อลงกรณ์ พลบุตร หารือแนวทางปฏิรูปการศึกษาไทยโดยอ้างอิงประสบการณ์จากประเทศชั้นนำในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน โดยเสนอให้ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับทิศทางของโลก เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์ การเป็นผู้ประกอบการ และการใช้เทคโนโลยี พร้อมผลักดันบทบาทครูให้เป็นผู้เรียนรู้และออกแบบการจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ ครับ
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สมาชิกลําดับที่ ๑๗๖ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่านกรรมาธิการทุกท่านที่ได้นําเรื่องนี้ขึ้นมาเสนอแล้วมาขับเคลื่อนในช่วงเวลานี้ ถือว่า เป็นช่วงเวลาที่สําคัญแล้วต้องขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ผมเห็นด้วยทุกประการที่นําเสนอ แต่อยากจะขอเพิ่มเติมในประเด็นที่จะนําเสนอดังต่อไปนี้นะครับ จากนโยบายการศึกษา ที่สําคัญตามแนวคิดของปีเตอร์ ดรักเกอร์ บอกว่าทุก ๑๐ ปีสังคมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ปรับทัศนะใหม่ในการมองโลกใหม่ปรับค่านิยมพื้นฐาน ปรับโครงสร้างทางสังคมและการเมือง ปรับด้านศิลปะปรับขนบธรรมเนียมประเพณี เราทั้งหมดมีชีวิตอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง อันนี้คือความคิดของ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ มาสู่ทิศทางใหม่ของการจัดการศึกษาในทศวรรษ ที่ ๒๐๑๐-๒๐๒๐ ของ ยูเนสโก (UNESCO) ผมอยากจะขอนําหลักเขามา แล้วเติมเต็ม ของเราเป็นดังนี้นะครับ เพราะของเราพูดแค่เป็นคนดีมีวินัยภูมิใจในชาติ ผมขออยากเติม อย่างนี้ครับว่า ทิศทางใหม่ของเราต้องเป็น ๑. การพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการศึกษา ภาษาอังกฤษเรียกว่า ควอลิตี เอดูเคชัน ฟอร์ ออล (Quality education for all) ๒. การศึกษาเพื่อสร้างค่านิยมเป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เติมอีกนิดหนึ่งนะครับมีความภูมิใจในชาติแล้วก็รักชาติ ด้วยครับ ประการที่ ๓ การศึกษาสําหรับแนวโน้มใหม่ของโลกตามที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่า เอ๊ะ เรามีข้อเดียวเอง เด็กเป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ มันน้อยไป ควรจะมีตามข้อที่ผมกล่าวแล้ว แล้วก็มีการศึกษาสําหรับแนวโน้มใหม่ของโลกด้วยนะครับ เป้าหมายของการศึกษาเพื่อปวงชนของยูเนสโก (UNESCO) ปี ๒๐๑๕ เขามีอยู่ ๕ ส่วน ผมอยากให้เราเอา ๕ ส่วนนั้นมาเติมเต็มของเราด้วยนะครับ คือ
อันดับแรก ปฐมวัย คือก่อนวัยเรียนนั่นเอง อาจจะอนุบาลนะครับ
๒. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ขั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
๓. การพัฒนาอาชีพและทักษะชีวิต
๔. การส่งเสริมการรู้หนังสือ
๕. การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เพราะฉะนั้นในนี้ในส่วนของเรายังขาดตรงไหนก็ฝากเติมนะครับ ผมมาดูเมื่อกี้ ท่านกษิต ภิรมย์ ได้พูดถึงสิงคโปร์ ผมอยากจะนํามาเสนอว่าทิศทางการศึกษาของสิงคโปร์ ที่เขาล้ํานําหน้าเราไปเยอะ ๆ เขาทําอย่างไรครับ เขาบอกเลยครับทิศทางของเขาเป็น สังคมอุดมปัญญาเศรษฐกิจฐานความรู้ รู้เท่าทัน แล้วก็ก้าวทันโลกครับ แล้วเขาก็บอกว่า อีกหัวข้อหนึ่งครับ ของทิศทางเขา หัวข้อที่ ๒ ชุมชน สังคมแห่งการปฏิรูป อันนี้คือของ สิงคโปร์ครับ ทีนี้มาดูครับว่าการเรียนรู้ของสิงคโปร์เขาทําอย่างไรเขาบอกว่า การเรียนรู้ของ นักเรียนจะต้องเป็นการเรียนรู้อย่างเป็นกระบวนการเพื่อการสร้างสรรค์ความรู้มากกว่า การท่องจําข้อมูล โรงเรียนเป็นอะไรที่มากกว่าคนทั่วไปคิดว่าเป็นสถานที่ที่นําความรู้มาสู่ห้องเรียน การศึกษา ช่วยในฐานะที่เป็นชุมชนสร้างสาระความรู้ เทคโนโลยีมีบทบาทสําคัญสําหรับวิธีการนี้ นั่นคือประเทศสิงคโปร์ครับ
มาดูประเทศฟิลิปปินส์ครับ ประเทศฟิลิปปินส์เขาบอกว่านโยบายที่สําคัญ ในการศึกษา ๑. ให้ความคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ทุกระดับ ๒. สร้างความสมบูรณ์ ความเพียงพอ และการบูรณาการระบบการศึกษา ๓. ส่งเสริมระบบการศึกษาตลอดชีวิต การเรียนนอกระบบ การเรียนรู้ตามอัธยาศัย การเรียนรู้ที่บ้าน การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และการเรียนรู้จากแหล่งความรู้นอกสถานที่ ๔. ส่งเสริมความรู้และทักษะพื้นฐานเพื่อการดํารงชีวิตโดยเน้นการจัดศูนย์การเรียนรู้ เครือข่ายชุมชน อันนี้สําคัญนะครับ เครือข่ายชุมชน ๕. ปฏิรูปการศึกษา ได้แก่การปฏิรูป การศึกษาขั้นพื้นฐาน การประกันคุณภาพ การกําหนดกรอบความรับผิดชอบ ๖. การจัดทํา มาตรฐานสมรรถนะ เหมือนที่ของเรายกเลิกไปนะครับ แต่ของเขาก็มีสมรรถนะนะครับ ๗. การสร้างระบบการเรียนรู้ทางเลือกครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งนักเรียนจะต้องเรียนรู้ระบบ สืบค้น ก็จะคล้าย ๆ ประเทศสิงคโปร์นะครับ จะต้องศึกษาด้วยตนเอง เป็นสมาชิกในกลุ่ม เป็นผู้จัดการความรู้ จะต้องไม่เป็นผู้เรียนแบบเฉื่อยชา หรือคอยซึมซับข้อมูลที่ถูกโยนให้ ห้องเรียนต้องเป็นชุมชนทางการเรียนรู้ โรงเรียนจะต้องเป็นชุมชนของการปฏิบัติ ขออภัย นะครับ ที่พูดนี้เป็นเป้าหมายขอประเทศสิงคโปร์ข้อหลังนี้นะครับ เป้าหมายการจัดการศึกษา ประเทศสิงคโปร์บอกว่าต้องสร้างประชาชนยุคใหม่ที่มีทักษะการคิด มีความจํา มีความเป็น ผู้ประกอบการ ตรงนี้เมื่อสักครู่ท่านกษิตพูดไว้นะครับ ต้องมีความเป็นผู้ประกอบการด้วย และมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งครูและผู้เรียน เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้นําเสนอก็พูด ตรงนี้ ผมว่าตรงนี้ถูกครับว่าต้องฝึกให้คนไทยเป็นผู้ประกอบการ
ทางประเทศสิงคโปร์เขาบอกว่าเขาต้องปฏิรูปครูครับ ปฏิรูปเรื่องไหนบ้าง ครูเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต มีความใฝ่รู้ ไม่ใช่นักเรียนอย่างเดียวนะครับ ครูด้วยครับ ครูเป็น ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตและนักเรียนจะเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตและใฝ่รู้เองนะครับ ครูเป็นผู้สะท้อน ด้านบุคลิกภาพของห้องเรียน ครูเป็นผู้ออกแบบและเป็นผู้อํานวยความสะดวกในการเรียนรู้ แบบสืบค้น สะท้อนสภาพแวดล้อมโครงข่ายการเรียนรู้ คือครูต้องสะท้อนสภาพแวดล้อม โครงข่ายการเรียนรู้ ครูจะต้องสร้างสัมพันธภาพการสื่อสารระหว่างพ่อแม่ ชุมชน และโรงเรียน ขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ การปฏิรูปครูลักษณะครูอย่างนี้ในประเทศไทยเห็นได้ง่าย ๆ โรงเรียนนานาชาติตรงใกล้ ๆ นี้ ไอเอสบี (ISB) ตรงแจ้งวัฒนะ หรือบางกอกพัฒนา โรงเรียน นานาชาติเขาจะใช้แบบนี้และใช้มานาน เพราะฉะนั้นเราสามารถไปเอาแบบเขามา ประยุกต์ใช้ได้
เข้ามาดูของประเทศบรูไน เมื่อสักครู่นี้ประเทศสิงคโปร์กับประเทศฟิลิปปินส์ ผ่านไปแล้ว มาดูของประเทศบรูไน ประเทศบรูไนเขาบอกว่าระบบการศึกษาจะต้องมี การเตรียมพร้อมอยู่เสมอทางด้านนโยบาย หลักสูตรที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานและความ ต้องการของประเทศชาติ โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา อันนี้สําคัญครับ ปัจจุบันนี้ของเราบางครั้งผลิตมาแล้วนั้นไม่ตรงกับตลาดแรงงาน และบางครั้งไม่สอดคล้อง กับความต้องการของประเทศชาติ อันนี้ต้องปรับครับ แล้วก็จัดเตรียมหลักสูตรโดยมี วัตถุประสงค์อันกระตุ้นการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สังคม ชุมชน ได้รับการศึกษาที่ดีครับ นโยบายด้านการศึกษาเขาว่าอย่างไรครับ เป็นการเตรียมเยาวชน รุ่นใหม่ให้พร้อมรับบทบาทในอนาคต เป็นการสร้างพลเมืองนักคิดที่มีความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถ แล้วก็สร้างเยาวชนให้มีภาพลักษณ์แห่งความสามารถในการดํารงชีวิต และศักยภาพในการแข่งขันในยุคโลกาภิวัตน์ เขาเน้นการแข่งด้วยนะครับ แล้วก็การศึกษาที่จะ เป็นการพัฒนาทักษะที่จําเป็นในทศวรรษที่ ๒๑ นั้น ได้แก่ ๑. การสื่อสาร ๒. การคํานวณ ๓. เทคโนโลยีสารสนเทศ ๔. การคิด ๕. การแก้ไขปัญหา ๖. การจัดการตนเอง และ ๗. การแข่งขัน พัฒนาทักษะที่จําเป็นสําหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้แก่ ทักษะการเรียนและการทํางาน ทักษะด้านสังคม ทักษะด้านร่างกาย และสุนทรียภาพ และศิลปะ จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณลักษณะในด้านความมั่นใจในตนเอง และความสํานึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ ความเป็นผู้นํา การมีจิตวิญญาณในการทํางาน เป็นทีม ความมีอิสรภาพ และการปรับตัว และพัฒนาการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา โดยมุ่งเน้นการเรียนเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคม ทักษะด้านอาชีพ โดยเพิ่มความร่วมมือกับ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อจะผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาดนั่นเองครับ
มาดูของประเทศมาเลเซียนะครับ ข้างบ้านเรานี้เองครับ และระดับการศึกษา เขาเหนือกว่าเรานะครับ เขาบอกว่า การศึกษาขั้นพื้นฐานมีอัตราการเข้าเรียนร้อยละ ๙๙ เขาตั้งเป้าไว้อย่างนั้นครับ ในของเราขณะนี้ ปี ๒๕๕๕ มีผู้ที่เข้าเรียนนะครับ ๙๑ เปอร์เซ็นต์ คือ ๙.๕ ล้านคน จาก ๑๐.๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นตรงนี้เรายังทิ้งอยู่อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณ ๒. เน้นจุดเน้นการศึกษาในปัจจุบันมุ่งเน้นด้วยการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อันได้แก่ ๑. พัฒนาทักษะการคิด ๒. พัฒนาอุปนิสัยการมีความคิดสร้างสรรค์ ๓. พัฒนา นวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขัน ๔. พัฒนาการจัดการเรียนรู้ และ ๕. พัฒนาครู ท่านเห็นไหมครับว่าทุกประเทศเขาความสามารถในการแข่งขันหมดเลยครับ ฉะนั้นของเรา อาจจะต้องเพิ่มตรงนี้นะครับ นโยบายที่สําคัญของประเทศมาเลเซีย ๑. ส่งเสริมการเรียน ภาษาอังกฤษ โดยใช้ครูสอนจากต่างประเทศ ๒. เพิ่มผู้ปฏิบัติงานด้านธุรการแทนครู เมื่อกี้ ที่ท่านกล่าวถูกต้องครับ ทําเหมือนกันกับประเทศมาเลเซีย ๓. การใช้ไอซีที (ICT) ในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา และ ๔. การให้โบนัสสําหรับครูใหญ่ หรือครูที่มีการสอนเป็นเลิศ
