เฉลิมชัย เสนอเข้มก่อนเลือกตั้ง ทั้งภาษี-บัญชีรายชื่อ-ห้ามซื้อเสียง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

เฉลิมชัย เครืองาม หารือประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมืองและรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา 85 ที่กำหนดเกณฑ์คะแนนเสียงในการเลือกตั้ง พร้อมเสนอให้ผู้สมัครต้องยื่นหลักฐานการเสียภาษีและให้มีมาตรการตัดสิทธิผู้ที่แพ้คะแนนโหวตโน เพื่อป้องกันการทุจริต ทั้งยังเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคในการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยภายในพรรค รวมถึงเรียกร้องให้กำกับดูแลการใช้งบประมาณในช่วงรัฐบาลรักษาการไม่ให้เอื้อประโยชน์ทางการเมือง และเสนอให้มีการรณรงค์ป้องกันการซื้อเสียงเป็นวาระแห่งชาติเพื่อรักษาความมั่นคงของระบบการเลือกตั้ง

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ ผมคงจะต้องขอบคุณทางกรรมาธิการที่ท่านได้ ศึกษาเรื่องนี้เอาไว้ผมอ่านรายงานของท่านแล้วชื่นชมแล้วก็ยินดีอย่างยิ่ง มีสมาชิกได้กล่าวแล้วว่า แทบจะไม่ต้องอภิปราย ลงมติได้เลย การศึกษาของท่านครอบคลุมไว้ด้วยมาตรการต่าง ๆ ทั้งเรื่องทางกฎหมาย ทั้งเรื่องการให้การศึกษาและอื่น ๆ ครบหมดทุกมาตรการ แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ผมคิดว่าเมื่อได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญที่ทาง กรธ. ท่านได้ร่างออกมา ก็คงจะต้องนํามา พิจารณาประกอบกับการศึกษาของทางท่านกรรมาธิการ เพราะว่าในประเด็นต่าง ๆ นั้น ทาง กรธ. ได้ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญออกมาให้เราไปลงประชามติ ซึ่งมีมาตรการบางอย่าง ที่ผมคิดว่าแนวโน้มหรือแนวทางในการพิจารณาเรื่องการให้การเลือกตั้งนั้นเป็นไปด้วยความ ซื่อสัตย์แล้วก็เที่ยงตรงนั้น คิดว่ามันน่าจะมีแนวทางที่ขยายครอบคลุมได้มากขึ้น ผมจะขอ ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ คํากล่าวที่ว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น นี่ผมว่ามันเกือบจะเป็น วัฒนธรรมของคนในบางพื้นที่ไปเสียแล้ว ถ้าเราไม่แก้ไขสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะหยั่งราก ลึกลงไปจนการปฏิรูปการเมืองหรือการปฏิรูปประเทศนั้นจะเป็นไปด้วยความยากลําบาก เป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่จะตามมาในอนาคตเราเห็นอยู่แล้ว แนวทางข้างหน้า เงินที่ลงทุนไปในที่สุด มันก็จะเป็นวงจรอุบาทว์ในการที่จะเข้ามาเพื่อทุจริตคอร์รัปชัน ทาง กรธ. ท่านจึงได้ร่าง มาตรการต่าง ๆ มา ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ ผมจะขอยกตัวอย่าง แล้วอยากจะฝากทางท่านกรรมาธิการท่านช่วยกรุณาเสริมสนับสนุนการทํางานของ กรธ. ที่จะต้องมีหน้าที่ในการร่างกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่อไปที่เกี่ยวข้อง กับการเลือกตั้ง การได้มาซึ่ง ส.ส. ส.ว. กฎหมายพรรคการเมืองอะไรต่าง ๆ เป็นต้น ผมยกตัวอย่างในมาตรา ๘๕ ซึ่งเห็นว่าเป็นของใหม่ เป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ยังไม่ได้มีการพูดถึง ผมพูดเป็นคนท้าย ๆ เพื่อที่จะเสริมเติมเต็มในสิ่งที่ทางกรรมาธิการ ท่านได้กรุณาศึกษามา มาตรา ๘๕ นั้นเป็นบทบัญญัติที่กล่าวไว้ว่าการเลือกตั้งเป็นอย่างไร วิธีการให้ได้มาซึ่ง สภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างไร แต่ในวรรคสอง ท่านประธานครับ มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่ได้เลือกผู้ใด เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ผมคิดว่ามีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง มันเกือบ ๆ จะเป็นของใหม่ ของเดิมนั้น กําหนดไว้เป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ แต่ของใหม่นี้กําหนดไว้เลยว่าคนที่ได้รับการเลือกตั้ง เป็น ส.ส. นั้นจะต้องได้คะแนนสูงสุดในเขตนั้น นอกจากจะสูงสุดในเขตนั้นแล้วคะแนนจะต้อง มากกว่าคะแนนที่ลงว่าไม่เลือก พูดง่าย ๆ ว่าต้องคะแนนมากกว่าโหวตโน (Vote NO) อันนี้ครับ ที่จะเป็นหมากเด็ดหรือเป็นไม้เด็ดในการที่จะพิชิตคนที่ไม่ซื่อตรง คนที่ซื้อสิทธิขายเสียง คนที่ฉ้อฉลเข้ามาในสภาได้ ถ้าจะมีการรณรงค์ว่าไหน ๆ ถ้าจะรับเงิน ซึ่งผมไม่ประสงค์ จะให้เป็นเช่นนั้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมกล่าวเลยว่าเงินไม่มากาไม่เป็นมันเกือบ ๆ จะเป็น วัฒนธรรม แต่ถ้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ แล้วก็โหวตโน (Vote NO) ครับ คือรับเงินมาถ้าจะรับ แต่ไม่รับดีที่สุด แล้วไปกาว่าโหวตโน (Vote NO) สิ่งที่จะตามมาก็คือถ้าเขาได้คะแนน ถึงแม้ว่าจะคะแนนมากกว่าคนอื่น เป็นคะแนนอันดับหนึ่งในเขตนั้น แต่คะแนนเขา ไม่สามารถที่จะชนะคะแนนโหวตโน (Vote NO) ได้ การเลือกตั้งในเขตนั้นเป็นอันจบไป สิ่งที่จะตามมาก็คือจะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น แต่ผมยังหาบทบัญญัติไม่เจอ นะครับว่าคนที่ลงเลือกตั้งในเขตนั้นแล้วแพ้คะแนนโหวตโน (Vote NO) ทั้งหมดทั้งเขตเขาจะ ถูกถอนสิทธิในการสมัครรอบนั้นไปเลยหรือเปล่า ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นการถูกถอนสิทธิไปเลย พูดง่าย ๆ ว่าจะต้องมีการหาผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งชุดมาลงเลือกตั้งใหม่ อันนี้ผมยังไม่แน่ใจ ถ้าไม่มีบทบัญญัตินี้สิ่งนี้จะต้องไปเขียนไว้ในกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ผมฝากทางกรรมาธิการท่านด้วย ท่านช่วยรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา และคงกรุณา ทําความเห็นไปถึงทาง กรธ. ที่จะร่างกฎหมายลูกว่า ให้เขียนไว้เลยครับว่าถ้าคะแนนน้อยกว่า โหวตโน (Vote NO) เขาเป็นอันถูกตัดสิทธิไปเลยในการเลือกตั้งครั้งนั้น ต้องหาผู้สมัคร รับเลือกตั้งชุดใหม่เข้ามา

