ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ หารือเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเน้นความสำคัญของจรรยาบรรณ สิทธิเสรีภาพ และความรับผิดชอบต่อสังคมในการนำเสนอข่าวสารอย่างถูกต้องและหลากหลาย พร้อมเสนอให้มีการจัดทำมาตรฐานจริยธรรมร่วมกับองค์กรวิชาชีพและภาคประชาชน ส่งเสริมการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ และผลักดันให้สื่อมวลชนมีบัตรประจำตัวเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อสาธารณะ
กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สมาชิก สปท. นะครับ ก็ทํางาน ร่วมกับทางด้านของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนทางด้านสื่อสารมวลชนนี้นะครับ สําหรับ ในเรื่องของมาตรฐานจริยธรรมทางวิชาชีพของสื่อมวลชนนั้น ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เราได้ศึกษาเราศึกษาในภาพรวมทั้งหมดของจริยธรรมของสื่อสารมวลชนนี้ ก็อย่างที่ ท่านประธานคณิตได้เรียนแล้ว เราเห็นว่าสิ่งที่สําคัญที่เราเสนอไป ๗ ประการ อันนี้เป็นเรื่อง ที่สําคัญ ก็จะขอเรียนในรายละเอียดนิดหน่อย
อย่างเรื่องที่ ๑ ในหลักการทั่วไป สื่อมวลชนต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ แล้วก็ไม่ปฏิบัติการใด ๆ อันนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ ในเรื่องจริยธรรม ในวิชาชีพนี้ผมคิดว่าทุกอาชีพก็ต้องมีหมด ที่ภาษาอังกฤษ ขอประทานโทษ เรียกว่า โค้ด ออฟ คอนดักต์ (Code of Conduct) ทุกอาชีพก็ต้องมีหมด เพราะฉะนั้นสื่อมวลชน ก็ต้องมีมาตรฐานคุณธรรม ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในสื่อสารมวลชนแต่ละประเภท ก็สุดแล้วแต่นะครับ แต่ก็มีในส่วนนี้
ส่วนในเรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าสําคัญมาก คือเรื่องของสิทธิเสรีภาพ สิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญก็ให้ความสําคัญมาก สื่อมวลชนก็ได้รับสิทธิเสรีภาพในส่วนต่าง ๆ อย่างเต็มที่ในหน้าที่ของสื่อมวลชนแล้วนะครับ แต่อย่างไรก็ตามสิทธิเสรีภาพมันต้องมา ควบคู่กับความรับผิดชอบใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบต่อการเสนอผลงานทาง สื่อต่าง ๆ สื่อมวลชนก็ต้องรับผิดชอบนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องคํานึง ไม่ใช่เฉพาะ สิทธิของสื่อมวลชนเท่านั้นเอง จะต้องเป็นสิทธิของประชาชนด้วย สิทธิของประชาชนที่จะ ได้รับข่าวสารข้อมูลอย่างหลากหลาย อย่างถูกต้อง และในเชิงของข้อมูลข่าวสารนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องคํานึงถึงส่วนนี้ด้วย อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ ๒
ส่วนเรื่องที่ ๓ เรื่องการกํากับดูแล ทุกส่วนมันต้องมีเรื่องของการกํากับดูแล ด้วยกันทั้งนั้น ที่เสนอนี้ก็เสนอเป็นหลายช่องทาง ๑. การกํากับดูแลกันเองโดยสื่อ ก็สะกิด กันเอง ถ้าเผื่อว่าทําไม่ถูกต้อง หรือโดยเจ้าของผู้ประกอบการต่าง ๆ ซึ่งตรงนั้นยังไม่พอ ผมคิดว่าต้องเพิ่ม โดยการกํากับดูแลขององค์กรวิชาชีพด้วย ซึ่งตรงนี้ก็อยู่ในกระบวนการ ที่เกี่ยวข้องกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นการกํากับดูแลจะต้องเป็นไปโดยถูกต้องและชอบธรรม
นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่เหนือขึ้นไปอีก จะต้องกํากับดูแลโดยองค์กรที่มีหน้าที่ ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น อย่างถ้าเป็นสื่อทางด้านของ กสทช. อันนี้ กสทช. ก็ต้องดู นอกจากนั้นถ้าเป็นสื่อทั่ว ๆ ไปอาจจะเป็นกรมประชาสัมพันธ์ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพราะว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ ต้องมีหน้าที่ในการกํากับดูแลให้เป็นระบบ โดยใช้มาตรฐาน วิชาชีพเป็นหลัก
