พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ หารือถึงความจำเป็นในการพัฒนาเด็กตั้งแต่ก่อนคลอดถึงอายุสองขวบ โดยเน้นความสำคัญของสุขภาพแม่ตั้งครรภ์ โภชนาการ และพัฒนาการทางสติปัญญาและอารมณ์ พร้อมเรียกร้องนโยบายรองรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กในภาวะพ่อแม่แยกทางหรือขาดการดูแล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิก สปท. ค่ะ ดิฉันขอชื่นชมคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาที่ท่านได้เล็งเห็นความสําคัญของทรัพยากรมนุษย์ และท่านพยายามปฏิรูป ให้ประชาชนคนไทยเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพมากขึ้น ดังที่ท่านได้เขียนเอาไว้ในหน้า ๒ นะคะ ที่ท่านบอกว่า คุณลักษณะสําคัญของคนไทยที่สามารถจะนําประเทศชาติให้พ้นวิกฤตทั้งปวง ก็คือความเป็นพลเมืองดี มีวินัยเด่น เป็นงาน ชาญวิชา อันหมายถึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ที่เหมาะสม สามารถนําพาประเทศให้แข่งขันในเวทีโลก ก้าวทันยุคสมัย แล้วก็เป็นคนดี คือเป็นทั้งคนเก่งและเป็นทั้งคนดี ในรายงานฉบับนี้ท่านก็ได้พูดถึงมากมายเกี่ยวกับระบบ การศึกษาที่จะเอื้ออํานวยให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้น แต่ดิฉันคิดว่าท่านอาจจะคิดถึงแต่ว่า ไม่ได้ระบุไว้ในนี้ ก็คือผู้ที่รับการเรียนหรือเด็กนักเรียนนั่นเองที่ท่านไม่ได้พูดถึงให้มากว่า เขาเองก็มีส่วนสําคัญในการที่จะทําให้วัตถุประสงค์เหล่านี้บรรลุความสําเร็จได้ ไม่ว่าท่าน จะทําระบบให้มีประสิทธิภาพเพียงใด แต่ถ้าหากว่าคนเรียนไม่พร้อมเขาก็ไม่สามารถที่จะเป็น ทั้งคนดี คนเก่ง คนที่มีคุณภาพได้ ดิฉันหมายถึงว่าด้านอื่น ๆ อีก เด็กจําเป็นจะต้องมีสุขภาพที่ดี การที่คนเราจะสามารถที่จะเรียนแบบพรอบเบลมเบส (Problem based) หรือว่าซิทูเอชัน เบส อะนาลิซิส (Situation Based Analysis) เขาจะมีวินัยได้ เขาจะเก่งได้ เขาจะคิดแบบวิเคราะห์ ได้เขาจะต้องมีไอคิว (IQ) ที่สูงพอ คือมีความฉลาดทางปัญญา แล้วก็จะเป็นคนที่มีวินัย ช่วยเหลือคนอื่น ซื่อสัตย์ได้ เขาจะต้องมีอีคิว (EQ) คือความฉลาดทางอารมณ์ ๒ อันนี้จําเป็น จะต้องมีการพัฒนาการ ท่านก็ทราบแล้ว ท่านได้ระบุมาอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยขณะนี้ เรามีปัญหา ที่สําคัญที่สุดเพิ่งจะแก้ไขปัญหาได้ในบางส่วนเท่านั้น ก็คือเรื่องของการตั้งครรภ์ ในเด็กวัยรุ่น เรามีเด็กที่คลอดจากเด็กวัยรุ่นโดยที่เขาไม่พร้อมปีละประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วจากการศึกษาวิจัยระบุว่า ส่วนใหญ่ของเด็กที่คลอดโดยแม่ที่เป็นทีนเอจ (Teenage) หมายถึงว่าอายุไม่ถึง ๑๙ ปีนี้จะมีน้ําหนักแรกคลอดต่ํากว่าเกณฑ์ คือต่ํากว่า ๒,๕๐๐ กรัม แล้วในการศึกษาวิจัยเช่นเดียวกันนี้ระบุว่าเด็กที่มีน้ําหนักต่ํากว่าเกณฑ์เมื่อแรกคลอดนี้ เมื่อโตขึ้นไปก็จะมีไอคิว (IQ) ที่ค่อนข้างต่ําเช่นเดียวกัน และเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนก็จะมีโอกาสสูง ที่จะเป็นโรคซึ่งเกิดจากการเผาผลาญของร่างกายหรือเราเรียกว่า เมทาบอลิกดิซีส (Metabolic Disease) ได้ง่าย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงอะไรพวกนี้ เพราะฉะนั้น อันนี้มันเป็นผลต่อเนื่อง ท่านคงจะทราบว่าจากการเซอร์เวย์ (Survey) ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเร็ว ๆ นี้และเป็นระยะ ๆ ผ่านมานี้เด็กไทยไอคิว (IQ) ไม่ถึงร้อย มีประมาณเกือบครึ่งประเทศ โดยเฉลี่ยแล้วไอคิว (IQ) ของเด็กไทยคือ ๙๘ ไอคิว (IQ) ที่สามารถจะเรียนได้อย่างรู้จักคิดวิเคราะห์ และเรียนได้ระดับมหาวิทยาลัยนั้นเป็นที่รู้กันว่า จะต้อง ๑๐๐ ขึ้นไป ขณะนี้ไอคิว (IQ) โดยเฉลี่ยของเด็กไทยต่ํากว่า ๑๕ ปีที่อยู่ในโรงเรียน ทั่วประเทศที่เซอร์เวย์ (Survey) มานี้ ๙๘ กว่า ๆ และเมื่อปี ๒๕๕๗ ลดลงไปอีกเหลือ ๙๗ อันนี้คงไม่สามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ ไม่ว่าท่านจะเตรียมหลักสูตรที่วิเศษอย่างไร ไว้ให้กับเขา การที่จะพัฒนาเด็กให้ถึงพร้อมทั้งไอคิว (IQ) และอีคิว (EQ) ต้องเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ แม่จะต้องได้รับสารอาหารที่จําเป็นต่อการพัฒนาอย่างครบถ้วน ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่เราก็พยายามที่จะทําในเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ แต่ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมนี้ส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้รับการดูแลก่อนการคลอดนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จําเป็นสําหรับการที่จะส่งเด็กที่พร้อม นอกจากนั้นเรายังมีเด็กที่มี พัฒนาการไม่พร้อมถึงมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเด็กทั้งหมด มันก็เป็นการดีในส่วนหนึ่ง ที่รัฐบาลพยายามให้เงิน ๔๐๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็น ๖๐๐ บาท แก่แม่ทุกคนที่มีลูกอายุต่ํากว่า ๒ ปีนะคะ อันนั้นก็คงจะช่วยได้ในส่วนหนึ่ง แต่ว่าในสภาวะของประเทศไทยในขณะนี้ ที่ประมาณเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของครอบครัวนั้นแยกกันนะคะ พ่อแม่ไปทางหนึ่ง เด็กเล็ก ๆ ถูกทิ้งไว้ให้ดูแลโดยผู้ชรา ปู่ หรือย่า หรือตายาย อะไรพวกนี้ ซึ่งพ่อแม่เด็ก ก็ไปทํางานที่อื่น หรือแยกกันอยู่แล้วก็ทิ้งเด็กเอาไว้ เด็กจะต้องเผชิญทั้งความว้าเหว่ การกระตุ้นพัฒนาการที่ดีที่สุดของเด็กนี้ ท่านคงทราบ คือการกอดเขา การบอกว่ารักเขา เด็กไทยขาดสิ่งเหล่านี้เป็นจํานวนมากนะคะ แล้วก็มีส่วนสําคัญในการที่จะกระตุ้นพัฒนาการ แล้วก็ให้เด็กเติบโตเป็นเด็กที่มีอีคิว (EQ) ที่ดีในอนาคต เพราะฉะนั้นความพร้อมของเด็กนี้ มันอยู่ที่ว่าเขามีสุขภาพดีแค่ไหน เขาได้รับอาหารที่มีประโยชน์แค่ไหน มีอีคิว (EQ) ที่ได้ มาตรฐานหรือไม่ แล้วก็อยู่ในสิ่งแวดล้อมซึ่งเอื้ออํานวยต่อการพัฒนาการของเขา ที่สําคัญ ก็คือครอบครัวที่อบอุ่น แล้วก็ไม่มีความรุนแรงทั้งในครอบครัว และในสังคมที่เขาใกล้ชิดอยู่ ความรุนแรงที่เขาได้รับเมื่อเด็กจะนําไปสู่ปัญหาทางด้านสติปัญญา ปัญหาทางด้านอีคิว (EQ) และจะส่งเสริมให้เขาเป็นคนที่ใช้ความรุนแรงกับคนอื่นเมื่อเขาโตขึ้นนะคะ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้มีความจําเป็นมาก ก่อนที่จะส่งเด็กเข้าโรงเรียน เมื่อเขาอายุ ๕ ปีนี้ จะต้องการันตี (Guarantee) ว่าในช่วงอายุตั้งแต่เกิดของเขาจนถึง ๕ ปีนี้ เขามีพัฒนาการที่เหมาะสม มีสิ่งแวดล้อมที่ดีที่จะกระตุ้นให้เขามีสติปัญญาพอที่จะไปเข้าสู่ระบบการศึกษา ที่จะให้เขา รู้จักคิดอย่างวิเคราะห์ ที่จะให้เขาทําวิทยาศาสตร์เป็น หรือทําสะเต็มส์ (STEMS) อย่างมี คุณภาพ เพราะฉะนั้นองค์กรที่เกี่ยวข้องนี้ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันคิดว่า ในวัยก่อนเข้าเรียนนี้มีความสําคัญพอ ๆ กับวัยเรียน เราจะต้องเตรียมเด็กของเราตั้งแต่วัยนั้น แล้วองค์กรที่มีความสําคัญในระยะนี้ของเด็กก็คือ สาธารณสุข พัฒนาสังคมและก็ความมั่นคง ของมนุษย์ นอกจากนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีความสําคัญมาก เพราะว่าในสภาวะ ของเด็กที่มีความแตกแยกในครอบครัว เด็กที่ถูกความรุนแรงในครอบครัว เด็กที่มีปัญหา ความยากจนของพ่อแม่ ที่พ่อแม่ไม่สามารถจะดูแลเขาได้ ในทางโภชนาการ หรือกระตุ้น พัฒนาการที่เหมาะสมนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนี้มีความสําคัญมากนะคะ แล้วศูนย์พัฒนา การเด็กเล็กที่มีบุคลากรที่มีความสามารถ กระทรวงสาธารณสุขมีแพกเกจ (Package) ที่จะเทรน (Train) ผู้ดูแล หรือผู้เลี้ยงเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กนี้ให้เขาเข้าใจในเรื่องการกระตุ้น การพัฒนาการ และดูแลในเรื่องโภชนาการที่เหมาะสม ศูนย์เหล่านี้ควรจะอยู่ในชุมชน ในระดับตําบล หรือหมู่บ้าน ถ้าหากว่าทําให้ได้ในทุกตําบล ก็จะเป็นสิ่งแวดล้อมที่ช่วยเติมเต็ม ความขาดของเด็กเหล่านั้น เรามีเด็กไทยเป็นจํานวนมากนะคะที่ขาดสิ่งแวดล้อมที่ดี แล้วบางครั้งตกอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่เป็นอันตรายด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้มีความจําเป็นมาก และก็ศูนย์หรือว่าองค์กรใด ๆ ก็ตามที่สามารถจะช่วยดูแลเด็กได้ในระดับพื้นที่ก็ควรที่จะ มาร่วมมือกัน แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการท่านก็อาจจะมีเรื่องของการศึกษาในระดับ ที่จะเตรียมก่อนที่จะเข้าสู่โรงเรียนนี้ เข้ามาเพื่อช่วยทําให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนี้เป็นศูนย์ที่มี คุณภาพ เพื่อที่จะประคับประคองเด็กของเรา เตรียมเด็กให้สมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจก่อนที่จะส่งเขาเข้าไปสู่การศึกษาในระบบปกติต่อไป อันนี้ก็เป็นข้อเสนอค่ะ ขอบคุณค่ะ