สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙

วันชัย สอนศิริ พูดถึงปัญหาการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และเสนอแนะวิธีแก้ไข รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำกฎหมายและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ท่านประธานครับ ผมเองไม่เคยรับราชการ ไม่เคยรู้หรอกว่าเขาจัดซื้อจัดจ้างกันอย่างไร แบบไหน แต่ทราบ รู้ว่ามีการโกงมีการทุจริตเพราะการจัดซื้อจัดจ้าง ผมเคยเป็นทนายความ ของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ท่านประธานครับ ลูกความผมเอาเงินมาฝากผม ๕๐ ล้านบาท ใส่ถุงกระดาษ บอกว่าจะเอาไปให้รัฐมนตรีเพื่อจะได้งานชิ้นนี้ แล้วก็รับเงินจากบ้านผม บอกว่าเอาไปจ่ายรัฐมนตรี แล้วเขามาเล่าให้ฟัง บอกว่าเวลาจะซื้อวัสดุอุปกรณ์รัฐมนตรีคนนี้ ก็บอกว่าต้องซื้อของแบบนี้ร้านนี้อีก ซัดเข้าไปอีก ๒-๓ เด้งเข้าไปอีก นั่นเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้ อยู่ในแวดวงแต่พอเห็นเป็นประจักษ์ เอาเมื่อเร็ว ๆ ที่ผ่านมาอาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ตาม แต่มันเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน ผมก็ไม่เคยอยู่ในแวดวงของการวิ่งเต้นโยกย้าย ซื้อขายตําแหน่ง แต่ลูกความผมคนหนึ่ง เป็นพ่อค้าใหญ่ครับท่านประธาน มีคนหนึ่งจะวิ่งเต้นเป็นอธิบดีกรม ๆ หนึ่ง ขอยืมเงิน ลูกความผมไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท บอกว่าจะไปจ่ายเพื่อการเป็นอธิบดีกรมหนึ่ง แล้วก็จ่ายเช็ค ไว้ให้ เช็คเด้งครับ เพราะไม่ได้เป็นอธิบดีเลยไม่มีเงินมาคืนเขา พอเวลาผมฟ้องคดีขึ้นมา อ้าวมีโจทก์อีกหลายราย เพราะอ้ายหมอนี่ไปเที่ยวไถเงินคนโน้นคนนี้มาหลายแห่งในหน่วยงาน ที่ตัวเองรับผิดชอบ เพื่อจะมาวิ่งเต้นเป็นอธิบดี สิ่งที่ผมนํามากล่าวนี้ เพื่อกําลังจะกราบเรียน ต่อท่านประธานว่า ผมเห็นข้อเสนอแนะร่างพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. .... ที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เสนอมาแล้ว บอกจากใจจริงเลยครับว่า เชียร์อยากให้บ้านเมืองมันโปร่งใส คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลและตรวจสอบได้ จริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เวลารัฐมนตรีโกงกินทุจริต รวมทั้งเรื่องที่ผมพูดนี่ล่ะครับ ลองมาอภิปรายในสภานี้สิครับ แล้วชี้หน้าว่ารัฐมนตรีนี้โกงแบบนี้ โกงแบบนี้ มีพยานหลักฐานอย่างนี้ อภิปรายกัน ๓ วัน ๗ วัน มีใบเสร็จกันจะ ๆ ถามว่า ไล่รัฐมนตรีได้ไหมครับ ไล่ไม่ได้ ถึงเวลาโหวตก็ลอยหน้าลอยตาเป็นรัฐมนตรีกันอยู่ อีกต่อไป เพราะมีเสียงข้างมาก เสียงข้างมากก็เลยลากไป แล้วเราก็ไล่รัฐมนตรีโกงทุจริต ไม่ได้สักทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงเป็นการเล่นปาหี่กันทางการเมือง ซึ่งผมพูดมาตลอด ผมจึงบอกว่าในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ ที่เขาบอกว่า ๕ ปี ผมจึงเสนอว่า อภิปราย ๆ ไป ถ้ามี ส.ว. ๒๕๐ คน มานั่งฟังด้วย คุณดีสนับสนุน คุณไม่ดีก็โหวต ไล่ได้ ไม่ต้องปฏิวัติ ไม่ต้องไปชุมนุมประท้วงกัน เอาล่ะไม่ใช่ประเด็นนั้น แต่เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งผมคิดว่า ในระยะเปลี่ยนผ่านนั้นสําคัญมาก ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน ต่อข้อเสนอแนะของกฎหมายฉบับนี้

