สถิตย์ ชี้จำเป็นรัฐหนุนเศรษฐกิจเพื่อสังคม หนุนยั่งยืน-โปร่งใส

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ หารือถึงความจำเป็นในการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยเน้นบทบาทของสำนักงานเสริมสร้างกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติให้มีสถานะตามกฎหมายเป็นกลไกหลัก พร้อมเสนอให้ส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมในทุกระดับด้วยการนำหลักการบริหารธุรกิจมาประยุกต์ใช้ รักษาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ด้วยวิสัยทัศน์และความร่วมมือที่เหมาะสม

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจ กระผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้กรุณาอภิปรายสนับสนุนและให้ข้อแนะนํา ที่สําคัญกับคณะกรรมาธิการ ท่านนิกร จํานง ท่านสนับสนุน ท่านเป็นห่วงว่าเราจะข้ามภูเขา หลายลูก ท่านปีติพงศ์ได้กรุณาตอบเรื่องกองทุนไปแล้ว เรื่องโครงสร้างองค์กร ผมขอ กราบเรียนว่าขณะนี้เรามีสํานักงานเสริมสร้างกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ทําอย่างไรจะให้สํานักงานนี้มีสถานะตามกฎหมาย เพราะไม่ว่าการปฏิรูปใดก็ตามจําเป็น จะต้องมีองค์กรหลักสักองค์กรหนึ่งในการขับเคลื่อนการปฏิรูปนั้น

ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ท่านได้ให้ข้อแนะนํา ๗ ข้อด้วยกัน ซึ่งเป็น ระบบนิเวศที่สําคัญของการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสังคม ผมอยากเรียนว่า แท้ที่จริงแล้ว เศรษฐกิจเพื่อสังคมหรือการดําเนินการของภาคส่วนที่ ๓ ที่ผมได้เกริ่นนํา ไปแล้วนั้น ขณะนี้ได้มีการดําเนินการอยู่แล้ว ขณะนี้ได้มีการนําความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ มาทําประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะธุรกิจเพื่อสังคมอยู่แล้ว โดยไม่ได้พึ่งการช่วยเหลือใด ๆ จากรัฐ แต่สิ่งที่ต้องการถัดจากนี้ก็คือว่าในฐานะสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ระบบนิเวศโดยรัฐบาลจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สําคัญที่จะทําให้เศรษฐกิจเพื่อสังคม ได้ขับเคลื่อนได้แรงและเร็วมากขึ้น จึงได้เสนอผ่านทางสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ณ ที่นี้ว่า จําเป็นจะต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นสําคัญ จึงจะทําให้ การขับเคลื่อนการปฏิรูปเรื่องนี้ดําเนินไปได้อย่างประสบความสําเร็จโดยเร็ว

ท่านกษิต ภิรมย์ ได้กรุณาสนับสนุนและได้กล่าวถึงเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่ง ก็คือ เรื่องของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่จะต้องทําหน้าที่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อสังคม ซึ่งเป็นข้อคิดเห็นที่สําคัญมาก ผมอยากเรียนว่าการคงอยู่ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น คือการคงอยู่ของการเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ดีเวลอปเมนต์แบงก์ (Development Bank) ซึ่งส่วนหนึ่งของการเป็นสถาบันการเงิน เพื่อการพัฒนานั้น ก็คือเป็นสถาบันการเงินเพื่อสังคม เพราะฉะนั้นที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้เสนอนั้นก็คือบทบาทของการเป็นสถาบันการเงินเพื่อสังคม หรือขออนุญาตเรียก ภาษาอังกฤษว่า โซเชียลแบงก์กิง (Social Banking) ท่านกฤษฎาก็ได้กรุณาให้การสนับสนุน ในเรื่องของมาตรการทางภาษีเป็นการทั่วไป เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับหลักการทางภาษี ที่หลักภาษีนั้นจะต้องอยู่ ณ ที่เดียวกัน และใช้เป็นการทั่วไป ท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ได้กล่าวทั้งเรื่องการศึกษา สาธารณสุข เรื่องเกษตรอินทรีย์ เรื่องพลังงานทดแทน แต่ที่สําคัญ ที่ท่านได้กล่าวถึง ก็คือเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา ที่องค์กรการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสังคม หรือกิจการเพื่อสังคมจะต้องตระหนักไว้ว่า จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนําองค์ประกอบเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญามาดําเนินการเพื่อที่จะให้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญานั้นยังเป็นของ กิจการเพื่อสังคม เป็นขององค์กรภาคส่วนที่ ๓ ที่ได้จัดตั้งขึ้น แทนที่จะกลายเป็นของ คนอื่นไป

