สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

อําพล จินดาวัฒนะ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติและความแตกต่างระหว่างระบบบริการสุขภาพและนโยบายสุขภาพ และเรียกร้องให้มีการศึกษาวิเคราะห์และการปรับเปลี่ยนกลไกอภิบาลระบบสุขภาพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแสดงความกังวลเกี่ยวกับหน้าที่ของกลไกนี้ที่อาจจะคล้ายกับหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี

นายอําพล จินดาวัฒนะ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมขออนุญาตร่วมแสดงความคิดเห็นรวมทั้งให้ข้อสังเกตต่อข้อเสนอที่ทางคณะกรรมาธิการ นําโดยท่านอาจารย์พรพันธุ์และคณะได้จัดทําไว้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการที่จะได้มีการพิจารณา ในขั้นตอนต่อ ๆ ไปครับ อาจจะเลยเวลา ๑๐ นาทีไปบ้างเล็กน้อย ต้องขออนุญาตท่านประธาน ไว้ ณ โอกาสนี้ เพราะว่าวันนี้มีคนอภิปรายไม่มาก แล้วก็บังเอิญกระผมนั้นประสบการณ์ ในการทํางานนั้นทํางานอยู่กระทรวงสาธารณสุขเกือบ ๔๐ ปี และดูแลเรื่องการปฏิรูประบบ สุขภาพแห่งชาติมาเป็นเวลาทั้งสิ้น ๑๗ ปีครับ เพราะฉะนั้นอยากจะขออนุญาตนําบางสิ่งบางอย่างที่มาให้ความเห็นตรงนี้เพื่อจะเป็น ประโยชน์ในการที่จะสร้างสรรค์เรื่องการปฏิรูประบบอภิบาลต่อไปครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมคิดว่าต้องขอชื่นชมเจตนาของคณะกรรมาธิการที่จับเรื่องนี้มา ซึ่งโดยเฉพาะท่านอาจารย์พรพันธุ์ท่านก็จับตั้งแต่ตอนที่เป็น สปช. แล้วก็ตอนนี้เป็น สปท. ก็ยังมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อ กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีครับที่เรามีความมุ่งมั่นร่วมกันในการ ที่จะมีการปฏิรูประบบการอภิบาลระบบสุขภาพของประเทศไทยนะครับ กระผมคิดว่า ในภาวะแบบนี้เหมือนการออกแบบบ้านที่บังเอิญบ้านนี่เรามีอยู่แล้วแล้วก็มีห้องมีหับ อะไรต่าง ๆ มากมายนะครับ เรากําลังจะออกแบบบ้านเพื่อจะจัดบ้านใหม่ เราไม่ได้ออกแบบบ้าน เพื่อสร้างใหม่บ้านมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการออกแบบบ้านที่จะปรับปรุงบ้านที่มีอยู่เดิม ให้สมบูรณ์เหมาะสมที่สุดนั้น สิ่งสําคัญก็คือต้องมีการวิเคราะห์ห้องหับและแปลนเดิม อย่างรอบด้าน ในขณะเดียวกันเมื่อมีการออกแปลนใหม่ในการปรับปรุงนั้นคนที่อยู่ ในบ้านไม่ว่าจะอยู่ตรงห้องไหนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรคงจะต้องมีโอกาสได้มีส่วนร่วม ในการออกแบบนั้นอย่างสําคัญนะครับ อันนี้ผมคิดว่าน่าจะอยู่ในความคิดของคณะกรรมาธิการ ท่านคิดอยู่แล้วครับ กระผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนคือฟังดูทุกท่านและทั้ง กรรมาธิการและทุกท่านในสังคมและในห้องนี้กระผมคิดว่าเราเห็นตรงกันหมดครับว่าระบบ สุขภาพของประเทศไทยต้องการการบูรณาการ ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องนี้เลยครับการบูรณาการ ทุกคนอยากเห็นทุกคนไม่ปฏิเสธและอยากให้มันเกิดครับ เพียงแต่ว่าการเกิดเรื่องนี้ควรจะ เกิดในรูปแบบอย่างไร และอะไรที่เหมาะสมที่สุดครับ กระผมคิดว่าเมื่อพูดถึงการอภิบาล จริง ๆ แล้วขออนุญาตนิดหนึ่งว่าถ้าในภาษาอังกฤษจะมี ๒ คํา คือคําว่า เฮลท์กัฟเวิร์นแนนซ์ (Health Governance) คือการอภิบาลระบบสุขภาพ อีกอันหนึ่งคือกัฟเวิร์นแนนซ์ ฟอร์ เฮลท์ (Governance for Health) คือการอภิบาลเพื่อสุขภาพครับ ถ้าการอภิบาลเพื่อสุขภาพ อันหลังจะไปเกี่ยวข้องกับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ มากมาย ยกตัวอย่างเช่น อุบัติเหตุ บนท้องถนนจะต้องมีการจัดระบบอภิบาลที่จะต้องไปลดอุบัติเหตุการตาย การพิการ บนท้องถนน อันนี้อยู่นอกระบบสาธารณสุขครับ อยู่นอกระบบสุขภาพ แต่มันเกี่ยวกับ สุขภาพ แต่สิ่งที่ส่วนใหญ่เราจะคุยกันนั้นคือการอภิบาลระบบสุขภาพหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ระบบสาธารณสุข ประเทศเราเรียกระบบสุขภาพมานานว่าเป็นระบบสาธารณสุขครับ มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นแกนสําคัญ ถ้าใครเห็นการตั้งคณะรัฐมนตรีในพม่าตอนนี้เขาใช้ กระทรวงสุขภาพ มินิสทรี ออฟ เฮลท์ (Ministry of Health) ของเราเป็นมินิสทรี ออฟ พับบลิก เฮลท์ (Ministry of Public Health) เราแปลว่าสาธารณสุข เพราะฉะนั้น ๒ คํานี้ เวลาไล่ ๆ ไปแล้วเดี๋ยวอาจจะต้องดูกันว่าเรากําลังจะปฏิรูประบบอภิบาลตรงไหนกันนะครับ อันนี้ก็คงเป็นส่วนที่ลึกที่จะต้องดูกันในเชิงรายละเอียดต่อไป กระผมกราบเรียนว่าผมได้อ่าน สิ่งที่เสนอของคณะกรรมาธิการอย่างละเอียดครับ เป็นเรื่องที่ดี ท่านพยายามจะทํางานชิ้นนี้ เพราะมีส่วนสําคัญอย่างมากนะครับ

ในหน้า ๑ ของเอกสารนี้ แผนปฏิรูป หลักการและเหตุผลที่ขึ้นต้น ท่านขึ้นไว้ ดีมากเลยครับว่า เมื่อก่อนนี้เราพูดถึงระบบบริการสุขภาพเน้นสุขภาพด้านชีวการแพทย์ การเจ็บป่วยบุคคล การรักษา วันนี้มันไปไกลกว่านั้น มันเป็นเรื่องของการเสียสุขภาพในเรื่อง ที่ไม่ใช่เรื่องเชื้อโรค เรื่องการแพทย์แบบเดิม เมื่อสักครู่ผมแตะเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนครับ คนไทยตายบนท้องถนนปีละถ้าตามสถิติเก็บไว้คือ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ข้อเท็จจริงนั้น ท่านรัฐมนตรีสาธารณสุขบอกว่าเมื่อเช็กข้อมูลหมดแล้วตายประมาณปีละ ๓๐,๐๐๐ บาดเจ็บ พิการอีกจํานวนเป็นแสนนะครับ อันนี้อยู่นอกระบบสาธารณสุขครับ นอกระบบบริการ สาธารณสุข ระบบบริการสาธารณสุขเพียงแค่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุคือตาย บาดเจ็บ พิการ มาแล้วครับ ตรงนี้มีการปรับเรื่องสุขภาพจากเดิมไปจริงที่ท่านเขียนไว้ทุกประการครับ ท่านขึ้นต้นด้วยบริการสุขภาพนะครับ แล้วในย่อหน้าที่ ๓ ท่านบอก การอภิบาลระบบสุขภาพ มีความซับซ้อน ตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียนฝากท่านกรรมาธิการท่านเน้นย้ําเรื่องระบบ บริการสาธารณสุขบริการสุขภาพ ซึ่งผมก็เคยเข้าใจว่าคือระบบบริการสาธารณสุข แต่ระบบ บริการสาธารณสุขไม่ใช่ระบบสุขภาพ ระบบสุขภาพใหญ่กว่านั้นเยอะ มียุ่งเกี่ยวกับเรื่อง สรรพสิ่ง ใน พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติได้ขยายความว่าระบบสุขภาพหมายถึง ระบบความสัมพันธ์ ทั้งมวลที่เกี่ยวกับสุขภาพ คําถามข้อที่ ๑ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านก็คือว่า ดังนั้นสิ่งที่ท่านกําลังจะปฏิรูปอภิบาลนี่ ท่านจะปฏิรูปการอภิบาลระบบบริการสุขภาพหรือ ที่เรียกว่าระบบบริการสาธารณสุขก็ได้นะครับ หรือท่านจะปฏิรูประบบอภิบาล ระบบสุขภาพ ที่ใหญ่กว่านั้น เดี๋ยวผมจะชี้ต่อไป ตรงนี้มันจะมีใช้ทั้ง ๒ คํานะครับ คราวนี้ผมกราบเรียน ตรงนี้เพิ่มเติมนิดครับท่านประธานด้วยความเคารพ เมื่อสักครู่ที่ผมเรียนแล้วถ้าพูดถึงสุขภาพ มันมี ๓ ส่วนครับ ระบบที่มันเกี่ยวกับชีวิตผู้คน ประชาชนทั้งหลายมีระบบย่อยมากมาย แล้วก็ มีระบบต่าง ๆ ในสังคม เมื่อสักครู่ที่เราพูดถึงอุบัติเหตุจราจร ระบบคมนาคม ขนส่ง การบังคับใช้ กฎหมาย ระบบนโยบาย ระบบต่าง ๆ นี่เกี่ยวกับสุขภาพทั้งนั้นเลยครับ และระบบที่ ๓ คือ ระบบบริการสุขภาพ ซึ่งท่านใช้คําว่า บริการสุขภาพ ซึ่งผมก็เข้าใจว่าหมายถึงบริการสาธารณสุข เพราะในอันนี้ท่านจะพูดถึงปัญหาตรงนั้นไว้เยอะครับ ๓ ส่วนนี้ผมกราบเรียนว่าท่านกําลังจะ จัดกลไกอภิบาลตรงไหนครับ ตรงระบบบริการสุขภาพหรือบริการสาธารณสุขหรือทั้งหมด แน่ครับ ตรงนี้เป็นคําถามใหญ่ที่ฝากกราบเรียนท่าน

ในหน้าที่ ๒ ถัดไปท่านขึ้นว่า สรุปประเด็นต่าง ๆ ในการอภิบาลระบบบริการ สุขภาพครับ ชัดเจนว่าท่านกําลังจะดูเรื่องระบบบริการนะครับ แต่เดี๋ยวตอนท้ายผมจะชี้ให้ ท่านเห็น ท่านไปออกโครงสร้างออกมาท่านกําลังจะไปถึงทุกเรื่องของสุขภาพมันอะไรกันแน่ กราบเรียนท่านประธานครับในทางวิชาการนั้นในโลกปัจจุบันการอภิบาลหรือกัฟเวิร์นแนนซ์ (Governance) มี ๓ แบบ ผมเคยพูดในสภานี้แล้วไปทั้งหมด ๒ ครั้ง การอภิบาลหมายถึง ปฏิสัมพันธ์ของภาครัฐ เอกชน องค์กรสาธารณะ ประชาสังคมทุกภาคส่วนเพื่อจะแก้ปัญหา ความท้าทายในสังคม ซึ่งท่านขึ้นต้นชัดเจนว่ามันมีปัญหาเยอะและช่วยกันสร้างโอกาสใหม่ ๆ ที่ดีในสังคม มันมีอภิบาล ๓ แบบครับ อภิบาลโดยรัฐ ที่เรียกว่ากัฟเวิร์นแนนซ์ บาย สเตท (Governance by Stage) อภิบาลโดยตลาด คือกัฟเวิร์นแนนซ์ บาย มาร์เก็ต (Governance by Market) และอภิบาลโดยหุ้นส่วน กัฟเวิร์นแนนซ์ บาย พาร์ตเนอร์ชิป (Governance by Partnership) ตรงนี้ผมคิดว่าผมอาจจะตั้งคําถามฝากท่านไว้ เดี๋ยวคิดในขั้นถัดไปจะได้ชัดว่า ท่านกําลังต้องการให้เกิดอภิบาลแบบหุ้นส่วนใช่ไหม หรือกําลังจะทําอภิบาลแบบรัฐให้มัน เข้มแข็งมันอันไหนกันแน่ครับ หรือทั้ง ๒ อย่าง ทั้ง ๓ อย่าง อย่างไรก็ตามนะครับในหน้า ๒ ท่านได้ขึ้นสรุปประเด็นอภิบาลระบบสุขภาพนะครับ ในนี้ผมอ่านแล้วทั้งหมดเลย แยกผู้ซื้อ เรื่องเงินนะครับ เรื่องพันธกิจตามกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุขเหมือนเป็นผู้ให้บริการ รายใหญ่ มีการบริการโดยรัฐ เอกชน ระบบบริการสุขภาพที่พึงประสงค์ของประเทศ ท่านเขียน หลักการและเหตุผลเป็นระบบบริการสุขภาพทั้งหมดเลยครับ และพอแนวการปฏิรูปในหน้า ๓ ท่านจะจัดทํากลไกอภิบาลระบบสุขภาพครับ ไม่ใช่อภิบาลระบบบริการสุขภาพในบรรทัดแรก ท่านไม่ได้เขียนอภิบาลระบบสุขภาพนะครับ ท่านต้องการจัดทํากลไกอภิบาลระบบบริการ สุขภาพ ซึ่งในนี้ก็พูดการเงิน การคลัง การบริการที่ครอบคลุมส่งเสริมป้องกัน รักษา ฟื้นฟู แล้วก็มีความร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน หน่วยงานเอกชน เพื่อให้มีทิศทางเอกภาพในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ ผมกราบเรียนท่าน ตอนนี้ท่านมาเป็นระบบสุขภาพแล้ว ท่านขึ้นต้นเป็นระบบบริการนะครับ ลดความเหลื่อมล้ํา ในระบบบริการสุขภาพ บูรณาการให้เกิดแหล่งเงินแหล่งทองอะไรก็ว่ากันไป ข้อที่ ๔ กระจาย อํานาจการจัดการให้เกิดการพัฒนาระบบสุขภาพให้สอดคล้องกับปัญหา คําถามที่ผมกราบ เรียนฝากไว้เพื่อจะได้สมบูรณ์ในต่อไปนะครับ ระบบอะไรกันแน่ครับ ระบบบริการหรือระบบ สุขภาพ ผมกราบเรียนตั้งแต่เบื้องต้นแล้วว่าต่างกันนะครับ เพราะเดี๋ยวตอนไปออกแบบ สุดท้ายมันจะต้องชัดเจนว่าท่านกําลังจะปฏิรูปอภิบาลอะไรนะครับ

ในตอนท้ายวิธีการปฏิรูปครับในตอนท้ายหน้า ๓ ท่านบอกว่าเพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์ของการปฏิรูปบริการสุขภาพข้างต้น จึงกําหนดให้มีคณะกรรมการนโยบาย สุขภาพแห่งชาติเพื่ออภิบาลระบบบริการสุขภาพครับ ดูไปดูมาเหมือนท่านเน้นบริการ สุขภาพ ระบบบริการซึ่งเป็นระบบซับเซต (Subset) คือระบบย่อยของระบบสุขภาพ แต่กรรมการท่านชื่อใหญ่คือนโยบายสุขภาพ อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ เพื่อความชัดเจนต่อไปครับ

กระผมอยากเรียนว่าสิ่งที่ท่านเสนอนี้ในข้อ ๑ ท่านจะตั้งกรรมการนโยบาย สุขภาพแห่งชาติเป็นกลไกอภิบาลระบบบริการสุขภาพ แล้วท่านมีเรื่องเขตนะครับท่านใช้ คําว่า คณะกรรมการสุขภาพเขต แต่ถ้าดูเนื้อคือบริการสุขภาพเขตครับ แล้วมีคณะกรรมการ ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคจังหวัด ตรงนี้ก็ฝากเป็นคําถามไว้กับท่านกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับว่า ในระดับชาติกลไกที่ท่านกําลังจะเสนอตั้งนี้ อภิบาลระบบสุขภาพ ทั้งประเทศหรืออภิบาลระบบบริการสุขภาพและมีที่เขต ท่านใช้คําว่า คณะกรรมการสุขภาพ แต่ดูเนื้อคือบริการสุขภาพแล้วท่านมีคณะกรรมการส่งเสริมป้องกันที่จังหวัด แล้วทําไมที่เขต ไม่มีครับส่งเสริมป้องกัน แล้วทําไมมันมีเขตแล้วไปที่จังหวัดเลย แล้วในเนื้อของท่านมีอําเภอ อีกด้วย อันนี้ก็ฝากกราบเรียนให้ชัด ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมได้ขออนุญาตท่านไว้ว่าขอเวลาอีกนิดเดียวนะครับอาจจะเกิน ๑๐ นาที ระบบสุขภาพของประเทศไทยดูเหมือนสลับสับสนซับซ้อนก็จริงครับ มันเป็นพหุลักษณะ ได้รับการชื่นชมจากนานาชาติว่ามีความก้าวหน้าเหมาะสมกับสังคมพหุลักษณ์ แต่ไม่ใช่ดีที่สุด นะครับจําเป็นต้องมีการปฏิรูปครับ สิ่งที่ผมอยากขออนุญาตกราบเรียนฝากท่านประธาน ถึงกรรมาธิการ คือผมพยายามจะอ่านว่าท่านได้วิเคราะห์สถานการณ์กลไกและระบบอภิบาล ที่มีอยู่ในปัจจุบันในระบบสุขภาพรวมทั้งระบบบริการสุขภาพด้วยนะครับ ในปัจจุบันนี้ หน้าตาเป็นอย่างไรครับ มีกลไกอะไรอยู่บ้าง จุดอ่อน จุดแข็งอยู่ตรงไหน แล้วสิ่งที่ท่านจะเติม ห้องตรงนี้อยู่ตรงไหนของบ้านที่มีอยู่แล้ว แล้วบ้านที่มีอยู่แล้วต้องไปปรับห้องไหนอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับตรงนี้ผมขออนุญาตฝากกราบเรียนไว้นะครับว่า ตรงนี้ผมพยายามจะ อ่านการศึกษาวิเคราะห์ผมไม่เห็น มันเป็นการเสนอโมเดล (Model) ขึ้นมาอันหนึ่งเลยว่า ให้มีอันนี้ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามีอันนี้แล้วมันจะไปทําให้กลไกอื่น ๆ ที่มีอยู่มันไปด้วยกัน ได้อย่างไรอันนี้ก็ฝากกราบเรียน

ในหน้าที่ ๔ นะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมกราบเรียนไปแล้วท่านมีคณะกรรมการ นโยบายสุขภาพแห่งชาติ นโยบายบริการสุขภาพแห่งชาติหรือเปล่า ถามย้ําไปย้ํามานะครับ แล้วท่านมีกรรมการเขตสุขภาพ บริการสุขภาพเขตนี่บริการหรือเปล่า หรือสุขภาพทั้งหมดครับ แล้วก็ลองไปที่อําเภอนะครับ ในกลไกตรงนี้ท่านก็ไปลงเรื่องในนี้ควรจะมีใครบ้าง ผมยังไม่ค่อย เข้าใจเรื่องสภากลาโหมเขามาอยู่อย่างไร ผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่องสํานักงานการอุดมศึกษา ว่าอยู่อย่างไร อันนี้ก็เป็นคําถามที่ผมอาจจะไม่มีโอกาส เนื่องจากไม่ได้มีโอกาสที่ได้ไปทํางาน ร่วมกับคณะกรรมาธิการนะครับอันนี้ท่านก็เสนอมาซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านเขียน เราอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ เอกชนมีไหมครับ มีสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร้านขายยา อุตสาหกรรมยา แพทย์แผนไทยมีโอกาสไหม แล้วมีทางประชาคมสุขภาพเขาฝากว่า ภาคประชาสังคม ประชาคมสุขภาพมีส่วนไหมครับ ถ้ากลไกอภิบาลนี้เป็นกลไกอภิบาลแบบ หุ้นส่วนเขาต้องมีส่วนร่วมครับ แต่ถ้าไม่มีแสดงว่าเรากําลังจะทํากลไกอภิบาลโดยรัฐเฉพาะรัฐ เท่านั้นเองแล้วประชาชน ประชาสังคมที่เขาทําเรื่องสุขภาพเขาอยู่ตรงไหน เอกชนทําไมถึง เข้ามาได้ ๑ หน่วยแล้วหน่วยอื่นจะเข้ามาได้หรือไม่นะครับ อันนี้เดี๋ยวท่านคงจะทําได้ความ ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

คราวนี้มาถึงตรงโครงสร้างในหน้าถัดไปหน้า ๕ นะครับ นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านลดรูปเหลือเป็นแค่ กรรมการเท่านั้นเองทั้ง ๆ ที่จริง ๆ การอภิบาลระบบสุขภาพหรืออภิบาลระบบบริการ สุขภาพของรัฐ กระทรวงสาธารณสุขเป็นแกนหลักอภิบาลอยู่แล้วโดยตรงโดยอํานาจและ หน้าที่ โดยอํานาจและหน้าที่เขาสามารถที่จะทํานโยบายผ่าน ครม. เขาสามารถที่จะชวน ทุกฝ่ายมาทํานโยบายได้อยู่แล้ว อย่างเราเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบัน ท่านไปลงนามเอ็มโอยู (MOU) กับกระทรวงกลาโหม ท่านลงนามเอ็มโอยู (MOU) กับ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านกําลังจะไดร์ฟ (Drive) นโยบายในเรื่องการผลิต การพัฒนา การจัดระบบบริการ มันมีความจําเป็นมากน้อยแค่ไหนที่จะต้องมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง ที่เหนือตรงนี้แล้วเขาสามารถไปผลักดันนโยบายผ่านคณะรัฐมนตรีได้ทุกวันอังคารถ้าเป็น นโยบายที่มีส่วนร่วมครับ อันนี้ผมก็ตั้งคําถามไว้เป็นข้อสังเกตนะครับ ไม่ได้หมายความว่า ผมไม่เห็นด้วย เมื่อสักครู่นี้ที่เรียนตอนต้นแล้วว่าเราเห็นด้วยกับเรื่องของการคิดเรื่องนี้ แต่อยากจะให้มีความชัดเจน

ผมขอลงอีกนิดหนึ่งครับท่านประธานที่เคารพ หน้า ๕ เรื่องบทบาทหน้าที่ บทบาทหน้าที่ข้อ ๑ กําหนดทิศทางและนโยบายหลักด้านสุขภาพของประเทศตลอดจน กลั่นกรองนโยบายก่อนเข้า ครม. ตรงนี้ละครับที่ผมตั้งต้นตั้งแต่ตอนต้น พอผมมาอ่านอันนี้ ผมไม่เข้าใจเพราะท่านเริ่มต้นจากปัญหาเรื่องระบบบริการสุขภาพหรือบริการสาธารณสุข แต่พอมาออกแบบคณะนี้กําหนดทิศทางและนโยบายด้านสุขภาพของประเทศเลยครับ แล้ว ครม. ไปอยู่ไหนละครับ ครม. เขาเป็นคนกําหนด กระทรวงสาธารณสุขเป็นแขนขา ที่จะกําหนดนโยบาย กลไกนี้จะมาเป็นกลไกที่ผมไม่แน่ใจว่าแล้วกระทรวงสาธารณสุข เขาจะอยู่ตรงไหน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเวลาเขาเข้ามาบริหารประเทศแล้ว เขาจะอยู่ตรงไหน ในการที่กําหนดนโยบายอันนี้นะครับ ถ้าเป็นกลั่นกรองนโยบายก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี อันนี้ เข้าใจได้ แต่วรรคแรกที่ท่านใช้คือ กําหนดทิศทางและนโยบาย อันนี้คือหน้าที่ของ ครม. ครับ ไม่ใช่หน้าที่ของกลไกอะไรขึ้นมา ข้ออื่นผมผ่านไปข้อ ๔ ประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผล การดําเนินงานตามนโยบายหลักสําคัญด้านสุขภาพของหน่วยงานต่าง ๆ ท่านไปไกลเลย กว่าระบบบริการสุขภาพแล้ว นโยบายหลักสําคัญด้านสุขภาพมันคืออะไร อยู่ตรงไหนบ้าง หลายหน่วย ท่านทําหน้าที่ประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผล แต่ข้อ ๑ ท่านบอกท่านเป็นคน กําหนดนโยบายและทิศทาง ประเมินของตัวเองได้อย่างไรครับถ้าอย่างนั้น ข้อ ๖ ให้ความเห็น ต่อรัฐบาลในพันธสัญญากรณีระหว่างประเทศ แผนงานโครงการ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพ ไม่เกี่ยวกับสาธารณสุข ไม่เกี่ยวกับบริการแล้วนะครับ ตอนต้นท่านขึ้นบริการ แต่ตอนนี้ ในหน้าที่ที่ท่านออกแบบไว้เอาทุกอย่างใส่ไว้ในกรรมการชุดนี้หมดเลย อันนี้ก็ด้วยความ เป็นห่วงและฝากท่าน ข้อที่ ๗ มีอํานาจตรวจสอบ สั่งการ แก้ไข ปรับปรุงการดําเนินงานของ ทุกส่วนราชการตามนโยบายยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพแห่งชาติ อ่านข้อนี้ชัดเจนว่าจริง ๆ ที่ท่านคิดไม่ใช่เรื่องบริการ ท่านคิดเรื่องทุกอย่างเรื่องสุขภาพ แล้วท่านเอาคํานําหน้าถึงขนาด ตรวจสอบ สั่งการ แก้ไข ปรับปรุง ทุกส่วนราชการที่ดําเนินการตามนโยบายยุทธศาสตร์ ด้านสุขภาพแห่งชาติ ก็คือหน้าที่ ครม. ครับ ผมก็สับสนตรงนี้นิดหนึ่ง ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ ครม. ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องระบบบริการแล้วที่ท่านขึ้นต้นตั้งแต่ตอนต้นครับ อีกนิดเดียวครับ ท่านประธาน ขออภัยจริง ๆ ที่ได้ให้ข้อสังเกตที่มากสักนิดหนึ่ง แต่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งครับ เพราะว่าผมชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทําเรื่องนี้ คณะกรรมการสุขภาพเขต เมื่อกี้ได้พูดไว้แล้วในหน้า ๖ บริการหรือสุขภาพทั้งหมด เมื่อสักครู่ท่านขึ้นบริการ พอระดับชาติ ท่านไปสุขภาพทั้งหมด ตอนนี้พอเขตท่านใช้ชื่อว่าสุขภาพ แต่ผมอ่านเนื้อส่วนใหญ่เป็นบริการ เป็นการกําหนดนโยบายให้ความเห็นชอบบริหารจัดการด้านสุขภาพ ดูแลกํากับสถานพยาบาล ให้ความเห็นชอบแผน บริหารกองทุนสุขภาพระดับเขต อันนี้ก็น่าสนใจ กลไกนี้กลายเป็น กลไกบริหารไปแล้ว หรือจะเป็นกลไกนโยบาย อันนี้จะเป็นการบริหารกองทุนสุขภาพ ระดับเขตนะครับ แล้วกํากับติดตามด้วย ถ้าบริหารแล้วกํากับติดตามประสานกันเอง ได้อย่างไร อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนฝากไว้ด้วยเวลาจํากัดนะครับ มาถึงที่จังหวัดครับ จังหวัดท่านมีข้อเสนอเรื่องของกรรมการระดับจังหวัดเรื่องส่งเสริม ป้องกัน อันนี้ผมอ่าน ในหน้าที่แล้วหน้า ๘ ก็เป็นแค่ประสาน บูรณาการระดับจังหวัดตรงนี้กลับไม่มีเรื่องของอํานาจ เหมือนที่จะไปใส่ไว้ในระดับชาติ ระดับเขตเลยนะครับ แล้วระดับเขตนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด บริหารส่วนภูมิภาคอยู่ตรงไหนผมก็ไม่เห็นแสดงว่าระดับเขตดูเหมือนจะเป็นอาร์ม (Arm) ของบริหารราชการส่วนกลาง แต่ที่จังหวัดท่านยังอยู่ไปสัมพันธ์กับผู้ว่าราชการจังหวัด สัมพันธ์กับท้องถิ่นอยู่นะครับ

สุดท้ายผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ เรื่องนี้ สําคัญ แล้วก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรที่ผมเปรียบเทียบบ้านที่มีห้องอยู่แล้ว มีผู้คนอาศัย อยู่แล้ว ร่วมกันทํางานมาอยู่แล้ว มันไม่เรียบร้อย เราจะต้องปรับปรุงบ้าน ผมคิดว่ามีฝาก ๔ ข้อที่สําคัญครับ ข้อที่ ๑ คงต้องคิดให้ชัดว่าท่านจะจับเรื่องปฏิรูปอภิบาลตรงไหนกันแน่ บริการหรือสุขภาพทุกอย่าง แล้วเป็นแบบอภิบาลโดยรัฐหรืออภิบาลแบบหุ้นส่วน ถ้าโดยรัฐ ท่านใส่อํานาจให้เต็มที่ไปเลย แต่ท่านระวังจะไปเป็นอํานาจก้าวล่วงอํานาจของคณะรัฐมนตรี ไปก้าวล่วงอํานาจตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แล้วแต่นะครับ อันนี้คิดให้ชัด ข้อที่ ๒ คิดร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้ไหม เพราะบังเอิญผมตอนนี้ไม่ได้ อยู่กระทรวงสาธารณสุข แต่เดี๋ยวผมจะกราบเรียนว่ามันมีกลไกตรงไหนของรัฐบาล ผมรู้สึกว่า อาจจะยังไม่ได้คิดร่วมกันอย่างใกล้ชิดก่อน ข้อที่ ๓ คิดบนฐานความรู้ที่ได้วิเคราะห์รอบด้าน หรือยัง หรือคิดบนสมมุติฐานอะไรบางอย่างโดยที่ยังไม่ได้วิเคราะห์ทั้งหมดรอบด้าน พอหรือไม่นะครับ อันนี้ทุกคนก็มีสิทธิที่จะตั้งคําถามแบบที่ผมว่าแล้วเราค่อยช่วยกันดูนะครับ ข้อที่ ๔ ครับ คิดแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพียงพอหรือยัง ซึ่งท่านอาจจะ มีในใจแล้วว่าท่านกําลังจะสร้างกระบวนการคิดครับ

สุดท้ายจริง ๆ ผมกราบเรียนว่าในส่วนของรัฐบาลครับ รัฐบาลได้ตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป ๖ ชุด ซึ่งทุกท่านทราบดีนะครับที่มีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในชุดที่ ๔ ที่มีท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นประธานในชุดนี้ ในส่วนในหน้าที่ในการงานของผมนั้นได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ในกรรมการด้วย ประชุม ไปแล้ว ๒ ครั้งนะครับ และมีการตั้งอนุกรรมการหลายชุด หนึ่งในนั้นคืออนุกรรมการปฏิรูป การอภิบาลระบบสุขภาพของที่ท่าน สปท. กําลังทําอยู่พอดี และมีรัฐมนตรีสาธารณสุข เป็นประธานครับ มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นเลขานุการ ประชุมครั้งสุดท้ายผมได้รับ เชิญเข้าด้วยคือวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้เอง มีการเสนอกลไกการอภิบาลระบบสุขภาพ เป็นระบบสุขภาพ ไม่ใช่ระบบบริการ ๓ แบบครับ แบบที่ ๑ คือแบบประสานครับ แบบที่ ๒ แบบสร้างความร่วมมือ ทั้งหมดนี้เพื่อจะให้บูรณาการทั้งหมดเลยนะครับ และแบบที่ ๓ คือแบบที่เป็นการใช้อํานาจในแนวตั้ง ขณะนี้เขามีการวิเคราะห์หลายด้านนะครับว่า แต่ละแบบนั้นดีไม่ดีอย่างไร สถานการณ์เดิมเป็นอย่างไร ปัจจุบันเป็นอย่างไร แล้วก็ จะพิจารณาทางเลือกกันต่อไป ผมกราบเรียนเพื่อเป็นข้อมูลว่าในส่วนของภาครัฐ เขาได้ทํา อันนี้ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปที่ท่านนายกแต่งตั้ง แต่สิ่งที่คณะกรรมาธิการ ท่านเสนอนี้เป็นวิธีรูปแบบเดียว ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอันไหนถูกอันไหนผิดนะครับ แต่จะมีโอกาส ได้ประสานทํางานร่วมกันอย่างไร แล้วก็ให้ได้คําตอบที่ดีที่สุดทุกฝ่ายยอมรับและเกิดประโยชน์ สูงสุดต่อประเทศชาติด้วยกันนะครับ แล้วก็ให้ชัดเจนครับว่า จะเน้นเรื่องอภิบาลระบบ บริการสุขภาพ หรืออภิบาลสุขภาพแห่งชาติทั้งหมด และสถานการณ์ปกติเป็นอยู่อย่างไร ด้านอ่อน ด้านแก่ ด้านดี ด้านเสีย อย่างไร แล้วสุดท้ายเราจะมีทางออกในเรื่องการอภิบาล เรื่องนี้กันอย่างไรต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขออภัยที่ผมใช้เวลาเกิน และขอบพระคุณที่ท่านกรุณาครับ