คณิต เสนอปฏิรูปสื่อ ชี้จัดตั้งกลไกกำกับร่วม-ออกบัตรผู้สื่อข่าว

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

คณิต สุวรรณเนตร รายงานผลการศึกษากรณีผู้ดำเนินรายการข่าวที่ถูกพิพากษาคดีทุจริตเงินโฆษณา 138 ล้านบาท พร้อมชี้แจงความคืบหน้าการปฏิรูปสื่อจากผลงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยเสนอร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชนเพื่อให้รัฐบาลพิจารณาอย่างเร่งด่วน ร่วมกับการผลักดันมาตรการส่งเสริมจริยธรรมสื่อผ่าน กสทช. การจัดทำคู่มือจริยธรรม การจัดตั้งกลไกกำกับดูแลร่วมระหว่างรัฐ กฎหมาย และประชาชน รวมถึงการสนับสนุนการออกบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวและมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและประสิทธิภาพในวงการสื่ออย่างยั่งยืน

พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓ มีนาคม ที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา ได้กรุณามอบหมายให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน แล้วก็คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้ไปศึกษาในกรณีที่มี ผู้ดําเนินรายการข่าวที่ได้รับความนิยมช่องหนึ่ง ซึ่งถูกศาลอาญามีคําพิพากษาเป็นเวลา ๑๓ ปี ๔ เดือน โดยไม่รอลงอาญา ในกรณีการทุจริตเงินค่าโฆษณาต่อบริษัทเป็นเงิน ๑๓๘ ล้านบาท ซึ่งทางกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็ได้มอบให้คณะของ กระผมและคณะของท่านปานเทพไปทําการศึกษาใช้เวลา ๑ เดือน ผมและท่าน สปท. ปานเทพ ก็ขอกราบเรียนต่อที่ประชุมดังนี้ครับ

สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. โดยกรรมาธิการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศ ได้ทําการศึกษาก่อนที่จะสิ้นสภาพไปนะครับ ดําเนินการศึกษาในวาระปฏิรูปที่ ๓๒ เรื่อง การกํากับดูแลสื่อ วาระที่ ๓๓ เรื่อง สิทธิเสรีภาพของสื่อบนความรับผิดชอบ และวาระ ที่ ๓๔ เรื่อง การป้องกันการแทรกแซงสื่อ โดยในทั้ง ๓ เปเปอร์ (Paper) นั้น ได้กําหนดเป็น คอนเซปชวลดีไซน์ (Conceptual Design) กําหนดเป็นสทราทิจีแพลน (Strategy Plan) มีแอ็กชันแพลน (Action Plan) ซึ่งกําหนดแผนงานเอาไว้ ๑ ถึง ๑๐ ปี นอกจากนั้นยังได้เสนอ แผนการปฏิรูปเร็ว หรือที่เรียกว่าควิกวิน (Quick win) ไว้ ใช้เวลา ๑ ปีครึ่งนะครับ นอกจากนั้น ยังมีร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ซึ่งมีเนื้อหาและสาระแบ่งออกเป็น ๑๐ หมวด มี ๗๕ มาตรา รวม ๒๐ หน้า ในการนี้ ท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ เทียนฉาย กีระนันทน์ ท่านประธาน สปช. ก็ได้นําร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ จากนั้นเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ปีเดียวกันก็ได้รับทราบ แล้วก็ได้มอบหมายให้กับสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี โดยกําหนดให้ กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลักในการนําไปพิจารณาในเรื่องดังกล่าวนี้ร่วมกับอีก ๗ หน่วยด้วยกันก็คือ ๑. กระทรวงไอซีที (ICT) ๒. กระทรวงยุติธรรม ๓. กระทรวงวัฒนธรรม ๔. กระทรวงศึกษาธิการ ๕. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖. สํานักงาน กสทช. และสุดท้าย คือ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ สปท. อยู่นี้นะครับ ซึ่งร่างพระราชบัญญัตินั้น จะมีอํานาจทางกฎหมาย จากการที่กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ก็ได้ทําข้อเสนอ และในมติ ครม. ก็ได้บอกว่าให้ทั้ง ๗-๘ หน่วยงานนั้น ตอบข้อมูลกลับไปยังกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งก็ได้ตอบกลับเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วก็ให้ ถือเป็นวาระที่เป็นเรื่องเร่งด่วนซึ่งต้องดําเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังนะครับ

ท่านประธานครับ ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ ๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ในมาตรา ๓๙ และมาตรา ๕ ได้กําหนดให้ กสทช. มีหน้าที่ในการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับ ใบอนุญาตผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนในการจัดทํามาตรฐานทางจริยธรรม จากนั้นสํานักงาน กสทช. ก็ได้ดําเนินการพิมพ์เอกสารคู่มือจริยธรรมและการกํากับดูแลกันเอง อยู่ในมือซ้ายของกระผมนี่นะครับ พิมพ์ ๓ ครั้ง ครั้งแรก ๑,๐๐๐ เล่ม ครั้งที่ ๒ อีก ๑,๐๐๐ เล่ม และครั้งสุดท้ายอีก ๕๐๐ เล่ม รวม ๓ ครั้ง ๒,๕๐๐ เล่ม เสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แล้วก็แจกจ่าย ไปยังผู้ประกอบการทั้งวิทยุและโทรทัศน์เรียบร้อยแล้วนะครับ

