อลงกรณ์ พลบุตร อภิปรายประเด็นการปฏิรูปการเมือง โดยเสนอให้ กกต. มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายเพื่อเสริมอำนาจในการตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม พร้อมเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพยานอย่างเข้มงวดและจัดตั้งหน่วยงานรองรับความปลอดภัยของพยาน รวมถึงสนับสนุนให้ใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แทนการพึ่งพยานบุคคลเพียงอย่างเดียวเพื่อป้องกันแรงกดดัน ขณะเดียวกันวิพากษ์วิจารณ์ข้อจำกัดของ กกต. ด้านบุคลากรและเสนอให้ร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่องก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้งอย่างมีระบบและยั่งยืน
ขอเชิญท่านต่อไปนะครับ พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการ ตํารวจภูธร ภาคหนึ่ง ขอเชิญครับ
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับ ๑๙๗ ผมคงใช้เวลาไม่มาก คงอยู่ในกําหนด แต่เชื่อว่าถ้าเกินไปบ้างท่านประธานก็คงจะอนุญาต เพราะว่ามันจะเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระ การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คงต้องมองในหลายมิติ จะมองไปที่ กกต. อย่างเดียวคงไม่พอ และสิ่งนี้ได้สะท้อนอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเกือบทั้งหมด นักการเมืองก่อนครับ ผมสั้น ๆ ครับ ตรงนี้ผมไม่ลงลึก ในรัฐธรรมนูญก็มีไว้ครับ ใน มาตรา ๓๕ บัญญัติ ๑๐ ประการ ๕ ประการนั้นเป็นเรื่องของ จะทําให้การเมืองเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเกือบทั้งสิ้น นักการเมืองที่ทุจริตจะต้อง ไม่มีที่ยืน จะต้องไม่เข้ามาอยู่ในวงการเมืองอีก เราพูดตั้งเกณฑ์ไว้ว่าตลอดชีวิต เราต้องการ นักการเมืองที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ความรู้ความสามรถ เสียสละเพื่อชาติ เราตามหากันมานาน และคงต้องตามหากันต่อไปถ้าเราปฏิรูปเรื่องนี้ไม่สําเร็จ พรรคการเมืองครับ เราพูดกันมาก ทั้งในสภาและนอกสภา พรรคของนายทุน พรรคทุนสามานย์ เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์วันชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามก็พูดถึงเรื่องนี้ ท่านอาจารย์วันชัยเคยพูดที่นี่ ท่านอาจารย์วันชัย เคยพูดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและอีกหลายที่ เราคงไม่ไปพูดที่อื่นแล้วละครับ ถ้าเราปฏิรูป เรื่องนี้สําเร็จ ต้องให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน นโยบายพรรคต้องขานรับความต้องการ ของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ไปสนับสนุนกิจการของนายทุนสามานย์ นโยบายพรรคครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสําคัญยิ่งครับ ผมจําอนุไม่ได้ น่าจะเป็น (๔) หรือ (๖) ใน มาตรา ๓๕ พรรคการเมืองจะต้องไม่ใช้นโยบายพรรคมาผลาญงบประมาณแผ่นดิน ไปเขียนนโยบาย เพื่อหาเสียงให้กับตัวเอง นโยบายประชานิยมในรูปแบบต่าง ๆ ทําลายชาติบ้านเมืองเรา ถึงกลวงมาถึงทุกวันนี้ครับ อยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๕ ฉบับชั่วคราวนะครับ ในหลายอนุ แล้วลงไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังจะทําประชามติกันอยู่นี้ ขอขอบพระคุณกรรมาธิการ แต่สิ่งที่ผมจะอภิปราย ดีใจที่กรรมาธิการปฏิรูปเรื่องนี้มีผู้แทนจาก กกต. คณะกรรมการ การเลือกตั้ง ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านพันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา ว่าที่เลขาธิการ กกต. คนต่อไปหรือเปล่า ผมไม่ได้บอกว่าเป็นนะ ผมมีคําว่า หรือเปล่า อยู่ เขาให้ กกต. เป็นองค์กรหลักที่รับผิดชอบทําให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมว่าอย่างนั้น แต่ในความเป็นจริงนี้ กกต. เป็นเสือกระดาษ แทบจะไม่มีศักยภาพจะทําอะไรได้เลย ท่านประธาน ท่านสมาชิกครับท่านทราบไหมว่า กกต. ยังไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานเลยครับ สถานภาพของ กกต. จะออกหมายเรียก ออกหมายค้นก็ยังไม่ได้ครับ สิ่งหนึ่งที่ว่าที่เลขาธิการ ต้องไปขับเคลื่อนให้ได้ ก็คือต้องทําให้ กกต. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาครับ เป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่เป็นเจ้าพนักงาน ทําอะไรไม่ได้เลย ออกหมายเรียก ไม่ได้ออกหมายค้นไม่ได้ เดี๋ยวบางคนบอกว่าออกหมายค้นได้ ใครออกได้ครับ ๕ เสือ ๕ เสือ กกต.ทั้งนั้นละครับที่จะออกหมายค้นได้ ออกหมายค้นได้เฉพาะเมื่อพระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้ง ๕ เสือไปไหนละครับ แค่ไปจากบ้านมาที่ทํางานที่ศูนย์ราชการท่านก็แย่แล้ว ท่านจะไปรู้ตามต่างจังหวัดว่าตรงไหนจะต้องไปค้นบ้านใคร กําลังจะซื้อเสียง พรรคไหน กําลังระดมทุน ไม่มีทางครับ ต้องทําให้เป็นเจ้าพนักงานได้เดี๋ยวนี้เลยครับถึงจะมีอํานาจต่าง ๆ กกต. มีอํานาจหน้าที่ในการเข้าไปสืบสวน ไปสอบสวน แต่ไม่เป็นเจ้าพนักงานทั้ง ๒ เรื่องเลยครับ เพราะฉะนั้นต้องแก้ไขเพิ่มเติมในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือใส่ไว้ตรงไหน ให้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอํานาจครับ
– ๒๔/๑
ประเด็นต่อมาครับ คดีการเลือกตั้ง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ครับ มุ่งเน้นพยานบุคคล เป็นเรื่องตลกมาก ใช้พยานบุคคลยืนยันในคดีวินัย ผมใช้คําว่า วินัย นะครับ ใบเหลือง ใบแดง ที่ยังไม่ฟ้องศาล คนที่มาให้การไม่เป็นพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน เพราะฉะนั้นพยานที่มาให้การในคดีใบเหลือง ใบแดงในคดีวินัยการเลือกตั้ง ผมใช้คํานั้น นะครับ ไม่เป็นพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน จึงไม่ได้รับความคุ้มครอง ผมถามว่า มีพยานคนไหนที่อยากมาให้การครับอยู่ในพื้นที่ อยู่กับเขาตลอดชีวิต มาอยู่กับเจ้าหน้าที่ กกต. ที่สอบปากคําเพียง ๓ ชั่วโมงเท่านั้นเอง เขาจะรอดไหมนั่น กลับไปจาก กกต. เขาจะ มีชีวิตรอดไหม เขาได้กลับบ้านหรือไปวัด ไปศาลาใดศาลาหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นเขาไม่ให้การ หรือมาให้การต้องให้คนที่มาให้ปากคํากับ กกต. ในคดีวินัยของ กกต. ได้รับความคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพยาน ด้วยแล้วต้องมีหน่วยงานขับเคลื่อนเรื่องนี้เพื่อให้ความคุ้มครอง กับพยานเหล่านี้อย่างจริงจังจนกระทั่งเป็นคดีอาญาในศาล