มาดูของประเทศเวียดนามครับ ซึ่งการศึกษาเขาก็เหนือเราอีกเหมือนกันครับ นโยบายการศึกษาที่สําคัญเขามีดังนี้ครับ ๑. การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ๒. การเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา ๓. การจัดการศึกษาในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่เฉพาะ ของเรา ตรงนี้ขอเรียนท่านว่าในพื้นที่ทุรกันดารประเทศไทยนั้นเด็กยังไม่ได้รับการศึกษามีอีกมากครับ จนกระทั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่านได้ทรงไปเยี่ยมชาวเขา แล้วก็ให้ตํารวจตระเวนชายแดนนั้นจัดโรงเรียนตระเวนชายแดนขึ้น ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะมาเติมเต็มตรงนี้ แต่ก็อยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการนั้นได้เข้าไปมีส่วนรับผิดชอบ เพราะว่ามีงบประมาณด้วย ในกรณีที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่นั้นเป็นการจัดภายใต้ขีดจํากัด ในเรื่องงบประมาณ และขีดจํากัดในเรื่องของปัจจัยการบริหารทั้งหลายนะครับ จะทําให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถ้าหากมีงบประมาณหรือว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นเข้าไปดูแลนะครับ
ต่อไปนะครับ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาการเรียนรู้ สอนภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ เห็นไหมครับว่าประเทศรอบ บ้านเรานั้นเขามีทักษะภาษาอังกฤษดีกว่าเรา เพราะเขาเน้นไว้เลยว่าต้องสอนภาษาอังกฤษ และต้องใช้ครูภาษาอังกฤษ เจ้าของภาษาเป็นผู้สอนครับ
และอันสุดท้ายนะครับ การพัฒนาครูโดยจัดให้มีภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า พีเพิลทีเชอร์ (People Teacher) ก็คือครูของประชาชน และเอกซ์เซลเลนต์ทีเชอร์ (Excellent Teacher) คือสุดยอดแห่งความเป็นครู ผมขอนําเสนออย่างนี้นะครับ สิ่งที่ท่าน นําเสนอนี่มีอยู่หน้า ๘ นะครับ ส่วนที่ ๒ ท่านบอกว่า กําหนดคุณลักษณะพึงประสงค์ของครู และก็มีหัวข้อย่อย ๆ อยู่นี่ ผมว่าเป็นหัวข้อที่สมบูรณ์แบบและดีมากเลยครับ สิ่งที่อยากให้ทํา อันดับแรกเลย ประเมินเลยครับว่าในเดือนเมษายนนี้ ครูมีคะแนนตามหัวข้อเหล่านี้ ทั่วประเทศแล้ว ถัวเฉลี่ยเท่าไร คะแนนเฉลี่ยเท่าไร ใครมีคะแนนสูงสุด ใครมีคะแนนต่ําสุด แล้วเอาคะแนนตัวนี้มาประเมินความก้าวหน้า มาประเมินความดีความชอบ มาประเมิน ให้รางวัล จะเห็นการขับเคลื่อนและการเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนและคุณภาพ การเรียนการสอนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ให้ประเมินทั้งครูผู้สอน ครูผู้บริหาร พร้อม ๆ กัน ผมคิดว่าการขับเคลื่อนจะได้เห็นผลเป็นรูปธรรมในเร็วนี้ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อดีตสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติอดีตสมาชิกวุฒิสภา ขอเชิญครับ