เมธินี เทพมณี หารือเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลและฐานข้อมูลระดับชาติ และเรียกร้องการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งการแก้ไขกฎหมายฉบับสําคัญเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงได้อย่างที่ท่านกรรมาธิการมีความประสงค์
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน เมธินี เทพมณี หมายเลข ๑๑๗ ค่ะ ดิฉันขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมและเป็นข้อสังเกตที่อาจจะเป็นประโยชน์กับท่านกรรมาธิการ และท่านสมาชิกสภาด้วย ณ ที่นี้ค่ะ คือก็ต่อเนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ เมื่อประมาณสัก ๒-๓ สัปดาห์ ได้มีการประชุมเรื่องเนชันนัล อีเพย์เมนต์ (National e-Payment) หลาย ๆ ท่านอาจจะ คุ้นเคยกับคํานี้นะคะของประเทศไทย ซึ่งกําลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ และในโครงการนี้ มีความสําคัญอันหนึ่งก็คือ เชื่อมโยงทะเบียนของประชาชน ในมิติต่าง ๆ เพื่อดูการสวัสดิการ ของรัฐ ซึ่งสิ่งนี้มันจะทําให้เกี่ยวข้องกับงานที่เป็นประกันสุขภาพด้วยอย่างแน่นอน ดังนั้น ข้อมูลประวัติของประชาชนซึ่งเริ่มต้นด้วยเลข ๑๓ หลัก ของทะเบียนราษฎร์ของพวกเรา ก็จะเป็นตัวหลักเริ่มต้นในการเชื่อมโยงไปสู่ข้อมูลในพื้นฐานต่าง ๆ เช่น เราเป็นเกษตรกรหรือเปล่า เรามีรายได้น้อยหรือไม่ เราเป็นคนพิการหรือเปล่า เราเข้าสู่การรับสวัสดิการผู้ชราหรือยัง แล้วก็รวมทั้งสุขภาพของเราว่าเบิกสวัสดิการอย่างไร มีหน่วยงานใดรับรองเรื่องสวัสดิการ สุขภาพของเราบ้าง สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ออน (On) อยู่ในโครงสร้างของเรานั้น แล้วมีสิทธิประโยชน์ออน (On) ทับขึ้นมาเป็นหลาย ๆ ชั้นนั้นก็จะถูกการประมวลผลขนาดใหญ่ ถ้าดิฉันมองในสถานะของไอซีที (ICT) นั้นก็คือทะเบียนเหล่านี้จะต้องมีการเชื่อมโยง บูรณาการในการทํางาน และท่านสมาชิกสภาท่านหนึ่งก็ได้มีการอภิปรายพูดถึงสํานักงานหนึ่ง ซึ่งทํางานของกระทรวงไอซีที (ICT) ก็คือ สํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ซึ่งสํานักงานนี้เดิมนั้นก็ถูกออกมาเพื่อเชื่อมโยงโครงข่าย แล้วก็วิ่งโครงข่ายข้ามกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลาย แต่บนโครงข่ายนั้นก็จะมีฐานข้อมูลหลากหลายเพื่อสวัสดิการต่าง ๆ เหล่านี้ที่ได้นํากล่าวแล้ววิ่งอยู่ข้างบนโครงข่ายและรับผิดชอบโดยส่วนราชการทั้งหลาย ที่เกี่ยวข้อง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องการทํางานด้านมาตรฐานข้อมูล ณ ขณะนี้นั้น ก็มีหลายส่วนราชการ อย่างที่ท่านกรรมาธิการได้กรุณาศึกษาในรายละเอียดแล้วก็มี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทํางานร่วมกันในระดับชาติที่จะทําหน้าที่ประมวลว่าข้อมูลเหล่านี้ จะเชื่อมโยงกันอย่างไร และเมื่อไรจะไปถึงระบบของการจ่ายประกันสุขภาพเหล่านี้ไปสู่ ตัวประชาชน รวมทั้งการจ่ายเรื่องเกี่ยวกับเงินสวัสดิการต่าง ๆ ไปสู่ตัวประชาชน ดังนั้นในสิ่งที่ ได้มีการอภิปรายในเรื่องนี้ในหลาย ๆ เวทีก็ได้พูดถึงสิ่งหนึ่งที่เราเรียกว่า เป็นการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายฉบับสําคัญฉบับนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา และหวังว่า จะได้มีการขับเคลื่อนออกมาโดยเร็ววัน ซึ่งจะรองรับสถานการณ์ในปัจจุบัน ข้อมูลส่วนบุคคล ของเราทุกคนในฐานะประชาชนคนไทยนั้นจะต้องมีการถูกคุ้มครองในมิติต่าง ๆ ในระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลสําคัญ อย่างเช่นข้อมูลสุขภาพ ซึ่งดิฉันก็มีข้อสังเกต ณ ที่นี้ว่าองค์การมหาชนนั้นอํานาจทางปกครองอาจจะมีไม่เพียงพอที่จะสามารถที่จะ ดําเนินการได้ อํานาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอยู่ในลักษณะของการรับผิดชอบข้อมูลเหล่านี้ มีความสําคัญอย่างยิ่ง ในช่วงในระหว่างที่ได้มีการอภิปรายการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระดับชาติ ต่าง ๆ ที่ดิฉันได้นําสู่การพิจารณาของสภาวันนี้ก็คือได้มีส่วนราชการหลายส่วนราชการ ถือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนซึ่งตัวเองรับผิดชอบในมิติต่าง ๆ แล้ว เมื่อนําเข้าสู่การเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากกฎหมายหลาย ๆ ฉบับเข้ามาสู่ฐานข้อมูลกลาง ที่จะประมวลผลดึงข้อมูลสู่การตัดสินใจของนโยบายรัฐบาลระดับสูงก็จะมีประเด็น ข้อกฎหมายที่จะต้องเจรจา แล้วก็มีประเด็นในที่สุดอาจจะนําไปสู่การแก้กฎหมายฉบับ สําคัญ ๆ ของแต่ละส่วนราชการในภาพรวมเพื่อจะทําให้เกิดการเชื่อมโยงได้อย่างที่ ท่านกรรมาธิการมีความประสงค์ และอํานาจนั้นก็จะต้องถ่ายโอนไปสู่หน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งดิฉันก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตอันที่ย้ําไว้แล้วว่าองค์การมหาชนจากประสบการณ์ ของดิฉันนั้นมีอํานาจอันน้อยนิด แล้วก็มีภารกิจที่จะรับผิดชอบค่อนข้างเฉพาะ แล้วมี มิชชัน (Mission) ที่ค่อนข้างจํากัด รวมทั้งในอนาคตก็จะต้องคอมมิตเมนต์ (Commitment) อีกด้วยซ้ําว่าจะต้องยุบเลิกเมื่อไม่มีความจําเป็น ดังนั้นงานลักษณะนี้เป็นงานระดับชาติ ที่มีความสําคัญกับเราทุกคนในฐานะประชาชนคนไทยซึ่งก็ไม่ควรที่จะสะดุดหยุดชะงักไป ในวันใดวันหนึ่ง แล้วไม่ใช่มิชชัน (Mission) ที่จะต้องยุบเลิกอีกด้วย ดิฉันถึงตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งเป็นองค์การมหาชนนั้นอาจจะทําให้ความตั้งใจหรือวิสัยทัศน์เหล่านั้นไม่ได้นําไปสู่ การปฏิบัติอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ ขออนุญาตให้ข้อสังเกตค่ะ