นินนาท ชลิตานนท์ เสนอแนะการปฏิรูปการเลือกตั้ง โดยชื่นชมคณะกรรมาธิการที่เสนอข้อเสนอดังกล่าว และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อเสนอดังกล่าวในการเลือกตั้งท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดในการมีส่วนร่วมของประชาชน นิสิต นักศึกษา และข้าราชการในการช่วยเหลือในการนับคะแนน รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการนับคะแนนให้เร็วขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นินนาท ชลิตานนท์ สปท. ลําดับที่ ๘๐ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่ท่านได้นําเสนอข้อเสนอต่าง ๆ ในวันนี้ ดิฉันคิดว่าเป็นข้อเสนอที่ดีมาก แล้วก็ครอบคลุม ในทุกปัจจัย อย่างไรก็ตามดิฉันก็มีคําถาม แล้วก็ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเล็กน้อย คําถามแรก ก็คือว่าสิ่งที่ท่านนําเสนอท่านจะอนุโลมใช้กับการเลือกตั้งท้องถิ่นด้วยใช่หรือไม่ ถ้าหากว่าใช่ ก็คงต้องขอความกรุณาท่านว่า ท่านต้องเขียนไว้สักหน่อยหนึ่งว่าการดําเนินการอย่างนี้ จะใช้ กับการเลือกตั้งท้องถิ่นด้วย แล้วก็คงจะต้องไปนําเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นด้วย เพราะว่าในหน้า ๑๑ นั้นท่านเสนอไว้เพียงให้ไป แก้ไขกฎหมาย ๔ ฉบับ ก็ขออนุญาตท่านพ่วงเรื่องท้องถิ่นเข้าไปด้วย
สําหรับข้อเสนอแนะนั้น ก็มี ๒-๓ ประเด็น ประเด็นแรกดิฉันถูกใจมากเลย ที่ท่านบอกว่าการเลือกตั้งนั้นจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ แล้วก็จะต้องทําให้เหมือนกับเป็น เทศกาลสําคัญของชาติ ตรงนี้ดิฉันคิดว่าจะนําไปสู่การมีส่วนร่วมในการลงคะแนนของพี่น้อง ประชาชนได้อย่างดี เพราะว่าการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนคนไทยนั้น ดิฉันเชื่อว่า ท่านสามารถมีส่วนร่วมได้ ถ้ากิจกรรมใดนั้นเป็นกิจกรรมที่ท่านมีความรู้สึกว่ามันเป็นเทศกาล มันทําด้วยกันทั้งประเทศ มันมีความสนุกร่วมอยู่ด้วย เพราะว่านิสัยคนไทยเราทําอะไรก็ตาม ต้องขอสนุกด้วย แต่ว่าความสนุกนั้นในเรื่องของการเลือกตั้งก็จะต้องเป็นความสนุกในเชิง สร้างสรรค์ เพื่อนําไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ ทีนี้เมื่อพี่น้องประชาชนท่านมาใช้สิทธิมากขึ้น เวลาที่ท่านจะขยายออกไปจาก ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา นั้น ดิฉันก็เห็นด้วยว่า ท่านสามารถทําได้ เพราะว่าจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่าน ๆ มาของกรุงเทพมหานคร ขออนุญาต ยกตัวอย่าง เนื่องจากว่าเคยดําเนินการมาหลายครั้ง พี่น้องประชาชนท่านก็จะมาใช้สิทธิ เลือกตั้งมากขึ้น ๆ ครั้งสุดท้ายท่านมาใช้สิทธิถึง ๗๑ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ซึ่งในห้วงเวลาที่ท่าน มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น ๆ เราก็มักจะพบปัญหาว่ายังมีพี่น้องประชาชนยืนเข้าคิวขอใช้สิทธิ หลังเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา อยู่เป็นจํานวนมากพอสมควรทีเดียว แล้วท่านก็นําเสนอว่าเหตุใด จึงไม่ขยายเวลาให้เป็นห้าโมงเย็นหรือหกโมงเย็นนะคะ เพราะฉะนั้นการที่ท่านนําเสนอนี่ ดิฉันคิดว่าทําได้เพียงแต่ว่าขออนุญาตให้ข้อสังเกตต่อไปว่าในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นท่านอาจจะต้องไประมัดระวังในเรื่องของการใช้สถานที่เลือกตั้ง การใช้สถานที่เลือกตั้งที่เป็นเต็นท์ อันนี้เป็นอันตรายต่อการทํางานในยามค่ําคืน เพราะว่าบางครั้งอาจจะเป็นช่วงหน้าฝน เป็นช่วงหน้าหนาว ก็ไม่สะดวกต่อการมาใช้สิทธิ ของพี่น้องประชาชน
อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการนับคะแนนหลังจากที่ปิดการลงคะแนนแล้ว ดิฉันเข้าใจว่าในช่วงก่อนหน้านี้ที่กําหนดให้มีการปิดการลงคะแนนเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกานั้น เพราะว่ากฎหมายเขียนต่อจากนั้นไปว่า หลังจากปิดการนับคะแนนแล้ว เราจะต้องดําเนินการ นับคะแนนโดยไม่ประวิงเวลา ดังนั้นในอดีตที่ผ่านมาจึงมีการทํางานตลอดทั้งคืนนับตั้งแต่ ปิดการลงคะแนน ๑๕.๐๐ นาฬิกา มีการส่งผลคะแนนอะไรต่ออะไรส่งบัตรเลือกตั้งจนกว่า จะประกาศผลการเลือกตั้งข้ามคืนเลย ส่วนใหญ่นะคะ เพราะว่าไปติดกับคําว่า ไม่ประวิงเวลา เพราะฉะนั้นท่านอาจจะปรับตรงนี้สักนิดหนึ่งว่าถ้าท่านจบที่หกโมงเย็น ก็น่าจะจบกระบวนการ ส่งบัตรเลือกตั้งอะไรไปยังที่จะนับคะแนนหรือที่รวมคะแนน แล้วก็หาวิธีการที่จะให้มี คนมาเฝ้า อาจจะเป็นตัวแทนพรรคการเมือง เป็นตํารวจ เป็นอะไรก็ตามแล้วก็อาจจะเริ่ม การนับคะแนนหรือรวมคะแนนในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต่อเนื่องไปยังประเด็นที่จะให้พี่น้อง ประชาชนมามีส่วนร่วมในการที่จะนับคะแนนหรือรวมผลคะแนน ในข้อ ๓.๒.๒ ข้อ ๕ นั้นท่านก็เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษามาเป็นกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง อันนี้ดิฉันก็ขอนําเสนอว่าก็อย่าไปเอาแค่นิสิตนักศึกษาเลย เอาข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม เลย นั่นละ เพราะว่าดิฉันเห็นด้วยกับว่าในชาติเรานี้วันเลือกตั้งหรือเทศกาลเลือกตั้งนั้น ทุกคนในชาติต้องมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง เพราะว่าในวันนั้นมันเหมือนกับเป็นวันหยุดแล้วค่ะ ข้าราชการที่ท่านไม่ได้อยู่ใน กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง ท่านก็จะมาใช้สิทธิแค่นั้นเอง แล้วนอกนั้นก็เป็นเวลาพักผ่อน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วทุกคนควรจะมีโอกาสออกมาช่วย ทํางาน และการช่วยทํางานนั้น ก็คืออาจจะรับผิดชอบเป็นหน่วยไปเลยนะคะหรืออะไรก็ตาม ตรงนี้เราก็สามารถที่จะออกแบบได้ ตรงนี้มันจะมาเกี่ยวข้องกันนะคะถ้าหากว่าท่านไม่ประวิง เวลาในการนับคะแนน รวมคะแนน พี่น้องประชาชนก็ดีที่มาเป็นกรรมการประจําหน่วย นิสิต นักศึกษาก็ดี หรือแม้แต่ข้าราชการซึ่งไม่ได้ทํางานเลือกตั้งมาตลอดเวลานี้ พอถึงตกคืนนั้น ท่านกลับบ้านค่ะ ท่านบอกว่าให้ไม่กี่ร้อยบาทจะให้ทํางานกันทั้งคืนเลยหรือ อันนี้ท่านกลับบ้าน เลยนะคะ เพราะฉะนั้นบางครั้งต้องเอาเจ้าหน้าที่ไปเสริมไปตั้งหน่วย ไปนับแทนให้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้จะเกี่ยวข้องกัน ดิฉันอยากเห็นวันเลือกตั้ง หรือเทศกาลเลือกตั้ง หรือวาระแห่งชาติ ในการเลือกตั้งของเรานี้คนในชาติทุกคนมีส่วนร่วมกันอย่างสนุกสนานในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อจะทําให้เราได้นักการเมือง หรือรัฐบาลที่เข้มแข็งในชาติของเรา แล้วก็ทุกอย่างเป็นไป โดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามที่กล่าวนะคะ
อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองและผู้สมัคร รับเลือกตั้ง อันนี้ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะให้ทาง กกต. นั้นช่วยดําเนินการ เพราะว่าขณะนี้เท่าที่ผ่านมานี้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองท่านจะเสียค่าใช้จ่ายในเรื่อง ของการหาเสียงเลือกตั้งนี้เป็นจํานวนมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งถ้าดิฉันจําไม่ผิดนะคะ ในการเลือกตั้ง ส.ว. ป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งของท่านติดกันทั้งเมืองเลย ติดกันจนทําให้รถติดเลย พี่น้อง ประชาชนลงมาถ่ายรูปป้ายซึ่งติดอยู่ที่เกาะกลางถนนอย่างโกลาหล บอกว่า โอ้โห ไม่เคยเห็น ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนะคะ เพราะฉะนั้นก็ขอถ่ายเอาไว้เก็บเป็นที่ระลึกอย่างนี้ค่ะ ดิฉันคิดว่ามันเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จําเป็น ดิฉันเคยไปดูงานเลือกตั้งในประเทศญี่ปุ่นนะคะ ขออนุญาตกล่าวอ้าง ดิฉันหาป้ายเลือกตั้งของเขาไม่เจอเลย ยังถามว่านี่มีการเลือกตั้ง จริงหรือ เขาบอก จริงสิ เราบอกแล้วป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ป้ายประชาสัมพันธ์ของ ผู้สมัครรับเลือกตั้งอยู่ที่ไหน เขาก็พาไปดู อยู่หน้าสวนสาธารณะค่ะ ขนาดไม่ใหญ่เลยนะคะ แล้วก็มีคนสมัครอยู่ ๖ คน ใน ๖ คนนั้นติดแค่ ๔ คน บอกแล้วอีก ๒ คนไปไหน เขาบอก อีก ๒ คนคิดว่าคงไม่ได้ เขาก็เลยไม่ติด แล้วก็ในการเลือกตั้งนี้ ดิฉันบอกว่าอย่างนี้แล้วใครจะ รู้ว่าเขาลงสมัคร ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่บอกว่า เขาไม่ใช้ป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งเลยค่ะ เขาใช้ทีวี (TV) กับหนังสือพิมพ์ เขาบอกว่าหนังสือพิมพ์นี้ก็แทบจะไม่ค่อยมีใครสนใจอ่าน เพราะดูทีวี (TV) กันหมดแล้ว นี่อย่างนี้ถ้าสมมุติว่าในเทศกาลเลือกตั้งของเรานี้ ทั้งภาคเอกชน ทั้งภาครัฐร่วมมือกันอย่างจริงจัง ซึ่งดิฉันก็เชื่อว่าทีวี (TV) ท่านก็ให้ความร่วมมืออยู่แล้วนะคะ เราใช้สื่อพวกนี้ให้เป็นประโยชน์ มันก็จะได้ประโยชน์มาก นอกจากที่จะให้รู้กันอย่างทั่วถึงแล้ว เข้าใจกันเป็นทิศทางเดียวกันแล้ว ก็ยังทําให้บ้านเมืองของเรานี้ไม่สกปรกรกรุงรังด้วยค่ะ ก็ขออนุญาตนําเสนอท่านเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