สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

อลงกรณ์ หารือเรื่องการเตรียมการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการบริหารจัดการที่เข้มแข็งและประสิทธิภาพในการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ กกต. เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ และปิดอภิปรายพร้อมเรียกร้องให้ประธานกรรมาธิการตอบคำถามของสมาชิก

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ นะครับ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ขอเชิญครับ

พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านเพื่อนสมาชิกที่เคารพรัก ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ หมายเลข ๓๙ ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ที่ได้กรุณาเขียนเสนอมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะให้มีการเลือกตั้งเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม รวมทั้งขอบคุณเพื่อนสมาชิก ที่ได้อภิปรายเสริมมาตรการต่าง ๆ ผมเชื่อว่าทั้งท่านที่อภิปรายและไม่ได้อภิปรายก็คงอยากจะ เห็นการเลือกตั้งของบ้านเมืองเรานี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม จริง ๆ ที่ผ่านมาในอดีต มองเห็นเรื่องการเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีกรรมให้ผ่าน ๆ ไป แต่แท้จริงแล้วการเลือกตั้ง มีความสําคัญต่อบ้านเมืองมาก ถึงมีการพัฒนาการมาตลอด จนหลังสุดมีคณะกรรมการ การเลือกตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ผมได้มีโอกาสไปช่วยราชการ ที่สํานักงาน กกต. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งถูกยืมตัวไปโดย กกต. ในสมัยนั้น กกต. ยุคแรก ขออนุญาตเอ่ยนามคือท่านสวัสดิ์ โชติพานิช ในฐานะ กกต. ที่รับผิดชอบ ทางด้านการสืบสวน สอบสวน ในการดําเนินการนั้นเราได้มีความพยายามที่จะรณรงค์ให้มี การเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ได้เดินทางไปกับท่านแล้วก็ไปร่วมอภิปรายเพื่อจะรณรงค์ แต่พอผมกลับมานั่งฟังท่านกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่อภิปรายมานี่ ผมนั่งคิดว่า เอ๊ะ กําหนดเยอะ ๆ แยะๆ อย่างนี้เราจะทําได้ตามที่เราพูดหรือที่ได้เขียนไว้หรือเปล่า ผมห่วง ประเด็นนี้ต่างหากครับ เพราะในการดําเนินการตามสิ่งทั้งหมดที่เราพูดกันมา มันต้องใช้ การบริหารการจัดการที่เข้มแข็งและแข็งแรงมาก แล้วก็ต้องมีคุณภาพ แล้วมีประสิทธิภาพ อย่างยิ่งเลย สิ่งที่ท่านบอกว่าในข้อ ๘ หน้า ๑๒ นั้นบอกว่ากรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านการเมืองเสนอให้มี ๔ พระราชบัญญัติ ผมดู ๔ พระราชบัญญัตินี้แล้ว ล้วนแต่เป็นหน้าที่ ของ กกต. ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้น กกต. จะต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการดําเนินการทั้งหมด ร่วมกับส่วนราชการอื่น ร่วมกับประชาชนในการบริหารการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด หลาย ๆ ท่านก็บอกว่าเราน่าจะมีการรณรงค์ให้เป็นมหกรรม ให้เป็น วาระแห่งชาติ เพื่อสร้างจิตสํานึกร่วมกันว่าการเลือกตั้งนั้นมีความสําคัญ ใครละครับ รับผิดชอบ ก็คงจะต้องเป็น กกต. เป็นเจ้าภาพในการที่จะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ แล้วในการ กําหนดกติกาในการเลือกตั้งตามที่เราเสนอกันมาอีกก็เป็นหน้าที่ของ กกต. อีกละครับ ที่จะ ไปออกมาตรการต่าง ๆ ให้มีความเป็นธรรมต่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต่อการเลือกตั้งทั้งหมด ที่จะเกิดขึ้น รวมทั้ง กกต. เองจะต้องมีหน้าที่ร่วมกับส่วนราชการอื่นในการสืบสวนสอบสวน หลาย ๆ ท่านก็บอกว่า กกต. น่าจะมีการข่าวกรองแต่จริง ๆ แล้วในการดําเนินการเลือกตั้ง แต่ละครั้ง กกต. ก็ได้มีการประสานงานกับหน่วยข่าวทุกหน่วยละครับของราชการในการ ดําเนินการเพื่อจะเจาะลึกลงไป เพื่อจะจับการกระทําความผิดให้ได้ ก็มีความพยายาม อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามนั่นคือผมอยากให้ความสําคัญกับ ๔ พ.ร.บ. นี้ ถ้าเป็นไปได้อยากจะ ให้ช่วย กกต. เยอะ ๆ ให้ความร่วมมือกับ กกต. เยอะ ๆ ให้สามารถดําเนินการให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ให้ดําเนินการได้ทุกมาตรการที่เราได้เสนอ นี่คือเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดที่เราจะต้องมา พิจารณาหลังจากที่เราอภิปรายไปแล้วนะครับ ผมเองก็เห็นด้วยที่อยากเห็นการเลือกตั้งของ บ้านเมืองเรานี่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะฉะนั้นคําอภิปรายของท่านสมาชิก ทุกท่านล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น เป็นที่ยอมรับ โดยส่วนตัวผม ผมก็เห็นด้วยทั้งนั้นละครับ แต่คิดอยู่อย่างเดียวว่าทําอย่างไรถึงจะให้เป็นไปได้ตามมาตรการเหล่านั้น ผมก็ต้องขอฝาก ท่านกรรมาธิการไว้ว่าขอให้ช่วยดูแล ๔ พ.ร.บ. นั้น เพื่อให้ กกต. มีความเข้มแข็งที่สามารถจะ ทําหน้าที่นี้ได้ ขอขอบคุณครับ

ขอบคุณครับ เป็นอันว่าสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเป็นที่ครบถ้วน เรียบร้อยนะครับ ไม่มีการแสดงความจํานงเพิ่มเติม ถือว่าเป็นการปิดอภิปราย ต่อไปขอเชิญ ประธานกรรมาธิการตอบชี้แจงข้อซักถามของสมาชิกครับ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการ ลงมตินะครับ