ประเด็นถัดมาที่ฝากกรรมาธิการไปถึงทางผู้ที่เกี่ยวข้องคือ กรธ. ที่จะต้อง ร่างกฎหมายลูก ในวรรคถัดมาครับ ให้มีกฎหมายดังกล่าวคือกฎหมายเลือกตั้งจะกําหนดให้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องยื่นหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้ประกอบการสมัครรับเลือกตั้ง ด้วยก็ได้ คําว่า ด้วยก็ได้ คือหมายความว่าจะเขียนหรือไม่เขียนก็ได้ ก็เช่นกันครับ ผมฝากทาง กรรมาธิการท่านช่วยบันทึกไว้และทําความเห็นถึงทาง กรธ. ด้วยเหมือนกัน คําว่า ด้วยก็ได้ เอาเลยครับ คือให้เขียนไว้เลยในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าให้ยื่นบัญชีการแสดง ผู้เสียภาษีประกอบไปด้วยในการสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นถัดมาที่ผมอยากจะฝากให้เติมเต็มในการทํารายงานถึงทาง กรธ. ที่จะร่างกฎหมายลูก ท่านประธานครับ การจัดทําบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ปาร์ตี้ลิสต์ (Party List) หรือ ส.ส. บัญชีรายชื่อนั้น ที่ผ่านมาและในชั้นต้นทางกรรมาธิการ และสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่า มักจะได้นายทุนของพรรค คนในพรรคบางที กรรมการพรรคยังไม่รู้เรื่องเลย สมาชิกพรรคก็ไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนไว้เลยครับ ผมหามาตรายังไม่เจอนะครับ แต่เขียนไว้ในทํานองว่าต้องเป็นไปตาม ความเห็นของสมาชิกพรรคการเมืองด้วย คําว่า ต้อง อยากจะให้มีบทบัญญัติไว้ในกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญอีกเหมือนกันว่าจะต้องทําอย่างไร ท่านเลิศรัตน์ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้กล่าวไว้แล้วว่าวิธีการอาจจะเป็นไพรมารีโหวต (Primary vote) หรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คือต้องมีความเห็นของสมาชิกพรรคการเมือง ประกอบในการพิจารณา ทั้งพิจารณาในชั้นของคําว่าจะเอาใครเป็นลงบัญชีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ (Party List) และการจัดอันดับของสมาชิกพรรคการเมืองด้วย ถ้าเป็นความเห็นของสมาชิก พรรคการเมือง สิ่งที่จะตามมา พรรคจะเป็นพรรคของประชาชน จะเป็นพรรคของมวลชน นายทุนพรรคการเมืองเข้ามาเขาก็จะต้องคิดอีกเหมือนกันว่าเขาจ่ายเงินสนับสนุน พรรคการเมืองแล้ว ขอให้ได้นั่งบัญชีรายชื่อแล้ว และสมาชิกพรรคการเมืองจะเอาด้วย หรือเปล่า ถ้าสมาชิกพรรคการเมืองไม่เอาด้วยต่อให้นายทุนลงทุนลงแรงไปมากแค่ไหน สิ่งที่ได้มันก็อาจจะสูญเปล่า

