เฉลิมชัย สนับสนุนตั้ง กก.นโยบายสุขภาพแห่งชาติ บูรณาการระบบสาธารณสุข

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

เฉลิมชัย เครืองาม สนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติเพื่อบูรณาการระบบสาธารณสุขที่ยังกระจัดกระจาย พร้อมเสนอให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่กำกับดูแลทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และการให้บริการอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบสุขภาพไทย โดยเน้นบทบาทนำของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรจากการจ้างงานที่ไม่มั่นคงผ่านการผลักดันให้มีองค muc กลางระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ เดิมทีก็ไม่ได้คิดที่จะอภิปราย เพราะว่า ผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้คุยไว้กับกรรมาธิการว่าจะขอเป็นกองเชียร์ข้างล่าง แล้วก็ถ้าหากว่ามีผู้อภิปรายมากผมก็จะ ไม่อภิปราย คราวนี้เมื่อปรากฏว่ามีผู้อภิปรายแค่เพียง ๑ หรือ ๒ ท่านแค่นั้นเอง ก็ขออนุญาต อภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุน ผมเน้นคําว่า สนับสนุน เพราะเหตุว่าผมได้ร่วมในการพิจารณา ในการดูในเรื่องของประเด็นที่ทางกรรมาธิการได้นําเสนอต่อ สปท. ที่ประชุมแห่งนี้มาด้วย ระยะเวลาพอสมควร แล้วก็ใจจดใจจ่อเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไรเรื่องที่เราศึกษาจะเข้าสู่ที่ประชุม สักที วันนี้ก็สมใจครับท่านประธานต้องขอขอบคุณท่านวิทยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ท่านได้อภิปรายสนับสนุนในประเด็นที่ทางกรรมาธิการได้นําเสนอที่ประชุม เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่าระบบสาธารณสุขของประเทศไทยนั้นมีความหลากหลายของ ผู้เล่นมากเหลือเกิน ส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ดูแลให้บริการผู้ป่วยนั้นมีเป็นจํานวนมาก ใช้งบประมาณเป็นจํานวนมากกระจัดกระจายอยู่ในกระทรวงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง สาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการก็คือสังกัดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ กระทรวงกลาโหม บก เรือ อากาศ แล้วก็ยังมีสํานักงานตํารวจแห่งชาติ คือโรงพยาบาลตํารวจ แล้วก็มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มีกระทรวงยุติธรรมคือ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีอยู่มากเหลือเกิน งบประมาณ ที่จัดสรรแต่ละปีนั้นเป็นแสน ๆ ล้านบาท ผมไม่อยากจะเรียกว่าเบี้ยหัวแตก แต่ต้องเรียกว่า มีการกระจัดกระจายของงบประมาณที่จัดไปตามสถานพยาบาลต่าง ๆ ในส่วนราชการต่าง ๆ นั้น เป็นจํานวนปีหนึ่งหลายแสนล้านบาท เฉพาะ สปสช. หรือสํานักงานประกันสุขภาพแห่งชาตินั้น ก็เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี สังกัดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นผู้เล่นที่มีอยู่เป็นจํานวนมากนั้นย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าในเวลาปฏิบัตินั้นย่อมจะ มีปัญหาอยู่พอสมควร เพราะความแตกต่างของต้นสังกัด ความแตกต่างของวิธีคิด ความแตกต่างของการบริหารงบประมาณ ความแตกต่างของการให้บริการ ต่าง ๆ เหล่านี้ สะสมปัญหามาโดยต่อเนื่องมาโดยตลอด เมื่อเวลาที่มีปัญหาเราก็จะโทษองค์กรโน้นองค์กรนี้ เวลามีปัญหาของระบบประกันสุขภาพ เรื่องของบัตรทองก็จะโทษไปที่ สปสช. เวลามีปัญหา ในเรื่องของระบบสวัสดิการข้าราชการก็จะโทษไปที่กรมบัญชีกลาง เวลามีปัญหาในเรื่องของ ประกันสังคมก็จะโทษไปที่สํานักงานประกันสังคม เพราะฉะนั้นความแตกต่างและวิธีการ แก้ปัญหานั้นถ้าหากว่ามีลักษณะที่กระจัดกระจายอยู่อย่างนี้ปัญหาก็มีแต่จะทับถมทวีคูณ มากขึ้นเรื่อย ๆ ทางกรรมาธิการคิดหนทางของการแก้ปัญหาคือทําอย่างไรที่จะให้มีการ บูรณาการ หรือการแก้ปัญหาที่เป็นเอกภาพ มันน่าจะมีหน่วยงานหรือองค์กรใดคล้าย ๆ กับ สํานักงานคณะกรรมการต่าง ๆ ที่ประเทศไทยมีอยู่และกําลังจะมี เช่น สํานักงานคณะกรรมการ พลังงานแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เขามีหน้าที่บูรณาการ และแก้ปัญหาในเรื่องของพลังงานทั้งหมดของประเทศไทย แล้วก็ยังมีสํานักงานคณะกรรมการ การท่องเที่ยวแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการที่กําลังจะมีการกีฬาแห่งชาติ และเข้าใจว่า การศึกษาก็คงจะมีในอนาคต เพราะฉะนั้นจิกซอว์ (Jigsaw) ที่เรามองว่ามีอยู่กระจัดกระจาย อยู่มากมายในจิกซอว์ (Jigsaw) ต่าง ๆ นั้นถ้าใส่ในเฟรม (Frame) เดียวกันแล้วให้ใครหรือองค์กรใด มีหน้าที่ที่จะพิจารณาภาพนี้ทั้งภาพเป็นภาพรวมของการบูรณาการการบริหารจัดการไม่ว่า จะเป็น งาน เงิน คน ต่าง ๆ เหล่านี้ หน่วยงานนั้นก็คือคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ เรื่องเงินนั้นเวลาพิจารณา ใช่ครับ คณะกรรมการมีหน้าที่ที่จะดูในภาพรวมไม่มีหน้าที่ที่จะไป จัดสรรว่างบประมาณควรจะให้หน่วยงานไหนเท่าไร ๆ แต่เขาสามารถที่จะพิจารณากรอบ หรือภาพรวมของการบริหารจัดการได้ไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อน ไม่ให้เหตุการณ์ใช้งบประมาณ ที่โอเวอร์แลป (Overlap) หรือว่าซ้ําซ้อนกัน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าท่านพิจารณาดู เดินใกล้ ๆ แยกอนุสาวรีย์ชัยฯ ถนนเส้นนั้นระยะทางประมาณ ๒๐๐ หรือ ๓๐๐ เมตร งบประมาณเชื่อไหมครับว่าที่ลงไปในสถานบริการสุขภาพบริเวณแถวนั้นปีหนึ่งเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีโรงพยาบาลราชวิถี มีโรงพยาบาลเด็ก มีโรงพยาบาลสถาบันโรคผิวหนังมีคณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล มีโรงพยาบาล รามาธิบดี มีโรงพยาบาลสถาบันประสาทวิทยา กองอยู่ในบริเวณระยะทางเพียงแค่ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ เมตร ผมไม่แน่ใจว่าระยะทาง ๒๐๐-๓๐๐ เมตรนั้น ถ้ารวมมูลค่าของเครื่องมือ ทางการแพทย์จะเป็นเท่าไร เครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือเครื่องซีทีสแกน (CT Scan) ที่ใช้ ตรวจคอมพิวเตอร์สมองหรือตรวจร่างกายนั้นจะมีอยู่ถึง ๑๐ เครื่องไหม ในระยะทางเพียงแค่ ประมาณ ๒๐๐หรือ ๓๐๐ เมตรนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีอยู่ให้เห็นในต่างจังหวัดในส่วนภูมิภาค ได้ทราบว่าโรงพยาบาลจังหวัดบางจังหวัดมีหน่วยงานของส่วนราชการต่าง ๆ ยกตัวอย่าง จังหวัดนครราชสีมาหรือจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมาจะเป็นรูปธรรมนี่เห็น มีบก เรือ อากาศ กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยต่าง ๆ กองอยู่ในบริเวณนั้น เพราะฉะนั้น การบูรณาการการบริหารจัดการจึงเป็นสิ่งจําเป็น

