เสรี สุวรรณภานนท์ ชื่นชมการนำเสนอข้อมูลและเหตุผลในการประชุมปฏิรูปประเทศ มองว่าการใช้เหตุผลคือแนวทางที่ถูกต้อง พร้อมหารือแนวทางแก้ปัญหาขยะโดยเน้นความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน และเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและชุมชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างยิ่งที่ให้ท่านสุวิระได้ให้ข้อมูล ให้เหตุผล แม้ว่าเวลาจะเยอะ ผมว่าถ้าหากว่าท่าน ให้เหตุผลแบบนี้อีกครึ่งชั่วโมงผมก็ฟังได้ ต้องขอบคุณท่านประธานจริง ๆ ที่ใช้เหตุและผล ในการพิจารณาการปฏิรูปประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทาง วิธีการที่ดีที่สุด แล้วก็ถูกต้องที่สุด นะครับ
ส่วนที่ท่านกรรมาธิการได้เสนอรายงานมานั้นโดยหลักทั่ว ๆ ไปต้อง กราบเรียนว่าผมเห็นด้วยนะครับ เพราะว่าอะไรก็ตามที่จะแก้ปัญหาเรื่องขยะ ผมว่าถ้าทําได้ มันเป็นเรื่องดีทั้งนั้น เพราะผมก็แม้ว่าจะเป็นนักกฎหมายนะครับ แต่ผมก็สัมผัสอยู่กับขยะ อยู่ทุกวันเหมือนกัน ขยะที่ตลาดผมนี้นะครับมีเยอะ แล้วก็เห็นถึงปัญหาอย่างที่ท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ได้ให้ข้อมูล ซึ่งสิ่งที่ท่านให้ข้อมูลไปนั้นทําให้ผมลดข้อมูลอีกส่วนหนึ่ง หลายส่วนทีเดียว เพราะว่าเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาในประเทศ แต่สิ่งหนึ่ง ที่แก้ปัญหาไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่กรรมาธิการก็คงพยายามจะหาแนวทางต่าง ๆ ถ้าหากดู ตามรายงานจะเห็นได้ว่า ตามรายงานจะพูดถึงว่าปัญหาการยอมรับของประชาชนหลายหน้า หลายวรรค เหมือนกับประชาชนไม่เห็นด้วย ประชาชนไปต่อต้าน มันเลยมีคําถามเหมือนกัน ว่าสิ่งที่ประชาชนไม่เห็นด้วยผมว่าถ้าหากว่าเป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์ ผมก็เชื่อว่าประชาชนเขาไม่ต่อต้าน แต่สิ่งที่ประชาชนเขาต่อต้านนะครับ ผมว่าอันนั้นละ คือสิ่งที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ทั้งสภาพความเป็นอยู่ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม หลายด้าน ทําให้ประชาชนอยู่ไม่ได้ เขาก็ออกมาต่อต้าน ผมว่ามันมีเหตุมีผล ส่วนรายงานที่ท่านจัดทํามา ผมคิดว่ามันควรจะต้องให้ความสําคัญในการที่จะให้กําจัดขยะนี่กําจัดได้โดยง่าย กําจัด โดยความร่วมมือของภาคเอกชนร่วมมือกับรัฐ ผมอยากจะเห็นประชาชนลงทุนร่วมกับรัฐ ในการแก้ไขปัญหาขยะ ถ้าประชาชนลงทุน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐลงทุน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องเก็บภาษี ผลประโยชน์ กําไรได้มา รัฐได้ประโยชน์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็เหมือนกับ เป็นรายได้ของรัฐ เพราะว่าขยะเป็นเรื่องใหญ่ ผมเคยไปดูงานนะครับท่านประธาน เคยไป ดูงานสมัยเป็นสมาชิกวุฒิสภา ๑๕ ปีมาแล้ว ที่ประเทศญี่ปุ่น เขามีโรงกําจัดขยะโรงใหญ่ เป็นโรงกําจัดขยะที่ใช้ไฟฟ้า ขยะอะไรก็ตามใส่ไปโดนไฟฟ้า เผาไหม้หมด แล้วก็ยังมี เครื่องจักรในการที่จะขุดคุ้ยขยะเผาไปในตัว แล้วโรงงานกําจัดขยะเขาอยู่ในเมืองครับ ท่านประธาน ในชุมชนใหญ่ ๆ นะครับ ประชาชนอยู่หนาแน่นก็มีโรงกําจัดขยะนะครับ ที่ประชาชนไม่เห็น ต่อต้าน