ส่วนประการที่ ๔ ที่ทางด้านของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ป.ป.ช. เสนอ ก็เสนอ ซึ่งอาจจะมีแล้ว แต่ว่าถ้าไม่มีคิดว่าสิ่งเหล่านี้สําคัญก็คือการที่ต้องมีไอเดนทิไฟ (Identify) ตัวเอง คือต้องมีบัตรประจําตัวของสื่อมวลชนเวลาออกไปปฏิบัติงานต่าง ๆ ก็จะทําให้ผู้ที่จะให้ข่าวสารข้อมูลได้ทราบถึงตัวบุคคล แล้วก็ที่มาที่ไปขององค์กรที่เขาสังกัดอยู่ ว่าอย่างนั้นนะครับ นอกจากนั้นแล้วตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรนั่นเองที่จะได้รับทราบ ตัวบุคคล จํานวนคนต่าง ๆ ที่อยู่ในสังกัด แล้วก็มีการดูแลต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อันนั้นก็มีความสําคัญ
ส่วนประการที่ ๕ ผมคิดว่ามีความสําคัญมาก คือภาคประชาชนจะต้อง มีการช่วยกํากับดูแลด้วย ภาคประชาชนมีความสําคัญในการกํากับดูแลสื่อมวลชน แล้วก็อาจจะให้ข้อท้วงติงต่าง ๆ ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา หรืออาจจะถึงกระบวนการ ต่อสังคม ที่เรียกว่า การต่อต้าน หรือโซเชียลแซงก์ชัน (Social Sanction) บางกรณี ถ้ามีการละเมิดคุณธรรม จริยธรรม ตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมอย่างร้ายแรง อันนี้ก็ต้องทําในส่วนนั้น
ส่วนประการที่ ๖ นั้น ก็เป็นเรื่องของ อันนี้ก็คงซ้ํา เป็นเรื่องของการจัดทํา มาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ขึ้นเป็นหลักเกณฑ์ และเป็นแนวปฏิบัติซึ่งได้รับความเห็นชอบ จากสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้อง ผู้ร่วมวิชาชีพ เจ้าของสื่อมวลชนเองและสังคมที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น ก็อาจจะไปทําแคมเปญ (Campaign) สัมมนาอะไรก็แล้วแต่ จะต้องทําตัวนี้ออกมา
และประการที่ ๗ ก็คือให้ผู้ประกอบการสื่อมวลชนจะต้องมีสังกัด มีสังกัดสมาชิก องค์กรวิชาชีพสื่อ ที่มีมาตรฐานจริยธรรมต่อไป อันนั้นก็เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ที่เสนอให้กับทางด้านของคณะกรรมาธิการด้านการสื่อสารมวลชนนะครับ
ผมเรียนในประการสุดท้ายว่า สื่อยืนยันว่าสื่อมวลชนทุกประเภทมีความสําคัญ เป็นหน่วยหนึ่งที่มีความสําคัญต่อประเทศชาติ ประชาชน ตลอดทั้งในเรื่องของความมั่นคง ของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นสื่อมวลชนจะต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐาน จริยธรรมทางวิชาการอย่างที่เรียกว่า เป็นมืออาชีพ เพราะฉะนั้นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่า สําคัญแล้วก็ได้รับตอนที่ประชุมวิป (Whip) ก็มีคณะกรรมาธิการได้เสนอว่าเรื่องการฝึกอบรม ก็มีความจําเป็น หมายความว่าสื่อมวลชนทุกประเภท ก่อนที่จะปฏิบัติงานควรจะมี การฝึกอบรมที่เป็นมาตรฐานจากองค์กรวิชาชีพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อให้เป็น หลักประกันในการเพิ่มทักษะความรู้และแนวทางการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อ ประโยชน์ของการไปปฏิบัติงาน แล้วก็เพื่อประโยชน์ของสังคม ประเทศชาติต่าง ๆ นะครับ ประโยชน์ส่วนรวมดังที่ผมกล่าวมาแล้วครับ ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อเสนอที่คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้เสนอไปยังคณะกรรมาธิการด้านการสื่อสารมวลชนครับ ขอบพระคุณครับ