นอกจากนั้นสํานักงาน กสทช. ซึ่งมีหน้าที่ตามมาตรา ๓๙ และมาตรา ๕ ก็ได้จัดทําร่างประกาศ ร่างประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการส่งเสริมและการรวมกลุ่ม ของผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการ กระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. .... ร่างอันนี้เสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แบ่งออกเป็น ๖ หมวด รวม ๒๓ ข้อ รวม ๒๐ หน้า และร่างประกาศอันนี้แจกให้ท่านประธานและท่านสมาชิกด้วย นะครับ ร่างประกาศนี้ได้ผ่านการทําโฟกัสกรุ๊ป (Focus Group) คือเชิญผู้เกี่ยวข้องมาพบ และพูดคุยกัน ได้ผ่านการทําประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้วแต่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ประกาศอันนี้ เดินต่อไปไม่ได้เพราะว่าทั้งการทําโฟกัสกรุ๊ป (Focus Group) และการทําประชาพิจารณ์นั้น ได้รับการคัดค้านจากผู้ประกอบการ นักวิชาชีพและสื่อสารมวลชนทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ประกาศนี้จึงนิ่งอยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ อย่างไรก็ตามเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙ เป็นช่วงที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากถึงผู้ดําเนินรายการท่านนี้ ดังนั้นทางสํานักงาน กสทช. จึงได้เชิญผู้ประกอบการ นักจัดรายการ ผู้ประกาศทั้งวิทยุและโทรทัศน์ไปที่สํานักงาน กสทช. แล้วก็แจกร่างประกาศ ๑๐ หน้าที่ว่า พร้อมภาคผนวกนะครับ แล้วก็แจกเล่มสีม่วงนี้ ไปอีกครั้งหนึ่ง โดยได้กําหนดว่าหลังสงกรานต์เดือนนี้จะเชิญผู้ประกอบการที่เชิญมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มีนาคม กลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็จะพยายามผลักดันร่างประกาศนี้ออกไป ร่างประกาศ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกนั้นเป็นคําสั่งทางปกครอง ซึ่งจะต่างจาก พระราชบัญญัติฉบับแรกนะครับ อันนั้นมีฐานกฎหมายมีผลบังคับทางกฎหมายนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ท่านได้เชิญคณะกรรมาธิการของกระผมเข้าร่วมชี้แจงในคณะกรรมาธิการของท่านเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม โดยศึกษาถึงสาระสําคัญของผนวกในร่างประกาศ ในด้านหลังของร่างประกาศ ภาคผนวกหน้าสุดท้ายท่านจะเห็นมีทั้งหมด ๘ ข้อนะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการก็จะได้นํา ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบมาประกอบการพิจารณาโดยได้ข้อเสนอว่า ในข้อที่ ๙ น่าจะเพิ่มคําว่า ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนต้องไม่ประพฤติปฏิบัติการใด ๆ อันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสีย เกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ ซึ่งอันนี้ทางคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนก็ยินดีที่จะรับแล้วก็ จะส่งข้อเสนอนี้กลับไปยังสํานักงาน กสทช. นะครับ

สุดท้ายครับ ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพอื่น ๆ ในข้อ ๕.๑ อาชีพ อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับเป็นตัวอย่าง โดยสังเขปเท่านั้นเอง อาชีพวิศวกร ต้องใช้ดุลยพินิจ อาศัยความรู้ความสามารถทางวิชาการอย่างสูง หากผิดพลาดจะก่อให้เกิดความเสียหาย ร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน อันนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. ๒๕๐๕ และพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งกําหนดให้ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ และในกรณีที่ วิศวกรท่านใดได้ใบประกอบวิชาชีพแล้ว แต่มีมติโดยสภาวิศวกร ๒ ใน ๓ ให้ถอนใบประกอบ วิชาชีพของวิศวกรคนนั้น วิศวกรคนนั้นก็จะประกอบอีกไม่ได้นะครับ

ตัวอย่างต่อไปอาชีพแพทย์ก็คล้าย ๆ กับข้อแรกนะครับ จะต้องมีปริญญา ทางการแพทย์ แล้วก็ควบคุมโดยแพทยสภามีใบประกอบโรคศิลปะ และเท่าที่ทราบใบประกอบ โรคศิลปะของแพทย์นั้นมีอายุตลอดชีพนะครับ

ตัวอย่างอันดับที่ ๓ อาชีพพยาบาล ก็คล้าย ๆ กับนายแพทย์คือจะต้องมี ปริญญา แล้วก็มีการควบคุมโดยสภาการพยาบาล มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่ใบอนุญาตนี้ จะต้องต่ออายุทุก ๆ ๕ ปี