เรื่องต่อไปครับ มีไว้นิดหนึ่งเมื่อสักครู่ท่านอาจารย์วันชัยได้กรุณานําเสนอ ในเรื่องของการนําไอที (IT) มาใช้ ผมต่อเนื่องกับเรื่องพยานเมื่อสักครู่นะครับว่า เราคงใช้ พยานบุคคลเป็นหลักในการพิสูจน์ความผิดในคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าในชั้นเป็น สํานวนวินัยหรือคดีอาญาที่สู้กันในศาลก็ตาม คงมุ่งเฉพาะพยานบุคคลต่อไปนี้ไม่ได้แล้วครับ ผมให้เหตุผลแล้วครับว่าคงไม่มีใครกล้าที่จะมาให้ปากคําเป็นปฏิปักษ์กับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ผมไม่ใช้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งนะครับ เพราะเขากําลังทุจริต แล้วเขากลับไปไม่ปลอดภัยกับตัวเขา ครอบครัวเขา ญาติพี่น้องของเขา เขาเลือกที่จะเอาความปลอดภัยส่วนตัวก่อน ดังนั้นเราต้องให้ ความสําคัญกับพยานด้านนิติวิทยาศาสตร์ในทุกเรื่องครับ ต้องเคลื่อนหน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์ ของตํารวจมาซัปพอร์ต (Support) งานพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ให้ กกต. ต้องทําให้ได้ ผมให้ดูตัวอย่างครับ ถ้าเราจะเน้นเอาเฉพาะพยานบุคคล วันนี้ก็มาให้การว่าจําได้ พอไปถึง ระดับพิจารณาเขาบอกว่าคลับคล้ายคลับคลา พอไปเบิกความที่ศาลเขาบอกว่าจําไม่ได้ นานแล้วเบลอ (Blur) ถ้าไม่เบลอ (Blur) ลงไปก็จะเบลอ (Blur) ไปตลอดชีวิต เลือกที่จะ เบลอ (Blur) ดีกว่า เพราะฉะนั้นคดี กกต. ไปถึงศาลเกินครึ่งครับศาลยกผมไม่โทษศาลครับ พยานไม่ไปศาล พยานไปแล้วกลับคํา พยานเบลอ (Blur) พยานไม่ยืนยัน เราต้องเอา หลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวงจรปิด เรื่องหนึ่งที่ผมไปแสดง วิสัยทัศน์ แล้วผมเชื่อว่าเป็นเหตุผลสําคัญที่กรรมการต้องเลือกผมไปเป็น กกต. กทม. จนเดี๋ยวนี้ ผมบอกว่าพิสูจน์คําพยาน ต้องนําเครื่องจับเท็จมาใช้กับพยานในคดี กกต. คดีเครื่องจับเท็จผมทําเป็นคดีแรกของประเทศนี้ และเป็นมรรคเป็นผล จนกระทั่งถึงศาลฎีกา คดีที่หม่อมชลาศัยวางยาพิษในกาแฟให้ท่านกบเสวยเมื่อหลายปีก่อน แล้วท้ายที่สุดศาลฎีกา เขียนไว้ในคําพิพากษาฎีกาครับ ฟังเหตุผลจากเครื่องจับเท็จที่นําหม่อมชลาศัยหรือลูกปลา เข้าไปในเครื่อง แล้วมันออกมาครับ แม้ว่าเครื่องจับเท็จจะไม่ใช่เครื่องวิเศษที่พิสูจน์ความผิด หรือความบริสุทธิ์ได้โดยตรง แต่มันก็เป็นเครื่องที่ทดสอบถึงความผิดหรือความบริสุทธิ์ได้ โดยอ้อม ฟังประกอบกับพยานหลักฐานอื่น ศาลหมดข้อสงสัยครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่า จะต้องนําสิ่งเหล่านี้มาให้ให้ครบ ตัวอย่างครับ อ้ายนี้เป็นมุขเก่าเลยครับ ยังโกงกันจนเดี๋ยวนี้ ย้ายผีเข้าบ้าน บ้านหลังหนึ่งคนมาอยู่กันเต็มเลยครับ ๓๐ คน แล้วเขาก็นั่งสอบกันว่า เห็นหรือไม่เห็น ร้านก๋วยเตี๋ยวฝั่งตรงข้ามเห็นคนมาอยู่ ๓๐ คนไหม อยู่จริงไหม ถ้าบอกว่าอยู่จริงก็จะยืนยันว่าผิด ถ้าไม่อยู่จริงก็ยืนยันว่าไม่ผิด อ้ายหมอนั่นเลือกที่จะยืนยันว่า ไม่เห็น เพราะถ้าบอกว่าเห็น ๓๐ คนนี่กลับไปแล้วมันจะไม่มีโอกาสเห็นใครอีกแล้วต่อไปนี้ ก็คือเสียชีวิต ทําอย่างไรครับ ง่าย ๆ นิดเดียวครับ ผมไปเป็นประธานวินิจฉัยเรื่องร้องใบเหลือง ใบแดงของ กกต. อยู่ระยะหนึ่ง ผมนําเรื่องนี้ไปใช้ครับ ผมทําอย่างไรครับผมไปเอาค่าน้ํา ค่าไฟของบ้านหลังนั้นมาพิสูจน์ บอกว่าอยู่กัน ๓๐ คน ใช้น้ําเท่าไร ใช้น้ํา๒๐๐ ครับ คุณล้างอึ อย่างเดียวไม่ต้องทําอย่างอื่น ๒๐ คน ๓๐ คนยังไม่พอเลยครับ ไม่ต้องรดน้ําต้นไม้ ไม่ต้อง ล้างจาน ล้างอึอย่างเดียว คุณบอกคุณใช้ทิชชู คุณไม่อาบน้ําหรือ ไฟฟ้าใช้เท่าไรครับ เปิดพัดลม ๒ ตัวค่าไฟยังมากกว่านั้น คุณอยู่ไม่ได้หรอกครับแค่นี้ ต้องนําเรื่องเหล่านี้มาใช้กับการพิสูจน์ ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของ กกต. ให้ได้ครับ ถ้ายังหวังพึ่งพยานบุคคลอยู่เช่นเดิม จะตั้งศาล เลือกตั้งขึ้นมาสักกี่ศาล พยานหลักฐานที่ไปถึงศาล มันไม่ใช่ครับมันเคลือบแคลง มันสงสัย ก็ต้องถูกยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จําเลยหรือครับ
คงเป็นเรื่องสุดท้ายครับ กกต. มีหน้าที่ทั้งสืบ สืบสวน ทั้งสอบ คือสอบสวน แต่ กกต. ไม่มีเจ้าหน้าที่เหล่านี้เลยครับ สอบสวนมันต้องกระทําโดยพนักงานสอบสวน กกต.ยังใช้นิติกรอยู่ครับ รับนิติศาสตร์มาเป็นพนักงานสอบสวนก็เท่านั้น สืบสวนเหมือนกัน ตลกหลวงมากครับ ผมเป็นประธาน กกต. กทม. อยู่ขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่ กกต. กทม. ทั้งหมด ๓๐ คน มีเจ้าหน้าที่สืบสวน ๑ คน มันไปสืบเรื่องเมียไปมีผัวน้อยหรือเปล่าไม่รู้ แค่นี้มันยังสืบ ไม่ได้ครับ จะไปสืบเรื่องอื่นหรือครับ ต่างจังหวัดบางจังหวัดไม่มีครับ ต้องไปขอยืมหน้าที่อื่น มาทํา ดังนั้นผมยืนยันว่าจะให้เรื่องนี้สัมฤทธิ์ผล ทั้งชุดสืบชุดสอบต้องสร้างเป็นมืออาชีพ ขึ้นมา แล้วต้องเกาะเกี่ยวกันกับหน่วยงานหลักที่ทําหน้าที่นี้สัมฤทธิ์ผลและเก่งที่สุด ในประเทศไทยก็คือตํารวจ ชุดสืบสวนสอบสวนไม่มีชุดใดในโลกนี้ที่จะเก่งเท่าตํารวจไทย ผมยืนยัน เพราะเราทํามาหลายร้อยปีแล้วครับ ประสบการณ์พอกพูนสูงกว่าตัวนักสืบอีก เกิดเหตุที่ไหนก็แล้วแต่ เสร็จหมด เพราะฉะนั้นเวลาใช้ตํารวจ กกต. มีอํานาจตามกฎหมาย อยู่แล้วครับ ใช้เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ อย่าใช้เฉพาะเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาประกาศให้มี การเลือกตั้ง แล้วเริ่มร้องขอไปยังศาลรัฐธรรมนูญแห่งชาติ ว่าช่วยมาสืบให้หน่อยเพราะ การสืบสวนมันต้องกระทําก่อน ขณะ และหลัง ก็แปลว่าต้องสืบก่อนไม่มีใครไปซื้อเสียง วันเลือกตั้งหรอกครับ เขาซื้อกันมาก่อนหน้านั้นหลายเดือนแล้ว ต้องสืบก่อน ขณะ และ หลัง สืบสวนต้องทําตลอดครับ ตํารวจสามารถทําการสืบสวนเรื่องอื่น ๆ คู่ไปกับเรื่องเลือกตั้งได้ ผู้มีอิทธิพล การเลือกตั้ง การซื้อเสียง มันเกี่ยวข้องผูกพันกันครับ ดังนั้นท่านจะต้องเกาะเกี่ยว ตั้งแต่วันนี้ครับ ไม่ใช่ไปเกาะเอาตอนจะเลือกตั้ง ๙๐ วันก่อนเลือกตั้งไม่ได้ผลครับ ต้องสืบ ไปก่อนเลยครับ แล้วต้องเก็บข้อมูลไว้ ไม่อย่างนั้นชุดสืบสวนของ กกต.ต้องตั้งชุดใหญ่ขึ้นมา ไม่ใช่ ๑ จังหวัดมีคนเดียวนะครับ จริง ๆ ผมมีอีกหลายเรื่อง แต่เวลามันล่วงไปแล้วครับ ผมจะไม่รบกวนสภานี้ครับ ผมเชื่อว่ามีหลายท่านที่จะรอพูดในเรื่องอื่น วันนี้ที่ผมมาพูดเรื่อง กกต. เป็นหลักเพราะผมมีสถานะเป็นประธาน กกต. กทม. กําลังจะรับบทหนักที่จะไปทํา ประชามติร่วมกับท่านจรุงวิทย์ ท่านว่าที่เลขาธิการละครับ ขอบพระคุณครับ
เรายังมีสมาชิกแสดงความจํานงในการอภิปรายอีก ๒ ท่าน เมื่อ ๑ ท่านอภิปราย เสร็จแล้วผมจะเริ่มส่งสัญญาณการลงมติไปยังห้องต่าง ๆ ในอาคารบริเวณรัฐสภา ต่อไปขอเชิญ ท่านจุมพล สุขมั่น อดีต สปท. อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอเชิญครับ