บุญชัย กิจสนาโยธิน หารือปัญหาการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพที่ขาดการเชื่อมโยงระหว่างกองทุนทั้งสาม ซึ่งทำให้สถานพยาบาลต้องทำงานซ้ำซ้อน จึงเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานกลางในรูปแบบองค์การมหาชนคือ สำนักงานมาตรฐานและการจัดการสารสนเทศระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ (สมสส.) เพื่อบูรณาการข้อมูลสุขภาพภายใต้มาตรฐานเดียว พร้อมผลักดันการปฏิรูประบบเบิกจ่ายและบริการสุขภาพผ่านกลไกเทิร์ดปาร์ตี้ และพัฒนาคลังข้อมูลสุขภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และรองรับการบริการ วิจัย และนโยบายสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านสมาชิก ผม นายแพทย์บุญชัย กิจสนาโยธิน เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการสาธารณสุข สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ ขอสไลด์ (Slide) อันที่ ๑ ครับ ปัจจุบันนี้เราจะพบว่าในระบบบริหารจัดการระบบข้อมูล สารสนเทศในการเบิกจ่ายและบริการสุขภาพไม่มีประสิทธิภาพนะครับ ข้อมูลไม่สามารถ บูรณาการกันได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลบริการสุขภาพกันได้ ข้อมูลไม่มีคุณภาพ ดังจะเห็นในภาพ จะเห็นได้ว่าเรามีกองทุนใหญ่อยู่ ๓ กองทุนนะครับ ก็คือกองทุน สปสช. แล้วก็ประกันสังคม แล้วก็ของกรมบัญชีกลาง สําหรับสวัสดิการ ข้าราชการ การที่ข้อมูลไม่สามารถบูรณาการกันได้นี้ก็จะทําให้ประชาชนไม่ได้รับการรักษา ที่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น ปัจจุบันพยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และสถานีอนามัยต้องใช้เวลากว่า ๑ ใน ๓ ของเวลาทํางานมาจัดการกับรายงานข้อมูล ที่จะต้องส่งให้กับทั้ง ๓ กองทุนแล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับ การเบิกจ่ายที่จะต้องส่งให้กองทุนประกันสุขภาพทั้ง ๓ ระบบซึ่งแตกต่างกัน แทนที่จะ ใช้เวลาเหล่านั้นไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย การบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศที่มีความ หลากหลายไม่มีมาตรฐานข้อมูลเดียวกันเป็นภาระให้สถานพยาบาลเป็นภาระอย่างมาก สไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ สภาพปัญหาในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าเรามี ๓ กองทุนหลัก แล้วก็ครอบคลุมประชากรไทยกว่า ๗๐ ล้านคน ทั้ง ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ ธุรกรรม ในระบบการเบิกจ่ายในการรักษาพยาบาลแล้วก็มีการเบิกจ่ายกันระหว่างกองทุน กับโรงพยาบาล หรือสถานบริการจะเห็นได้ว่าเฉพาะผู้ป่วยในมีธุรกรรมเกิดขึ้นประมาณ ๗.๑๘ ล้านครั้งต่อปีนะครับ คิดเป็นปริมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงานบริการทั้งหมดที่เกิด ในประเทศนะครับ ส่วนผู้ป่วยนอกมีธุรกรรมที่เกิดจากการที่ต้องส่งข้อมูลไปมาระหว่าง ผู้ให้บริการแล้วก็กองทุนต่าง ๆ ถึง ๒๑๙.๓ ล้านครั้งนะครับ เกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของงาน บริการผู้ป่วยนอกทั้งประเทศนะครับ ธุรกรรมเหล่านี้มีการบริหารจัดการแยกส่วนกันของ แต่ละกองทุนจะกําหนด มีรูปแบบของข้อมูลที่ต่างกัน ไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันนะครับ ไม่สามารถบูรณาการข้อมูลเพื่อให้ผู้บริหารมีข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อใช้ในการวางแผนบริหาร จัดการทรัพยากร และวางนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ําของระบบประกันสุขภาพที่แตกต่างกัน นะครับ ที่สําคัญก็คือว่า เป็นภาระให้กับสถานพยาบาลทุกระดับต้องทํางานซ้ําซ้อน ในการส่งข้อมูลเพื่อการเบิกจ่ายค่าบริการสุขภาพ จริง ๆ แล้วเนื่องจากว่าเรามีหน่วย บริการสุขภาพ แล้วก็มีกองทุนที่เราแยกระหว่างผู้ซื้อบริการกับผู้ให้บริการมาประมาณ ๑๐ กว่าปีนะครับ แล้วก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งดําเนินการโพรเซส (Process) ข้อมูลเหล่านั้น อยู่เป็นเวลานาน แต่เนื่องจากว่าหน่วยงานต่าง ๆ นั้นแยกอยู่ในหลายที่ แล้วก็ไม่มี การบูรณาการกัน ปัจจุบันนี้มีหน่วยงานที่ทํางานเกี่ยวข้องกับเรื่องมาตรฐานข้อมูล แล้วก็การบริหารจัดการข้อมูลบริการสุขภาพนี้อยู่ ๔ หน่วยงาน ก็คือ อันแรกเป็นสํานักงาน กลางสารสนเทศบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นเครือสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข อันที่ ๒ ก็คือศูนย์พัฒนากลุ่มโรคร่วมไทย เครือสถาบันวิจัยสาธารณสุข ทําหน้าที่เกี่ยวกับการคิดค้น เครื่องมือช่วยในการทําให้เกิดการเบิกจ่ายนะครับ เช่น เครื่องมือการเบิกจ่ายผู้ป่วยใน ที่เราเรียกว่า ดีอาร์จี (DRG) นะครับ อันที่ ๓ ก็คือศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูล สุขภาพไทย ซึ่งเป็นเครือสถาบันระบบวิจัยสาธารณสุข ซึ่งทําหน้าที่ในการพัฒนามาตรฐาน ที่จะทําให้ข้อมูลนี้เชื่อมโยงกันได้นะครับ สุดท้ายก็มีสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะเห็นได้ว่ามีหน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานซึ่งหน่วยงานซึ่งเป็นผู้ซื้อบริการอยู่ทําหน้าที่ ในการบริหารจัดการพวกนี้ ข้อมูลเหล่านี้นะครับ เหล่านี้ทําให้เกิดความแยกส่วนกัน ยุทธศาสตร์ที่สําคัญ ซึ่ง สปช. ได้ศึกษา แล้วก็ได้เสนอเป็นวาระปฏิรูปที่ ๒๔ ในการปฏิรูป ระบบบริหารจัดการการบริการสุขภาพ และระบบการเงิน การคลัง เสนอไปในคราวที่แล้วก็คือ เสนอว่า ควรจะมีหน่วยงานกลาง ซึ่งทําการบูรณาการงานเหล่านี้ให้ข้อมูลมีมาตรฐาน เดียวกัน แล้วก็ลดการทํางานที่ซ้ําซ้อนกันของหน่วยงาน ของกองทุนทั้ง ๓ แล้วก็โรงพยาบาล ก็จะได้ลดงานในการที่จะส่งไปทําหน้าที่เหมือนกับตัวกลางหรือบางทีเรียกว่าเคลียร์ริง (Clearing) ข้อมูลเพื่อจะทําให้ข้อมูลมีเอกภาพ แล้วก็สามารถที่จะนํามาใช้ได้ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือภาพที่ควรจะเป็นในการบูรณาการหน่วยงานที่ทํางาน ที่แตกต่างกันให้มาทํางานให้มีมาตรฐานเดียวกัน แล้วก็ทํางานเพื่อทําให้เกิดการเชื่อมโยง ข้อมูลนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ จะเห็นได้ว่าหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงาน ที่ให้บริการสาธารณะนะครับ ไม่ได้ทํางานเกี่ยวกับเรื่องกําหนดนโยบายต่าง ๆ ที่จะไป เกี่ยวข้องกับอํานาจการเบิกจ่ายนะครับ สํานักงานมาตรฐานและการจัดการสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สมสส. จะทําหน้าที่ในการเคลียร์ทรานแซกชัน (Clear transaction) หรือธุรกรรมนะครับ กําหนด พัฒนามาตรฐานข้อมูล บูรณาการในการให้บริการจัดการกระบวนการรับส่ง แล้วก็สนับสนุน การแลกเปลี่ยนข้อมูล ช่วยให้เกิดการพัฒนาการข้อมูลเพื่อการส่งต่อผู้ป่วย สุดท้ายจากการที่ ข้อมูลมีมาตรฐานเดียวกัน มีบูรณาการ ก็จะทําให้ประเทศเกิดคลังข้อมูลและมีข้อมูลบริการ สุขภาพ สามารถที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข กองทุน โรงพยาบาล แล้วก็ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากคลังข้อมูลเหล่านี้นะครับ
ถัดไปนะครับ ข้อเสนอเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปที่จะเสนอก็คือว่า เสนอให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเสนอให้ รัฐบาลเร่งดําเนินการออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสํานักงานมาตรฐานและการจัดการ สารสนเทศระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติหรือ สมสส. เป็นองค์การมหาชน ทําไมถึงต้องเป็น องค์การมหาชน เพราะว่าเป็นองค์กรที่จะให้บริการสาธารณะมีขนาดเล็ก แล้วก็มีฟีสิบิลิตี (Feasibility) แล้วก็สามารถจะซัสเทน (Sustain) ได้โดยการให้บริการขององค์กรเองนะครับ แล้วก็คณะอนุกรรมาธิการก็ได้มีร่างพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้ง สมสส. เสนอไปพร้อมกันนี้ ด้วยนะครับ
