เลิศรัตน์ รัตนวานิช แสดงความเห็นสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นความโปร่งใสในการบริหารราชการภายใต้กรอบโอเพนการ์ตเมนต์ และหารือโครงการนำร่องสมาร์ตซิตี้และดิจิทัลซิตี้ โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างเมืองอัจฉริยะที่เน้นสิ่งแวดล้อมกับเมืองดิจิทัลที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและเศรษฐกิจ พร้อมเสนอส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับรากหญ้าและสร้างต้นแบบเมืองพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเรียกร้องให้ระบุข้อเสนอแนะการปฏิรูปอย่างครบถ้วนเพื่อความชัดเจนในการดำเนินการของรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณ ที่ท่านประธานให้โอกาสแสดงความคิดเห็นต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในด้าน เศรษฐกิจกระแสใหม่ที่เกี่ยวกับดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ก่อนอื่นก็ขอชื่นชม ทางกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจของท่านประธานสถิตย์ แล้วก็ ของท่านปีติพงศ์ที่ได้ดําเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนนะครับ เป็นเรื่องที่ ๔ แล้วของ เศรษฐกิจกระแสใหม่ที่จะทําให้ประเทศของเราก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดไปสู่ความเป็น ประเทศมีการพัฒนาที่เท่าเทียมกับนานาอารยประเทศ ท่านประธานกรรมาธิการและประธาน อนุกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงแล้วถึงข้อดีของการดําเนินการในเรื่องดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญต่อความก้าวหน้าของประเทศเป็นอย่างยิ่ง และยังส่งผลต่อ พี่น้องประชาชนโดยถ้วนหน้าในอีกหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ มิติ อย่างเช่นในเรื่องของการที่เป็น โอเพนกัฟเวิร์นเมนฺต์ (Open Government) ก็คงจะสอดคล้องกับแนวทางในรัฐธรรมนูญ ที่กําหนดให้จะต้องเปิดเผยข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทําได้ต่อประชาชน และต่อภาคเอกชน ซึ่งก็เรียกว่าโอเพนกัฟเวิร์นเมนต์ (Open Government) นั่นเอง โอเพนกัฟเวิร์นเมนต์ (Open Government) นี่ไม่ใช่เป็นกระแสของประเทศหรือวาระแห่งชาติ แต่เป็นวาระแห่งโลก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงมีความจําเป็นที่เราจะต้องรีบดําเนินการ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความโปร่งใสของประเทศซึ่งจะส่งผลต่อลําดับในการแข่งขัน ในการลงทุน ในค้าขายต่าง ๆ ผมคงมีข้อสังเกตเพียง ๒ ประการเพิ่มเติมกับทาง คณะกรรมาธิการ
ประเด็นแรก ในเรื่องของโครงการนําร่อง โครงการนําร่องที่ทางกรรมาธิการ ได้เสนอมา มีอยู่ ๓-๔ เรื่อง เรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือเรื่องสมาร์ตซิตี้ (Smart City) คือผลักดันให้เกิดจังหวัดตัวอย่างที่มีการบูรณาการการทํางานและการให้บริการภาครัฐ โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) ที่มีการเชื่อมโยงระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นต้นแบบในการพัฒนาจังหวัดอื่น ๆ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นโครงการ นําร่องที่จะเป็นประโยชน์มาก เพราะว่าคอนเนกเตด (Connected) และโอเพนกัฟเวิร์นเมนต์ (Open Government) จะเกิดขึ้นได้ จะเกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ได้จริงจังนั้นก็จะต้อง ให้ภาคประชาชนนี้เข้าถึงดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) หรือดิจิทัลเทคโนโลยี (Digital