ต่อพงศ์ ชูแนวคิดเศรษฐกิจฐานราก แก้เหลื่อมล้ำ-ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

ต่อพงศ์ เสลานนท์ หารือถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาสังคมกับเศรษฐกิจ โดยเน้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ การกระจายรายได้ และปัจจัยการผลิตที่ไม่เท่าเทียม พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมในชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต รักษาความเป็นเจ้าของท้องถิ่น และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการทบทวนการใช้เงินจากสลากกินแบ่งเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและกระจายโอกาสไปยังพื้นที่ชนบทอย่างทั่วถึง

นายต่อพงศ์ เสลานนท์

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านกรรมาธิการ และท่าน ผู้ที่มาชี้แจงนะครับ กระผม นายต่อพงศ์ เสลานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๕๙ ในเบื้องต้นเลยผมต้องขอบพระคุณท่านที่มาชี้แจงนะครับที่ได้ยกตัวอย่างกรณี ของคนพิการที่เป็นตัวอย่างของการดําเนินการเศรษฐกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม โซเชียล เอนเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) นะครับ เหตุหนึ่งที่องค์กร หน่วยที่มองเรื่องเกี่ยวกับ ที่นําคนพิการเข้าไปทํางานตรงนั้น เพราะเขาเห็นครับว่าคนพิการหรือประชาชนกลุ่มหนึ่ง ยังมีความสามารถอยู่ แต่อาจจะถูกมองข้ามหรือปล่อยปละละเลยนะครับ ซึ่งผมก็เชื่อมั่นว่าถ้าต่อไปเรามีวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือเศรษฐกิจเพื่อสังคมอย่างเข้มแข็งก็จะ เป็นอีกกลไกหนึ่งที่มองให้เห็นถึงศักยภาพของประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ แล้วก็หยิบมาใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมจะถึงที่สุด ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า โดยความเชี่ยวชาญ ของผมเอง ผมก็จะอยู่กับทางด้านสังคมแล้วก็ปัญหาสังคมเยอะมากมาตั้งแต่ในอดีต จนปัจจุบัน แม้กรรมาธิการที่ทําหน้าที่ใน สปท. ก็คือกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคม แต่สิ่งที่ผมเองแล้วก็กรรมาธิการได้มีการพูดคุยแล้วก็ศึกษากันอยู่เสมอนะครับ เราก็จะพบว่าสาเหตุสําคัญประการหนึ่งอันเป็นที่มาของปัญหาสังคมก็คือมักจะมี ความเชื่อมโยงกับปัญหาทางเศรษฐกิจ แล้วก็จะไปเชื่อมโยงกับผูกพันกับปัญหาความยากจน ความด้อยโอกาสต่าง ๆ มันเหมือนเป็นไก่กับไข่ หลายกรณีก็บอกว่าการแก้ปัญหาสังคม คือการที่มุ่งเน้นที่จะให้สวัสดิการหรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่กระจายความเท่าเทียม แต่ฝ่ายเศรษฐกิจก็มีข้อโต้แย้งว่าจะเอาเงินที่ไหนไปแก้ปัญหาสังคม เศรษฐกิจของชาติขณะนี้ ก็มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการขาดแคลนเงินทุนต่าง ๆ สังคมก็บอกว่าถ้าไม่แก้ปัญหาสังคม ต่อไปข้างหน้าจะมีบุคลากรหรือทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าเข้าไปป้อนระบบเศรษฐกิจอย่างไร ปัญหาก็วนเวียนอยู่อย่างนี้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าปัญหานี้ส่วนหนึ่งมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ พูดไป มันเกิดจากปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เป็นมาตั้งแต่ในอดีต ที่ผม เองก็สํานักนิด้า (NIDA) เหมือนกัน ที่มีการพูดถึงการรวยกระจุก จนกระจาย หรือเป็นปัญหา เรื่องเกี่ยวกับการกระจายรายได้ ปัญหาเรื่องการกระจายรายได้ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาสําคัญ ก็คือการกระจายปัจจัยทางการผลิต อาจจะเป็นเศรษฐศาสตร์ขั้นพื้นฐาน แต่ว่ามันมีผล โดยตรงจริง ๆ ต่อการกระจาย และปัจจัยในการผลิตที่สําคัญที่ไม่ถูกกระจายออกไปก็คือ การประกอบการหรือการบริหารจัดการครับ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาเป็นที่ ประจักษ์ครับว่า ผู้ที่มีความสามารถในการประกอบการหรือผู้ที่มีความสามารถในการบริหาร จัดการ ยิ่งสูงมากก็ยิ่งมีอํานาจในการดึงดูดทรัพยากรเข้ามาสู่ตนเองได้มากเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าเราจะแก้ปัญหาการกระจายรายได้ ผมคิดว่าปัจจัยสําคัญที่สุดประการหนึ่ง ก็คือการกระจายปัจจัยทางการผลิต โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการประกอบการ หรือการบริหารจัดการ ซึ่งผมเองได้ฟังการนําเสนอจากท่านกรรมาธิการและท่านผู้แทนที่มา นําเสนอ ผมก็มีความเชื่อมั่นว่าแนวคิดสําคัญที่กรรมาธิการได้นําเสนอก็คือการเติม ความสามารถในการบริหารจัดการให้กลับไปสู่ที่คนในชุมชน ผมเรียนครับว่าปัญหาสังคม อย่างหนึ่งเราจะพบว่าเมื่อมีคนแต่งงานกันในชนบท มีลูกออกมาก็ให้พ่อแม่เลี้ยง แล้วตัวเขาเองที่มีทั้งกําลังความรู้ความสามารถก็กลับเข้ามาทํางานในเมือง พอตัวเอง แก่ชราไปลูกที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงก็โตก็กลับเข้ามาทํางานแล้วก็เลี้ยงหลานของลูกตัวเองอะไร อย่างนี้นะครับ ซึ่งมันก็เป็นปัญหาวนเวียนอย่างนี้มาหลายวัฏจักรหรือหลายครั้งแล้ว ในสังคมไทย เหตุก็เพราะว่าเขาไม่รู้จะทําอะไรในชนบทหรือในบ้านเขาที่จะทําให้เกิดรายได้ ที่เพียงพอต่อการยังชีพหรือความต้องการของเขา ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราสามารถทําให้วิสาหกิจ เพื่อสังคมได้ถูกกระจายออกไป ปัญหาเรื่องสมองไหล ปัญหาเรื่องแรงงานที่หลั่งไหลเข้ามา ในเมืองและก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม หรือปัญหาคุณภาพชีวิตที่ต่ํานี้นะครับก็จะ ลดน้อยลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่บริหารนโยบาย ผู้ที่บริหารนโยบายก็ต้องให้ความสําคัญกับ การกระจายสิ่งเหล่านี้ไปสู่ชนบทอย่างแท้จริง