ท่านสมพงษ์ สระกวี ได้กรุณากล่าวถึงเรื่องความซื่อสัตย์ของคนจน ผมอยากเรียนว่ากิจการเพื่อสังคม หรือส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจเพื่อสังคมนี้ จุดเริ่มต้นแรก ๆ เป็นจุดเริ่มต้นจากแนวความคิด ความซื่อสัตย์ของคนจน โปรเฟสเซอร์ (Professor) มูฮัมหมัด ยูนูส แห่งบังกลาเทศ จบปริญญาเอกทางด้านเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา กลับมาสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ที่บังกลาเทศ ๑๐ กว่าปี ท่านมีความรู้สึกว่ายิ่งสอนไปในวิชา เศรษฐศาสตร์คนบังกลาเทศยิ่งจนลง ท่านจึงออกเดินทางไปสู่ชนบท และได้พบความจริงว่า ที่คนชนบทยากจนอยู่นั้นเพราะว่าเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน เพราะว่าสถาบันการเงินของ บังกลาเทศก็เช่นเดียวกับสถาบันการเงินทั่ว ๆ ไป ก็คือ ๑. ไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับคนจน ๒. ไม่ปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน แต่บังกลาเทศมากไปกว่านั้น เพราะในบังกลาเทศ ผู้หญิงเป็นคนทํางาน ผู้ชายเป็นพ่อบ้าน บังกลาเทศมีกฎอีกข้อหนึ่ง ไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับ ผู้หญิง ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส กลับทางครับ บอกว่าต่อไปนี้ต้องปล่อยสินเชื่อคนจน ปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้หญิง เริ่มต้นปล่อยสินเชื่อครั้งแรกด้วยเงินของตัวเอง ๒๗ เหรียญสหรัฐ ได้กลับคืนมาทั้งหมด เพราะความซื่อสัตย์ของคนจนที่ท่านสมพงษ์ สระกวี ได้กล่าว คนจนถ้ามีโอกาสได้เข้าถึง แหล่งเงินทุนที่ดี คิดดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสมเขาไม่มีทางไปอย่างอื่น เขาซื่อสัตย์ต่อ การชําระหนี้ ผลของการให้กู้ยืมเงินของศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส ที่ผมได้กล่าวถึงนั้น ได้ขยายตัวจากหมู่บ้านหนึ่งไปสู่ตําบล ไปสู่อําเภอ ไปสู่จังหวัด ระดับประเทศ และขยาย ไปหลายประเทศ รวมถึงความคิดนี้ได้นํามาสู่ประเทศไทยในรูปแบบของธนาคารประชาชน ของธนาคารออมสิน ในรูปแบบของธนาคารชุมชนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร เป็นการให้สินเชื่อกับคนจน เป็นกิจการเพื่อสังคม เป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อสังคมอย่างหนึ่ง

