ดินเหนือรางรถไฟ ไปให้เอกชนทํา แล้วก็จัดการประโยชน์ไม่ดี แต่เรื่องขยะเป็นเรื่องของสุขภาพ ปัญหาของชุมชน ไม่ใช่เรื่องของการหาประโยชน์โดยมิชอบ อย่างไร ๆ มันก็ต้องกําจัดอยู่แล้ว และปัจจุบัน เอาขยะไปฝังกลบ ฝังจริง ฝังปลอม มีรถวิ่งกี่คันเราก็ไม่รู้นะครับ เพราะฉะนั้นขั้นตอนแรก ของรายงานนี้ผมคิดว่ามาถูกทาง ก็คือทําให้ขั้นตอนน้อยลงและเอื้อที่จะมีการกําจัดขยะ ให้ถูกวิธีมากขึ้น แล้วก็แบ่งหน้าที่ในเรื่องของเรกูเลเตอร์ (Regulator) ใครเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ใครเป็นโอเปอเรเตอร์ (Operator) ต้องมีการขออนุญาต ทําให้ถูกต้อง ผมอาจจะไม่เห็นด้วยกับท่านเสรีนะครับ เพราะว่าถ้าฟรี ฟอร์ ออล (Free for all) ก็เอาขยะ ไปทิ้งไม่เป็นที่ แล้วขยะติดเชื้อขยะอะไรก็จะเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีการ ขออนุญาต แต่ถ้าผู้อนุญาตทําไม่ถูกต้องก็ต้องจัดการโดยกฎหมาย ป.ป.ช. สตง. หรืออะไร ก็แล้วแต่เพื่อให้ทําให้ถูกต้องนะครับ แล้วก็จริง ๆ เรื่องขยะต้องแบ่งเกรด (Grade) นะครับ มีเอส (S) เอ็ม (M) แอล (L) นะครับ ขยะในเมืองใหญ่ ๆ ที่จะมีขนาดที่ไปทําอุตสาหกรรม แบบโรงไฟฟ้าแบบที่ท่านสุวิระว่า มันไม่ใช่มี ๗,๐๐๐ อบต. หรอกครับ มันมีอยู่แค่สักไม่ถึง ๓๐๐ อบต. เท่านั้นที่ต้องมีขยะตั้งแต่ ๑๐๐ ตันต่อวันขึ้นไป แต่ขยะเล็ก ๆ อบต. เล็ก ๆ ก็ต้องทรีต (Treat) อีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากฎกระทรวงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะออกตาม พ.ร.บ. นี้ ท่านก็ต้องมีที่ปรึกษาที่เก่ง ๆ แล้วออกมาช่วยแยกแยะว่ามันจะใช้วัน ไซส์ ฟิตส์ ออล โซลูชัน (One size fits all solution) ไม่ได้กับปัญหาขยะ แต่อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ถูกทาง แล้วก็แก้ปัญหา พ.ร.บ. ร่วมทุน เพราะมี ๑๔ ขั้นตอนก็เท่ากับมี ๑๔ โต๊ะอนุญาต มันก็เหมือนเดิมคือไม่ต้อง ไปติดที่กระทรวงมหาดไทย มาติดที่ขั้นตอนของ พ.ร.บ. ร่วมทุนก็ผ่าน ๑๔ โต๊ะเป็นอย่างน้อย มันก็ช้าแล้วก็ไม่สําเร็จ แถมมีเรื่องอีไอเอ (EIA) เข้าไปอีก อีเอสไอเอ (ESIA) เข้าไปอีก เพราะฉะนั้นผมก็ขอสนับสนุน แล้วก็นอกจากนั้นคณะกรรมาธิการของกระผม มีข้อมูล อีกอันหนึ่งนะครับว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ตอนก่อนผมเกษียณอายุมาก็ไปร่วม ประชุมกับกรรมการส่งเสริมการลงทุน ก็เพราะว่าบีโอไอ (BOI) เขาให้มาตรการส่งเสริม การลงทุนเป็นชั้นหนึ่งเลยนะครับ ที่เขาเรียกว่าเอ ๐ (A0) หรือเอ ๑ (A1) คือคนที่จะ ลงทุนเรื่องกําจัดขยะได้รับยกเว้นภาษี ยกเว้นอากรขาเข้า ยกเว้นภาษี ๘ ปีอะไรต่าง ๆ นี่ ชั้น ๑ เลย กระทรวงพลังงานก็ให้มาตรการค่าไฟที่จูงใจมากในระบบฟีด อิน แทรีฟ (Feed in Tariff) ที่ดี ดีมากกว่าชีวมวล ดีมากกว่าหลาย ๆ อย่างอีกนะครับ ก็เพื่อจะให้เกิดการนี้ขึ้น เพราะฉะนั้นมันก็ต้องช่วยกันหลาย ๆ ทาง แล้วทั้งนี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานเองก็ได้ขอเสนอตัวที่จะ บูรณาการกับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ที่จะทําเรื่องขยะร่วมกับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านปกครองท้องถิ่น ของท่านนินนาท จะทําข้อเสนอแนะในเชิงวิชาการเพื่อจะแก้ฝ่าฟันปัญหาต่าง ๆ นี้ในขั้นตอน ต่อ ๆ ไป ผมก็ถือว่าเปเปอร์ (Paper) นี้เป็นเปเปอร์ (Paper) ที่ควรสนับสนุน แล้วก็ถือเป็น ขั้นตอนแรกที่จะช่วยแก้ปัญหาขยะครับ ก็ฝากว่าไหน ๆ ก็ลดขั้นตอนในเรื่อง พ.ร.บ. ร่วมทุน ก็แก้มาตรา ๗ ไปเสียเลย เพราะเสร็จแล้วต้องไปเข้ากรรมการประสานงานกับ สนช. ก็ต้องเข้าไปชี้แจงกับเขาอีก ก็คงจะได้รับการสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