จุมพล สุขมั่น หารือปัญหาความไม่สอดคล้องของกฎหมายการเลือกตั้งระดับชาติและท้องถิ่น รวมถึงข้อจำกัดในการดำเนินคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับนิยามทางกฎหมาย การขาดความชัดเจนในการวินิจฉัย และปัญหาภายใน กกต. ทั้งด้านการแบ่งงาน คุณภาพบุคลากร และการขาดความเป็นกลาง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การปรับปรุงกฎหมาย การเพิ่มมาตรการคุ้มครองพยาน การใช้เทคโนโลยีในการลงคะแนน และการปฏิรูปกระบวนการให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น โดยเน้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างความสุจริตของการเลือกตั้ง
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม จุมพล สุขมั่น สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๒๙ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ วันนี้ที่จะมาขอเพิ่มเติมให้มันเป็นประสบการณ์จากการที่ผมเคยเป็นประธาน กกต. จังหวัดลําปาง เพราะฉะนั้นที่ผมจะกล่าวต่อไปจะเป็นประสบการณ์จริงแล้วก็จะเป็น ประสบการณ์ตรง ก่อนอื่นผมกราบเรียนก่อนนะครับว่าผมเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้นะครับ แต่สิ่งที่ผมจะเพิ่มเติมไปนี่ก็อย่างที่กราบเรียนนะครับว่าเป็นมาจากประสบการณ์จริง ผมขอแยกอย่างนี้ครับ ผมขอเพิ่มเติมใน ๕ ส่วน
ส่วนที่ ๑ ครับเป็นเรื่องของตัวบทกฎหมาย ถ้าท่านจะพิจารณาดูในส่วนของ ตัวบทกฎหมายนี่นะครับ การเลือกตั้งระดับประเทศเราหมายถึงการเลือกตั้ง ส.ส. กับ การเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีตัวบทกฎหมายที่แยกต่างหากจากกัน และจะมีลักษณะที่ไม่ค่อยจะ สอดคล้องกันเท่าไร ทีนี้เมื่อไม่ค่อยจะสอดคล้องกันนี่นะครับ วิธีปฏิบัติจะแตกต่างกันออกไป จะเกิดความสับสนแล้วนะครับ ทั้งตัวผู้ปฏิบัติหมายถึงตัว กกต. เขต กกต. ท้องถิ่น อะไรต่าง ๆ พวกนี้ด้วยและตัวของผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย กล่าวได้ว่ามักจะเป็นข้ออ้าง อยู่เสมอว่าทําไมการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นได้ ทําไมการเลือกตั้งของ ส.ส. ทําได้แบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้ถ้าหากว่าสามารถที่จะปรับเปลี่ยนได้ ตัวบทกฎหมายนี่ควรจะต้อง มีการชําระและทําให้มันสอดคล้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนนะครับ
ในเรื่องของตัวบทกฎหมายประการต่อมาครับ จริง ๆ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ท่านหนึ่งท่านได้กล่าวไว้แล้ว เรื่องของการคุ้มครองพยานหลักฐานอย่างจริงจังครับ ท่านครับ เป็นอย่างที่ท่านสมาชิกที่สักครู่นี้ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านอํานวย นิ่มมะโน ได้กล่าวไว้ มีที่ไหนบ้างละครับไปเป็นพยานนี่นะครับ พอทราบว่าจะไปเป็นพยานเรื่องนี้รับรองเลยครับ พยานท่านนี้เป็นไข้ก่อนแล้ว ไข้ที่ว่าก็คือไข้โป้งนั่นละครับ ผมเห็นอยู่ตลอดนะครับ แต่ในเรื่อง ของการคุ้มครองพยานหลักฐานยังไม่มีการคุ้มครองหรือว่ายังไม่มีตัวบทกฎหมายที่สามารถ ใช้คุ้มครองพยานหลักฐานในกรณีความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้อย่างชัดเจนและจริงจัง ตรงนี้เป็นสาระสําคัญนะครับ
