เฉลิมชัย ชี้จัดตั้งสมสส. ไม่ต้องผ่าน สนช.

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

เฉลิมชัย เครืองาม ชี้แจงว่าการจัดตั้งองค์การมหาชน (สมสส.) ดำเนินการผ่านพระราชกฤษฎีกา ไม่ต้องผ่าน สนช. และสามารถยกเลิกได้ตามมติ ครม. หากเกิดปัญหาในอนาคต พร้อมทั้งวิพากษ์ปัญหาความซับซ้อนและขาดความเป็นกลางในการเคลียร์ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเสนอให้ตั้งองค์การมหาชนอิสระทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางตรวจสอบและเคลียร์ริงค์ค่าบริการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงนําไปก่อน แล้วสักพัก ก็เดี๋ยวให้ชี้แจงเพิ่มเติม ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่อภิปราย มีทั้งข้อสนับสนุน มีทั้งที่เห็นต่าง ในประเด็นที่เห็นต่างนั้นบางประเด็นผมขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงดังนี้ครับท่านประธาน ขออนุญาตเรียกองค์กรนี้สั้น ๆ ว่า สมสส. ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในวันนี้นั้นเป็นการพิจารณา การจัดตั้งองค์การมหาชนใหม่ขึ้นมาซึ่งมีภารกิจที่ผมจะได้นําเรียนต่อไป

การจัดตั้งองค์การมหาชนอันนี้เป็นการจัดตั้งโดยรูปแบบที่ออกมาเป็น พระราชกฤษฎีกานะครับ ที่ท่านเห็นอยู่ในมือนี้เป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชน สมสส. ไม่ใช่เป็นพระราชบัญญัติ คือการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นมีพระราชบัญญัติองค์การ มหาชน ปี ๒๕๔๒ รองรับอยู่ ในมาตรากล่าวไว้ว่า ถ้าจะมีการจัดตั้งองค์การมหาชนใดให้ตรา เป็นพระราชกฤษฎีกา เพราะฉะนั้นพระราชกฤษฎีกานี้ขั้นตอนต่อไปถ้าผ่านขั้นตอน ทั้งหมดแล้วไม่ต้องนําเข้าสู่ที่ประชุม สนช. ก็เพียงแต่นําเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้มีมติ เห็นชอบพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชกฤษฎีกานี้ตั้งขึ้นมาเมื่อไรก็เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เสร็จภารกิจ หรือมีปัญหาเกิดขึ้นในภายหลังก็ยกเลิกได้ เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาต ตอบคําถามตรงนี้ต่อท่านสุรินทร์ว่าเรากําลังพิจารณาในประเด็นของการตั้งพระราชกฤษฎีกา ฉบับนี้ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรถ้ามีปัญหาในภายหน้า แต่ผมคิดว่าคงไม่มีปัญหาด้วย เหตุผลดังต่อไปนี้ครับ

ท่านประธานครับ สมสส. นี้ภารกิจไม่ใช่เพียงแต่เป็นการไอเดนทิไฟ (Identify) ว่าบุคคลใดมีสิทธิหรือสถานะอย่างไร ว่าจะเป็นประกันสังคม หรือว่าเป็นบัตรทอง หรือว่าเป็นสวัสดิการข้าราชการเท่านั้น ภารกิจยังมีอีก ต่าง ๆ อีกมากมายหลายประการ ศัพท์ที่ในแวดวงที่เกี่ยวข้องนี้เขาเรียกกันภาษาง่าย ๆ เขาเรียกใช้คําว่าเนชันนัล เคลียร์ริง เฮาส์ (National Clearing