พลตํารวจตรี แจงปฏิรูปตำรวจ 9 ด้าน สอดคล้องกรรมาธิการ เห็นด้วยร่วมมือไซเบอร์

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ชี้แจงว่าการปฏิรูปตำรวจทั้ง 9 ด้านสอดคล้องกับกรรมาธิการปฏิรูปตำรวจ และย้ำว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่จำกัดเฉพาะข้าราชการไอซีที แต่รวมถึงทหารหรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับแต่งตั้ง พร้อมเน้นย้ำความร่วมมือของหน่วยงานความมั่นคงในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยการบูรณาการเครื่องมือสกัดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายให้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านไซเบอร์ผ่านการฝึกอบรมและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรับมือภัยคุกคามต่อสถาบันและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ขอเรียนว่าวาระการปฏิรูปวาระนี้มิได้ไปชนกับวาระการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูป ตํารวจนะครับ การปฏิรูปตํารวจทั้ง ๙ ด้าน เป็นการปฏิรูประบบการปฏิบัติงาน การแต่งตั้ง การบริหารงานบุคคล การบริหารงานงบประมาณของตํารวจ ขั้นปฏิรูปตํารวจ ปอท. ก็ต้อง เป็นหน่วยที่ถูกท่านปฏิรูปตามกรอบของการปฏิรูปตํารวจนี่เป็นการปฏิรูปให้มีหน่วยงาน ให้มีเจ้าหน้าที่ที่สามารถปฏิบัติงานได้ และคงเป็นความเข้าใจผิดของผู้อภิปรายนะครับ ท่านประธาน คําว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ผมกล่าวถึงในวันที่นําเรื่องพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ แก้ไขเพิ่มเติมนําสู่สภา คําว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ ในที่นี้มิใช่เจ้าหน้าที่กระทรวงไอซีที (ICT) พนักงานเจ้าหน้าที่คือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที (ICT) ซึ่งจะเป็น เจ้าหน้าที่หน่วยงานใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสํานักข่าวกรอง ไม่ว่าจะเป็นทหาร ถ้าได้รับ การแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้นั้นก็จะมีอํานาจตามพระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์ ผมคงตอบสั้น ๆ แค่นี้นะครับ

ส่วนท่านกษิตนะครับ ผมก็คงให้ท่านสบายใจได้ในการบูรณาการระหว่าง หน่วยงานความมั่นคงในเรื่องสถาบันหลักของประเทศ ขณะนี้หน่วยงานต่าง ๆ ที่ท่านได้พูดถึง ก็ได้มีการบูรณาการและทํากันมาอย่างต่อเนื่อง แต่เหตุที่ทําไมมันยังปรากฏอยู่ ก็เพราะ ความเปลี่ยนแปลงการพัฒนาทางเทคโนโลยีนะครับ ท่านจะเห็นว่าปัจจุบันเว็บไซต์ (Web site) ทุกเว็บไซต์ (Web site) ไม่ว่าจะเป็นการพนันออนไลน์ (Online) หรือภาพลามกเข้ารหัสทั้งสิ้น ท่านไปดูในช่องที่ท่านพิมพ์ สมัยก่อนขึ้นว่าเอชทีทีพี (http) ปัจจุบันมันมีเอชทีพีพีเอส (htpps) เอช (h) คืออะไรครับ คือการเข้ารหัสจากต้นทาง ฉะนั้นบ้านเราปลายทาง ในการจะไปบล็อก (Block) ขณะนี้เครื่องมือที่เรามีอยู่มองเห็นเพียงแต่ยูอาร์แอล(URL) หลัก ผมยกตัวอย่าง เอชทีพีพีเอส (htpps) เฟซบุ๊กดอตคอม (Facebook.com) ถ้าเป็นเพจ (Page) ต่อไปก็มี สแลช (Slash) ต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะเปรียบเฟซบุ๊กดอตคอม (Facebook.com) เปรียบเสมือน หนังสือ ๑ เล่ม ชื่อหนังสือ แต่มันผิด ผิดก็คือแต่ละหน้ากระดาษในนั้นที่มันสแลช (Slash) ไป การเข้ารหัส