ประการต่อมาในเรื่องของตัวบทกฎหมายครับ คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การเลือกตั้งนี่นะครับ ผมขอเสนอแนะไว้ครับว่าถ้าหากว่าผู้ที่ถูกร้องเป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง หรือเป็นผู้ที่มีตําแหน่งหน้าที่ควรที่จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นะครับ เพราะไม่เช่นนั้นที่ผ่านมา นี่นะครับ คดีอยู่ที่ศาลจริงครับ แต่ดึงกันยืดเยื้อจนสุดท้ายแล้วหมดวาระไปแล้วสํานวนนี้ ยังไม่ได้รับการพิจารณา หรือมีคําสั่ง หรือมีคําพิพากษาเลย ประเด็นตรงนี้ก็เป็นประเด็น สําคัญอีกประการหนึ่ง
ประการต่อมาครับ ผมขอสนับสนุนขออนุญาตเอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านอํานวย นิ่มมะโน ครับ เจ้าหน้าที่ กกต. เองไม่มีอํานาจแท้จริงหรอกนะครับ เรื่องของ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เรื่องของการเป็นเจ้าพนักงานเห็นอยู่คาตา แต่ทําอะไรไม่ได้ เพราะเขาเป็นระดับเจ้าหน้าที่ไม่มีกฎหมายให้อํานาจไว้ ท่านกรรมาธิการ ที่นั่งอยู่ข้างบนที่ท่านเป็น กกต. อยู่ตอนนี้ท่านก็คงพอทราบดี เพราะว่าประเด็นนี้ผมได้คุย กับท่านไว้หลายครั้งแล้วนะครับ
ประการต่อมาครับ ในเรื่องของตัวบทกฎหมายเป็นเรื่องของกระบวนพิจารณา ท่านครับ ในเรื่องของการทุจริตการเลือกตั้งกฎหมายใช้คําว่า น่าเชื่อว่า แต่พอมาถึง ในเรื่องของกระบวนพิจารณาที่เราใช้ระบบกล่าวหา พอเมื่อใช้ระบบกล่าวหาปุ๊บก็จะต้อง มีการพิสูจน์โดยปราศจากข้อสงสัย ท่านครับ ในคดีทุจริตการเลือกตั้งนะครับมันหาใบเสร็จ หรือหาอะไรจากตรงไหนนะครับ กฎหมายจึงใช้คําว่า น่าเชื่อว่า เมื่อกฎหมายใช้คําว่า น่าเชื่อว่า ปุ๊บนี่นะครับ ผมมองไปถึงระบบในการไต่สวนคุณจําเป็นนะครับที่ว่าจะต้องใช้ การไต่สวนเป็นระบบกฎหมายที่ใช้เกี่ยวกับความผิดเกี่ยวกับ การเลือกตั้งให้สอดคล้องกับตัวบทกฎหมายที่ใช้คําว่า น่าเชื่อว่าและสอดคล้องกับความเป็นจริง หาใบเสร็จไม่ได้หรอกครับ หาพยานหลักฐานก็ค่อนข้างน้อย มิหนําซ้ํานะครับบางกรณี พยานหลักฐานก็เป็นพยานหลักฐานที่ปั้นขึ้นมาด้วยนะครับ พอพูดถึงเรื่องพยานหลักฐาน ที่ปั้นขึ้นมาปุ๊บ ผมกล่าวต่อนะครับบางทีเจอ แต่ก็มีคํากล่าวว่าเขาก็ไม่ได้รับการเลือกตั้งแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ นี่ก็เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายประการหนึ่ง แล้วก็เป็นเรื่องของ การร้องเรียนที่ว่าร้องกันมาเยอะมาก แกล้งร้องบ้างอะไรบ้างเผื่อสําเร็จ
