วิเชียร ชี้ปัญหาดูแลผู้สูงอายุ พร้อมเสนอปรับระบบรองรับสังคมสูงวัย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

วิเชียร ชวลิต หารือปัญหาผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นในการปรับระบบเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพให้รองรับสังคมสูงวัย ตามหลักการใน พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ โดยเน้นการแพทย์ การศึกษา และข้อมูลข่าวสาร พร้อมเสนอให้ส่งเสริมการฝึกอาชีพและถ่ายทอดภูมิปัญญา จัดเบี้ยยังชีพอย่างเป็นธรรมผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และปรับปรุงระเบียบรองเพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นระบบ ช่วยลดข้อโต้แย้งจากการตรวจสอบภายนอก รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลกลางสนับสนุนงบประมาณและกรอบงานที่ชัดเจน เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถพัฒนากิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมาย

นายวิเชียร ชวลิต กรรมาธิการ

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายวิเชียร ชวลิต สปท. ๑๔๐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ขออนุญาตกราบเรียนถึงรายงาน เรื่อง การพัฒนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เอื้อให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดําเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตและดูแลผู้สูงอายุ เป็นที่ทราบกัน ว่าขณะนี้สังคมไทยได้มีสภาวะของผู้สูงอายุที่จะเพิ่มขึ้นจํานวนมาก ดังที่ท่านประธานอโณทัย ได้นําเรียนต่อท่านแล้วนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าสืบเนื่องจากสถานะของผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น อย่างมากมาย ก็ขออนุญาตเรียนว่าเราศึกษาแล้วพบว่าปัญหาของผู้สูงอายุขณะนี้ที่ปรากฏ มีประเด็นสําคัญอยู่ก็คือ เรื่องแรกผู้สูงอายุขาดหลักประกันทางรายได้ทําให้ผู้สูงอายุ จํานวนมากเหล่านั้นต้องพึ่งพารายได้จากบุตรเป็นหลัก แล้วก็คนในวัยทํางานที่ออกนอกพื้นที่ ไปทํางานต่างถิ่นก็ทิ้งให้ผู้สูงอายุต้องอยู่ตามลําพัง อันนี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของ ผู้สูงอายุ ครอบครัว แล้วก็ภาครัฐ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมการก็คือการเตรียม ความพร้อมของระบบเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ที่เรากําลังเผชิญหน้าอยู่กับสังคมสูงวัย ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ครับ จากการตรวจสอบแล้วจากภาวะดังกล่าว ผมเรียนว่าจริง ๆ เราก็มีกฎหมายบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ซึ่งปรากฏอยู่ในมาตรา ๑๑ ของ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้กําหนดหลักการไว้ จะขอหยิบยกมากล่าวสัก ๑๓ ประเด็นที่เป็นสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ แล้วต้องขอเรียนว่าสิทธิเหล่านี้เป็นสิทธิที่ไม่ได้ กําหนดตายตัวว่าจะต้องให้สิทธิกับประชาชนอย่างไร แต่กําหนดไว้เป็นหลักการว่าจะดูแล เรื่องอะไรบ้าง ผมขอหยิบยก อย่างเช่นประการแรกนะครับ ก็จะพูดถึงเรื่องการบริการ ทางการแพทย์และการสาธารณสุขที่จะให้ความสะดวกเป็นพิเศษ ก็ดําเนินการแล้วก็คือ การกําหนดช่องทางด่วนให้กับผู้รับบริการ

เรื่องที่ ๒ เรื่องการศึกษา การศาสนา และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อ การดํารงชีวิต ก็จะเป็นการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ

เรื่องที่ ๓ ก็เรื่องการประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสม ก็คือ การส่งเสริมการฝึกอาชีพและถ่ายทอดภูมิปัญญา สิ่งเหล่านี้ท่านจะเห็นว่าเป็นประเด็นในเชิง หลักการกว้าง ๆ แล้วก็กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เข้าไปดําเนินการเพื่อที่จะดูแลกลุ่ม ผู้สูงอายุ แต่ว่าไม่ได้กําหนดไว้ว่าเป็นสิทธิว่าผู้สูงอายุได้ดําเนินการอะไร อย่างไรนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งที่ปรากฏชัด ก็ขอหยิบยกว่าในเรื่องการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพตามความจําเป็น อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม อันนี้รัฐได้ดําเนินการแล้วโดยกําหนดเป็นการจ่ายเบี้ยยังชีพ แบบขั้นบันไดเริ่มตั้งแต่ ๖๐๐ บาทจนถึง ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็ได้กําหนดให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพดังกล่าวนะครับ

ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็มีเรื่องการสงเคราะห์การจัดการศพตามประเพณี ซึ่งก็จ่าย ให้กับผู้สูงอายุที่เสียชีวิต อันนี้ก็ได้กําหนดการจ่ายให้กับผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน ซึ่งทั้งหมด ๑๓ ประเด็นที่ผมเรียนแล้วก็จะมีสิ่งที่เป็นลักษณะของการจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ ที่แน่นอนตายตัวก็คือการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพกับผู้สูงอายุ นี่ก็คือหน้าที่ที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๑๑ ของพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ ทีนี้จากการดําเนินการขณะนี้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็พยายามที่จะไปดูแลผู้สูงอายุในประเด็นต่าง ๆ มากมายหลายประการ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในกรอบงานกว้าง ๆ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดําเนินการดูแล ผู้สูงอายุอยู่ใน ๔ แผนงานหลักที่ผมอยากจะกล่าวถึง อันประกอบด้วยแผนงานแรก คือแผนงานให้บริการด้านสุขภาพอนามัยก็เป็นในเรื่องของการจัดการอบรม ออกหน่วย เคลื่อนที่ในการบริการ แผนงาน ๒ ก็คือแผนงานส่งเสริมการอยู่ร่วมกันและสร้างความ เข้มแข็งด้านองค์กรผู้สูงอายุและคนพิการก็อยู่ในลักษณะเดียวกันก็คือส่งเสริมและสนับสนุน ให้มีการรวมกลุ่มเป็นชมรม แล้วก็มีภาคีเครือข่ายในการทํางานร่วมกัน มีการส่งเสริมการจัด ชมรมอะไรเป็นกรอบกว้างดังนี้ แผนงาน ๓ คือแผนงานส่งเสริมอาชีพหรือรายได้ของผู้สูงอายุและคนพิการก็จะจัดให้ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ และผู้ดูแลเข้าร่วมฝึกอาชีพและอบรมให้ความรู้ต่าง ๆ นะครับ แผนงานที่ ๔ คือ แผนงานด้านการบริหารจัดการระบบพัฒนาคุณภาพชีวิตก็เรื่องของการจัดทําข้อมูลผู้สูงอายุ เรื่องของการประชาสัมพันธ์ เรื่องของการจัดให้มีผู้อาสาสมัครแล้วก็จ่ายเบี้ยยังชีพ และเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุและคนพิการมีส่วนร่วมในการจัดทําแผนพัฒนาท้องถิ่น นี่เป็นกรอบงานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปดําเนินการตาม ๔ แผนงานหลักนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราย้อนไปดูอยากจะเรียนว่าขณะนี้ท้องถิ่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มี อํานาจหน้าที่ก็จะมีกฎหมายแรกที่อยากจะกล่าวถึงคือพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๐ ระบุไว้ว่า ให้มีการส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ อันนี้เป็นบทบาทหน้าที่ของเทศบาล ส่วนในพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๓ นะครับ แล้วก็ ในพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ นะครับ ประเด็นส่วนใหญ่ ก็เขียนไว้กว้าง ๆ ว่า ส่งเสริมและพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุแต่ถ้ามองก็จะเห็นว่า กฎหมายแต่ละประเภทได้ระบุหน้าที่เอาไว้โดยพาดพิงไปถึงผู้สูงอายุทุกฉบับนะครับ ต่อไปอยากจะเรียนว่า จากการที่ท้องถิ่นได้ไปดําเนินการแล้ว อย่างที่ผมเรียนแล้ว เป็นรูปธรรมก็คือเรื่องการจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งดําเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มครั้งแรกในปี ๒๕๕๒ เราจ่ายเบี้ยยังชีพโดยท้องถิ่นต่าง ๆ ใช้เงินงบประมาณไป ๒๑,๙๖๓ ล้านบาท แล้วก็เติบโตมาเรื่อย ๆ แต่ละปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จาก ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖๑,๘๗๙ ล้านบาทในปี ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา นี่คือการจ่ายเบี้ยยังชีพในอัตรา ๖๐๐-๑,๐๐๐ บาทที่ท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินการ ทีนี้ก็จะขออนุญาตกลับมาว่าเหตุและผลที่เรารายงานฉบับนี้และต้องการให้มีการดําเนินการ ปรับปรุงระเบียบหรือว่ากฎหมายลําดับรอง ก็คือระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่จะกําหนดให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานในระดับพื้นที่และมีความรู้ความใกล้ชิด ความเข้าใจกับวิถีชีวิต โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในท้องถิ่นหรือในชุมชน นะครับ ก็มีหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไปดําเนินการในการช่วยเหลือหรือให้การดูแล ผู้สูงอายุในวิธีการต่าง ๆ ภายใต้หลักคิดและวิชาที่ได้รับทราบหรือได้รับความรู้มา แต่ปรากฏว่า จากการไปดําเนินการ ถ้าหากเป็นการดําเนินการในกรอบกว้าง เช่น การจัดงานวันผู้สูงอายุ หรือการจัดกิจกรรมในทางสังคมต่าง ๆ ก็ไม่มีข้อติดขัดอะไร แต่เวลาไปดําเนินการในลักษณะ ของการช่วยเหลือหรือดูแลผู้สูงอายุที่ประสบความเดือดร้อนก็มีการติดขัดเนื่องจาก ไม่มีข้อบังคับของท้องถิ่นกําหนดเอาไว้ว่าท้องถิ่นจะสามารถใช้เงินงบประมาณไป ในการดําเนินการอะไรได้บ้าง หน่วยงานท้องถิ่นไปดําเนินการแล้วก็ปรากฏว่า สํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินไปตรวจแล้วก็ยืนยันว่าท้องถิ่นนั้นจ่ายโดยไม่มีเกณฑ์หรือระเบียบ กําหนดเอาไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นก็เลยทําให้ท้องถิ่นต่าง ๆ ก็มีข้อโต้แย้งว่าจะทําดีหรือไม่ทํา เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นผู้สูงอายุในพื้นที่ที่มีการรวมกลุ่มและมีการดําเนินการรวมทั้งอยากจะได้ สวัสดิการที่ท้องถิ่นมีความสามารถทางการเงินการคลัง พร้อมที่จะจ่ายได้แต่ไม่มีระเบียบ รองรับก็ไม่สามารถดําเนินการได้ นี่เป็นตัวอย่างเบื้องต้น แต่ว่าในทางปฏิบัตินั้นการดูแลหรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุนั้นมีทั้งเรื่องของ การจะต้องจัดทําฐานข้อมูลของผู้สูงอายุ เรื่องของการพัฒนาองค์ความรู้ กําลังคนที่อยู่ ในท้องถิ่น เพื่อที่จะไปดําเนินการเหล่านี้มีข้อจํากัดในการใช้งบประมาณ จริงอยู่ท้องถิ่น สามารถตั้งงบประมาณอุดหนุนให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ไปทํางานเพื่อใช้เงินส่วนนั้น แต่ก็น่าจะไม่ตรงวัตถุประสงค์ว่าท้องถิ่นเองสามารถดําเนินการเรื่องนี้ได้ในขอบเขต ของกฎหมายที่บัญญัติให้เป็นอํานาจหน้าที่นะครับ เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าปัญหาก็คือท้องถิ่น มีข้อจํากัดและเป็นอุปสรรคเนื่องจากขาดระเบียบที่ชัดเจน ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือผู้สูงอายุ เข้าถึงสิทธิบางประการไม่ได้ แล้วก็จากการศึกษาวิเคราะห์ได้มีการยกร่างกฎหมายลําดับรอง ก็คือระเบียบกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถ ใช้งบประมาณเพื่อจัดสวัสดิการสําหรับผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นจากกระบวนการเวทีของการ สร้างความรู้ความเข้าใจก็มีความเห็นร่วมกันว่าสมควรที่จะปรับปรุงกฎหมายลําดับรอง และระเบียบแนวทางปฏิบัติ และกลไกการจัดการเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ในเวทีปฏิรูปยังได้พูดถึงกระบวนการว่าเราได้มีการรวบรวม ข้อมูลรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสีย แล้วก็นํามาวิเคราะห์ วิจารณ์ แล้วก็เสนอแนวทางในการแก้ไข ทั้งนี้โดยมีการขับเคลื่อนร่วมกันทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ที่ว่าจะมีวิถีทางหรือแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร ก็จึงได้ยกร่าง เป็นระเบียบและเป็นวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ประกอบกันนะครับ เพราะฉะนั้นในรายงานฉบับนี้ ก็ขออนุญาตเสนอร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ พ.ศ. .... แล้วก็ขอความเห็นชอบจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อเสนอ ส่งต่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการโดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการออกระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พ.ศ. .... รวมทั้ง ในรายละเอียดดังกล่าวได้มีแนวทางการดําเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต แล้วก็ กระบวนการในการชี้แจงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถรับทราบแนวทาง การดําเนินงานที่ถูกต้องต่อไป เจตนารมณ์ของร่างระเบียบดังกล่าวหลักการก็อยากจะเรียน ต่อท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่า วัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์อันสําคัญก็คือ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการคุ้มครอง ดูแล ส่งเสริมให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข บริการ ทางสังคมที่จําเป็นตามสิทธิที่กฎหมายและแผนงานต่าง