เมธินี สนับสนุนรัฐบาลดิจิทัล เสนอเชื่อมข้อมูลบริการประชาชน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

เมธินี เทพมณี หารือการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล โดยเสนอให้พัฒนาระบบไอซีทีของภาครัฐอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันทั้งระบบ เพื่อรองรับบริการออนไลน์ที่ประชาชนต้องการ พร้อมเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่านมือถือหรือตู้คีออสเพื่อให้การรับรองสิทธิและการเข้าถึงสวัสดิการสังคมเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง รวมถึงเสนอให้ปรับปรุงขั้นตอนการขออนุญาตภาคเอกชน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและยา ผ่านการพัฒนาระบบราชการแบบเบ็ดเสร็จและกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างภาครัฐกับผู้ประกอบการ

นางเมธินี เทพมณี

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพค่ะ ดิฉัน เมธินี เทพมณี สมาชิกหมายเลข ๑๑๗ ในส่วนที่ท่านกรรมาธิการ กรุณาศึกษานั้นดิฉันขออนุญาตสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากว่าในขณะนี้เหตุการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของการบริการทั้งภาคประชาชนแล้วก็ภาคผู้ประกอบการ ในหลาย ๆ รัฐบาล ซึ่งดิฉันได้ยืนขึ้นอภิปรายครั้งหนึ่งแล้วเมื่อพูดถึงรัฐบาลต่าง ๆ ของประเทศ ในอาเซียน (ASEAN) และในสิ่งนั้นก็จะมีการกําหนดชัดเจนในแต่ละประเทศว่าเขาจะมุ่งเน้น การให้บริการภาคประชาชนและผู้ประกอบการในช่วง ๑๐ ปีข้างหน้าอย่างไร ในช่วง ๕ ปี ทอนลงมาอย่างไร ในส่วนของเรานั้นเนื่องจากเวลามีน้อยอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้กรุณากล่าว ดิฉันขอเสนอข้อสังเกตว่าอยากให้มีการจัดลําดับให้ชัดเจน เนื่องจากว่าในสิ่งที่ประเทศเรา ได้ทํามาหลายยุคหลายสมัยนั้น แต่ละกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งรัฐบาลท้องถิ่นได้มี การพัฒนาระบบไอซีที (ICT) อย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ก็ได้มีการก้าวไปถึงหลาย ๆ ระดับที่น่า จับตามอง ในเวลาช่วงที่ผ่านมาอันใกล้ ๆ มาก ๆ ก็คือการชําระภาษีที่พวกเราได้เห็นแล้วว่า มีความสะดวกกว่าหลายสิบปีที่ผ่านมาอย่างมากมาย ดังนั้นตัวอย่างของกระทรวงการคลังก็ดี ตัวอย่างของกระทรวงคมนาคมก็ดี ซึ่งได้ใช้ไอซีที (ICT) เข้ามาบริหารจัดการ ก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ได้ลงทุนกันอย่างมากมายแล้วก็ต่อเนื่อง แต่ในวันนี้ไซโล (Silo) ทั้งหลายท่านก็ได้เสนอ ท่านกรรมาธิการได้เสนอให้เป็นลักษณะของคอนเนกเตดกัฟเวิร์นเมนต์ (Connected Government) หรือโยงใยอย่างที่ท่านประธานได้กรุณาเคยกล่าวว่าเวิลด์ ไวด์ เว็บ (World Wide Web) อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเป็นคําว่าเวิลด์ ไวด์ เว็บ (World Wide Web) นั้นพวกเรา ก็จะนึกภาพเป็นใยแมงมุมนั่นเอง ดังนั้นใยแมงมุมของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ก็ควรจะเกิดขึ้น อย่างรวดเร็วในลําดับถัด ๆ ไป

