ประสิทธิ์ สนับสนุนปรับโครงสร้างกำกับสื่อออนไลน์ เน้นประสิทธิภาพ-คุ้มครองข้อมูล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ หารือการปรับโครงสร้างหน่วยงานกำกับดูแลสื่อออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเสนอให้โอนอำนาจไปยังตำรวจเพื่อเพิ่มความเข้มงวด พร้อมเน้นการพัฒนาบุคลากร การใช้เทคโนโลยีทันสมัย และการสร้างมาตรการป้องกันเชิงรุกร่วมกับประชาชน รวมถึงเรียกร้องให้มีการประเมินผล การติดตามคดีจนถึงขั้นตอนสุดท้าย และการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างปลอดภัยเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายได้ผลจริง

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สมาชิกหมายเลข ๐๙๒ ครับ กระผมเองก็คิดว่าเวลานี้ต้องถือว่า เหมาะสมแล้วที่จะต้องมีการปฏิรูปหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องของระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ หรือว่าสื่อออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ซึ่งสร้างปัญหาขึ้นมามากมาย ในปัจจุบัน แล้วก็เป็นคดีที่ฟ้องร้องกันยังหาข้อยุติที่ไม่ได้ก็เป็นจํานวนมาก ฉะนั้นถ้าหากว่า มีหน่วยงานใดที่คิดว่ามีประสิทธิภาพในการที่จะดําเนินการหรือการบังคับใช้กฎหมายนั้น ก็เห็นด้วยในการที่จะดําเนินการ จริงอยู่เดิมนั้นอาจจะมีกระจัดกระจายทั่วไป โดยเฉพาะ ทางของกระทรวงไอซีที (ICT) ซึ่งประสิทธิภาพในการที่จะดําเนินการนั้นก็พอมี แต่ว่า ความเกรงขามของผู้ที่กระทําความผิดหรือผู้ที่อยู่ในข่ายที่กระทําความผิดนั้นยังไม่มี ความเกรงกลัว ถ้าหากว่ามาอยู่กับหน่วยงานที่เป็นตํารวจ ตรงนี้ประสิทธิภาพ ผมเชื่อมั่นว่า ประสิทธิภาพในการทํางานนั้นจะบรรลุผลแล้วก็บรรลุเป้าหมายนะครับ ฉะนั้นการที่ทางคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้มีดําริในการที่จะปรับโครงสร้างของหน่วยงาน ที่จะรับผิดชอบในการที่จะบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ (Online) นั้น จึงถือว่า เป็นจังหวะที่สมควรอย่างยิ่ง เพราะอะไร เพราะปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลเองก็มีนโยบายในการที่ ขยายระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศ สามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันได้ง่าย แต่ในทางกลับกันก็เป็นปัญหาที่ทําให้สังคมนั้น ยังจะต้องดําเนินการแก้ปัญหาต่อไปเรื่อย ๆ เพราะว่าในการดําเนินการต่าง ๆ นั้นผู้ที่ใช้ บริการอาจจะยังไม่เข้าใจ หรืออาจจะเข้าใจ แต่เข้าใจแล้วอาศัยช่องว่างของกฎหมาย มาดําเนินการ จะเห็นได้ว่าระบบซึ่งมีท่านสักครู่ที่ได้กล่าวนะครับว่า ตรงนี้อาจจะสร้างปัญหา เพราะมีการตัดต่อภาพต่าง ๆ หรือว่ามีการลงข้อความในลักษณะที่ขาดความรับผิดชอบ ทําให้เกิดปัญหาติดตามขึ้นมา แล้วก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ จะดําเนินการอย่างไร ก็แล้วแต่สามารถดําเนินการให้มีประสิทธิภาพก็แล้วกัน แล้วก็ระบบข้อความหรือว่า เน็ตออนไลน์ (Net Online) ที่มาจากในประเทศนั้นยังพอติดตามได้ แต่จากต่างประเทศ มีวิธีการที่จะติดตามอย่างไร กระผมก็ขออนุญาตถามทางกรรมาธิการด้วยเช่นเดียวกันว่า ตรงนี้จะดําเนินการอย่างไร แล้วปัจจุบันนี้ได้ดําเนินการไปแล้วมากน้อยสักแค่ไหน แล้วดําเนินการไปแล้วผลสุดท้ายเป็นอย่างไร ได้มีการติดตามประเมินผลหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ ในข้อซึ่งผมจะขอเพิ่มในเรื่องของข้อที่ ๔ ที่จะเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องการดําเนินการต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย เพราะว่าข้อความที่ลงนะครับ ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าข้อความ ที่ลงนั้นหมิ่นเหม่มากในการที่จะสร้างให้ความไม่เข้าใจในสังคมนั้นมีมาอย่างมาก โดยเฉพาะ ข้อความที่จาบจ้วงต่าง ๆ รวมทั้งข้อความที่ทําให้เกิดความแตกร้าวในสังคมของคนไทย ที่ยังไม่เข้าใจแล้วก็ถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ตรงนี้ถ้าหากว่ามีหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยตรงผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าตรงนี้จะทําให้มีประสิทธิภาพในการทํางาน ปัญหาก็คือ ถ้าจะแยกกองจากกระทรวงเดิมที่จะแยกจาก ๔ เป็น ๖ ที่ว่านี้อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ท่านได้กล่าวบอกว่า แยกกองแล้วจะทําให้เกิดประสิทธิภาพ คือหน่วยงานเพิ่มขึ้นแต่บุคลากร ท่านเตรียมไว้แล้วหรือยังในการที่จะมารองรับ ที่จะเข้าไปทํางานได้เลย เพราะว่าท่านใช้ ระยะเวลา ระยะเวลาอาจจะต้องมีการปรับแม้แต่ช่วงสุดท้ายที่จะไปถึงปี ๒๕๖๐ ตามแผน ตรงนั้นอาจจะต้องปรับไหมครับ เพราะว่าอายุการทํางานตรงนี้ก็ทราบจากรัฐธรรมนูญ ตัวร่างที่ผ่านไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ได้มีการพิจารณานะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้อง มีการปรับเคลื่อนหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีการปรับ ใครจะเป็นผู้ติดตามประเมินผลว่าสําเร็จ มากน้อยเพียงใด เพราะฉะนั้นบุคลากรที่จะมารองรับละครับจึงมีความสําคัญในการที่จะ เข้าใจ แล้วก็เข้าถึงแล้วก็สามารถตามเรื่องได้โดยฉับพลัน ไม่ต้องรอในการที่จะไปปิดเว็บ (Web) ก็ดี หรือไปติดตามผู้กระทําความผิดก็ดี ตรงนี้จะมีการเพิ่มเบาะแสได้หรือไม่ในการ ที่จะให้สามารถทราบจากผู้ที่ทราบแหล่ง และสามารถแจ้งเป็นเบาะแสมายังจุดใดจุดหนึ่ง หรือที่จะเป็นจุดรับแจ้งเพื่อที่จะได้ทราบว่าการกระทําความผิดเหล่านั้นเกิดขึ้นอยู่ที่ใด แล้วมีใครบ้างที่ร่วมกระทําความผิดหรือรับรู้ในการกระทําความผิดหรือสนับสนุน อันนี้ก็คิดว่า ถ้าสามารถดําเนินการได้ ตรงนั้นจะทําให้การทํางานนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก็ขอฝาก ทางคณะกรรมาธิการนะครับว่า ตรงนี้กระผมเองสนับสนุนว่าจะให้ทางของกองบังคับการ ปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า บก.ปอท. นี้ นะครับว่าตรงนี้มีความพร้อมในระดับหนึ่ง แต่จริง ๆ นี้ ต้องถือว่าระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะปัจจุบันนี้คดีลักษณะนี้หรือเรื่องที่เกิดลักษณะนี้ก็มีอยู่มากมายแล้วก็ยังไม่ได้มีการ ดําเนินการให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาจนเป็นที่กังวลของสังคมว่าเป็นจุดหนึ่งหรือไม่ในการที่จะ สร้างความแตกร้าวในสังคม แล้วก็เปิดโอกาสให้ผู้ที่ใช้สื่อออนไลน์ (Online) เหล่านี้ใช้เป็นช่องว่างในการที่จะประชาสัมพันธ์ หรือจูงใจ หรือว่ามีเหตุที่จะโน้มน้าวให้ผู้คนในสังคมนั้นคล้อยตามไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ซึ่งอาจจะมีข้อมูลที่จริงอยู่บ้าง จริงอยู่เพียงบางส่วน อาจจะจริงอยู่ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็นําเรื่องข้อเท็จจริงผสมผสานกันเข้าไปก็ทําให้โอกาสผู้ที่ได้รับข่าวกรองนั้นไม่ได้ มีการกลั่นกรองก็จะเห็นคล้อยตามจึงเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ถ้าหากว่าดําเนินการได้ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าสังคมไทยก็จะมีความสงบสุขยิ่งขึ้น ก็ขอฝากในเรื่องของการปรับแก้ เรื่องของวิธีการปฏิรูป วิธีการปฏิรูปที่ท่านเขียนมาทั้งหมดมี ๓ ข้อนะครับ

