สุรินทร์ ชี้ปฏิรูปหน่วยงานกำกับสื่อออนไลน์ ต้องเคร่งครัดและร่วมมือทุกภาคส่วน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ แสดงความเห็นเพิ่มเติมต่อผลการศึกษาการปฏิรูปหน่วยงานกำกับดูแลสื่อออนไลน์ โดยเน้นความจำเป็นของกฎหมายที่เคร่งครัด โครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน บุคลากรคุณภาพ ระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ และเครื่องมือทันสมัย พร้อมเรียกร้องให้มีการสร้างความรู้ให้ประชาชนและประสานงานทั้งในและต่างประเทศเพื่อป้องกันการกระทำผิดในสื่อออนไลน์อย่างเข้มงวด ชื่นชมการเน้นมาตรการป้องกันเชิงรุกผ่านความร่วมมือภาครัฐและประชาชนภายใต้แนวคิดประชารัฐ และเรียกร้องให้เร่งรัดการดำเนินการเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธาน สปท. และเพื่อนสมาชิก สปท. ที่เคารพทุกท่าน กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หมายเลข ๑๗๓ ผมขออนุญาตให้ความเห็น เพิ่มเติมนะครับ เรื่องของผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิรูปหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ ในการกํากับดูแลสื่อออนไลน์ (Online) ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอ่านทั้งหมดนี้มา ๓-๔ วันแล้ว ผมก็ชื่นชม ที่เขียนได้ละเอียดลออดี รอบคอบ กระผมอยากจะกราบเรียนว่าการจะทําให้เรื่องนี้ให้ประสบ ความสําเร็จก็มี ๑. เรื่องของกฎหมายนะครับ กฎหมายเมื่อมีแล้วจะต้องใช้กฎหมายให้เคร่งครัด และผมเน้นนะครับ ขีดเส้นใหญ่ และเป็นธรรมกับทุกคน ๒. โครงสร้างก็คือส่วนราชการ ที่จะดูแล อย่างที่ท่านกรรมาธิการว่าไปแล้วสักครู่ ๓. เจ้าหน้าที่หรือคน เจ้าหน้าที่หรือคนนี้ ต้องมีคุณภาพ จิตใจต้องเป็นธรรมด้วย แล้วก็ต้องเฝ้าระวัง ๒๔ ชั่วโมง เรื่องที่ ๔ คือระบบ ถึงจะมีคนมีกฎหมาย มีโครงสร้างดีอย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ทําระบบให้มันมีประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง คงลําบาก ถามว่าผมพูดเองนี้ทําไม เพราะว่าผมได้ตรวจสอบแล้ว จาก กสทช. นะครับ เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ กสทช. จัดสรรหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ๑๗๐ ล้านเลขหมาย แต่ใช้จริง ๆ ที่เขาเรียกว่าแอ็กทิฟ (Active) ตามภาษาของประเภทนี้คือ ๑๐๒ ล้านเลขหมาย แต่ท่านประธานกรรมาธิการบอกว่า ๙๐ ล้านเลขหมาย ก็ไม่มีปัญหา แต่สรุปว่าประชากรขณะนี้ที่ผมกําลังกราบเรียนท่านมี ๖๕,๒๗๑,๓๓๒ คน อันนี้ผมดูเป็น วินาทีเลย ที่โทรศัพท์ผมมันขึ้นเป็นวินาทีเลยนะครับ กว่าผมจะพูดจบประชากรเกิดอีกหลายคน ถ้าดูประชากรที่อายุ ๑๓ ปีขึ้นไป คิดว่ามีสติสัมปชัญญะที่จะใช้โทรศัพท์ได้ ๕๕.