ประเด็นถัดมาท่านประธานครับ เราพูดกันถึงเรื่องมาตรการต่าง ๆ ในการสกัด การซื้อสิทธิขายเสียง แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากทางกรรมาธิการท่านช่วยกรุณาพิจารณาด้วย เรามักจะพูดกันมากในช่วงระยะเวลาก่อนการเลือกตั้ง หากมีรัฐบาลรักษาการ ในช่วง เช่น การยุบสภาต้องมีรัฐบาลรักษาการ สิ่งที่เป็นมาในอดีตและถูกโจมตีมาโดยตลอด ไม่ว่าพรรคไหน ที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก่อนจะมีการเลือกตั้ง สิ่งที่จะตามมาก็คือกลยุทธ์หรือวิธีการต่าง ๆ ในการ หาเสียง สิ่งที่จะตามมาคือการใช้เงินงบประมาณซิกแซก (Zigzag) ซอกแซกในการไปหาเสียง ด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่อยากจะใช้คําว่าเป็นการซื้อเสียง แต่เป็นการใช้นโยบาย เช่น การตรวจ ราชการ เช่นการขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ทั้งป้ายตามถนนหนทางหรือลงซื้อสื่อโฆษณา ในหนังสือพิมพ์ ทีวี (TV) วิทยุ มีประกาศชื่อคัตเอาต์ (Cutout) รัฐมนตรี มีชื่อการตรวจ ราชการอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นไปโดยโจ่งแจ้ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แสลงตาของประชาชนมาโดยตลอด ผมคิดว่าคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง เขาทราบดีว่าวิธีนั้นคือการใช้เงินงบประมาณของรัฐ ภาษีของประชาชนไปในการใช้กลยุทธ์ในการหาเสียงอีกวิธีหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องใส่ไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าสามารถสกัดตรงนี้ได้ คําว่า ซื่อสัตย์ เที่ยงตรง มันก็จะเป็นความเป็นจริงได้ประการหนึ่ง

ประการถัดมาครับ ซื้อสิทธิ์ขายเสียงเพื่อเข้ามาเป็น ส.ส. แล้วอย่างไรต่อ หลังจากนั้นก็ขายตัวต่อเพื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อใช้คะแนนหรือภาษีที่ตัวเองมีอยู่เข้าไป ร่วมรัฐบาล หรือเป็นพรรคหนึ่งในรัฐบาล อันนี้ผมไม่ได้กล่าวหาใคร แต่เป็นสิ่งที่ประชาชน หรือสื่อมวลชนก็จับตามองอยู่ว่า หนทางมีความเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ถ้ามีวิธีการ อย่างไรที่จะป้องกันหรือแก้ปัญหาในตรงนี้ได้ ผมก็ขอฝากเอาไว้ด้วย อย่างไรก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ มาตรการทางกฎหมายหรือมาตรการใด ๆ ที่เราคิดขึ้นมามันจะเป็นจริงได้ หรือจะถูกขัดขวางมันอยู่ที่ประชาชน เป็นการซื้อการขายที่มีการสมยอมกันระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขาย แต่เป็นการสมยอมที่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นมาตรการใด ๆ ก็แล้วแต่จะประสบ ความสําเร็จได้ถ้าประชาชนรู้เข้าใจ นั่นคือการให้การศึกษาแก่ประชาชน ทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง จําเป็นจะต้องรณรงค์ และให้เป็นวาระแห่งชาติดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า การซื้อสิทธิ ขายเสียงนั้น เป็นสนิมเป็นปลวกที่เกาะกินความมั่นคงของชาติ ถ้าประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันสามารถดําเนินไปได้อย่างถูกต้องชอบธรรม ขอบพระคุณครับ