ดิฉันขออนุญาตนําเรียนข้อมูลสําคัญที่อาเซียน (ASEAN) ได้กล่าวนะคะ แล้วก็หลายประเทศก็เห็นพ้องต้องกันคือยกตัวอย่างภาคประชาชน ภาคประชาชนนั้น อยากจะได้มีการ อันนี้เป็นผลของการสํารวจค่ะ ภาคประชาชนในอาเซียน (ASEAN) นั้น อยากจะได้มีการให้มีการออกใบรับรองออนไลน์ (Online) ไม่ว่าจะรับรองเกิด รับรองตาย รับรองการศึกษา รับรองการทํางาน ในการรับรองต่าง ๆ เหล่านี้จะมีผลกับประชาชน ในแต่ละประเทศเป็นอย่างยิ่ง และในวันนี้ที่รัฐบาลพยายามที่จะคอนเนกเตด (Connected) ไปถึงหมู่บ้านด้วยอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูง ดังนั้นบริการเหล่านี้มันอาจจะ สามารถดําเนินการได้ทั้งผ่านทางมือถือของภาคประชาชน ผ่านทางตู้คีออส (Kiosk) หรือเรียกว่าตู้บริการสาธารณะที่ไปกดปุ่ม แล้วก็ไหลออกมาของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันทําทั้งส่วนกลางและรัฐบาลท้องถิ่น หรืออาจจะผ่านจากบริการที่ไปถึงบ้าน ด้วยบริการด้วยรูปแบบต่าง ๆ ของภาคเอกชน ซึ่งแข่งขันกันอย่างมากที่เดลิเวอรี (Delivery) นะคะ ขออนุญาตเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ ไปถึงบ้านเหล่านี้ ก็ทําให้ทรานแซกชัน (Transaction) หรือวิธีการเชื่อมโยงข้อมูลนั้นไปถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนที่ ๒ ก็คือการรับรองนั้นจะมีผลอะไร การรับรองนั้นจะมีผลในการใช้สิทธิ ต่าง ๆ ของการเป็นบริการเพื่อสวัสดิการสังคมของรัฐบาลนั้นเอง ซึ่งวันนี้รัฐบาลนั้น ก็ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว แล้วก็สนับสนุนการทํางานชิ้นนี้อย่างจริงจังว่าประชาชนในหมวด ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกร หรือจะเป็นภาคกระบวนงานอื่น ๆ แรงงานต่าง ๆ หลาย ๆ สาขานั้นจะรับสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ของภาครัฐอย่างไร สิ่งเหล่านี้ก็ผ่านกระบวนการที่จะต้องเป็นกระบวนการหลาย ๆ ส่วนราชการเชื่อมโยงกัน แล้วก็บอกสิทธิกับประชาชน แล้วก็ไปรับสิทธิภาคที่จะเป็นส่วนราชการหรือเอกชนที่จะ ให้บริการของรัฐสวัสดิการเหล่านั้นไปสู่มือประชาชน ดังนั้นสิ่งนี้ก็กลายเป็นความจําเป็น และกดดัน จะขออนุญาตใช้คําว่า กดดัน ให้รัฐบาลขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วสิ่งที่กรรมาธิการ ได้เสนอเป็นรูปแบบที่ชัดเจนก็จะทําให้เป็นความสนับสนุนจาก สปท. ของเราไปสู่รัฐบาล แล้วก็จะได้ทําให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างจริงจัง เพียงแต่ดิฉันตั้งข้อสังเกตในเรื่องของลําดับ ของการพัฒนา แล้วก็หน่วยงานที่จะต้องเป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งเมื่อสักครู่ก็ได้ยินชื่อกระทรวง ไอซีที (ICT) เป็น ๑ กระทรวงแล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นเพียงกระทรวงเดียว ในการทํางานเช่นนี้นั้น ในที่สุดก็ต้องไปลงสู่รัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุดในการให้บริการ กับประชาชนในภาคปฏิบัติการ