แต่การทิ้งขยะของเขานอกจากว่าในพื้นที่ถ้ามันไกลหน่อยเขาอาจจะใช้รถไปขน เก็บมาเผานะครับ แต่ถ้าในละแวกนั้นเขามีต่อท่อถึงตามบ้านเลยท่านประธาน ใครจะทิ้งขยะ ทิ้งลงท่อมันใช้ลมดูดเข้าไปในโรงงานเผาขยะเลย จํากัดขยะ นี่ผมดูตั้ง ๑๕ ปีมาแล้วนะครับ แต่ของเราก็ยังไปไม่ถึงไหน เรายังวนเวียนอยู่กับผลประโยชน์ เรายังวนเวียนอยู่กับการเมือง ท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นดูแล แล้วคนที่ท้องถิ่นนั้นเองก็มาหาผลประโยชน์มันก็เลยไม่สามารถจะ ทําอะไรที่เป็นมรรคเป็นผลหรือให้ประสบความสําเร็จได้ ดังนั้นในการจะแก้ปัญหาดังกล่าว แม้ว่าในส่วนหนึ่งของการที่เราจะมีมาตรการวิธีการอะไรต่าง ๆ อันนั้นเป็นพื้นฐาน จะแยก ขยะอะไรอย่างไรนะครับ ผมว่าธุรกิจสําคัญที่ผ่านมา ประชาชนในภาคเอกชนช่วยปัญหาเรื่อง ขยะได้เยอะมากพอสมควร ประชาชนจะตั้งบริษัท ห้าง ร้านขึ้นมาแล้วเก็บขยะ แยกขยะ อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงหลัง แต่ไปติดขัดตรงที่โรงงานทําลายขยะ ถ้าดูในรายงานนะครับ ในช่วงสมาชิก สปช. นี่นะครับก็ได้เคยมีข้อเสนอไว้นะครับ มีข้อเสนอว่าให้สร้างโรงงานกําจัด ขยะเป็นสําคัญนะครับ อันนี้มีข้อเสนอไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ตามรายงานนะครับ ผมว่ามันมี ข้อขัดข้องอยู่บางส่วนในทางกฎหมาย ถ้าหากว่าท่านประธานจะดูปัญหาทางกฎหมายที่เสนอ ในร่างมานะครับ ผมยังกังวลใจว่าถ้าหากว่าเราจะมีกฎหมายสักฉบับหนึ่ง มันควรจะเป็น กฎหมายที่ให้คนช่วยเก็บขยะ ให้คนช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งของการที่ทําให้ขยะหมดไปโดยไม่มี เงื่อนไขมากนะครับ แต่ร่างกฎหมายที่ไม่ว่าจะมหาดไทยเสนอมาที่ท่านบอกไป อันนี้เราเป็น สปท. เราควรจะต้องดูว่ากฎหมายฉบับนี้มันเอื้อต่อการที่จะกําจัดขยะไหม มีอยู่หน้าหนึ่งครับ หน้า ๒๓ ผมว่าในรายงานนี้อาจจะพิมพ์ผิดคลาดเคลื่อนอยู่นิดหนึ่ง หน้าเดี๋ยวผมบอกให้ เผื่อท่านจะได้ไปแก้นะครับ ข้อ ๒.๔ หน้า ๒๓ (๒) บรรทัดที่ ๓ ท่านพิมพ์มาว่า ซึ่งส่งผลให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหากพื้นที่ก่อสร้างยากขึ้น มันน่าจะเป็นคําว่า หาพื้นที่ก่อสร้าง ก มันเกินมานะครับ เดี๋ยวคนอ่านรับต่อจะเข้าใจผิด เพราะผมดูฉบับอื่นแล้วก็ผิดเหมือนกัน ไม่ใช่ผิดแค่ฉบับผม ทีนี้ในส่วนของทางข้อกฎหมายที่มีการเสนอในมาตรา ๓๔/๑ แล้วก็ ๓๔/๒ ในเรื่องการเก็บขยะ ขนขยะ กําจัดสิ่งปฏิกูลทั้งหลาย ดูในร่างกฎหมายหน้าที่ ๓ ของตัวร่าง กฎหมาย มาตรา ๓๔/๒ ในร่างบอกว่าห้ามมิให้ผู้ใดดําเนินกิจการรับ ทําการเก็บ ขน กําจัด หรือหาประโยชน์จากการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยโดยทําเป็นธุรกิจ หรือโดยไม่ได้รับ ประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ จาก เจ้าพนักงานท้องถิ่น ท่านประธานครับ เพียงแค่มาตราเดียวก่อความยุ่งยากให้กับแก้ปัญหา เรื่องขยะไว้มากมาย แม้กระทั่งมหาดไทยจะเสนอมานะครับ คงไม่ใช่ร่างของกรรมาธิการ แต่กรรมาธิการน่าจะปรับแก้ ท่านลองดูนะครับว่าห้ามผู้ใดดําเนินกิจการ ทําการเก็บ เก็บไม่ได้ ขนก็ไม่ได้ กําจัดก็ไม่ได้นะครับ นอกจากได้รับอนุญาตโดยทําเป็นธุรกิจ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นซาเล้งชาวบ้านยากจนเก็บขยะไปขาย ขนขยะไปเพื่อหารายได้ดูแล จุนเจือครอบครัว คนจนเหล่านี้มีจํานวนไม่น้อยได้รับผลกระทบหมดเลย เรื่องปากท้องเป็นเรื่องสําคัญนะครับ คนจนระดับที่ต้องเก็บขยะ ผมว่าอันนี้มีผลกระทบมาก เพราะอะไรครับ ท่านไปดูนะครับ แค่คนขนขยะถ้าไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมาตรา ๕๒/๑ ท่านดูมาตรา ๕๒/๑ โทษจําคุกไม่เกิน ๓ เดือน ปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ นี่ข้อที่ ๑ ท่านประธานเห็นไหมครับ ข้อที่ ๒ ระบบเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น นี่คือตัวปัญหาใหญ่ของระบบ ราชการไทยที่เวลาจะขออนุญาต ท่านเชื่อไหมครับว่าถ้ามีธุรกิจแบบนี้ พวกข้าราชการ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเองไปหาบริษัทมาครับท่านประธาน แล้วก็บริษัทนั้นมารับงาน ถ้าหากว่า เอกชนอื่นที่เขาจะทําก็ถูกเงื่อนไข ไม่ได้เรื่องนั้นไม่ได้เรื่องนี้ ติดขัดตรงนั้นตรงนี้ เพราะฉะนั้น ระบบอนุญาตผมว่าควรจะเลิกใช้ในระบบราชการไทย ควรจะเป็นระบบ ถ้าจะทําในเรื่อง เหล่านี้เอกชนจะทําให้แจ้ง ถ้าแจ้งแล้วถือว่าทําได้ แต่การแจ้งดังกล่าวนั้นท่านต้องกําหนด เงื่อนไขว่าให้เขาทําอะไรบ้างเป็นเงื่อนไข แล้วเมื่อเขาครบตามเงื่อนไขแล้วให้แจ้งให้ราชการทราบ ราชการก็รับเรื่องเหล่านี้อนุญาตให้เขาทํา ให้เขาช่วยกันกําจัดขยะ เพราะฉะนั้นผมก็ฝาก ท่านกรรมาธิการช่วยพิจารณาดูให้ละเอียดถี่ถ้วนในเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าถ้าหากว่า ระบบนี้ราชการในปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ราชการที่มีธุรกิจอาจจะเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือไปร่วมอะไรกับเอกชนก็ตาม หรือว่าเป็นของรัฐเองก็ตาม กลับกลายเป็นว่าราชการ เหล่านี้หาผลประโยชน์สร้างเงื่อนไขให้ราษฎร ให้ประชาชน แล้วก็เอาผลผลิตของรัฐเอง มาจําหน่ายขายเองเยอะหลายหน่วยงาน ไม่อยากเอ่ยชื่อ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ระบบอนุญาตนี้นะครับต้องพยายามเลิกครับ แล้วให้เป็นระบบแจ้งแทน แต่แจ้งอยู่ในเงื่อนไข ที่ประชาชนราษฎรจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอะไรบ้าง มันจะได้ง่ายครับ ถ้าหากว่าเรายังทํา อะไรขั้นตอนที่สลับซับซ้อน แล้วขนาดจะขนขยะไปดํารงชีวิตได้กําไรมานิด ๆ หน่อย ๆ ติดคุก นี่นะครับ ผมว่าอันนี้เรามองข้ามเหมือนซีดี (CD) เถื่อน ซีดี (CD) เถื่อน เราไปป้องกันว่า เกรงว่าคนจะทําซีดี(CD) ผลิตซีดี (CD) กลับกลายเป็นว่าเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่คนจน คนยากคนจนเก็บซีดี (CD) ไปขายติดคุกครับ โดนปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท นี่กฎหมายแบบนี้ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ออกมาเราต้องดูผลกระทบครับว่าดูแลสังคมโดยรวม คนลงทุน ราชการ ประชาชน คนยากคนจน ก็ฝากท่านกรรมาธิการนะครับ พอดีเวลามีจํากัด ก็ขอใช้เวลาที่จํากัด จริง ๆ ก็มีหลายเรื่องที่จะพูดคุยหรือให้ข้อเสนอแนะ แต่เป็นเรื่องที่ดี ที่ท่านกรรมาธิการได้กรุณาศึกษาเรื่องเหล่านี้มา เพียงแต่เสริมแนวทางแนวคิดของสมาชิก เพื่อจะทํารายงานปฏิรูปนะครับ ปฏิรูปให้มันสําเร็จสัมฤทธิผล ขอบพระคุณครับท่านประธาน