ๆ ที่ได้ระบุไว้ในแผนผู้สูงอายุ แห่งชาติ ฉบับที่ ๒ ในปี ๒๕๖๔ แล้วก็สาระสําคัญของระเบียบ ผมขออนุญาตเรียนว่า ประการแรก จะกําหนดหลักเกณฑ์การดําเนินงานและการเบิกจ่ายงบประมาณที่เกี่ยวกับการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ โดยระเบียบดังกล่าวเป็นอํานาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้กํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื้อหา ของระเบียบเป็นระเบียบที่วางแนวทางปฏิบัติที่มีฐานะในการที่จะเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอิสระ ในการคิด การตัดสินใจ เลือกการดําเนินการที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงอายุ และเน้นนะครับ โดยคํานึงถึงฐานะการคลังของตน ระเบียบนี้ไม่ใช่เป็นระเบียบที่กําหนด เพื่อที่จะให้ท้องถิ่นต้องไปดําเนินการ แต่เป็นกรอบหลักเกณฑ์ที่ท้องถิ่นสามารถอ้างอิง เพื่อที่จะไปดําเนินการ ทั้งนี้ยืนอยู่บนพื้นฐานของฐานะการคลังขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่เป็นระเบียบที่กําหนดว่าท้องถิ่นต้องไปทําตามนี้ทุกแห่ง เพราะฉะนั้น ในเนื้อหาของระเบียบก็จะกําหนดเป็นส่วน ๆ นะครับ ทั้งเรื่องของชื่อระเบียบ นิยาม ผู้รักษาการ แล้วก็มีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และอํานาจหน้าที่ ระบุถึงการจัดทําทะเบียนผู้สูงอายุ ระบุถึงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้ง ๙ องค์ประกอบ ซึ่งก็จะปรากฏในสไลด์ (Slide) แผ่นใสนะครับว่า ๙ องค์ประกอบดังกล่าวนั้นก็คือ เรื่องของสุขภาพอนามัย เรื่องของการเข้าถึงบริการสังคม ของชุมชน เรื่องของการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ เรื่องของที่อยู่อาศัย เครื่องอุปโภคบริโภคตามความจําเป็น เรื่องของการส่งเสริมการประกอบอาชีพ หรือฝึกอาชีพ เรื่องของการพัฒนาตนเองและมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคม เรื่องของการ ให้ความเหลือทางกฎหมาย เรื่องของการจัดสิ่งอํานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และเรื่องสุดท้ายเรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว และชุมชนในการดูแลผู้สูงอายุ นี่ก็เป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการขออนุญาตนําเสนอเพื่อที่จะได้พิจารณาขอรับการสนับสนุน จากท่านทั้งหลายเพื่อโปรดพิจารณาว่า เราควรจะมีการปรับเรื่องของกฎระเบียบเพื่อให้ ท้องถิ่นซึ่งเขามีความประสงค์ที่จะไปดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ อันเป็นปัจจัยที่สําคัญของ สังคมด้วยเหตุที่เราเป็นสังคมผู้สูงอายุ ดังที่ได้เรียนแล้วนะครับ แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้น ต้องขอเรียนอยู่ ๒ ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่าน สปท. ทั้งหลายก็คือว่า การที่ท้องถิ่น ไปดําเนินการแล้วผิดกฎระเบียบด้วยเจตนาของท้องถิ่น แล้วก็มีข้อโต้แย้งว่าท้องถิ่นมีการ ทุจริต มีการใช้เงินไปโดยมิชอบอะไรพวกนี้ นั่นเป็นคนละเรื่องกับการที่เราออกกฎระเบียบ ออกกฎระเบียบนี้เพื่อที่จะเป็นหลักเป็นเกณฑ์ว่าท้องถิ่นสามารถเลือกในการที่จะ ดูแล ทั้งนี้ที่สําคัญที่ผมขออนุญาตเรียนเน้นย้ําหลักเกณฑ์ของระเบียบก็คือ ไม่ได้ต้องการที่จะ ทําให้ท้องถิ่นทุกแห่งใช้เงินตามนี้ ใช้ตามเกณฑ์นี้ แต่เป็นหลักเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถอ้างอิง เพื่อจะสามารถดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คนตามฐานะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละองค์กร นั่นประการแรก

อีกประการหนึ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่า ขณะนี้ท้องถิ่นหลายแห่ง หลายที่ อยากจะไปส่งเสริม หรืออยากจะพัฒนากิจกรรมนี้ แต่ไม่สามารถจะดําเนินการได้ ก็ไปทํา ทางอ้อมก็คือไปจัดกิจกรรมในเชิงของจัดเวที จัดกิจกรรมส่งเสริม ซึ่งอาจจะไม่ตรง หรืออาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แล้วที่สําคัญก็คือภารกิจหรือกรอบงานดังที่ได้เรียนนี้ เป็นกิจกรรมที่รัฐบาลกลางหรือว่ากระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ไม่ได้ดําเนินการแล้วก็ไม่มี งบประมาณในการไปดําเนินการในส่วนที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตดังกล่าวครับ ก็ขออนุญาต กราบเรียนโดยสรุปครับ