ลําดับที่ ๔ อาชีพทนายความ จะต้องมีความรู้ด้านนิติศาสตร์ และมีการควบคุม โดยสภาทนายความ มีใบอนุญาตที่เรียกว่า ตั๋วทนาย หรืออย่างไรนี้ครับ ถ้าผมจําไม่ผิด จึงจะ ประกอบอาชีพได้

ลําดับต่อไป อาชีพนักบิน นักบินจะต้องมีความรู้ภาควิชาการและภาคการบิน นักบินทหารที่ทําการบินด้วยเครื่องยนต์เดียวจะไม่สามารถไปทําการบินกับเครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งมีหลายเครื่องยนต์ เพราะฉะนั้นถ้านักบินทหารจะออกไปประกอบอาชีพเป็นนักบินของ สายการบินเขาจะต้องไปทําการบินกับเครื่องบินที่มีหลายเครื่องยนต์หรือที่เรียกว่ามัลติเอนจิน (Multi Engine) และก็จะต้องผ่านการตรวจสุขภาพโดยสถาบันเวชศาสตร์การบินของ กองทัพอากาศ แล้วก็จะต้องรักษามาตรฐานการบินตามกฎการบินนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

อันนี้สุดท้ายครับท่านประธานและท่านสมาชิก อาชีพสื่อสารมวลชนเป็นอาชีพ ที่เปิดกว้างให้กับผู้ที่สนใจและรักในอาชีพนี้ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วจะมีพื้นฐานนิเทศศาสตร์ หรืออักษรศาสตร์ แต่สภาวะปัจจุบันในตลาดธุรกิจนี้พบว่า ผู้สื่อข่าว ผู้ทําข่าว บรรณาธิการ และผู้ประกอบการต่าง ๆ จะมีความหลากหลายในพื้นฐานการศึกษาที่สามารถที่จะเข้ามาสู่ ธุรกิจนี้ได้อย่างอิสระ และไม่มีสภาวิชาชีพกํากับหรือควบคุม หรือออกใบประกอบวิชาชีพ แต่อย่างใด

ข้อเสนอแนะนะครับ คณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชนได้ศึกษาร่วมกับ คณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบนะครับ ปัญหาในเรื่องจริยธรรม เป็นเรื่องใหญ่ของสังคมไทย ดังนั้นทุกภาคส่วนควรที่จะให้ความสําคัญ มีส่วนร่วมในการ ดําเนินการออกแบบกลไกที่มีความจําเป็น ต้องตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานหลาย ๆ แบบ ที่มีความถ่วงดุลกันเองทั้งเสรีภาพ กรอบกฎหมาย และภาคประชาสังคม การดําเนินการ ผลักดันร่างพระราชบัญญัติที่กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลักในการดําเนินการ อยู่ในขณะนี้นะครับ และการดําเนินการผลักดันร่างประกาศของ กสทช. เรื่องมาตรการ การส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ผลิตรายการและผู้ประกอบวิชาชีพ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาและแก้ไขปัญหาตามญัตติที่เกิดขึ้นนี้

กระผมขอกราบเรียนถึงข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบได้เสนอมา ทั้งหมด ๗ ข้อของคณะท่านปานเทพนะครับ

ข้อ ๑ สื่อมวลชนต้องมีจริยธรรมในวิชาชีพ และจะต้องไม่ประพฤติปฏิบัติ การใด ๆ อันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

ข้อ ๒ เสรีภาพ สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนจะต้องควบคู่ไปกับความ รับผิดชอบ และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเพื่อคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ที่หลากหลายของประชาชน และ

ข้อ ๓ ต้องมีการสร้างกลไกและกระบวนการในการกํากับดูแลกันเองของสื่อ โดยเจ้าของ การกํากับดูแลโดยองค์กรวิชาชีพและการกํากับดูแลโดยองค์กรที่มีอํานาจ ตามกฎหมาย ทุกองค์กรมีหน้าที่สร้างกลไกกํากับดูแลกันเอง โดยจะต้องสร้างกระบวนการ เพื่อควบคุมคุณธรรมขึ้นภายในองค์กรสื่อเอง ทั้งนี้ให้ใช้มาตรฐานวิชาชีพเป็นหลัก

ข้อ ๔ องค์กรสื่อและองค์กรวิชาชีพสื่อควรออกบัตรประจําตัวสื่อมวลชน โดยจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบตัวบุคคลและ จํานวนคนที่จะเข้ามาอยู่ภายใต้การกํากับดูแล และเพื่อทําให้การกํากับดูแลมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

ข้อ ๕ ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกํากับดูแลสื่อมวลชน

ข้อ ๖ ต้องมีการจัดทํามาตรฐานจริยธรรมขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักฐานและแนวปฏิบัติ ของสื่อที่เหมาะสมสอดคล้อง เป็นที่ยอมรับร่วมกันของผู้ประกอบวิชาชีพและเจ้าของสื่อ

และสุดท้าย กําหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสังกัดเป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพสื่อ ที่มีมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพนะครับ

คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน และคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ ขอกราบเรียนถึงผลการศึกษาต่อท่านประธานและท่านสมาชิก เพื่อกรุณาทราบครับ กราบขอบพระคุณครับ