ประการต่อมาครับ เมื่อสักครู่ตัวบทกฎหมายประการแรก ประการที่ ๒ เรื่อง ขององค์กรครับ ภายใน กกต. เองนี่นะครับซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง มีการแบ่งงานออกเป็น ๕ ฝ่าย ๑. อํานายการ ๒. จัดการเลือกตั้ง ๓. พรรคการเมือง ๔. การมีส่วนร่วม และ ๕.สืบสวนสอบสวน แต่ท่านครับที่ผ่านมานี่นะครับ ทั้ง ๕ ฝ่ายต่างมี อิสระจากกันไม่ยึดโยงกันเลยแล้วก็ไม่สอดคล้องกันในบางกรณีด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ ภายในองค์กรเองก็จะต้องมีการปรับปรุงอยู่ด้วย ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าการปรับปรุง ในทีนี้ก็คือมันจะต้องมีการยึดโยงสอดคล้องและร่วมกันทํางานอยู่ด้วย ผมยกตัวอย่างกรณี ป้ายหาเสียงพอถึงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ก่อนการเลือกตั้งจะต้องมีการเอาออกจะต้องมี การเก็บ บางกรณีบางผู้สมัครไม่เก็บเอาไว้อย่างนั้น อยู่หน้าหน่วยเลยก็มี แต่พอไปถึงข้างใน นี่นะครับ พอไปถึงเจ้าหน้าที่ภายในของ กกต. เองนี่บอกว่าป้ายอันนี้มันติดอยู่ก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วเขาไม่ได้ไปหาเสียงเลือกตั้งหลังเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ขอประทานโทษครับ ท่านป้ายดังกล่าวเป็นป้ายหาเสียงไม่ใช่หรือครับ ทุกคนเก็บหมด กฎหมายดังกล่าวสร้างความ เสมอภาคและท่านวินิจฉัยกันอย่างนี้นะครับ เหตุก็เพราะว่าเข้าไปอยู่ที่ฝ่าย ขอโทษนะครับ ถ้าจะเอ่ยนาม เข้าไปอยู่ที่ฝ่ายพรรคการเมืองวินิจฉัย และสุดท้ายฝ่ายการเมืองก็โอดครวญว่า ไม่มีนิติกร ไม่มีฝ่ายกฎหมายอยู่ในฝ่าย นี่คือความยึดโยงกันภายในนะครับ
ประการที่ ๓ ครับ ในเรื่องของบุคลากรของ กกต. บางครั้งเป็นเรื่องน่าเห็นใจ แต่บางครั้งเป็นเรื่องที่จะไปสนับสนุนให้การจัดการเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมมากยิ่งขึ้น ประการแรกครับ ความสามารถ ความรู้ความเข้าใจไม่สอดคล้องกับภารกิจไม่สอดคล้อง กับตัวบทกฎหมายและเจตนารมณ์ของกฎหมาย บางส่วนนี่นะครับจบหลายอย่างมานะครับ
ทีนี้เรื่องของการจัดการเลือกตั้ง เรื่องของ กกต. มีหลายส่วนที่จะไปเกี่ยวเนื่อง เชื่อมโยงกับกฎหมายอยู่ด้วย แต่ส่วนของ กกต. นี่นะครับ หลายท่านรับโอนมา พอรับโอนมา ในระดับที่สูง พอระดับที่สูงปุ๊บ ขึ้น ๆ ไปปุ๊บคนรับโอนมาได้เขาก็ต้องมีเส้นอยู่แล้วยิ่งเข้าไป อยู่ข้างในเขาก็ยิ่งเลื่อนขึ้นในระดับที่สูงขึ้น ๆ ไปอยู่ในระดับที่สูงแต่ประสบการณ์ความรู้ ความสามารถยังไม่สอดคล้อง พูดกันง่าย ๆ ก็คือไม่ถึงขั้นนี่นะครับทําให้งานส่วนนั้นเป๋ ๆ ปัด ๆ ไป ผมขอเสนอแนะว่าต่อไปนี้ กกต. ไม่ควรรับโอนแล้ว ท่านสอบเอาของท่านเลย นะครับ ตอนนี้ภายในกับเด็กสอบก็ส่วนหนึ่ง เด็กที่รับโอนก็ส่วนหนึ่ง แล้วก็มีประเด็นปัญหา ไม่สอดคล้องกันอยู่ตลอดเวลา