อํานาจหน้าที่ของสํานักงาน สมสส. ก็คือ
๑. ให้บริการเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายสารสนเทศ เพื่อรับส่งสารสนเทศ ระบบบริการสุขภาพ
๒. ให้บริการเป็นตัวแทนและเป็นตัวกลางบริหารจัดการให้สารสนเทศระบบ บริการสุขภาพที่ส่งผ่าน รวมถึงบํารุงรักษาฐานข้อมูลและสารสนเทศระบบบริการสุขภาพ
๓. กําหนดมาตรฐานสารสนเทศระบบบริการ โดยกระบวนการที่มีส่วนร่วม ของทั้งกองทุน สถานพยาบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงจัดให้มีและส่งเสริมให้มี การศึกษาวิจัยและพัฒนามาตรฐานข้อมูล
๔. จัดทําคลังข้อมูลของสารสนเทศบริการสุขภาพ ให้บริการแก่กองทุน สถานพยาบาล นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ใช้ประโยชน์ และสนับสนุนข้อมูลเพื่อกําหนดนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๕. ให้บริการการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของการรับส่งข้อมูลสารสนเทศ ระบบบริการสุขภาพเพื่อการศึกษาวิจัย และ
๖. ให้บริการการวิเคราะห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลสารสนเทศบริการสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการบริการสุขภาพ การบริหารจัดการของระบบบริการสุขภาพและการเงิน การคลัง
ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูป หรือการมี สมสส. ก็คือว่า
๑. ก็จะเกิดระบบข้อมูลสารสนเทศบริการสุขภาพที่มีมาตรฐาน เป็น หน่วยงานที่สามารถช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลบริการสุขภาพต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้
๒. เกิดการบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง ซึ่งจะทําให้ระบบบริการสุขภาพ มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส
๓. จะช่วยลดภาระงานของสถานพยาบาลในการจัดการข้อมูลการเบิกจ่าย ค่าบริการสุขภาพ
๔. ทําให้เกิดและรักษาดุลยภาพการบริหารจัดการและบริบาลระบบการ เบิกจ่ายและบริการสุขภาพของประเทศ ปัจจุบันนี้ท่านก็จะเห็นได้ว่าก็ยังมีการถกเถียงกัน ระหว่างกองทุนแล้วก็โรงพยาบาลว่าข้อมูลของข้างไหนถูก เทิร์ดปาร์ตี้ (Third Party) ที่จะ เกิดขึ้นก็จะช่วยทําให้ข้อมูลนี้มีความโปร่งใส แล้วก็ทุกหน่วยสามารถตรวจสอบข้อมูล ที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมต่าง ๆ ได้
๕. การเริ่มต้นจากสถานการณ์ทางด้านการเงิน การคลัง ด้านบริการสุขภาพ จะเป็นจุดตั้งต้นและการวางรากฐานของการพัฒนาระบบสารสนเทศบริการสุขภาพ ของประเทศในภาพใหญ่ ที่จะช่วยสนับสนุนการปฏิรูประบบสุขภาพของชาติให้ประชาชน ได้รับการบริการสุขภาพที่ปลอดภัยเท่าเทียมและมีคุณภาพ
ตัวชี้วัดความสําเร็จของการปฏิรูปนี้นะครับ ก็คือ
ข้อที่ ๑ จะดูว่าสําเร็จหรือไม่ก็เมื่อข้อมูลบริการสุขภาพของประเทศมี มาตรฐานหรือเปล่า มีมาตรฐานครอบคลุมทุกมิติของมาตรฐานข้อมูลทางด้านสุขภาพไม่ เฉพาะเรื่องการเงิน การคลัง แต่ทั้งรวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยและเป็นข้อมูล ซึ่งสามารถจะสอดคล้องกับมาตรฐานสากลแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศได้ด้วยนะครับ
ตัวชี้วัดอันที่ ๒ ก็คือว่าต้องลดการทํางานที่ซ้ําซ้อนของข้อมูลและได้ข้อมูล ที่มีบูรณาการ
ตัวชี้วัดที่ ๓ ก็คือเวลาและภาระในการจัดการข้อมูลของการเบิกจ่าย ค่าบริการสุขภาพของผู้ให้บริการควรจะต้องลดลงให้เอาเวลาเหล่านั้นไปใช้ให้บริการสุขภาพ อันสุดท้ายมีคลังข้อมูลบริการสุขภาพระดับประเทศที่สามารถนําไปใช้สนับสนุนการบริหาร จัดการ การบริการ งานวิจัยทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ขอบพระคุณครับ