ประการถัดมาท่านประธานครับ พูดกันมากเรื่องของบุคลากร เวลามีปัญหา เรื่องของบุคลากรไม่พอเราก็จะโทษหน่วยงานที่มีหน้าที่ผลิต คือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แต่แท้ที่จริงแล้วการผลิตบุคลากรนั้นจะตอบสนองความต้องการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาครัฐที่มีปัญหาอยู่เป็นอันมาก เวลานี้มีการจํากัดจํานวนของการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการ การผลิตไม่สอดคล้องกับการใช้ เวลาใช้เขาทํางานสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานี้คือเป็นลูกจ้าง รายปี ทําสัญญาจ้างปีต่อปีหรือ ๒ ปีหรือ ๓ ปี พยาบาลนับหมื่นที่ผลิตออกมาแล้วไปเป็น ลูกจ้างรายปี ต้องทําสัญญารายปี ประเมินผลการทํางานรายปีกับสถานพยาบาลต่าง ๆ เขาเกิดความน้อยเนื้อต่ําใจทยอยลาออกกันเป็นจํานวนมาก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ จะให้โรงพยาบาลหรือกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งไปแก้ปัญหา ไม่ใช่ว่าให้พยาบาลสังกัด กระทรวงกลาโหม มีปัญหาแล้วกระทรวงกลาโหมไปแก้ปัญหา สังกัดกระทรวงสาธารณสุข แล้วกระทรวงสาธารณสุขไปแก้ปัญหา หรือสังกัดหน่วยงานใดหน่วยงานนั้นไปแก้ปัญหา ควรจะต้องมีองค์กรที่สามารถบูรณาการอยู่ในยอดภูเขานี้ สามารถที่จะแก้ปัญหาในระดับ นโยบายของประเทศได้ ผมเชื่อว่าความแออัดที่เกิดขึ้นในสถานพยาบาลต่าง ๆ ตี ๔ ตี ๕ ต้องเอารองเท้าไปเรียงคิวเพื่อจะจองคิวเข้าตรวจ ทําบัตรเวชระเบียนนั้นควรจะต้องหาย ไปจากระบบบริการสาธารณสุขของประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ จะเป็นตัวต่อจิกซอว์ (Jigsaw) ที่เติมเต็มปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับการบูรณาการ ระบบประกันสังคม ประกันสุขภาพแห่งชาติและสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งใช้งบประมาณของ ประเทศอยู่รวมกันแล้วกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามด้วยความเคารพทางผู้บริหาร ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างสูง ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่า ณ ขณะนี้ทางกระทรวง สาธารณสุขคงจะได้ฟัง ได้ดูการอภิปรายหรือการนําเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม สปท. อยู่บ้าง เพราะทราบว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มีดําริว่าเมื่อมีวาระเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงใด เข้าสู่ที่ประชุม สปท. นั้นขอความกรุณาท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลกระทรวงนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องช่วยกรุณาดู แต่ผมก็เสียดายที่มีผู้อภิปราย ในประเด็นนี้น้อยเกินคาดนะครับ ทั้ง ๆ ที่ทางกรรมาธิการได้เตรียมเรื่องนี้ เตรียมทางหนีทีไล่ ในการตอบคําถามไว้มากพอสมควร อย่างไรก็ตามผมฝากไปถึงทางกระทรวงสาธารณสุข ว่าทั้งนี้ไม่ต้องตกใจว่าทาง สปท. จะทําอะไรที่จะเป็นการก้าวล่วงเข้าไปกํากับดูแลการบริหารของ กระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขโดยสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข น่าจะยังเป็นสํานักงานเลขาธิการของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาตินี้อยู่ ท่านยังมีบทบาทเป็นตัวเอกหรือเป็นพระเอกในการที่จะดูแลเรื่องของระบบสุขภาพของ ประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คงไม่สามารถเอาบทบาทนี้ไปมอบให้กับกระทรวงกลาโหม หรือว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานที่เป็นหลักในการที่จะดูแลในเรื่องของระบบ บูรณาการทั้งหมดนี้น่าจะยังเป็นกระทรวงสาธารณสุขอยู่ ท่านยังเล่นบทเป็นพระเอกได้อยู่ เพราะฉะนั้นแม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะยังไม่ได้ร่าง อยู่ในขั้นตอนของการดําเนินการอยู่ ผมก็มี ความหวังเป็นอย่างสูงด้วยความเคารพว่าจะเกิดความร่วมมือบูรณาการกันระหว่าง สปท. และทางกระทรวงสาธารณสุข ผมฝากความหวังไว้ ณ ที่ประชุมแห่งนี้ ขอบพระคุณครับ