๒ ล้านคน ต่ํากว่านี้ก็อาจจะมีที่ใช้กันเยอะแยะไปหมด แต่เอาว่า ๑๓ ปีขึ้นไปมี ๕๕ ล้านคน ถามว่า จะต้องมีเจ้าหน้าที่สักกี่มากน้อยที่จะไปดูแลโทรศัพท์มือถือว่าใครโทร ใครไลน์ (Line) ใครอะไรนี้นะครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ นึกถึงสิครับว่ามันยุ่งยากมากเลย ผมจึงเห็นใจ แล้วก็ประทับใจที่ท่านกรรมาธิการอุตส่าห์ไปจัดทําอันนี้มา เรื่องที่ ๕ ที่ผมกราบเรียนท่าน ก็คือเครื่องมือ ท่านจะมีกฎหมายดี ใช้กฎหมายเคร่งครัด เป็นธรรมกับทุกคน มีโครงสร้างดี กระชับ มีเจ้าหน้าที่มากพอที่จะเฝ้าระวัง ๒๔ ชั่วโมง มีระบบดี ถามว่าถ้าไม่มีเครื่องมือผมว่า ท่านไปไม่เป็น ในนี้ผมยังไม่ค่อยเห็นท่านเขียนเรื่องเครื่องมือสักเท่าไร ระบบผมคิดว่าถ้าคนดี ทําระบบ โดยเฉพาะกรรมาธิการชุดนี้จะแนะนําการทําระบบได้ โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการ ท่านเป็นตํารวจ รวมทั้งกระทรวงไอซีที (ICT) ก็มั่นใจว่าจะไปได้ แต่นี่พอมาดูในเนื้อหา เนื้อหาของท่านที่ท่านว่านี่นะครับ ผมกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าท่านจะต้องดูแล ในเรื่องเหล่านี้ ๔ ด้าน คือด้านที่ ๑ ด้านกฎหมายใช้บังคับ มีแล้วเมื่อกี้นี้ กํากับดูแลหน่วยงาน ที่มีอํานาจ คือมีตํารวจอย่างเดียวไม่ได้ มันจะต้องประสานกับกระทรวงไอซีที (ICT) กสทช. ร้อยแปดจิถาปะ และโดยเฉพาะท่านจะมีคนสักเท่าไรที่จะไปเฝ้าระวัง สิ่งที่ผมอยากกราบเรียน ก็คือว่าต้องอาศัยประชาชนคนเดินดินทั่วไปที่ใช้โทรศัพท์มือถือ ให้ความรู้เขาว่าสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้ทําไม่ได้นะเธอ ทําแล้วท่านมีโอกาสที่จะไม่ได้อยู่ที่บ้าน ท่านจะต้องไปอยู่ในคุก โดยเฉพาะการเฝ้าระวังการกระทําอันมิชอบ เช่น จาบจ้วงสถาบัน สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เรารักเคารพ อันนี้ต้องเฝ้าระวังเลยอย่างเข้มงวด หรือโจมตีระบบต่าง ๆ ไม่ว่าระบบการเมือง การปกครองหรือระบบเศรษฐกิจอะไร ในประเทศไทยที่จะทําให้เกิดความเสียหาย อันนี้ ก็เป็นเรื่องสําคัญ และสําคัญมากที่สุดก็คือไปล่วงล้ํากล้ํากลายประชาชนทั่วไปให้เขาได้รับ ความเสียหาย อันนั้นก็ยิ่งแย่ เขาเรียกอะไร ไปกดไลน์ (Line) ในสิ่งที่ไม่เป็นจริงแล้วทําให้ เขาเสียหาย เรื่องที่ ๓ ที่ท่านจะทําก็คือว่าผมชอบมากเลยนะ ท่านใช้ศัพท์ว่า กิจกรรมเชิงบวก ในเชิงสร้างสรรค์ ทําให้ผมสบายใจว่าเมื่อหน่วยงานท่านมีแล้ว ขยายหน่วยงานอย่างที่ ท่านพิสิษฐ์ว่าแล้ว ขอประทานโทษที่กล่าวชื่อท่านนะครับ ท่านจะไม่ไปกระทําในทางมิชอบ เพราะท่านบอกแล้วว่าจะทํากิจกรรมเชิงบวกในเชิงสร้างสรรค์ และสุดท้ายอย่างที่ผมบอก แล้วว่าท่านทําคนเดียวไม่ได้ ท่านก็บอกว่าท่านจะเปิดช่องทางการประสานงานกับหน่วยต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ สําคัญมากที่สุดคือว่าระบบคอมพิวเตอร์นี้นะครับ ระบบสื่อออนไลน์ (Online) เขาอยู่ขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้เขาก็ไลน์ (Line) มาได้ภายในพริบตาปุ๊บถึงเลย แล้วจะเอากี่เครื่องก็ได้ ร้อยแปดพันประการ ทําได้เร็ว เร็วมาก ๆ แล้วเสียหายอย่างรุนแรง เผลอ ๆ ผมคิดว่ายิ่งกว่าเพลิงไหม้บ้านอีก หรือไฟไหม้ท้องทุ่งอีก มันเร็วและรุนแรงมาก ทําให้คนเสียหาย โดยเฉพาะการกระทําที่ล้วงล้ํากล้ํากลายเอาภาพที่ไม่บังควรจะปรากฏ ในที่สาธารณะไปเข้าสู่ระบบออนไลน์ (Online) แล้วก็ไปทั่ว