ชูชัย ศุภวงศ์ หารือปัญหาการทุจริตที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศมายาวนาน และแสดงจุดยืนสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยเน้นความสำคัญของการปฏิรูประบบป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้มีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลของนักการเมือง จัดตั้งศาลเฉพาะด้าน รวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนในการกำกับโครงการ เพื่อคุ้มครองงบประมาณแผ่นดินและขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผ่านความร่วมมือของสื่อ เครือข่ายภาคประชาชน องค์กรอิสระ และสถาบันการศึกษาอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกหมายเลข ๐๔๐ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ การประชุมวันนี้เป็นการ ประชุมที่ได้นําเรื่องที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ยิ่งกับสังคมนะครับ ผมคิดว่าประเทศของเรา แผ่นดินของเรานี่บอบช้ําและเจ็บปวดจากเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมานานหลายทศวรรษ จนปราชญ์ผู้ล่วงลับท่านหนึ่งถึงกับกล่าวว่า ถ้าเราแก้ปัญหานี้ได้ถนนทุกสายในประเทศนี้ สามารถปูราดด้วยทองคํา วาทะนี้เป็นที่กล่าวอ้างมาตลอดนะครับสามารถที่จะสะท้อน ความหมายได้ว่าแผ่นดินสยามมีความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์มาก แต่อีกนัยหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่า ผู้มีอํานาจรัฐในหลายทศวรรษที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความฉ้อฉล อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ทําให้เกิด ความยากลําบาก โดยเฉพาะในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมจะขอพูด ในภาพรวมและสาระหลัก ๆ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่า มีความสําคัญอย่างไร แต่คงไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะหลายท่านได้พูดรายละเอียด พอสมควรแล้ว
ประเด็นที่ ๒ จะพูดถึงกระบวนการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการปฏิรูประบบ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ที่ผ่านมาจากการรับฟังการแถลงของท่านประธาน และเพื่อนกรรมาธิการแสดงว่าได้มีกระบวนการขับเคลื่อนพอสมควร แต่อาจจะยังไม่เพียงพอ ถึงขนาดที่นําไปสู่ความร่วมมือ ความพร้อมใจของสังคมที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูป และผลักดันเรื่องนี้ออกมาได้ ท่านประธานครับ ผมมีความรู้สึกชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้ มาโดยตลอด ตั้งแต่ตอนที่เริ่มเปิดสภาใหม่ ๆ ได้มีการประชุมแล้วก็นําข้อเสนอต่อ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังพิจารณาอยู่นะครับ แล้วก็จะทําให้เราได้รับทราบว่าบ่ายนี้มีอะไร บัญญัติไว้บ้าง คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอข้อสําคัญ ๆ ที่น่าสนใจมากเท่าที่ผมจําได้นะครับ แล้วก็หวังว่าร่างของท่านอาจารย์มีชัยคงจะบรรจุสาระสําคัญ ๆ เช่นว่านี้ เช่น การให้เปิดเผย ไม่เพียงเฉพาะทรัพย์สินของนักการเมืองทั้งท้องถิ่นและทั้งระดับชาติ แต่ว่าต้องแสดงเอกสาร สําเนาภาษีเงินได้ ๓ ปีย้อนหลัง ตรงนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สําคัญของคนที่เข้าสู่อํานาจรัฐ บ่ายนี้คงจะทราบว่าบัญญัติข้อนี้ได้มีหรือไม่ในรัฐธรรมนูญ มีข้อเสนอที่ไม่เพียงแต่ให้มี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่ว่าให้มีศาลวินัยการคลังและการงบประมาณ ในศาลปกครอง ที่ผ่านมาด้วยประชานิยมที่ไม่รับผิดชอบทําให้ประเทศสูญเสียหลายแสนล้านบาท นะครับ แม้ว่ากลไกของผู้ตรวจการแผ่นดินของ สตง. ได้ทักท้วงไปถึง ๕-๖ ครั้ง แต่ว่าหากมี การบัญญัติให้มีผู้ว่า คตง. โดยความเห็นชอบของ คตง. เสนอต่อศาลปกครองแล้วชี้มูล