ข้อที่ ๑ ก็คือเรื่องปรับโครงสร้างภายในหน่วยงาน อํานาจและหน้าที่ ไม่ทราบว่า ท่านจะใช้หน้าที่เหมือนกับรัฐธรรมนูญกันไหม มีหน้าที่ก่อนแล้วค่อยไปเป็นอํานาจ เพราะฉะนั้นถ้าจะรู้แต่หน้าที่ รู้แต่มีอํานาจ แต่ว่าหน้าที่นั้นไม่รู้ก็คงอาจจะเป็นปัญหา ฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับร่างใหม่นี้จะเห็นได้ว่าทุกจุดจะใช้คําว่า หน้าที่ ก่อน มีหน้าที่ แล้วค่อยไปว่าถึงอํานาจนะครับ ก็ถ้าปรับได้ก็ฝากด้วยนะครับ ตรงนี้จะบอกว่า มีอํานาจ และหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานและแนวทางพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถ และการปฏิบัติหน้าที่ ตรงนี้เห็นด้วยนะครับ ข้อ ๑ นะครับ

ข้อ ๒ บอกว่า ปรับแนวทางการดําเนินงาน การสืบสวนสอบสวน การใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ และทันต่อเทคโนโลยีที่มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จริงอยู่เทคโนโลยีทุกวันนี้เปลี่ยนเร็วจริง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าท่านได้ บุคลากรที่ยังมีความพร้อมหรือว่าความทันสมัยไม่เพียงพอ ผมเชื่อว่าอาชญากรรมนี้พนักงาน สอบสวนเดินหน้าผู้ใช้กฎหมายจะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าเขาจะหาวิธีในการที่จะมาแก้ปัญหา หรือว่าหาช่องว่างของกฎหมายที่จะดําเนินการ ตรงนี้ก็ฝากต่อไปนะครับ

ลําดับที่ ๓ ครับ เรื่องสร้างมาตรการป้องกันเชิงรุก ประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ตามแนวทางประชารัฐ ตรงนี้จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เพราะถ้าหากว่าดําเนินการได้ ท่านจะสามารถได้มีโอกาสได้รับทราบข้อมูลจากทุกทิศทุกทาง ปัญหาก็คืออย่างที่สักครู่นี้ท่านสุรินทร์ ก็ขออนุญาตเอ่ยนามท่านคงไม่เสียหาย ท่านก็กังวล ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าในการที่จะให้ข้อมูลต่าง ๆ ท่านได้ให้ความปลอดภัย ให้การคุ้มครอง กับพวกที่มาเป็นพยานหรือผู้ที่จะมาให้ข้อมูลที่จะดูแลเขาอย่างไรให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สินของตัวเขาเอง หรือคนรอบข้าง หรือญาติพี่น้องของเขา อันนั้นคือจะสร้าง ความมั่นใจให้กับทางผู้ที่ให้ข้อมูลว่าอย่างน้อยเขาก็ได้รับการดูแลจากทางรัฐ อันนั้นก็ฝากไว้ด้วย

สิ่งหนึ่งที่ข้อสุดท้ายที่กระผมคิดว่าจะฝากก็คือ ท่านได้มีดําริหรือไม่ในการ ที่จะติดตามระบบการทํางานของท่านจนถึงที่สุดว่าเมื่อสุดท้ายแล้วการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ในการที่จะดําเนินการเบื้องต้นผลเป็นอย่างไร ศาลตัดสินเป็นอย่างไร หรือว่าได้มีการฟ้องร้อง ต่อศาลหรือไม่ แล้วถ้าไม่ฟ้องร้อง ด้วยเหตุผลอะไร จะได้นําข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประกอบ ในการที่จะแก้ปัญหาครั้งต่อไปว่ามีปัญหาใดบ้างที่ยังจะต้องปรับ เพื่อให้ผู้กระทําความผิดนั้น ได้รับโทษอย่างแท้จริง ก็ขอขอบคุณครับท่านประธาน