ถามว่าในกรณีที่เราออนไลน์ (Online) ไปนะครับ ท่านคงดูละครกลางคืนนะครับ เด็กคนหนึ่ง เสียไปเลย กว่าจะกู้กลับมาได้นะครับโอ้โฮแทบตาย ด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการถ่ายรูป ตัวเอง โป๊ แล้วก็ไลน์ (Line) ออกไป และเรื่องจริงก็มีจริง ๆ ที่เคยมีดาราท่านหนึ่งผมไม่เอ่ยชื่อ ก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นต้องให้ความรู้ ไม่ใช่ให้ความรู้เฉพาะในที่ประชุมแห่งนี้ครับท่านประธาน โรงเรียนทุกโรงเรียน ทุกระดับ อย่าไปคิดว่ามหาวิทยาลัยจะมีสติสัมปชัญญะดีกว่าเด็กประถม มัธยมนะครับ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ก็ต้องอาศัยมือไม้ของกระทรวงศึกษาธิการให้ความรู้ ว่าอะไรทําได้ อะไรทําไม่ได้ ถ้าไม่มั่นใจใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ท่านอย่าไลน์ (Line) ตอบไป หรือมีเพื่อนไลน์ (Line) มานี้ก็ต้องรีบโทรกลับไปบอกว่า อย่างนี้หมิ่นเหม่นะเธอ ฉันรักเธอ ฉันถึงต้องเตือนนะครับ ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธานมานี้ผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ ต้องรีบสร้างรั้วก่อนที่โจรจะเข้าบ้าน ดีกว่าปล่อยให้มันเป็นปัญหาแล้วหรือให้โจรเข้าบ้าน แล้วก็บอกว่า แหม ว่าจะทํารั้วแล้วเชียว หรือไม่ใส่กุญแจให้เรียบร้อยพอมีปัญหาขึ้นมา ก็บอกว่ารู้อย่างนี้ไปซื้อกุญแจยี่ห้อเยลมาก็ดีหรอก หลายคนอาจจะไม่รู้จักยี่ห้อนี้ นะครับ อาจจะไม่ค่อยมีแล้ว

อีกประการหนึ่ง ผมชื่นชมนะ ในข้อ ๗.๓ เขียนไว้ว่า การสร้างมาตรการ ป้องกันเชิงรุก เห็นไหม คือท่านไปจับคน สมมุติว่าคนทําผิดสัก ๑๐๐,๐๐๐ คนเข้าคุก เข้าตะรางผมว่าน่าดู โกลาหลนะครับ แต่ว่าการป้องกันเชิงรุกนะครับ ประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ประชาชน โดยใช้ระบบประชารัฐ ผมคิดว่าอันนี้จะทําให้ กองบังคับการที่ท่านกําลังจะขยายให้เป็นมาตรฐานนี้นะครับ ก็จะประสบความสําเร็จ ผมจึง มั่นใจว่าการนําเสนอของท่านมาถูกทางแล้วนะครับ แล้วก็ขอให้เร่งรัดโดยเร็ว เรื่องนี้นะครับ เพราะว่าเวลาไม่คอยท่า ความผิดอาจจะเกิดขึ้น ขณะที่ผมพูดนี้ก็เกิดขึ้นก็ได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ หากพวกเราและประชาชนคนไทยรัก หวงแหนชาติบ้านเมือง และเห็น เพื่อนร่วมชาติของเรา หรือเพื่อนร่วมโลกที่ห่างไปกว่านั้นก็คือว่าเป็นคนที่เรารัก เราให้ ความเมตตา ให้ความหวังดีต่อกันอย่างที่ผมกราบเรียนไปเมื่อครั้งก่อนว่า คําว่า ความรัก ความเมตตา ความหวังดี และความสามัคคีนั้น เป็นคําที่ผมน้อมนํามา อันเชิญมาจาก พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน ที่ท่านได้ตรัสไว้ ในสถานที่ต่าง ๆ กันมาใช้ ผมก็คิดว่าก็จะทําให้กิจการงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ และเป็นผลงานของ สปท. ขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปได้ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทันกับเหตุการณ์ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพด้วยข้อความเท่านี้ครับ