สิ่งต่อมานะครับ ที่ผมอยากจะเรียนครับว่าเวลาเราลงในพื้นที่ ผมเองเพิ่งไป กับคณะกรรมาธิการ ไปดูการอยู่ของผู้สูงอายุในชนบท จะบอกว่าในยุคของบ้านเรานี้นะครับ ที่แรงงานเป็นคนสร้างชาติมาหลายสิบปี แรงงานเหล่านั้นวันนี้เขาเริ่มสูงอายุครับ และเขาก็ กลับสู่ชนบทบ้านเขา แล้วก็ยังมีกลุ่มเด็ก กลุ่มคนพิการอีกหลายกลุ่มที่อยู่ในชนบท กลุ่มคน เหล่านี้เราคาดหวังให้องค์กรส่วนท้องถิ่นหรือชุมชนดูแลเขา แต่คําถามครับ เขาจะเอาสตางค์ จากไหนไปดูแลคนกลุ่มเหล่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้คนอยู่ในท้องถิ่นได้อย่างดี อย่างมี คุณภาพชีวิตที่ดี เศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ในระดับฐานรากต้องอุดมสมบูรณ์ ต้องมั่งคั่ง ต้องเพียงพอที่จะจรรโลงหรือคงไว้ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคมนั้น ๆ เพราะฉะนั้น เรื่องการกระจาย เรื่องการให้ความสําคัญกับการดูแลเรื่องปัจจัยการผลิตในท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อที่จะ ผลลัพธ์ก็คือทําให้คนอยู่ในท้องถิ่นของเขาได้ ทําให้คนสามารถที่จะดูแลคน ในท้องถิ่นของเขาได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสําคัญ และผมต้องขอสนับสนุนตัวนโยบายของ ทางท่านกรรมาธิการที่จะได้นําเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ เพราะว่าการปฏิรูปครั้งนี้ นอกจากจะแก้ปัญหาพื้นฐานหลาย ๆ อย่าง ถ้าเราไม่สามารถที่จะกระจายความมั่งคั่ง ออกไปได้ การเดินหน้าของประเทศต่อไปก็คงจะเป็นไปด้วยความยากลําบาก ผมเองอาจจะ มองตรงข้ามกับท่านสมาชิกนะครับที่ว่าเรื่องนี้ยากเหมือนภูเขา ต้องปีนข้ามอะไรนี่นะครับ ต้องขอประทานอภัย ผมคิดว่าความเหลื่อมล้ําเป็นหุบเหวลึกครับ และนโยบายหรือว่า ข้อเสนอของกรรมาธิการนี้เป็นเหมือนสะพานข้ามเหวลึกนะครับ ขอให้พวกเราได้ช่วยกัน สร้างสะพาน แล้วก็คิดว่านโยบายนี้ก็คงจะเจอปัญหาอุปสรรคในการดําเนินการ แต่เชื่อมั่นว่า ถ้าทิศทางของรัฐบาลชัดเจน ปัญหาต่าง ๆ ก็น่าจะผ่านไปได้ ฝากข้อสังเกตไว้ ๒-๓ ประเด็นครับ อันที่ ๑ เรื่องสลากเพื่อสังคม ผมคิดว่าต้องสร้างความชัดเจนว่าจะเอาเงินจากสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นเงินที่มาจากคนจนไปทําอะไร เพื่อลดความสงสัยนะครับ อันที่ ๒ คือเรื่องความเป็นเจ้าของ เมื่อตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมขึ้นมา ให้ผู้ประกอบการหรือเป็นทุนใหญ่ เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการบริหารจัดการ จะทําอย่างไรให้ความเป็นเจ้าของคงอยู่กับคน ในชุมชนได้ยาวนานที่สุดและไม่ถูกเปลี่ยนมือไป ส่วนประการที่ ๓ ก็คือการที่จะกระจาย ออกไปสู่ชุมชนชนบท ไม่ใช่วิสาหกิจเพื่อสังคมก็ยังกระจุกอยู่ในเมือง ก็จะไม่ได้แก้ปัญหาที่ผม ได้พูดไว้นะครับ ก็ขอฝากท่านกรรมาธิการไว้ ณ ที่นี้ และขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