เฉลิมชัย เสนอแก้กฎหมายองค์การมหาชน ชูการยุบเลิก-ดึงข้าราชการชั่วคราว

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๙

เฉลิมชัย เครืองาม แสดงความเห็นต่อร่างแก้ไขกฎหมายองค์การมหาชน โดยสนับสนุนการปฏิรูปแต่ท้วงติงการเลื่อนแก้ไขประเด็นสำคัญออกไปอย่างไม่มีกำหนด พร้อมเสนอให้กำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกองค์การมหาชนที่ภารกิจเสร็จสิ้นให้ชัดเจนทันที รวมทั้งเสนอแนวทางการบริหารจัดการบุคลากรและค่าตอบแทนผู้บริหารอย่างเป็นระบบ เพื่อความมั่นคงในการบริหารและป้องกันการขยายตัวขององค์กรโดยไม่มีกรอบที่ชัดเจนในอนาคต

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ ขออนุญาตกล่าวขอบคุณกรรมาธิการเพื่อที่จะให้ กําลังใจท่านว่าท่านยืนยันหลักอย่างแน่นหนาในการที่จะเดินหน้าปฏิรูปเรื่ององค์การมหาชน ท่านได้เสนอร่างกฎหมายแก้ไขมาด้วย ซึ่งผมได้ดูโดยละเอียดแล้วก็เห็นด้วยทุกมาตรา แต่มี ข้อวิเคราะห์พิจารณาที่จะเติมเต็มในร่างกฎหมายบ้างบางประเด็นเท่านั้นเอง อย่างที่ท่าน ได้กล่าวแล้วว่ากฎหมายองค์การมหาชนนั้นเพิ่งจะได้มีการแก้ไขแล้วก็ลงในราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์นี้เอง ผ่านมาประมาณ ๑ เดือน ไม่กี่วันก็จะมีการเสนอแก้ไข กฎหมายขึ้นอีกแล้ว ท่านประธานครับ ผมได้ดูรายงานเอกสารที่ สปช. ส่งไปที่ ครม. ครม. ให้ ส่วนราชการต่าง ๆ ไปศึกษาพิจารณา จะเห็นได้ว่าส่วนราชการที่จะต้องศึกษาพิจารณา มีมากมายเหลือเกิน ๒๐ กว่าหน่วยงาน แทบจะทุกกระทรวงก็ว่าได้ แต่ละส่วนราชการ ก็ได้ส่งความเห็นมาทาง ก.พ.ร. คณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ มีทั้งที่เห็นด้วยแล้วก็ ไม่เห็นด้วย ในประเด็นที่เห็นด้วยท่านก็นํามาสู่การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ อย่างไรก็แล้วแต่ ประเด็นที่ไม่เห็นด้วยนะครับ ผมดูแล้วบางประเด็นมันก็ยังค่อนข้างจะอ่อน อ่อนปานกลาง จนถึงอ่อนมาก ที่อ่อนมากก็ได้แก่การที่ใช้ภาษาหรือถ้อยคําว่า ไม่เห็นด้วย แต่บอกว่าเป็นการ แก้ไขถ้อยคําซึ่งต้องเป็นการแก้ไขกฎหมายในระยะยาวจึงยังไม่จําเป็นที่จะต้องแก้ไขในขณะนี้ คําว่า ซึ่งต้องเป็นการแก้ไขกฎหมายในระยะยาว คําถามของผมก็คือว่าครั้งนี้ยังไม่สุดท้าย หรือครับ ยังมีระยะยาวอีก ทําไมละครับประเด็นต่าง ๆ ที่เขาบอกว่าไม่เห็นด้วยเขาไม่ได้พูดว่า ไม่เห็นด้วยในหลักการหรือเหตุผลอะไรต่าง ๆ ทั้งหมด แต่บอกว่ารอแก้ไขกฎหมายในระยะยาว ผมว่าน่าจะเป็นการแก้เสียให้เสร็จในคราวนี้เสียเลยถึงจะเรียกว่าเป็นการปฏิรูป ประเด็นที่ ไม่เห็นด้วยกับการรอให้แก้ไขกฎหมายในระยะยาว เช่น ท่านได้แบ่งประเภทขององค์การ มหาชนออกเป็น ๓ ประเภท ประเภทที่ ๒ เป็นการจัดตั้งตามกําหนดระยะเวลาที่มีกําหนดไว้ ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนนั้น ๆ ประเภทที่ ๓ เป็นการสนองภารกิจของ รัฐบาล ในร่างที่ท่านทําไว้ตอนแรกที่ท่านเสนอไปที่ส่วนราชการท่านใช้คําว่า เมื่อการดําเนิน กิจการตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นเสร็จสิ้นลง และผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานั้นองค์การมหาชนนั้นได้ประกาศยุติการดําเนินการ ขององค์การมหาชนนั้นในราชกิจจานุเบกษาคือท่านคิดไว้อยู่แล้วว่าถ้ามีประเภทที่ ๒ คือภารกิจเสร็จ จบ ยุบ ก็ควรจะมีมาตรานี้ไปด้วยในกฎหมาย แต่ส่วนราชการต่าง ๆ กลับบอกว่าไม่เห็นด้วย เดี๋ยวรอแก้ไขกฎหมายในระยะยาว คําถามของผมก็คือว่าแล้วท่าน แบ่งประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ มาแต่ท่านไม่กําหนดคอนดิชัน (Condition) หรือเงื่อนไข ในการที่จะยุบเลิก ทําไมท่านไม่กําหนดไว้เสียเลย ผมขอเรียนเสนอว่าท่านช่วยไปพิจารณา ในประเด็นนี้นะครับว่าประเด็นที่เสร็จภารกิจแล้วยกเลิกหรือยุบไป ผมว่าเป็นประเด็นที่สังคม ก็จับตามองอยู่เหมือนกัน แล้วผมก็เชื่อว่าลึก ๆ แล้วทางรัฐบาลเขาก็มองอยู่เหมือนกันว่า มีองค์การมหาชนบางแห่งภารกิจก็ดูเหมือนน่าจะเสร็จแล้ว เขาทํารายงาน เขาส่งประเมิน อะไรมา หรือบางครั้งบางหน่วยประเมินบวกลบเสียด้วยซ้ํา จะยุบหรือจะยกเลิกอย่างไร เพื่อจะรักษาน้ําใจกัน ประเด็นนี้มันน่าจะเป็นเริ่มต้นจากคณะกรรมการประเมินหรือ กปม. ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือองค์การมหาชนนั้น ๆ ที่จะเป็นส่งความเห็นว่าเสร็จภารกิจแล้วก็ น่าจะมีอํานาจหน้าที่ในกฎหมายนี้เสียเลย เพราะฉะนั้น ท่านช่วยกรุณาไปพิจารณา ในประเด็นนี้ด้วย

ในประเด็นถัดไปครับ การแบ่งประเภทออกเป็น ๓ ประเภทนั้น ประเภทที่ ๒ ท่านบอกว่าเสร็จภารกิจแล้วยกเลิก คําถามของผมก็คือว่าท่านไปเขียนในกฎหมายเพิ่มขึ้น ไปอีกว่า เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานในองค์การมหาชนนั้นมิให้เป็นข้าราชการ ทั้ง ๆ ที่ตอนแรก ผมฟังเหมือนกับว่ามีการเสนอในประเด็นนี้ แต่มีคนบอกว่าถ้าบอกว่าให้เป็นข้าราชการ ใครเขาจะมา เพราะว่าเสร็จภารกิจแล้วจะยุบหรือยกเลิกไปมันก็เกิดความไม่มั่นคง ใครเขา จะมา ทําไมละครับ ทําไมท่านไม่เปิดช่องไว้เสียเลยว่าอาจจะเป็นกรณีที่หัวหน้าหน่วยงาน หรือองค์การมหาชนนั้นทําหนังสือขอข้าราชการมาปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว คือพูด ง่าย ๆ ว่าในองค์การมหาชนบางแห่งที่เสร็จภารกิจแล้วจะต้องยุบหรือยกเลิกไป ท่านจะ รีครูต (Recruit) คนเข้ามาทํางานได้อย่างไร ถ้าเขารู้ว่าภารกิจนี้ ๒ ปีจะต้องยุบ ยกเลิกองค์การ มหาชนนั้นไป เขาจะเข้ามาทํางานหรือครับ แต่ถ้าเป็นการโดยสมัครใจ ผมเน้นคําว่า โดยสมัครใจ เขาเข้ามาช่วยงานภารกิจเพื่อชาติ เข้ามาช่วยในองค์การมหาชนนั้นเป็นการชั่วคราว แต่มีสถานะเป็นข้าราชการ อาจจะมีกฎหมายให้กําหนดเป็นอัตราเงินเดือน หรือเงินพิเศษ หรือเงินเพิ่ม หรือเงินอะไรก็แล้วแต่ แทนที่จะเป็นการรีครูต (Recruit) เจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่ ข้าราชการเพื่อสนองตอบการแบ่งประเภทข้อที่ ๒ ของท่าน คือเสร็จภารกิจแล้วยกเลิก