เรื่องของบุคลากรประการที่ ๒ ครับ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่เป็นกลาง บางส่วนนะครับ มีก๊วนมีแก๊งรับงานรับคดีอยู่ภายใน ท่านเคยได้ยินคําว่า นักบินไหมครับ อาจจะยังไม่เคย อย่างนี้ครับ คดีมีการร้องเรียนปุ๊บทําสํานวนเสร็จสรรพเรียบร้อยเสนอเข้า ข้างใน เข้าข้างในก็จะเข้าที่สํานัก สํานักสืบสวนสอบสวน สํานักใดก็แล้วแต่ ๑ ๒ ๓ ๔ อะไรต่าง ๆ พวกนี้ เอาล่ะครับเกิดกระบวนการแล้ว สุดท้ายแล้วนี่นะครับหนีไม่ได้ก็จะต้องไป ยื่นคําร้องที่ศาล พอไปยื่นคําร้องที่ศาล คนที่เขาจะส่งมาเป็นตัวแทนของ กกต. ไปยื่นคําร้อง และไปดําเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลนี่ครับ คนของเขา เขาเรียกว่านักบิน แล้วก็ไปดําเนิน กระบวนพิจารณาที่ศาล สิ่งใดที่ควรถามไม่ถาม สิ่งใดที่ควรแสดงไม่แสดง สุดท้ายแล้วนะครับ ปราศจากพยานหลักฐาน ก็ยกนั่นละครับ
ประการต่อมาครับ เส้นทางความเจริญก้าวหน้าของเจ้าหน้าที่ กกต. เอง อันนี้ ผมเห็นมาขอประทานโทษครับ ขอเวลาอีกสักเล็กน้อยนะครับ ผมเห็นมาในยุคในสมัย ของผมเองนะครับ ปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๔ ท่านครับ เด็กใครเด็กมัน ปั๊มกันโตแม้แต่กระทั่ง คนของนักการเมืองที่อยู่ในนั้นก็มีเป็นเส้นเป็นสายควรจะปรับไปใช้ระบบคุณธรรมได้แล้วครับ วัดที่ความรู้ความสามารถ วัดที่พฤติการณ์ วัดที่ประสบการณ์ ฝากเอาไว้นะครับ
เรื่องต่อมาเรื่องที่ ๔ เรื่องของระบบการจัดการเลือกตั้งเรื่องนี้ผมฝากไว้ นิดหนึ่งนะครับ ฝากไว้เพียงแค่ประการเดียว ผมเห็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ในขณะที่ ผมเป็นประธาน กกต. แล้วว่ามีแนวคิดที่จะนําเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ปีนี้ ปี ๒๕๕๙ แล้วครับ ผมไม่แน่ใจว่าจะพัฒนาไปถึงไหน แต่ผมฝากไว้อย่างนี้นะครับ ควรที่จะ นําเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้แล้ว แต่ผมจะฝากต่อว่า ณ เวลานี้บัตรประชาชน มีทั้งชิป (Chip) และการทําบัตรประชาชนต้องใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ ๒ ส่วนนี้ประกอบกัน เป็นการแสดงตนในคูหาเลือกตั้ง ทําได้นะครับ ทําแล้วนี่จะเกิดอะไรขึ้น ขจัดเรื่องของไพ่ไฟ เวียนเทียน การนับคะแนนก็สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วขึ้น อันนี้ควรทําแล้วนะครับ พัฒนาแล้วพัฒนาได้แล้วนะครับ ถ้าผมเสนอแนะไว้ว่าที่สถาบันพระจอมเกล้าสามารถทําได้ สุดท้ายเรื่องของการมีส่วนร่วม เรื่องของการมีส่วนร่วมจริง ๆ แล้วการมีส่วนร่วมมันก็ควรจะต้อง มีทั้งภายในองค์กรเอง ควรจะต้องจัดพรรคการเมืองเอง แล้วควรจะต้องจัดนักการเมือง รวมถึงประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ด้วยให้มันครอบคลุมนะครับ ผมมีเวลาน้อยครับ กราบขอบพระคุณครับ