House) คือเหมือนกับเป็นตัวกลางหรือเป็นองค์กรกลางที่มี หน้าที่เคลียร์ (Clear) ค่าใช้จ่ายของทุกระบบของระบบสุขภาพที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบัตรทองไม่ว่าจะเป็นประกันสังคมหรือว่าไม่ว่าจะเป็นสิทธิ อย่างอื่นทั้งหมด ถามว่าปัญหาการเคลียร์ (Clear) อันนี้มีปัญหาอย่างไรครับ ต้องเรียนว่า มีปัญหามากทุกวันนี้ระบบสุขภาพของไทยมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องของการใช้บริการ ใช้บริการ แล้วก็ยังมีปัญหาอีกครับ คนแต่ละคนเวลาจะใช้สิทธิอาจจะไม่ได้ไปใช้สิทธิตรงกับที่ท่าน มีสิทธิอยู่ เช่น กรณีของท่านมีประกันสังคมเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ท่านอาจจะไปใช้สถาน บริการต่างกับบัตรที่ท่านเลือก คนที่มีปัญหาค่าใช้จ่ายจากบัตรทองเวลาไปใช้บริการท่าน อาจจะไปเข้าโรงพยาบาลอื่น เพราะฉะนั้นปัญหาการเคลียร์ (Clear) ค่าใช้จ่ายระหว่าง โรงพยาบาลนั้นมีปัญหามาโดยตลอดแต่ละปีนับเป็นหมื่น ๆ ล้าน ปัญหาแล้วเกิดอย่างไรขึ้น ครับ เวลาเคลียร์ (Clear) ค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลสมมุติโรงพยาบาลชุมชนส่งต่อให้กับ โรงพยาบาลระดับสูงขึ้นไป เช่น ส่งต่อให้โรงพยาบาลจังหวัดหรือส่งมาศิริราช รามาธิบดี จุฬาลงกรณ์ก็แล้วแต่ รักษาเสร็จก็ต้องมีการเคลียร์ (Clear) ค่าใช้จ่ายกัน โรงพยาบาลศิริราช หรือโรงพยาบาลจังหวัดต้องไปวางบิล (Bill) หรือไปเคลียร์ (Clear) ค่าใช้จ่ายกับโรงพยาบาล ชุมชน อาจจะเคลียร์ (Clear) ๓๐,๐๐๐ อาจจะเคลียร์ (Clear) ๓๐๐,๐๐๐ หรืออาจจะ เคลียร์ (Clear) ๓,๐๐๐,๐๐๐ แต่ไม่ใช่ว่าโรงพยาบาลชุมชนเขาจะจ่าย ๓๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตามบิลลิง (Billing) ที่เกิดขึ้นก็มีการเคลียร์ (Clear) ค่าใช้จ่ายอีกว่าจริง ๆ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้เป็นไปตามนั้น ท่านวางบิล (Bill) ๓๐๐,๐๐๐ เวลาเคลียร์ (Clear) จริง ๆ แล้วอาจจะเหลือ ๓๐,๐๐๐ ก็ได้ หรืออาจจะเหลือ ๒๐,๐๐๐ ก็ได้ ตัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านั้นไปทั้งสิ้น ลักษณะคล้าย ๆ กับที่ท่านมีประกัน ประกันสุขภาพ แล้วเวลาเจ็บป่วยท่านก็ไปรักษาโรงพยาบาลรามาธิบดี ขออภัยที่เอ่ยนาม ถึงเวลาเกิดบิลลิง (Billing) ขึ้นมาไปวางบิล (Bill) กับบริษัทประกันอาจจะวางบิล (Bill) ที่ ๒๐๐,๐๐๐ แต่บริษัทประกันอาจจะจ่ายแค่ ๕๐,๐๐๐ ก็ได้ ตัดค่าโน้น ตัดค่านี้ออกไปเยอะแยะ การตัดหรือการเคลียร์ (Clear) ต่าง ๆ เหล่านี้ที่ทําให้เกิดปัญหาความขัดแย้งโดยตลอด ต่อระบบบิลลิง (Billing) ของประเทศไทย วิธีการแก้ปัญหาทําอย่างไรครับ ก็หาคนที่เป็น กลางหาคนที่เป็นอิสระไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเดิมทีระบบบิลลิง (Billing) หรือระบบเคลียร์ริง (Clearing) อันนี้ฝากไว้ที่ สปสช. อย่าลืมว่า สปสช. เป็น ๑ ใน ๓ ของระบบสุขภาพของ ประเทศไทย คือ สปสช. ประกันสุขภาพแล้วก็ประกันสังคม แล้วก็สวัสดิการข้าราชการ เอาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาดูเป็นหน้าที่เคลียร์ริง (Clearing) ตรงนี้ ก็เกิดความหวาดระแวง เกิดความไม่ไว้ใจ และเกิดปัญหาเคลียร์ (Clear) ๒๐๐,๐๐๐ จ่ายจริง สปสช. พิจารณาแล้ว บอกว่าให้จ่ายได้แค่ ๕๐,๐๐๐ โรงพยาบาลก็ขาดทุน โรงพยาบาลชุมชนขาดทุน เจ๊ง ขาดทุน เยอะแยะมากมาย ต่าง ๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นสะสมปัญหามาโดยตลอดนับ ๑๐ ปี รัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขทราบมาโดยตลอดว่าปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างไร จึงพยายามคิดหาวิธีแก้ไข กรรมาธิการไม่ใช่จะไม่คิดวิธีอื่น เราก็พยายามคิด คิดวิธีนี้มันก็จะ ติดเรื่องนี้ คิดวิธีนี้มันก็จะติดเรื่องนี้ ติดเรื่องอะไรครับ ติดเรื่อง ๑. ไม่เป็นกลาง ๒. ไปยึดโยง กับระบบราชการ เป็นพนักงานหรือเป็นข้าราชการของส่วนราชการนี้ เช่น เป็นข้าราชการ ของ สปสช. แล้วให้มาบิลลิง (Billing) เรื่องนี้กับโรงพยาบาลชุมชน มาบิลลิง (Billing) เรื่องนี้ กับประกันสังคม มาบิลลิง (Billing) กับสวัสดิการข้าราชการก็ทะเลาะกันโดยตลอด เป็นเรื่อง ฟ้องร้องกันก็มีมากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการคิดขึ้นมา แล้วก็ทาง สปช. ก็คิดเรื่องนี้ จึงมาตกผลึกที่ว่าควรจะให้เป็นองค์การที่หน่วยงานที่เป็นอิสระสามารถที่จะตรวจสอบได้ แล้วก็ไม่ยึดโยงกับระบบราชการ อันไหนครับที่อิสระเป็นกลางไม่ยึดโยงกับระบบราชการ เราก็มาคิดว่าน่าจะเป็นองค์การมหาชน จึงเป็นคําตอบว่าคืออย่างนั้นขอให้หน่วยงานนี้เป็น องค์การมหาชน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในอนาคตเรื่องนี้ถ้าหากว่าผ่านจากมติที่ประชุม สปท. ส่งไปแล้วใน ครม. กรรมาธิการก็คิดอีกเหมือนกันว่า ณ ขณะนี้ไทม์มิง (Timing) เวลานี้เข้าใจ ว่ารัฐบาลยังคุมกําเนิดเรื่ององค์การมหาชนใหม่ที่จะเกิดขึ้นอยู่คือรอปฏิรูปองค์การมหาชน ใหม่ทั้งระบบก่อนดังที่มีการแก้พระราชบัญญัติองค์การมหาชน ครั้งที่ ๑ ไปแล้วเมื่อลงราช กิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่อไปนี้สิ่งที่ สปท. เพิ่งลงมติไม่กี่วันนี้ จะมีการแก้ไข พ.ร.บ. องค์การมหาชน ก็ไปข้างหน้าอีก เพราะฉะนั้นเราทราบดีครับว่าปัญหา และอุปสรรคนี้อาจจะยังมีอยู่ แต่เราได้ตกผลึกแล้วว่าหน่วยงานนี้ที่จะทํางานนี้ได้อย่าง ทะลุปรุโปร่งและสมประโยชน์กับทุกฝ่ายกับบ้านเมืองมากที่สุด คือเป็นองค์การมหาชน แต่เมื่อเราส่งร่างพระราชกฤษฎีกานี้ไปในชั้นของคณะรัฐมนตรีแล้วนี้คงจะไปมีการปรับแก้ ในชั้นกฤษฎีกาหรืออะไรก็แล้วแต่ หรือถูกชะลอด้วยมติคณะรัฐมนตรีว่าขอดูภาพรวม หรือปฏิรูปองค์การมหาชนทั้งหมดเสียก่อน ทางกรรมาธิการก็พร้อมรับถ้าหากว่าจะมีมติ เช่นนั้น ขอกราบเรียน ขอบพระคุณครับ