Technology) เพราะฉะนั้นการที่จะให้เขาเข้าถึงได้นั้นก็ต้องมีการส่งเสริมลงไปจนถึงระดับ รากหญ้า เพราะฉะนั้นการสร้างโครงการนําร่องไปที่จังหวัดต่าง ๆ ให้คนเห็นประโยชน์ ค่อยทําค่อยไปก็จะเป็นสิ่งที่ดี ทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเองก็ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้พัฒนามาตรฐานวิชาชีพด้านไอที (IT) ด้านดิจิทัล (Digital) ซึ่งเราก็ทําเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ส่งให้กับทางมหาวิทยาลัยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนําไปใช้ในการเทียบเคียงหรือ กําหนดมาตรฐานให้กับผู้ที่จะมาทํางานด้านดิจิทัล (Digital) แต่ที่ผมอยากฝากเป็นข้อสังเกต ไว้นิดหนึ่ง คําว่า สมาร์ตซิตี้ (Smart City) สมาร์ตซิตี้ (Smart City) นี่ถ้าลองไปเปิดดูจริง ๆ นี่ ความหมายมันต่างจากดิจิทัลซิตี้ (Digital City) รัฐบาลขณะนี้ได้กําหนดให้มีดิจิทัลซิตี้ (Digital City) ๒ แห่ง คือภูเก็ตกับเชียงใหม่ ซึ่งทางสถาบันคุณวุฒิ วิชาชีพได้เข้าไปมีส่วนร่วม ในการทํางาน เพราะฉะนั้นคําว่า ดิจิทัลซิตี้ (Digital City) ก็จะตรงกับคําว่าดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) เพราะ ดิจิทัลซิตี้ (Digital City) คือซิตี้ (City) ที่นําเทคโนโลยีพวกอินโนเวทีฟ เทคโนโลยี (Innovative Technology) เข้ามาใช้ให้เกิดการสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับ ภาคเอกชน ให้เกิดประโยชน์ในการทําธุรกิจต่าง ๆ และเกิดประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูล ของรัฐ เพราะฉะนั้นจะมุ่งเน้นไปในเรื่องเหล่านี้นะครับ ในเรื่องของการให้เกิดเอฟฟิเชียนซี (Efficiency) ประสิทธิภาพในการทํางานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโลคัล (Local) หรือจะเป็น เซนเตอร์กัฟเวิร์นเมนต์ (Center Government) เราเรียกนั่นว่าดิจิทัลซิตี้ (Digital City) แต่ ถ้าท่านพูดสมาร์ตซิตี้ (Smart City) นี่ สมาร์ตซิตี้ (Smart City) ในเชิงของอินเตอร์เนชันนัล (International) นี่เขามีการประกวดสมาร์ตซิตี้ (Smart City)อยู่ ปีนี้ก็มีประมาณ ๑๐ แห่ง ที่เขาประกาศมา มีอย่างเช่น อัมสเตอร์ดัม มีซานฟรานซิสโก โตเกียวต่าง ๆ สมาร์ตซิตี้ (Smart City) ส่วนใหญ่จะเน้นไปในเชิงของกรีนเทคโนโลยี (Green Technology) ของความเป็น กรีนซิตี้ (Green City) นําเทคโนโลยีไปพัฒนาให้เกิดความเป็นเมืองที่อยู่กับสิ่งแวดล้อม การพัฒนารถรางที่ไม่ใช้แก๊สอย่างนี้ นี่ถือว่าเป็นสมาร์ตซิตี้ (Smart City) นั่นเขาประกวดกัน บนแคเทกอรี (Category) บนปัจจัยเหล่านั้น ผมก็เพียงอยากจะชี้ให้เห็น เพราะรัฐบาล เรียกว่าดิจิทัลซิตี้ (Digital City) ที่ทําอยู่ตอนนี้ของเชียงใหม่กับของภูเก็ตนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายคือ ในเรื่องของที่ท่าน เขียนไว้ ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปนะครับ ท่านบอกว่ามี ๖.๒ เสนอให้รัฐบาลดําเนินการ ตามข้อ ๒.๑.๑ ถึงข้อ ๒.๑.๓ ผมเห็นว่าถ้าเขียนแค่นี้แล้วคนที่อ่านไม่ได้ดูละเอียดนี่เขาก็ จะตกเรื่องที่สําคัญ ๆ ที่ท่านเขียนไว้ในข้อ ๒.๒ ทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นก็ควรจะให้รัฐบาล ดําเนินการตามข้อ ๒.๑.๑ ถึงข้อ ๒.๑.๓ และ ๒.๒.๑ ถึง ๒.๒.๕ ซึ่งรวมถึงโครงการต่าง ๆ เพราะว่ารายละเอียดในการดําเนินการตามแผนปฏิรูปของท่าน ท่านไม่ได้เขียนไว้ใน ๒.๑.๑-๒.๑.๓ แต่ท่านไปเขียนไว้ในข้อ ๒.๒ ต่าง ๆ ผมก็เพียงแต่ฝากว่าถ้าเขียนเพิ่มอย่างนั้น จะทําให้ผู้อ่านเขามีความชัดเจนขึ้นในการที่จะดําเนินการ แล้วก็พิจารณาข้อเสนอแนะของ คณะกรรมาธิการ ขอขอบพระคุณครับ