ก็สามารถจะหยุดยั้งความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินได้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เช่นกัน นะครับจะช่วยสกัดยับยั้งความเสียหายต่องบประมาณของแผ่นดินได้มาก ท่านประธานครับ ผมขอเสนอในภาพรวมของระบบที่เรียกว่า ระบบขจัดคอร์รัปชันหรือระบบป้องกันและ ปราบปรามคอร์รัปชัน โดยจะเปรียบว่าหากอํานาจรัฐเป็นเสมือนห้อง ๆ หนึ่งที่สังคมต้องการ เห็นว่าห้องนั้นเป็นห้องกระจกและไม่ใช่เป็นห้องกระจกที่พร่ามัวนะครับ ต้องเป็นห้องกระจก ที่โปร่งใสที่ผู้คนในสังคมสามารถมองทะลุเข้าไปได้ แล้วในห้องที่เรียกว่าอํานาจรัฐนั้น จะเต็มไปด้วยผู้คนที่ไปใช้อํานาจรัฐมีทางเข้าประตูที่มีกระบวนการและวิธีการที่ต่างกัน แต่ว่าในห้องนั้นต้องมีเครื่องมือที่เพียงพอในการที่จะส่องไปตามซอกมุมต่าง ๆ ให้สว่างไสว และโปร่งใส เช่น พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ เหมือนไฟฉาย ที่ส่องไปตามใต้โต๊ะ บนโต๊ะ ซอกมุม หลังม่าน ในห้อง ซึ่งจะมีหลายจุดที่มองไม่เห็น แต่ว่าถ้า พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ อยู่ภายใต้รัฐมนตรีสํานักนายกรัฐมนตรี ไฟฉายที่ส่องนั้นก็พร่ามัวเช่นกัน ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีความพยายามที่จะเป็นเครื่องมือ ที่จะทําให้ห้องนี้มีความโปร่งใสมากขึ้น การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของภาครัฐ ที่ผ่านมานี่ครับ เมื่อเช้าได้ฟังท่านประมนต์ได้ชี้ว่าใช้งบประมาณปีหนึ่งหลายแสนล้านบาท นะครับ แล้วต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะเป็นล้านล้านบาท ถ้าสมมุติว่าเรายังไม่สามารถที่จะ ออกแบบทําลายสิ่งที่เรียกว่า ๓ ประสาน ๓ ประสานในที่นี้คือนักการเมือง ข้าราชการประจํา และนักธุรกิจที่จับมือกันฉ้อราษฎร์บังหลวงแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะป้องกันงบประมาณของ แผ่นดินได้ ที่ผ่านมาเราจะได้ยินกันว่าฮั้วกันบ้าง ต้องจ่าย ๓๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๔๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ที่หนักข้อก็ ๕๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง การออกแบบให้มีกลไกที่เรียกว่านโยบายนั้น แล้วก็มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานนั้นผมคิดว่าน่าจะถูกต้อง เหมาะสม แล้วอีก ๔ กลไกที่มาทําหน้าที่ในการออกแบบการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสก็น่าจะเหมาะสม แต่ว่า ถ้ากระบวนการรับฟังหรือกระบวนการขับเคลื่อนเครื่องมือฉบับนี้ไปสู่เครือข่ายองค์กร ต่าง ๆ มากกว่าที่เป็นอยู่ผมคิดว่าจะได้แง่มุมที่เราคาดไม่ถึงแล้วก็จะได้มุมมองที่กระจ่างชัดขึ้น เรื่ององค์ประกอบของกรรมการในกลไกต่าง ๆ มีความสําคัญสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๒ มีความชัดเจนว่า ๓ ประสาน ร่วมมือกันประสานให้เกิด ความไม่เป็นธรรมทางการค้า และทําให้เกิดอํานาจเหนือตลาด ประเทศของเรามีความ บกพร่องในเชิงระบบ เราจะเห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่บางบริษัทลงทุนธุรกิจในต่างประเทศ ไม่สามารถทํากําไรได้เหมือนในประเทศเรานั่นก็สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องมือที่เรียกว่า พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้นล้มเหลวถ้าองค์ประกอบเป็นเช่นนี้ องค์ประกอบ ที่เอื้อต่อ ๓ ประสานจะนําไปสู่ทําให้งบประมาณแผ่นดินสูญหายและสูญเสียไปอีกมาก ท่านประธานครับ ในเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ เคยมีเครือข่ายในแวดวงสุขภาพ ที่เรียกว่า ประชาคมสาธารณสุข ออกมาเรียกร้องต่อต้าน มีคนตั้งคําถามว่ามันเกี่ยวอะไร กับประชาคมสาธารณสุข มายุ่งเรื่องทุจริต ในครั้งนั้นนําไปสู่รัฐมนตรีท่านหนึ่งต้องเข้าคุก คําตอบก็คืองบประมาณในการทุจริตยาหรือเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา ถ้าถูกทุจริตไป ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์เสียแล้ว เงินที่จะไปบริการประชาชนในระดับชนบท ในระดับคนยากคนจน ที่เข้าไม่ถึงบริการก็จะลดน้อยถอยลง อันนี้เป็นเรื่องที่สัมพันธ์โดยตรงแล้วถ้าพูดไปถึง เรื่องสิทธิมนุษยชนก็เป็นการทําลายสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วยการฉ้อฉล