ประเด็นถัดไปที่ผมคิดว่ามีความสําคัญ แล้วก็ทางรัฐบาลก็น่าจะคงจับตามอง อยู่ว่าไหน ๆ จะปฏิรูปองค์การมหาชนแล้ว พูดกันมากเหลือเกินว่าผู้บริหารขององค์การมหาชน เงินเดือนมาก เป็นสองเท่าหรือสามเท่าของท่านนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ําไป ภารกิจของ ท่านนายกรัฐมนตรีมากมายขนาดไหนผมคงไม่ต้องพูดในที่นี้ แต่ผู้บริหารขององค์การมหาชน ผมเคยเป็นคณะกรรมการประเมินของโรงพยาบาลบ้านแพ้วเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว เงินเดือน ก็มากอยู่ เพราะฉะนั้นไหน ๆ จะปฏิรูปแล้วท่านก็มีความคิดที่จะปฏิรูปเรื่องนี้ด้วย ถึงท่านได้ทํา ข้อเสนอไว้ แต่ท้ายที่สุดก็ถูกแสดงความไม่เห็นด้วยว่าน่าจะเป็นการพิจารณาในภาพรวมของ อัตราหรือค่าเงินเดือน หรือค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมดโดยคณะกรรมการที่มีอํานาจ หน้าที่อยู่แล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าท่านยืนยันหนักแน่นว่าน่าจะปฏิรูปหรือจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ท่านก็ควรจะทําเรื่องนี้ไปเสียเลยในคราวนี้อาจจะมีหลักเกณฑ์กว้าง ๆ ไม่ถึงขนาดจะกําหนด เป็นอัตราเงินเดือนเท่าไรอาจจะเป็นกรอบว่า ประเภทที่ ๑ ขององค์การมหาชนของท่าน อัตราเงินเดือนน่าจะเป็นประมาณเท่าไร ประเภทที่ ๒ ถ้ามีกําหนดระยะเวลา ๑ ปีเป็นเท่าไร ๒ ปี ๓ ปี เท่าไร ท่านก็น่าจะทําเสียเลย ไม่ต้องรอให้คณะกรรมการชุดอื่นพิจารณา กําหนด เป็นกรอบกว้าง ๆ หรือจะให้เป็นพระราชกฤษฎีการองรับเป็นกฎหมายลูกของกฎหมายฉบับนี้ ก็น่าจะได้ ถ้าท่านจะปฏิรูปเรื่องนี้ทั้งที ผมจึงขออนุญาตเรียนเสนอ

ความเป็นห่วงของผมก็คือการยุบเลิก หรือการให้หมดไปซึ่งองค์การมหาชน แต่ละแห่งที่ภารกิจน่าจะเสร็จสิ้นลงแล้ว หรือผลการดําเนินงานหรือการประเมินนั้นบวกลบ หรือลบด้วยซ้ําไป ผมคิดว่าตรงนี้ท่านน่าจะยืนยันในกฎหมายฉบับนี้ เพราะไม่อย่างนั้น มันก็จะมีองค์การมหาชนที่จะเกิดขึ้นมาได้เรื่อย ๆ ในนามของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมผมเองผมก็กําลังจะเสนอให้มีการจัดตั้ง หน่วยงานที่เป็นองค์การมหาชนอยู่ในเร็ว ๆ นี้ที่จะเสนอต่อ สปท. มีความจําเป็น มีความสําคัญ แต่ถ้าองค์การมหาชนนั้นเสร็จภารกิจแล้วท่านจะมีกติกาอย่างไร ท่านจะรอให้ หน่วยงานไหนจะเป็นคนพิจารณาชี้ขาดเรื่องนี้ ท่านลองแซมเพิล (Sample) มาสักหนึ่ง เพื่อที่จะให้เกิดแนวทางในการปฏิบัติในอนาคตข้างหน้า ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