ขณะนี้เครื่องมือที่เรามีอยู่มองเห็นชื่อหนังสือไม่ได้มองเห็นหน้าแต่ละแผ่นว่า มันมีชื่อว่าอย่างไร ฉะนั้นในการที่จะปิดกั้น นี่คือปัญหาของชาติเราและเป็นปัญหาของโลก เหมือนกัน ผมถึงเรียนท่านประธานที่ประชุมว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้คือ ความร่วมมือของผู้ให้บริการ ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นลําดับ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการเรายัง ศึกษาถึงมาตรการเชิงบังคับทางด้านการค้าให้เขาร่วมมือกับเรามากยิ่งขึ้นบนพื้นฐาน ของสากลคือคําสั่งศาล ซึ่งเชื่อว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้ศึกษาก็จะเป็นรูปแบบ เป็นตุ๊กตา เราปั้น ตุ๊กตาให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงไปขับเคลื่อนต่อ ไม่ว่าจะเป็นไลน์ (Line) เป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) หรืออะไรก็ตาม เราปั้นตุ๊กตามาแล้วท่านเอาไปทําต่อในรายอื่น ๆ รวมทั้งกําหนดแนวทางในการประสานงาน ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดําเนินการต่อ ซึ่งตรงนี้ขออนุญาตเอ่ยนามท่านกษิต ท่านก็คง สบายใจได้ว่าสิ่งที่ท่านเป็นห่วง ก็มิได้ถูกละเลยจากหน่วยงานความมั่นคง ผมเป็นคนหนึ่งที่ ยืนอยู่ตรงนี้มาตลอดนะครับ เรามีการพัฒนาครับ สิ่งที่คงไม่ปรากฏต่อสังคมเรามีการพัฒนา การสืบสวน สอบสวน ด้วยการบูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ประเทศเราถึงอยู่รอดมาถึงวันนี้ แล้วก็จะทํางานต่อไปเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชน สิ่งที่กรรมาธิการเรานําเสนอสภาในวันนี้ ก็คือส่วนหนึ่งที่จะมีบุคลากรในการที่จะมาขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาของชาติ การฝึกอบรม ผมกราบเรียนไปแล้วว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีบุคลากรประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ คน มีคนที่มีความรู้ความสามารถด้านไอที (IT) บวกการสืบสวนสอบสวน ผมเรียนที่ประชุมว่า กราบเรียนท่านประธานว่าคนจะทํางานตรงนี้ต่อให้เป็นจบดอกเตอร์ด้านคอมพิวเตอร์มา ก็ทําไม่ได้ ถ้ามิได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ บวกกับการสืบสวนสอบสวน คดีอาญา การฝึกอบรม เราไม่น้อยหน้าใคร บุคลากาใน ปอท. ส่วนหนึ่งมีการประสานงานกับต่างประเทศ ในอดีต ผมเคยดํารงตําแหน่งรองประธานอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในเอเชีย และเซาต์แปซิฟิก ของสํานักงานตํารวจสากล เป็นที่ยอมรับนะครับ บุคลากรที่เรามีการประสานงานกับตํารวจ นานาชาติ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ถ้าเสริมตรงนี้หน่วยงานในกํากับของ บก.ปอท. ก็จะมีกลุ่มงาน กลุ่มหนึ่งเรียกกลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ยุทธศาสตร์วิจัยและพัฒนา นี่คือกลุ่มงานที่จะศึกษา รูปแบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ และให้ความรู้กับกําลังพล ให้ความรู้กับตํารวจ ให้ความรู้กับหน่วยราชการข้างเคียงที่ทํางานประสานกัน ขอเรียนว่าคนต่อให้ ๔๐๐ คน ถ้าปราศจากแนวร่วมภาคประชาชน หน่วยราชการไปไม่รอดหรอกครับ มันต้องทําไป ทั้งองคาพยพ รวมทั้งสังคมที่จะต้องช่วยกัน อย่างที่ผมได้กราบเรียนว่าประชารัฐ ประชาบวกรัฐครับ ประเทศถึงจะไปรอด ขอบพระคุณครับท่านประธาน