ประเด็นแรก ก็คือเมื่อกี้นี้ขออภัยท่านคํานูณได้พูดไปแล้ว เรื่องมาตรา ๑๕ ที่ท่านบอกว่าอาจจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ผมว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วทําไมจะไป อาจทําไม เมื่อท่านพูดไว้เป็นข้อเสนอแนะ ผมว่าก็เขียนไปให้ชัดเลยว่าต้องให้ประชาชน มีส่วนร่วม ส่วน สนช. ผู้มีอํานาจทางกฎหมายจะเห็นเป็นประการใด ผมว่าเราในฐานะ เป็นคนเสนอแนะกฎหมายฉบับนี้ เขียนไปให้ชัดเลย เพราะอย่างน้อยที่สุดประชาชน จะได้มีส่วนร่วม มีส่วนช่วยกันตรวจสอบ คัดกรองในระดับหนึ่ง ซึ่งผมถึงบอกว่ากฎหมาย ฉบับนี้ อย่างน้อย ๆ มันเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมในเบื้องต้น ทําแล้วจัดให้เต็ม ไม่ต้องจัดกัน แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพราะถึงเวลาเขาจะตัดหรือไม่ตัดเป็นเรื่องของ สนช.

ประเด็นต่อมา ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนนั้นก็คือ เรื่องมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๖ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรา ๑๙ (๓) คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรา ๒๖ (๓) และคณะกรรมการกํากับราคากลาง (๓) เช่นเดียวกัน ซึ่งประเด็นอันนี้ น่าคิดใน ๒ นัยด้วยกัน นัยแรก ท่านบอกว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากสภาวิศวกร สภาสถาปนิก สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม อย่างน้อยแห่งละ ๑ คน ในส่วนที่เหลือ ว่าไป เป็นอย่างนี้ทั้ง ๓ คณะกรรมการ เอาละ ประเด็นตรงนี้ผมพอรับได้ แต่ผมมีข้อสังเกต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในหลายกฎหมายครับ ท่านประธาน ผมเองก็มีส่วนในการร่างกฎหมายผ่านลูกตามาหลายองค์กร เรามักจะให้ รัฐมนตรีเป็นคนตั้ง ซึ่งก็เห็นด้วย แต่กระบวนการในกลั่นกรองที่จะให้ได้คนผู้ทรงคุณวุฒินั้น ส่วนใหญ่เป็นพวกรัฐมนตรีทั้งนั้น และส่วนใหญ่ก็เป็นพวกข้าราชการหรือเป็นบุคคลในส่วน ที่ใกล้ชิดรัฐมนตรีแล้วเอามาเป็นกรรมการ แต่กรรมการจัดซื้อจัดจ้างนี้ใน ๓ กรรมการนี้ ผมว่าเป็นกรรมการสําคัญระดับชาติ ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ทําอย่างไรเราจะได้ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกาศออกมาแล้วมันไม่ใช่คนของรัฐมนตรีเหมือนผู้ทรงคุณวุฒิ ในยุคองค์กรอื่น ๆ เท่าที่ผมเคยเห็นมาครับ ท่านประธานปานเทพที่เคารพครับ นี่อันนี้ผมว่าเราน่าจะมี กระบวนการกลั่นกรอง ตรวจสอบตามข้อเสนอแนะของท่านได้อย่างไร ไม่อย่างนั้น อย่างนั้น คนส่วนใหญ่นั้นก็จะกลายเป็นบุคคลซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของฝ่ายการเมือง อีกองค์กรหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่ากรรมการในคณะกรรมาธิการชุดท่านมาจากหอการค้า อุตสาหกรรม สถาปนิก หรือวิศวกรมากหรือเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ ทําไมสภาทนายความท่านไม่คิดสักองค์กรหนึ่ง เพราะองค์กรนี้ไม่ได้เป็นองค์กรที่มีส่วนได้เสียอะไรกับใคร แล้วก็เป็นนักกฎหมาย ผมคิดว่า น่าจะเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะอย่างน้อยที่สุดองค์กร ทางด้านทนายความหรือคนที่อยู่ในแวดวงพวกนี้เขาพอเข้าใจทางด้านกฎหมาย ก็น่าจะเป็น ประโยชน์ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนประเด็นอื่น ๆ นี่ผมอยากจะกราบเรียนว่าเป็นข้อเสนอแนะซึ่งท่านทั้งหลายได้ตั้งข้อสังเกตไว้แล้ว และตามข้อเสนอแนะดังกล่าวนั้นถ้าเป็นไปได้ ร่างกฎหมาย ผมอยากให้ท่านร่าง ตัดประเด็น ที่เป็นข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของท่านที่ท่านรู้สึกว่ามันจะเป็นปัญหา จัดไปเสีย แล้วผมเชื่อ ถ้าเรายืนไปตามนี้ เผลอ ๆ ทาง สนช. เขาก็อาจจะคิดว่าเราจะเอาตามนี้หรือเปล่า ไหน ๆ จะแก้แล้วทั้งทีก็จัดเต็มไปเลยตามที่เราต้องการตามข้อเสนอแนะ ขอสนับสนุนต่อการ ดําเนินการของคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่หลายท่านบอกแล้วว่าเรื่องคอร์รัปชัน การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเป็นหน้าเป็นตาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้สําเร็จผมก็ได้หน้าด้วย สภาก็ได้หน้าด้วย ขอให้สําเร็จดังหวัง ทุกประการครับ กราบขอบพระคุณครับ