สําหรับในส่วนต่อมาที่ดิฉันจะขออนุญาตนําเสนอ เช่น ส่วนของภาคเอกชน ในขณะนี้ก็ยังมีข้อติดขัดอยู่จํานวนมากในการขอรับใบอนุญาตอนุมัติต่าง ๆ ของทางราชการ แม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๘ สด ๆ ร้อน ๆ แล้วก็ขับเคลื่อนโดยสํานักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการ หรือที่เรารู้จักกันในนาม ก.พ.ร. ร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ มากมาย ขออนุญาต ยกตัวอย่าง เซกเตอร์ (Sector) หนึ่งที่สําคัญมากคืออาหารและยา ในกระบวนการที่ ผู้ประกอบการจะต้องมีการขออนุมัติอนุญาตในการจัดตั้งโรงงานหรือผลิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นโบว์แดงของประเทศไทยนําไปสู่การส่งออกและมีรายได้มหาศาล เช่น สินค้าที่เป็นยาไทยอย่างนี้เป็นต้น จะต้องผ่านกระบวนการอนุมัติอนุญาตของทางราชการ หลาย ๆ ส่วนราชการ ซึ่งส่วนราชการเหล่านี้ก็ได้พยายามที่จะเชื่อมโยงหรือเรียกว่า คอนเนกเตดกัฟเวิร์นเมนต์ (Connected Government) เพื่อที่จะให้ระบบใบอนุญาตนั้น เรียกว่าเป็นซิงเกิลวินโดว์ (Single Window) อย่างที่พวกเรารู้จักคือกรอบข้อมูลทางเดียว แล้ววิ่งผ่านส่วนราชการหลาย ๆ ส่วนราชการที่จะอนุมัติอนุญาตส่วนราชการ จากส่วนราชการต่าง ๆ ไปจนถึงจุดปลายทาง สิ่งเหล่านี้นั้นก็พบว่าในกระบวนงานต่าง ๆ ที่ได้มีการดําเนินการร่วมกันมาหลาย ๆ ปีนั้น ก็ยังมีปัญหาอุปสรรคอีกมาก ดิฉันก็ขอแสดง ความยินดีที่กรรมาธิการได้แตะเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็พยายามขับเคลื่อนให้มีกฎหมาย ฉบับใหม่เกิดขึ้น ซึ่งกฎหมายอันนี้ก็อาจจะนําไปสู่การเปิดเผยและปกปิดข้อมูลของ ส่วนราชการ และระดับของการเข้าถึงชั้นความลับต่าง ๆ ดิฉันยอมรับว่าผู้ประกอบการนั้น ไม่ไว้วางใจนะคะ ขออนุญาตเอ่ยว่าไม่ไว้วางใจในระบบราชการในบางส่วนที่อาจจะต้อง คุ้มครองข้อมูลของเขา เช่นสูตรความลับในการผลิตยาหรือว่าชื่อผู้ประกอบการร่วม ซึ่งจะ เป็นความลับทางการค้าอย่างนี้เป็นต้น ดังนั้นกฎหมายเหล่านี้ที่จะขับเคลื่อนโดย คณะกรรมาธิการนั้นจะมีความสําคัญอย่างยิ่งที่จะทําให้ทั้งส่วนราชการและผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องบังเกิดความไว้วางใจ และทําให้เกิดความรับผิดชอบนะคะ หากมีข้อมูลส่วนใด ที่จะต้องปกปิดรั่วไหลก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างจริงจัง หากมีข้อมูลส่วนใดที่จะต้องเปิดเผย ก็จําเป็นต้องเปิดเผยแม้ว่าไม่อยากเปิดเผย ดังนั้นส่วนนี้ดิฉันก็เชื่อมั่นว่ากรรมาธิการ ได้พิจารณามาอย่างรอบคอบแล้วในเรื่องกฎหมายที่จะขับเคลื่อนอีกัฟเวิร์นเมนต์คอนเนกเตด (e-Government connected) เหล่านี้ เพื่อให้ส่วนราชการไว้ใจส่วนราชการด้วยกัน ส่วนราชการนั้นเป็นที่ไว้วางใจกับผู้ประกอบการที่จะก้าวเข้าสู่กระบวนการของเราที่จะนํา ข้อมูลนั้นมาเชื่อมโยงกัน และเข้าไปสู่การให้บริการอย่างลดขั้นตอนอํานวยความสะดวก และสามารถดําเนินการได้ในเวลาอันรวดเร็ว อันนี้ก็ขออนุญาตมีข้อสังเกตเพียงแค่นี้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