ท่านต่อพงษ์ เสลานนท์ ได้กรุณาให้ข้อแนะนําที่สําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องความเป็นเจ้าของกิจการเพื่อสังคม การกระจายกิจการเพื่อสังคมไปสู่ชนบท และเรื่องสลากเพื่อสังคม ผมอยากเรียนว่าที่อาจารย์อิศรา ศานติศาสน์ ได้กรุณากล่าวถึง เรื่องสลากออมสินนั้นควรขยายไปเป็นสลากเพื่อการลงทุนด้วย นับเป็นข้อคิดเห็นที่ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ส่วนเรื่องความเป็นเจ้าของกิจการเพื่อสังคมนั้น กิจการเพื่อสังคม มีหลายระดับ ระดับแรกคือกิจการเพื่อสังคมที่ไม่แบ่งกําไรเลย ระดับที่ ๒ กิจการเพื่อสังคม ที่แบ่งกําไรให้กับผู้ลงทุนไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ระดับที่ ๓ เรียกว่า ธุรกิจเพื่อสังคม คือกิจการ เพื่อสังคมที่คืนกําไรทั้งหมดพร้อมเงินต้นให้กับผู้ลงทุน ที่ขอให้รัฐบาลสนับสนุนอยู่นั้นก็คือ กิจการเพื่อสังคมที่ไม่ได้นํากําไรออกมา นํากําไรไปลงทุนใหม่ หรืออย่างมากที่สุดก็นํากําไร ออกมาได้ไม่เกินร้อยละ ๓๐ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามกิจการเพื่อสังคมนั้นเจ้าของก็ยังเป็น นักกิจการเพื่อสังคมอยู่ดี และเรื่องกิจการเพื่อสังคมนั้นเป็นเรื่องที่กระจายไปสู่ชนบทอยู่แล้ว เพราะว่าเรื่องกิจการเพื่อสังคมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเพื่อสังคมนี้เริ่มต้นด้วยการ เอาปัญหาสังคมมาเป็นที่ตั้งว่าสังคมมีปัญหาอะไรบ้าง ทางด้านการศึกษา หลายท่านได้พูด ยกตัวอย่างท่านมีชัย วีระไวทยะ ท่านมีโรงเรียนมีชัยพัฒนา โรงเรียนมีชัยพัฒนาจ่ายค่า เล่าเรียนด้วยการทําประโยชน์ต่อสังคม โรงเรียนมีชัยพัฒนาเปลี่ยนแนวคิดในการศึกษาใหม่ โดยการเรียนรู้จากภาคปฏิบัติผสมกับภาคทฤษฎี นําไปสู่การเป็นประโยชน์ต่อชีวิตจริง โรงเรียนมีชัยพัฒนาช่วงแรกอาจจะได้รับเงินสนับสนุนจากธุรกิจอื่น ๆ ที่คุณมีชัย วีระไวทยะ ได้ก่อตั้งขึ้น แต่ต่อมาก็พยายามอยู่ได้ด้วยตัวเองด้วยการสอนให้นักเรียนปลูกพืชอินทรีย์บ้าง ทําปุ๋ยอินทรีย์บ้าง ทําพลังงานทดแทนใช้เองบ้าง เพื่ออยู่ได้ด้วยตัวเอง เพราะหลักการของ กิจการเพื่อสังคมนั้นก็คือหลักการของการอยู่ได้ด้วยตัวเอง เป็นหลักการที่ไม่ต้องการพึ่ง งบประมาณ ไม่ต้องการพึ่งการบริจาคด้วยตัวเอง เพราะเป็นหลักการที่กิจการเพื่อสังคมนั้น ต้องมีกําไร การมีกําไรนั้นเป็นเรื่องที่เป็นสัญลักษณ์ว่าการทํากิจการนั้นมีประสิทธิภาพ จึงมีกําไร แต่กําไรนั้นไม่จําเป็นต้องเอาออกมา กําไรนั้นต่อยอดในกิจการเพื่อสังคมนั้น ต่อ ๆ ไป แต่สิ่งที่สําคัญก็คือว่า คําว่า กําไร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการบริหารธุรกิจนั้น ได้มาทําประโยชน์ต่อสังคมได้แล้ว การนําหลักการบริหารธุรกิจมาทํานโยบายทางสังคม ให้เกิดขึ้นนี้เอง ที่เรียกว่าเป็นการดําเนินการของภาคส่วนที่ ๓ ที่นําเอาภาคส่วนที่ ๑ คือรัฐบาลที่มีนโยบายทางสังคม ทํามาหลายปี ปัญหาสังคมลดน้อยลงไป แต่ไม่มาก เอาภาคส่วนเอกชนที่มีความสามารถในการบริหารธุรกิจ ซึ่งพยายามทําประโยชน์ต่อสังคม โดยหลักการของซีเอสอาร์ (CSR) แต่ว่าเขาต้องให้ทุกปี ไม่สามารถที่จะมีความยั่งยืนได้ ทําอย่างไรให้การให้นั้นมีความยั่งยืน ก็กลายเป็นภาคส่วนที่ ๓ หรือที่เรียกว่า เดอะ เทิร์ด เซกเตอร์ (The Third Sector) อย่างไร ก็ตามในสังคมโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน ทุนนิยมเป็นเรื่องของการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ แต่การขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพนี้ทําอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย บิล เกตส์ เรียกทุนนิยมแบบนี้ว่า ทุนนิยมสร้างสรรค์ หรือครีเอทีฟอีโคโนมี (Creative Economy) เรากําลังทําครีเอทีฟอีโคโนมี (Creative Economy) เรากําลังทําการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อสังคม เรากําลังพยายามที่จะหาระบบนิเวศที่จะทําให้กิจการเพื่อสังคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสังคมที่สําคัญได้มีระบบนิเวศที่ได้รับการสนับสนุนจาก ทุกภาคส่วน จึงได้มีการนําเสนอการปฏิรูปในครั้งนี้ ๓ ข้อ และมีระยะเวลา ๓ เดือน ๖ เดือน ๑๘ เดือน ดังที่ได้นําเสนอในเอกสารนั้น

ผมอยากกราบเรียนว่า ท่านนิกร จํานง ก็ได้กล่าวถึงเรื่องว่าเราจะต้อง ก้าวข้ามภูเขาหลายลูก ผมว่าเราคงก้าวข้ามได้ ถ้าสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ได้กรุณากล่าวว่าเรากําลังจะเดิน บนสะพานที่ข้ามเหวลึก เพราะว่าเป็นเรื่องที่ยากในการที่จะปรับความคิดมาสู่ความคิดใหม่ เป็นเรื่องที่ยากที่จะปรับความคิดของการปฏิรูปเศรษฐกิจกระแสหลักมาเป็นการปฏิรูป เศรษฐกิจกระแสใหม่ วันนี้สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกําลังปฏิรูปประเทศ ด้วยเศรษฐกิจกระแสใหม่ ผมขอยกคํากล่าวของอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งท่านกล่าวว่าในเรื่องที่สําคัญ ๆ แล้ว ท่านถามว่า การทําเรื่องนั้นถ้าไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นใคร แล้วท่านยังถามอีกต่อไปว่า ถ้าท่าน ท่านจะทํา เมื่อไร ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวนี้ ขอฝากความหวังไว้กับสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทุกท่านครับ กราบขอบพระคุณครับ