ประเด็นถัดมาที่ผมอยากจะเสนอนะครับคือเป็นประเด็นเรื่องกระบวนการ ที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เสนอใน ๒ ส่วนมีความน่าสนใจมาก ส่วนที่ ๑ คือ ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ๓-๕ ท่านที่ไม่มีผลประโยชน์ในโครงการใด ๆ แต่มีความรู้ความชํานาญในโครงการนั้น ๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์ ตรงนี้มีความสําคัญสูงครับ ด้วยเหตุที่ว่ามีการพูดว่าไม่มีใครที่กล้าที่จะ แสดงความเห็นแก่ตัวต่อหน้าสาธารณะ ผมก็เพิ่มเติมว่า และไม่กล้าที่จะทุจริตประพฤติมิ ชอบต่อหน้าสาธารณะ ประเด็นถัดมาคือกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนที่การเปิดเผย ที่ปรากฏในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก
ประเด็นเรื่องกระบวนการขับเคลื่อนต่อไปนั้น ผมอยากจะเรียนว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าเรานําเครื่องมือฉบับนี้ไปสู่สื่อมวลชนแล้วการจัดทําแชนเนลคลับ (Channel Club) การจัดทํา แชนเนลคลับ (Channel Club) สามารถที่จะลงในรายละเอียดได้ และจัดได้หลาย ๆ ครั้ง จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะไปจัดกระบวนการรับฟังเครือข่ายป้องกันและปราบปรามทุจริต ของ ป.ป.ช. ที่มีอยู่ทั่วประเทศ และเป็นไปได้ไหมที่จะให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันของธุรกิจ ซึ่งมีดอกเตอร์มานะ นิมิตรมงคล เป็นเลขาธิการ และเป็นไปได้ไหมที่สถาบันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ท่านวสันต์ ภัยหลีกลี้ ที่เป็นผู้มีบทบาทสําคัญอยู่จะได้ดําเนินการกระบวนการนี้ต่อไป และเครือข่ายประชาสังคมทั่วประเทศที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการปราบปราบทุจริตคอร์รัปชัน ที่ผมเสนอนี้เพื่อให้เห็นความต่างระหว่างบทบาทหน้าที่ของ สนช. กับ สปท. เราได้ยินคําถาม เสมอนะครับว่า ขณะที่เราทํางานทุกวันนี้เรามีข้อต่างอย่างไรกับ สนช. ข้อต่างคือ กระบวนการขับเคลื่อนครับ กระบวนการขับเคลื่อนที่เราจะมีมากกว่า เราจะมีจุดเน้น มากกว่า ขณะที่ สนช. จะทําหน้าที่ในการออกกฎหมาย ถ้าเราได้มีกระบวนการอย่างนี้ ไม่เฉพาะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ไปในขอบเขตทั่วประเทศ บันทึกความเห็น มาปรับร่าง รวมทั้งทําให้เกิดความรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของในกระบวนการขับเคลื่อนการป้องกัน การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นผมคิดว่าเขาจะส่งเสียงออกมา เขาจะเป็น แม่น้ําสายสําคัญสายหลักของประเทศที่จะไปสร้างเสริม ที่จะไปส่งเสริมกับแม่น้ําสายหลัก อีก ๕ สาย ปราศจากแม่น้ําที่เรียกว่าภาคสังคมแล้วโอกาสที่จะขับเคลื่อนในการปฏิรูป คอร์รัปชัน จะเป็นไปด้วยความยากลําบาก การที่ สปช. ออกมาพูด ออกมาวอยซ์ (Voice) ออกมาส่งเสียงนั้นไม่เพียงพอ แต่ว่าให้ผู้นําภาคต่าง ๆ หรือประชาชนคนทั่วไปที่สนใจในเรื่อง ของการทําหน้าที่ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ออกมาส่งเสียง ให้สื่อมวลชนออกมาส่งเสียง นั่นล่ะครับผมคิดว่าอนาคตของการปฏิรูปประเทศจะเกิดขึ้น สุดท้ายผมต้องขอขอบคุณ ท่านประธานปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ท่านที่ปรึกษาประมนต์ สุธีวงศ์ และคณะกรรมาธิการ ทั้งคณะ ด้วยความหวัง แล้วก็เชื่อมั่นว่าผลงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเกิดผล และจะ เป็นผลงานรวมของ สปท. ในอนาคตอันไม่ไกลครับ ขอบพระคุณครับ